เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 828 ผู้ค้าตะวันตก

ตอนที่ 828 ผู้ค้าตะวันตก

ตอนที่ 828 ผู้ค้าตะวันตก


“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?สหาย”

จี๋เจ๋อหรี่ตาและก้าวออกมา

บุรุษร่างกำยำและคนของเขารู้สึกความหนาวยะเยือกกวาดผ่านพวกเขาราวกับว่าพวกเขาถูกอสรพิษจ้องอยู่ในเงาเมืด  ราศีของจี๋เจ๋อเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น  ดาบพิศวงในมือของมีสีแดงสดใสดูน่าพิศวงมาก

บุรุษร่างกำยำแค่นเสียง “พวกเจ้าต้องการยื่นหัวออกรับแทนเจ้าเด็กนี่หรือ?  เขาเป็นหนี้เงินก้อนโต”

พลังที่จี๋เจ๋อปล่อยออกมาทำให้เขารู้สึกกลัว

จากนั้นฝูเจิ้งจือถามเหวินกัง  “เจ้าเป็นหนี้เขามากเท่าใด?”

หน้าของเหวินกังซีดขาว  เป็นเรื่องที่เขากังวลมากที่สุดเมื่อมีเวลาที่พวกเขาจะได้รับโอกาสสนุกและออกจากป้อมกวงหมิงในที่สุด และขณะที่กลับเขาได้ผ่านเมืองอาเธอร์ จึงตัดสินใจเล่นพนันเล็กน้อย  หลังจากแพ้เสียเงินไปจำนวนหนึ่งเขาก็ยืมมาเพิ่ม แต่คาดไม่ถึงเลยว่าจะเสียหมดทุกอย่าง ความกลัวทำให้เขาต้องหลบหนีในตอนกลางคืนและกลับไปที่ป้อมกวงหมิงไม่ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งทรงพลังแค่ไหน พวกเขาไม่กล้าไปทวงหนี้เขาที่ป้อมกวงหมิง

แต่ใครจะรู้...

เหวินกังรู้ว่าคนที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาจะฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา  เขาไม่กล้าปกปิดอะไร และพึมพำ“ห้าหมื่นเหรียญไลท์”

“ห้าหมื่น?”  บุรุษร่างกำยำแค่เสียง  “นั่นมันเงินต้น บวกดอกเบี้ยอีกสองหมื่นและเราจะทวงคืน”

เหวินกังสั่นทำอะไรไม่ถูก

บุรุษร่างกำยำไม่ต้องการมีปัญหาต่อไปเขาแค่ต้องการเงินคืน เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์และรู้ว่าพวกที่อยู่ต่อหน้าเขาเป็นพวกที่ไม่รู้จัก ไม่อาจตอแยได้ง่ายนัก  ถ้าพวกเขามีคนหนุนหลังยิ่งใหญ่  เขาคงจะพบกับปัญหาใหญ่

ไม่ไกลจากพวกเขาในอาคารหลังหนึ่งบุรุษวัยกลางคนจ้องมองกลุ่มคนทั้งสองที่เผชิญหน้ากัน  สายตาของเขาจับตามองดูดาบสีแดงที่ปล่อยรัศมีแปลกประหลาดและตาของเขาเป็นประกายปรารถนาทันที

หลังจากทำงานในบริษัทเหมืองเป็นเวลาหลายปีเขาเคยเห็นโลหะและวัสดุมาแทบทุกชนิด สายตาของเขาแหลมคมมาก และจากการเหลือบมองครั้งแรก  ตาของเขาก็จับจ้องมองอยู่ที่ดาบ

‘นั่นคือดาบที่มีชีวิต!’

เขาไม่เคยเห็นอาวุธที่น่าอัศจรรย์อย่างนั้นมาก่อน  ‘ต้องใช้วัสดุแบบไหนถึงจะใช้สร้างดาบเช่นนั้นได้?  น่าทึ่งเสียจริง!’

