- หน้าแรก
- ระบบสั่งให้ร้าย แต่ผู้ชายสั่งให้รัก
- บทที่ 36 - หน้าอย่างหลังอย่าง
บทที่ 36 - หน้าอย่างหลังอย่าง
บทที่ 36 - หน้าอย่างหลังอย่าง
บทที่ 36 - หน้าอย่างหลังอย่าง
"เสี่ยวชิง วันนี้ฉันแวะไปที่โรงงานพ่อ แอบไปดูตัวผู้ชายคนนั้นมาแล้ว หุ่นใช้ได้เลยนะ น่าจะสูงสักร้อยเจ็ดสิบ ใส่แว่นด้วย ดูมีความรู้แบบปัญญาชน..."
มองดูเจียงม่อลี่ที่ยืนจังก้าขวางประตูบ้านพักอยู่เหมือนยักษ์วัดแจ้ง แล้วหันกลับมามองโจวเสี่ยวชิงที่ยังจ้อเรื่องคู่ดูตัวไม่หยุด เจียงชิงลอบยิ้มเยาะในใจด้วยความสะใจ
ด้วยนิสัยอันธพาลของเจียงม่อลี่ ถ้ารู้ว่าโจวเสี่ยวชิงเป็นคนแจ้งเบาะแส รับรองว่าความอับอายที่ได้รับมาวันนี้ แม่เจ้าประคุณต้องเอามาเทใส่หัวโจวเสี่ยวชิงหมดหน้าตักแน่
โจวเสี่ยวชิงออกจากบ้านแต่เช้า เลยพลาดช็อตเด็ดตอนเจียงม่อลี่ทะเลาะกับเจ้าหน้าที่
พอไปถึงโรงงานได้ยินเพื่อนคนงานเล่าวีรกรรมเจียงม่อลี่ให้ฟัง เธอขำแทบตาย
"เจียงม่อลี่ เมื่อเช้าขายขี้หน้าไปขนาดนั้น ยังมีหน้าโผล่หัวออกมาข้างนอกอีกเหรอ ถ้าฉันเป็นหล่อนนะ ฉันซื้อเต้าหู้มาโขกหัวตายไปแล้ว!"
เห็นโจวเสี่ยวชิงยังไม่รู้ชะตาขาด เดินเข้าไปหาเรื่องเจียงม่อลี่เอง เจียงชิงแทบจะกลั้นขำไม่อยู่
ใจเธออยากให้สองคนนี้ตบกันกลางถนนไปเลย เอาให้เรื่องถึงโรงพักยิ่งดี
เธอไม่เชื่อหรอกว่า ลู่เฉิงจะทนพฤติกรรมต่ำตมของเจียงม่อลี่ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"โจวเสี่ยวชิง เธอนี่ก็เก่งนะ หน้าอย่างหลังอย่าง ต่อหน้าทำเป็นเพื่อนรักเพื่อนซี้กับเจียงชิง ลับหลังกลับวิ่งแจ้นไปแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาจับเพื่อนตัวเอง นี่เหรอสิ่งที่เพื่อนเขาทำกัน"
โจวเสี่ยวชิงกับเจียงชิงสะดุ้งโหยงพร้อมกัน
คนแรกตกใจที่ความลับเรื่องแจ้งเบาะแสโดนเจียงม่อลี่แฉกลางอากาศ
คนหลังตกใจที่เจียงม่อลี่ไม่พุ่งเข้าไปตบโจวเสี่ยวชิงตามบทที่วางไว้
เจียงม่อลี่รู้จักใช้สมองแล้วเหรอเนี่ย?
...
ช่วงเย็นเป็นเวลาเลิกงานเลิกเรียน ผู้คนเดินเข้าออกประตูบ้านพักกันขวักไขว่
พอได้ยินเจียงม่อลี่เปิดศึกกับโจวเสี่ยวชิง ทุกคนก็หยุดฝีเท้าเพื่อมุงดูเรื่องสนุก
"แกพูดบ้าอะไร! แกหนีเกณฑ์ไปชนบทเอง เกี่ยวอะไรกับฉันยะ" โจวเสี่ยวชิงปฏิเสธเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก
เจียงม่อลี่ชี้ไปที่เจียงชิง "เจียงชิงเป็นคนบอกฉันเองกับปาก พวกเธอสนิทกันจะตาย เจียงชิงคงไม่มีเหตุผลอะไรต้องมาใส่ร้ายเธอหรอกจริงไหม"
พูดจบก็หันไปหาเจียงชิง "โจวเสี่ยวชิงเขาไม่ยอมรับ เธอมีหลักฐานอะไรก็งัดออกมาสิ"
โจวเสี่ยวชิงหันขวับไปมองเจียงชิง
เจียงชิงก็จ้องกลับไปเช่นกัน
สายตาที่ทั้งสองมองกันเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ร้อนรน และจับผิด
โจวเสี่ยวชิงรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองไม่ได้โดนใส่ร้าย เธอเป็นคนแอบไปแจ้งจับบ้านเจียงจริงๆ
