- หน้าแรก
- ระบบสั่งให้ร้าย แต่ผู้ชายสั่งให้รัก
- บทที่ 17 - ทำไมต้องเป็นหล่อนด้วย!
บทที่ 17 - ทำไมต้องเป็นหล่อนด้วย!
บทที่ 17 - ทำไมต้องเป็นหล่อนด้วย!
บทที่ 17 - ทำไมต้องเป็นหล่อนด้วย!
"คุณลุงเจียง นี่เงิน 888 หยวน เป็นค่าสินสอดที่ผมมอบให้สหายเจียงม่อลี่ครับ"
มากกว่าที่เจียงม่อลี่เรียกไป 500 ถึง 388 หยวน
เดิมทีเขาตั้งใจจะเอาใจเจียงม่อลี่ แต่ดันไม่อยู่บ้านซะงั้น
แต่ไม่เป็นไร เอาใจพ่อตาไปก่อนก็ได้ผลเหมือนกัน
มือที่รับเงินของเจียงต้าไห่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
เงินปึกหนา ทุกใบใหม่เอี่ยมอ่อง แถมยังคาดด้วยแถบกระดาษสีแดง แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจ
สำหรับเจียงต้าไห่ ความตั้งใจและการให้เกียรติของบ้านลู่ มีค่ามากกว่าเงินทองและข้าวของพวกนี้เสียอีก
คนบ้านจางอึ้งจนพูดไม่ออก
อั่งเปาที่แม่จางให้เจียงชิง ข้างในใส่เงินไว้ 8 หยวน 8 เหมา นั่นคือสินสอดที่บ้านจางให้เจียงชิง
แต่สินสอดบ้านลู่ มากกว่าบ้านจางถึง 100 เท่า
เพื่อนบ้านที่มุงดูอยู่ต่างสูดปากด้วยความตกใจ
888 หยวน!
นี่เป็นสินสอดที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์บ้านพักโรงงานเครื่องจักรเลยนะเนี่ย
สองปีก่อนลูกสาวโรงงานแต่งงาน ฝ่ายชายให้สินสอด 666 หยวน ก็เป็นที่เล่าลือกันไม่จบไม่สิ้นแล้ว
แต่นี่ลูกสาวเจียงต้าไห่ ได้สินสอดตั้ง 888 หยวน
ไม่ใช่สิ ทำไมต้องเป็นหล่อนด้วย
คนขี้เกียจสันหลังยาว รังเกียจคนจนรักคนรวยอย่างเจียงม่อลี่ ตามหลักแล้วควรจะขายไม่ออก ไม่มีใครเอาสิ ทำไมถึงได้ดิบได้ดีไปคว้าพุงปลามาได้ล่ะ
โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลย
น่าโมโหจริงๆ
ถ้าเป็นลูกสาวบ้านอื่นได้แต่งงานดีขนาดนี้ ทุกคนอาจจะแค่อิจฉาตาร้อนกันสักพัก
แต่พอความโชคดีนี้ตกไปอยู่ที่เจียงม่อลี่ ทุกคนกลับรู้สึกโกรธแค้นและชิงชังอย่างรุนแรง
ระบบมองค่าความน่ารังเกียจที่พุ่งขึ้นไม่หยุดอย่างไม่เข้าใจ
『โฮสต์ ทำไมกันล่ะครับ วันนี้คุณยังไม่ได้ทำตัวน่ารังเกียจอะไรเลยนะ ทำไมถึงได้คะแนนเยอะแยะขนาดนี้?』
เจียงม่อลี่ลูบคาง "คงเป็นเพราะผลกรรมที่ฉันทำไว้ก่อนหน้านี้ ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้วมั้ง"
"มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ชอบจับกลุ่มคุยกัน อาจจะมีใครสักคนพูดถึงฉัน พูดถึงวีรกรรมแย่ๆ ของฉัน แล้วก็ปากต่อปากกระจายกันไป ทำให้คนที่เดิมทีไม่รู้จักฉัน หรือไม่รู้นิสัยฉัน ก็พลอยเกลียดขี้หน้าฉันไปด้วย แล้วก็มอบคะแนนให้ฉันไง"
『อย่างนี้นี่เอง โฮสต์ฉลาดจริงๆ ครับ』
ไม่ใช่เธอฉลาดหรอก แต่การนินทาคือสัญชาตญาณของมนุษย์ต่างหาก
เพียงแต่ระบบมันไม่เข้าใจความเป็นมนุษย์เท่านั้นเอง
แค่แป๊บเดียว เจียงม่อลี่ก็กวาดคะแนนความน่ารังเกียจไปกว่า 50 คะแนน และตัวเลขยังคงพุ่งขึ้นเรื่อยๆ
ทุก 1 คะแนน เท่ากับเงิน 10,000 หยวน
เจียงม่อลี่บอกเลยว่า การนอนกินแรงแล้วได้เงินนี่มันฟินจริงๆ
...