ดวงตามีความต้องการมากขึ้นทุกทีและลมหายใจของเขาเร็วแรงขึ้น

‘บางทีข้าน่าจะพาอาจ๋ายมาสอบสวนคนเหล่านี้?’

ในขณะนั้นเขาตัดสินใจตาของเขากลายเป็นสีเข้มทันที และเขาเรียกคนใช้ข้างตัวเขาและพึมพำคำแนะนำบางอย่าง

ฝูเจิ้งจือมองดูถังเทียนพยักหน้า

เหรียญไลท์อยู่ในมือทั้งสองได้รับมาจากเชลย  พวกเขามีสองล้านเหรียญคลาวด์ซึ่งได้รับมาจากอู่ซวนทั้งหมด เนื่องจากไม่ใช่เงินเขา ถังเทียนจึงไม่รู้สึกเสียดายที่ต้องแบ่งเงิน ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากกับเงินสองหมื่น

“เราจะรับใช้ให้สองหมื่นเป็นพิเศษ”  ฝูเจิ้งจือพูดอย่างใจเย็น

ขณะนั้นเองมีบางคนโผล่มาจากบุรุษร่างใหญ่อาจ๋ายและกระซิบกับเขา

หน้าของอาจ๋ายสงบเย็นทันทีเมื่อรู้ว่าเขามีคนหนุนหลังร่องรอยความกลัวในตัวเขาหายไป เขาแค่นเสียง “ขอโทษ, แต่ไม่ใช่ราคานั้นต่อไป”

ฝูเจิ้งจือตอบอย่างอารมณ์ดี  “โอว, อย่างนั้นราคาเท่าใด?”

“หนึ่งล้าน!”  หน้าของอาจ๋ายมีแววยินดีจากนั้นชี้ไปที่จี๋เจ๋อ  “และดาบนั่น!”

ฝูเจิ้งจือหัวเราะ

“เจ้าต้องการดาบนี้?”  จี๋เจ๋อยิ้มให้อาจ๋ายที่ไม่ได้ยิ้มตอบ

อาจ๋ายไม่กลัวอะไรและตอบอย่างอวดดี  “ใช่แล้ว, คุณชายข้าสนใจในดาบของเจ้าถ้าฉลาดก็จง....”

ประกายสีแดงที่งดงามกวาดผ่านวาบ

คำพูดของอาจ๋ายถูกขัดขวาง  เขาตะลึง บนคอของเขา รอยเส้นบางๆ ค่อยปรากฏและขณะต่อมา มีเลือดฉีดพุ่งออก บุรุษร่างใหญ่ล้มลงกับพื้น หน้าที่แหงนมองท้องฟ้าสายตาของเขายังคงเบิกกว้าง เขาไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายจะกล้าลงมือเคลื่อนไหว

“ไม่มีใครอื่นจะทำอะไรได้!”

จี๋เจ๋อพูดเย็นชาใบหน้าหล่อมีเสน่ห์กลับกลายเป็นอำมหิต เขาไม่ใช่คนใจดีอยู่แล้ว และเป็นผู้เหี้ยมหาญตามแนวของนักสู้ในทำเนียบยอดฝีมือมีความหยิ่งจนเข้ากระดูก ดังนั้นจะทนถูกกลั่นแกล้งให้อายของสุนัขเหล่านี้ได้ยังไง

ฝูเจิ้งจือเตือนเขา  “อย่าเปลี่ยนที่นี่เป็นแดนมิคสัญญีเลย”