แต่เรื่องนี้ให้ตายก็ยอมรับไม่ได้ ไม่งั้นโดนชาวบ้านรุมประณามจมธรณีแน่
เจียงชิงถึงจะเกลียดโจวเสี่ยวชิง แต่เธอก็ไม่อยากแตกหักกับอีกฝ่าย
เพราะภาพลักษณ์ที่เธอสร้างมาตลอดคือคนดีศรีสังคม ขยัน ซื่อสัตย์ เปิดเผย การเอาความลับเพื่อนไปฟ้องน้องสาวต่างแม่ มันขัดกับคาแรกเตอร์นางเอกผู้แสนดีของเธออย่างแรง
"ม่อลี่ อย่ามาใส่ร้ายคนอื่นนะ พี่ไม่เคยพูดเลยว่าเสี่ยวชิงเป็นคนแจ้ง"
สมกับที่เกิดใหม่มาสองชาติ เจียงชิงดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็วและสวนกลับเจียงม่อลี่ทันควัน
โจวเสี่ยวชิงรีบเสริมทัพ "คนเกลียดแกมีเป็นล้าน แกเอาอะไรมามั่นใจว่าเป็นฝีมือฉัน เจียงม่อลี่ แกนี่มันใจดำอำมหิตจริงๆ คิดจะใช้วิธีสกปรกแบบนี้มาเสี้ยมให้ฉันแตกคอกับเสี่ยวชิงเหรอ"
พอโจวเสี่ยวชิงพูดแบบนี้ ชาวบ้านก็ปักใจเชื่อทันทีว่าเจียงม่อลี่กำลังยุแยงตะแคงรั่ว
ช่วยไม่ได้ ชื่อเสียงเจียงม่อลี่มันเน่าเฟะเกินเยียวยา
เรื่องกวนน้ำให้ขุ่น ยุให้รำตำให้รั่ว เป็นงานถนัดของแม่นี่อยู่แล้ว
ทันใดนั้น สายตารังเกียจเดียดฉันท์จากฝูงชนก็พุ่งเป้าไปที่เจียงม่อลี่
"คนอะไร ตัวเองไม่มีเพื่อนคบ เลยพาลจะไปทำลายมิตรภาพคนอื่นเขา"
"เมื่อเช้าเพิ่งโดนสั่งสอนไปหยกๆ ยังไม่เข็ด ตกเย็นมาหาเรื่องชาวบ้านอีกแล้ว ยัยนี่มันเกินเยียวยาจริงๆ!"
『ค่าความรังเกียจ +1 +1 +1……』
รอบนี้ เจียงม่อลี่โกยค่าความรังเกียจไปได้สวยๆ 20 แต้ม
ความจริงพวกไทยมุงส่วนใหญ่เคยบริจาคแต้มให้เธอไปแล้ว
20 แต้มนี้ส่วนมากมาจากพวกเด็กนักเรียนที่เพิ่งเลิกเรียนกลับมา
สังคมเด็กกับผู้ใหญ่ไม่เหมือนกัน ปกติถึงจะได้ยินข่าวลือเจียงม่อลี่มาบ้าง แต่เด็กๆ ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
แต่พอมาเห็นเจียงม่อลี่อาละวาดไร้เหตุผลกับตาตัวเอง ก็พร้อมใจกันกดโหวตเกลียดให้ทันที
รอจนค่าความรังเกียจหยุดนิ่ง เจียงม่อลี่ถึงแกล้งทำท่าโมโห ชี้หน้าด่าเจียงชิง:
"ก็เห็นๆ อยู่ว่าเธอเป็นคนบอกฉันว่าโจวเสี่ยวชิงเป็นคนแจ้ง พอมาตอนนี้ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ดีนะที่ฉันมีหลักฐาน ไม่งั้นวันนี้ฉันคงกลายเป็นหมาหัวเน่าโดนพวกเธอรุมกินโต๊ะฟรีๆ!"
"เจียงม่อลี่ มีหลักฐานอะไรก็เอาออกมาโชว์สิ"
"นั่นสิ มีหลักฐานก็รีบงัดออกมา อย่าดีแต่ปาก"
ชาวบ้านเริ่มส่งเสียงเชียร์
โจวเสี่ยวชิงเริ่มลังเล "เจียงม่อลี่ แกอย่ามาลักไก่หลอกกันซะให้ยาก"
เจียงม่อลี่ล้วงกระดาษยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วแจกจ่ายให้ไทยมุงดู "มาๆๆ เข้ามาดูให้เห็นกับตา นี่คือกระดาษร่างจดหมายร้องเรียนที่โจวเสี่ยวชิงเขียนไว้..."
ได้ยินแบบนั้นหน้าโจวเสี่ยวชิงซีดเผือดเป็นไก่ต้ม
เจียงชิงหนังตากระตุก
จดหมายพวกนี้เธอเอากระดาษหนังสือพิมพ์ปิดทับแปะผนังไว้ นึกไม่ถึงว่าเจียงม่อลี่จะไปขุดเจอจนได้
"เฮ้ย นี่มันจดหมายร้องเรียนจริงๆ ด้วย..."