ทางด้านบ้านเจียง
อันฮุ่ยกวาดตามองสภาพบ้านเจียง เห็นข้าวของจัดวางเป็นระเบียบสะอาดสะอ้าน ก็รู้สึกดีกับบ้านเจียงขึ้นมาอีกสองส่วน
ดูๆ ไปก็นับว่าเป็นบ้านที่รู้จักกาลเทศะดี
อันฮุ่ยไม่รู้หรอกว่า สิ่งเดียวในบ้านเจียงที่ไม่รู้จักกาลเทศะคือเจียงม่อลี่
แต่ความไม่รู้จักกาลเทศะนี้ กำลังจะกลายไปเป็นสมบัติของบ้านลู่ในไม่ช้า
อันฮุ่ยไม่เคยเห็นหน้าเจียงม่อลี่ เลยแอบมองเจียงชิงที่ดูเรียบร้อยอ่อนหวานแล้วคาดเดาไปเอง
เจียงชิงเป็นคนฉลาด พอจะเดาออกว่าอันฮุ่ยเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นเจียงม่อลี่ ในใจก็ยิ่งขมขื่น
ทำไมเจียงม่อลี่ถึงโชคดีได้ทั้งสองชาติแบบนี้
เสียจางเจียหมิงไป ดันไปคว้าลู่เฉิงที่ดีกว่าร้อยเท่าพันเท่ามาได้
แถมโชคดีครั้งนี้ ยังเป็นเธอเองที่ยัดเยียดให้เจียงม่อลี่กับมือ ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจกว่าตอนตายที่ชนบทชาติที่แล้วเสียอีก
เจียงต้าไห่สังเกตเห็นสายตาของอันฮุ่ย เลยรีบแนะนำ
พอรู้ว่าเจียงชิงเป็นลูกเลี้ยง อันฮุ่ยก็ละสายตาแล้วถามหาเจียงม่อลี่
"ม่อลี่ออกไปข้างนอกครับ เสี่ยวเผิง... เอ่อ น้องชายม่อลี่ออกไปตามแล้ว เวลานี้น่าจะใกล้กลับมาแล้วครับ"
เจียงต้าไห่อธิบายอย่างเกรงใจ กลัวอันฮุ่ยไม่พอใจแล้วจะสะบัดก้นกลับ พร้อมกับลงมือชงชาให้อันฮุ่ยด้วยตัวเอง
พอรู้ว่าเจียงม่อลี่ไม่อยู่บ้าน อันฮุ่ยก็เริ่มไม่สบอารมณ์
จะมีธุระอะไร สำคัญไปกว่าการมาเจอว่าที่แม่สามีอย่างเธออีก
เจียงต้าไห่เหลือบมองเจี่ยงเสี่ยวกวงที่ยืนอยู่ข้างลู่เฉิงอย่างไม่แน่ใจ "นี่น้องชายเสี่ยวลู่หรือเปล่าครับ"
ถ้าเป็นแขก ก็ต้องรีบหาเก้าอี้หาน้ำหาท่ามารับรอง
"เสี่ยวกวงเป็นทหารรับใช้คนสนิทของพ่อผมครับ"
พอรู้ฐานะของเจี่ยงเสี่ยวกวง ทุกคนก็สะดุ้งโหยง
คนที่มีทหารรับใช้ส่วนตัวได้ ระดับยศต้องไม่ธรรมดาแน่
ในใจเจียงชิงเหมือนมีแมวมาข่วน อยากจะถามจางเจียหมิงใจจะขาดว่าพ่อของลู่เฉิงเป็นใครกันแน่ ถึงขั้นมีทหารรับใช้
เจียงต้าไห่ถามเสียงสั่น "พ่อของเสี่ยวลู่คือ..."