ก่อนที่เขาจะพูดอะไรจบ ร่างจี๋เจ๋อก็หายไปแล้ว

อีกฝ่ายหนึ่งดูเหมือนจะตื่นจากฝันเช่นกัน  พวกเขาคำรามและกระโจนหาจี๋เจ๋อ

พื้นที่เมืองอาเธอร์ตะวันตกไม่เคยมีความปราณีและความสงบ  จะอยู่รอดในที่นี้ได้ ผู้คนจะต้องพึ่งพาพลังของตัวเองเพื่อเอาตัวรอด  ถ้าไม่อย่างนั้นเขาจะถูกคนอื่นกวาดหาย  ผู้คนฝ่ายอาจ๋ายไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน

ก่อนนี้พวกเขาไม่มีทางคิดว่าจี๋เจ๋อจะกล้าเคลื่อนไหวนอกจากนั้นดาบของจี๋เจ๋อเร็วเกินไป พวกเขาไม่ทันตั้งตัวแม้แต่น้อย

อาจ๋ายถูกฆ่าต่อหน้าพวกเขาจริงๆ!

และคนที่หนุนหลังอาจ๋ายก็คือกลุ่มพ่อค้าตะวันตก! เมื่อคิดเรื่องการลงโทษที่พวกเขาจะได้รับ ความกลัวเกาะกุมใจของพวกเขา พวกเขาทุกคนเป็นผู้ย้ายถิ่นมาเพื่อชีวิตตนเอง  และขณะนั้นพวกเขาเปล่งรัศมีแสงออกตาพวกเขาเป็นประกายสีแดง พวกเขากระโจนเข้าใส่จี๋เจ๋อ

จี๋เจ๋อตกอยู่ในอันตรายทันที

พลังงานของทวีปทุ่งขาวหนาแน่นมากกว่าทวีปรกร้างดังนั้นคนจากแดนบาปจึงอ่อนแอลงมาก  พวกเขาเพียงแต่สัมผัสแค่เคล็ดวิธีใช้กฎธรรมชาติควบคุมพลังงาน จี๋เจ๋อเพียงแต่อาศัยร่างกายที่โดดเด่นและวิชาดาบที่คุ้นเคยต่อต้านทั้งกลุ่ม

รังสีดาบสีขาวนับไม่ถ้วนเต็มถนน

ม่านพลังป้องกันของร้านรวงบนถนนเปิดทำงาน  และเจ้าของร้านดูเหมือนไม่เห็นเป็นเรื่องแตกตื่นแม้แต่น้อย เนื่องจากพวกเขาคุ้นชินกับการต่อสู้ที่เกิดขึ้นมาบ่อยๆแล้ว

แต่ในเวลาอันรวดเร็วคนอีกฝ่ายก็สังเกตลักษณะเฉพาะของดาบพิศวงของจี๋เจ๋อไม่ว่าพลังจากรุนแรงเด็ดขาดปานใด ตัวดาบก็สามารถต้านรับพวกเขาได้ และพวกเขาสังเกตได้โดยเร็วว่าไม่มีพลังงานผันผวนออกมาจากร่างของจี๋เจ๋อแม้แต่น้อย

ก็หมายความว่าเขาอาศัยพลังร่างกายล้วนๆต้านทานพลังงาน

ดาบนี่...

คนยิ่งสนใจดาบมากขึ้น

บุรุษวัยกลางคนในอาคารฝั่งตรงข้ามถนนตัดสินใจแล้วว่าต้องชิงดาบให้ได้  ‘ข้าสงสัยจริงว่าเจ้าบ้านนอกนี่มาจากไหนถึงได้เอาสมบัติมาส่งให้ข้า มันง่ายดายจริงๆ’

‘พวกเขาทุกคนไม่มีพลังงานปั่นป่วนแม้แต่น้อย  คนบ้านนอกเหล่านี้ไร้เดียงสาจริงๆ  พวกเขาคิดว่าสามารถอยู่ในเมืองอาเธอร์โดยอาศัยแค่เรี่ยวแรงล้วนๆหรือ?”