ชาวบ้านคนหนึ่งยื่นกระดาษไปตรงหน้าโจวเสี่ยวชิง "โจวเสี่ยวชิง นี่ลายมือเธอใช่ไหม"
เห็นลายมือและข้อความบนกระดาษ โจวเสี่ยวชิงเหมือนโดนถีบตกถังน้ำแข็ง "เป็นไปไม่ได้ ฉันฉีกทิ้งไป..."
คำว่า "หมดแล้ว" ถูกสติอันน้อยนิดที่เหลืออยู่สั่งให้กลืนลงคอไป
แตาท่าทางลุกลี้ลุกลนของเธอก็ทำให้ชาวบ้านเริ่มสงสัย
เจียงม่อลี่ตีเหล็กตอนร้อน "กระดาษร่างพวกนี้ ฉันเจอที่หัวเตียงเจียงชิง!"
โจวเสี่ยวชิงหันขวับไปมองเจียงชิงตาวาว
"กระดาษร่างอะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง"
เจียงชิงแกล้งทำหน้าซื่อตาใส แต่ในใจกระจ่างแจ้ง
จดหมายพวกนี้เธอเป็นคนแอบเก็บไว้เอง กะเอาไว้เป็นไม้ตายสุดท้าย ถ้าเจียงม่อลี่จัดการโจวเสี่ยวชิงไม่ได้ เธอถึงจะงัดออกมาใช้
ถึงสถานการณ์จะผิดแผนไปไกลลิบ แต่การได้แฉพฤติกรรมต่ำช้าของโจวเสี่ยวชิงต่อหน้าคนทั้งบาง ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายไปครึ่งหนึ่งแล้ว
"โจวเสี่ยวชิง เธอคงฝันไม่ถึงสินะ ว่าเรื่องชั่วๆ ที่เธอแอบทำลับหลัง เจียงชิงเขารู้หมด แถมยังแอบเก็บหลักฐานมัดตัวเธอไว้ด้วย ลองเดาสิว่าเขาเก็บไว้ทำไม"
"ฉันไม่รู้เรื่องกระดาษพวกนี้จริงๆ นะ เจียงม่อลี่ เรื่องที่เธอทำเองอย่ามาโยนขี้ให้ฉัน"
เจียงชิงไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด
ขืนยอมรับว่าเก็บกระดาษร่างไว้ ก็เท่ากับยอมรับว่าตัวเองเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย
เครดิตและความน่าเชื่อถือของเธอดีกว่าเจียงม่อลี่มาก คำพูดของเธอแทบไม่มีใครสงสัย ผลก็คือเจียงม่อลี่ได้ค่าความรังเกียจเพิ่มมาอีก 8 แต้ม
เพราะมีขาเผือกหน้าใหม่เข้ามาร่วมวงมุงดูเรื่อยๆ
ก็เลยมีคนบริจาคแต้มให้เจียงม่อลี่เรื่อยๆ เช่นกัน
เจียงม่อลี่เดาไว้อยู่แล้วว่าเจียงชิงต้องปฏิเสธ และเธอก็ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าเจียงชิงเป็นคนซ่อนจดหมายจริงๆ
แพะรับบาปข้อหาใส่ร้ายพี่สาว เธอจำใจต้องแบกรับไปเต็มๆ
แต่ยังดีที่การขาดทุนครั้งนี้ไม่ได้เสียเปล่า
ยิ่งคนเชื่อว่าเธอใส่ร้ายเจียงชิงมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งโกยค่าความรังเกียจได้มากเท่านั้น
มองในมุมกลับ เจียงชิงไม่ได้ทำร้ายเธอ แต่กำลังช่วยเธอทำมาหากินต่างหาก
เธอกะไว้แล้วว่า รอให้ภารกิจสำเร็จเมื่อไหร่ เธอจะทำธง "คนดีศรีสังคม" ไปมอบให้เจียงชิงสักผืน
...
ประชุมเสร็จ ลู่เต๋อเจาถือถ้วยชาเตรียมกลับห้องทำงาน เพื่อนร่วมงานสองสามคนเดินตามมาทักทาย:
"สหายลู่ ยินดีด้วยนะ จะได้จิบน้ำชาลูกสะใภ้แล้ว"
"ขอบใจมาก อีกสองวันเชิญไปดื่มเหล้ามงคลด้วยกันนะ"
เพื่อนร่วมงานยิ้มรับปาก
"ได้ข่าวว่า ลูกสะใภ้ใหม่นายฤทธิ์เดชไม่เบานี่นา ฉันว่านะ นายน่ะทำตัวโลว์โปรไฟล์เกินไป ไม่งั้นคนเขาเห็นแก่หน้านาย คงช่วยผ่อนปรนให้บ้างแล้ว จริงไหม"
เยาวชนลงชนบทเพื่อช่วยพัฒนาชาติ เป็นนโยบายหลักที่พรรคและรัฐกำหนด ใครทำตัวมีอภิสิทธิ์ ใครใช้อำนาจแทรกแซง ถือว่าผิดกฎหมายบ้านเมือง!
ไอ้คนที่พูดประโยคเมื่อกี้ มันจ้องจะขุดหลุมฝังลู่เต๋อเจาชัดๆ
[จบแล้ว]