อันฮุ่ยตอบเสียงเรียบ "ก็แค่ข้าราชการแก่ๆ คนหนึ่ง อายุมากแล้ว องค์กรเลยส่งคนมาช่วยดูแลน่ะค่ะ"
"อ้อ ครับๆ"
เจียงต้าไห่ผงกหัวรัวๆ แต่ในใจคิดว่า ข้าราชการที่องค์กรให้ความสำคัญขนาดนี้ ไม่มีทางเป็นแค่คนธรรมดาแน่นอน
อันฮุ่ยหยุดคิดนิดหนึ่ง แล้วพูดต่อ "ตาแก่ที่บ้านฉันแกเป็นคนหัวรั้น สองวันก่อนพ่อลูกเขาทะเลาะกัน ตอนนี้ยังมึนตึงกันอยู่เลย แกเลยไม่ยอมมา วันนี้เลยมีแค่ฉันมาเป็นเพื่อนเจ้าสาม ต้องขออภัยด้วยนะคะ"
ดูเหมือนจะอธิบายเหตุผลที่พ่อลู่ไม่มา แต่ข้อมูลที่แฝงอยู่นั้นมหาศาล
โบราณว่าไฟในอย่านำออก
อันฮุ่ยสามารถหาข้ออ้างอื่นร้อยแปดมาอ้างได้ แต่ดันเลือกบอกตรงๆ ว่าพ่อลูกทะเลาะกัน
ทะเลาะกันน่ะเรื่องปกติ บ้านไหนก็มีลิ้นกับฟันกระทบกันบ้าง
แต่ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหน ก็ไม่ควรเอามาปนกับงานมงคลไม่ใช่เหรอ
นอกจากว่า พ่อลูกคู่นี้จะทะเลาะกันเรื่องงานแต่งงานนี่แหละ
ดูท่า พ่อของเสี่ยวลู่คงจะไม่ปลื้มลูกสาวเขาเท่าไหร่แฮะ
เจียงต้าไห่ก็ไม่โทษเขาหรอก ถ้าเจียงม่อลี่ไม่ใช่ลูกในไส้ ขนาดเขาเองยังรังเกียจเลย
...
เจียงเผิงเดินตามเส้นทางรถเมล์สาย 2 จนทั่ว แต่ก็หาเจียงม่อลี่ไม่เจอ
ตอนเดินย้อนกลับมาเขาปวดฉี่ เห็นห้องน้ำสาธารณะอยู่ไม่ไกลเลยวิ่งเข้าไป
มองไปไกลๆ เห็นคนเฝ้าหน้าห้องน้ำหน้าตาคล้ายพี่สาวตัวเองชอบกล
หรือเขาจะหาพี่สาวจนหลอนไปเอง
พอเข้าไปใกล้ๆ เชรดดด พี่สาวเขาจริงๆ ด้วย
"พี่ มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย"
เจียงม่อลี่โยนกระดาษชำระที่พับเสร็จแล้วลงกล่อง มองค้อนเจียงเผิง "ถามอะไรไม่ใช้สมอง มาอยู่นี่จะทำอะไรได้ ก็มารอข้าวกินน่ะสิ"
เจียงเผิงลืมปวดฉี่ไปเลย ลากแขนเจียงม่อลี่จะพากลับ
"พี่ รีบกลับบ้านกับผมเดี๋ยวนี้"
เจียงม่อลี่สะบัดมือเจียงเผิงออก "ฉันไม่กลับ ฉันจะทำงาน"
เจียงเผิงงงเป็นไก่ตาแตก "ทำงานอะไร"
เจียงม่อลี่ชี้ไปที่ป้ายหน้าห้องน้ำ "ที่นี่ ตั้งแต่วันนี้ไป อยู่ในความดูแลของฉัน"
เจียงเผิงอ้าปากค้าง
เจียงม่อลี่โบกมือไล่ "แกกลับไปเถอะ อย่ามารบกวนเวลาทำงานฉัน กว่าจะฝากคนหางานให้ได้ ลำบากแทบตาย"
เจียงเผิงกัดฟัน "เดี๋ยวผมทำแทนเอง พี่กลับไปเถอะ"
"ดีเลย"
เจียงเผิง "..."
ผมแค่พูดตามมารยาท พี่ก็ไม่เกรงใจกันเลยนะ
...
หลังสั่งงานเจียงเผิงเสร็จสรรพ เจียงม่อลี่ก็ตบตูดเดินหนีไป
ดมกลิ่นขี้กลิ่นเยี่ยวมาทั้งเช้า เธอแทบจะอ้วกอยู่แล้ว
ส้วมสมัยนี้ไม่ได้ชักโครกแล้วลงบ่อเกรอะเหมือนสมัยใหม่ ทั้งห้องน้ำมีแค่รางระบายของเสียรางเดียวยาวตลอดแนว ใครขี้ใครเยี่ยวใครท้องเสียเห็นกันหมด ต้องรอให้ของเสียสะสมได้ระดับหนึ่งถึงจะปล่อยน้ำไล่ลงบ่อเกรอะทีนึง คิดดูสิว่ากลิ่นในนั้นมันจะอบอวลขนาดไหน
แค่คิดก็อยากจะแหวะ
...
พอเข้าเขตบ้านพัก เจียงม่อลี่ก็สังเกตเห็นสายตาเพื่อนบ้านที่มองมา
ต่างจากสายตารังเกียจปกติ สายตาคราวนี้มันบอกไม่ถูก มีทั้งอิจฉา ริษยา และรังเกียจปนๆ กันไป
น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ในนี้เคยให้คะแนนเธอไปแล้ว
ดังนั้นตลอดทางกลับบ้าน เจียงม่อลี่เก็บคะแนนเพิ่มได้แค่ 8 คะแนน
แต่ถ้ารวมกับเมื่อเช้า ยอดรวมก็ทะลุหลักร้อยไปแล้ว
นี่ถือเป็นวันที่ทำผลงานได้ดีที่สุดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่
เจียงม่อลี่อารมณ์ดี๊ดี เดินฮัมเพลงอย่างมีความสุข
แต่ความสุขของเธอก็อยู่ได้ไม่นาน
เพราะเธอเห็น 'จางเจียหมิง' ยืนอยู่หน้าบ้าน
ชายหนุ่มในชุดทหาร ร่างกายสูงโปร่งองอาจ ผมสั้นตัดแต่งทรงเรียบร้อย ภายใต้หน้าผากกว้างคือคิ้วเข้มและดวงตาคมกริบดูหล่อเหลาเอาการ
ในขณะที่เธอสำรวจลู่เฉิง ลู่เฉิงก็จ้องมองเธอตาไม่กระพริบเช่นกัน
ต่างจากความสวยหยาดเยิ้มในคราวที่แล้ว วันนี้ว่าที่เมียเขาดูเหมือนเด็กกะโปโลมากกว่า
ท่อนบนใส่เสื้อลายดอกเก่าๆ ท่อนล่างกางเกงสีน้ำเงิน เพราะผอมเกินไปขากางเกงเลยดูหลวมโครกเวลาเดิน
ผมยาวประบ่าใช้ดินสอสั้นกุดปักมวยไว้ลวกๆ ผมหน้าม้าและไรผมเปียกเหงื่อจนลู่ติดหน้า
ใบหน้าเล็กรูปหัวใจ แก้มแดงปลั่งเหมือนลูกพีช
ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำจ้องมองเขา เหมือนจะกระชากวิญญาณเขาให้หลุดลอย
ลู่เฉิงเดินเข้าไปหาโดยไม่รู้ตัว "ไปซนที่ไหนมา หายไปตั้งครึ่งค่อนวัน นึกว่าจะหนีงานแต่งซะแล้ว"
"เรื่องของฉัน ยุ่งอะไรด้วย"
เจียงม่อลี่มองบนใส่ แล้วเดินอ้อมลู่เฉิงเข้าบ้านไป
พอเข้าไปก็ต้องตะลึง
จักรยาน จักรเย็บผ้า วิทยุ ขาหมูขาใหญ่ บุหรี่ เหล้า น้ำตาล ชา กล่องขนม ผลไม้กระป๋อง วางเรียงรายเต็มลานบ้าน ทหารหนุ่มหลายนายยืนเข้าแถวริมกำแพง จ้องมองเธอตาแป๋ว
เจียงม่อลี่คิดในใจ สมเป็นพระเอก จะมาสู่ขอทั้งทีเล่นใหญ่รัชดาลัยจริงๆ
"นังหนูคนนี้ หายไปไหนมา ที่บ้านตามหาให้วุ่นไปหมด"
เจียงต้าไห่บ่นไปก็สำรวจลูกสาวไป ในใจไม่พอใจอย่างแรง
สภาพหัวยุ่งหน้ามันแบบนี้ จะให้ไปเจอว่าที่แม่สามีได้ยังไง
"เร็ว เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสวยๆ หวีผม ล้างหน้าล้างตาซะ"
พูดพลางกระซิบ "เอาลิปสติกที่เสี่ยวเผิงซื้อให้มาทาด้วย ไปเร็ว"
"จะแต่งไปทำไม หน้าตาฉันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ คนขี้เหร่ต่างหากที่ต้องแต่ง"
คำพูดนี้จิกกัดเจียงชิงชัดเจน
เพราะใครๆ ก็ดูออกว่าวันนี้เจียงชิงแต่งตัวมาเต็มยศ
ถึงเจียงชิงจะแย่งของของเจ้าของร่างเดิม แต่ตอนนี้เธอก็ใช้ร่างนี้อยู่ ก็เท่ากับแย่งของเธอนั่นแหละ
ด่าสักสองสามคำเรียกคะแนนความน่ารังเกียจ ก็สมเหตุสมผลดีออก
แต่เธอคำนวณพลาด ไม่มีคะแนนเด้งเข้า
สงสัยยังน่ารังเกียจไม่พอ
เจียงม่อลี่เดินไปที่ผลไม้กระป๋อง กะจะแกะออกมาจากตาข่ายกิน
แต่ตาข่ายมัดเงื่อนตาย แกะยังไงก็ไม่ออก กำลังจะไปเอามีดในครัวมาตัด ก็มีมือใหญ่ยื่นเข้ามา
[จบแล้ว]