สถานการณ์ของจี๋เจ๋อยากลำบากจริงๆพลังของศัตรูแข็งแกร่งมากกว่าที่เขาคาด และดูเหมือนมีรูปแบบเฉพาะการรุกและการผ่อน เขาคิดถึงสิ่งที่นายท่านได้พูดไว้ก่อนว่ากองทัพเรือของดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์เป็นกองทัพอันดับหนึ่ง  และสิ่งที่เขาเห็นประจักษ์เป็นครั้งแรกก็คือแม้แต่พลเมืองก็ยังรู้วิธีสู้ประสานงาน

สภาพใจของจี๋เจ๋อสงบมากเขาไม่ตื่นเต้นแม้จะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก แม้ว่าพลังของกฎธรรมชาติจะได้รับผลกระทบ แต่พลังร่างกายยังจะใช้ได้อย่างอิสระ เพิ่มพลังของร่างกาย การเคลื่อนไหวของเขาก็ทำได้ดีขึ้นมาก ทุกครั้งที่ดูเหมือนเขาจะถูกเล่นงานเขาก็หลบเลี่ยงการโจมตีได้

“ฆ่า!”

ศัตรูคำราม

รังสีดาบมากกว่าสิบเล่มปลดปล่อยออกมา  และคลุมเต็มถนนป้องกันไม่ให้จี๋เจ๋อหลบอีก

ตาของจี๋เจ๋อกลายเป็นเยือกเย็น  เขาย่อตัวและตวัดดาบพิศวงฟันขึ้นบน

รังสีดาบพิศวงที่แฝงไปด้วยพลังดาบสมบูรณ์แบบฟันลงบนรังสีดาบสีขาวเล่มหนึ่ง

รังสีดาบสีขาวถูกฟันผ่านไป  แต่ร่างของจี๋เจ๋อสั่น เขารู้สึกชาข้อมือ

จี๋เจ๋อตาเป็นประกาย ‘รังสีดาบที่สร้างจากการรวมพลังค่อนข้างทรงพลังและไม่อาจดูถูกได้

เขาเปลี่ยนดาบไปถือมือซ้ายและเคลื่อนดาบไปข้างหน้าทันที

บุรุษวัยกลางคนในอาคารเบนสายตาจากดาบพิศวงไปดูบุรุษหนุ่มในกลุ่มคนที่ห้อมล้อมพยายามหาดูว่าสิ่งที่หนุนหลังเขามาจากไหน  ‘ยังเยาว์วัยนักก็มีองครักษ์หลายคน  สงสัยจริงว่ามาจากตระกูลใดกันแน่’

‘แต่ นั่นจะทำอะไรได้?’

ทันใดนั้นปากของเขายิ้มและพูดขึ้น“เจ้าเห็นว่าไงบ้าง?”

มีคนศีรษะโล้นร่างใหญ่มายืนอยู่ข้างเขาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ  บุรุษร่างใหญ่ศีรษะโล้นนี้มีแผลเป็นที่คิ้วซ้ายลากผ่านใบหน้าของเขาทำให้เขาดูดุร้าย

บุรุษหัวล้านร่างใหญ่ชื่ออ้าวเติ้งเป็นหัวหน้าหน่วยคุ้มกันเขา เมื่ออ้าวเติ้งยังอายุน้อย เขาก็รับผิดชอบเป็นผู้บัญชาการ และผู้บัญชาการเหนือเขาเวลานั้นก็คือเจียย่าหนึ่งในห้าแม่ทัพใหญ่ของทวีปกวงหมิง

เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสในการรบอ้าวเติ้งไม่มีทางเลือกจำต้องปลดประจำการและเนื่องจากมีการแข่งขันที่รุนแรงเขามีขุนพลที่มีชื่อเข้าแทนที่เขา  แต่เนื่องจากความสำเร็จที่หลากหลายของเขา  เขาคือคนที่ไม่มีใครกล้าเข้าถึง แต่บุรุษวัยกลางคนใช้ทรัพย์มากมายจัดการจึงพบเขาได้เป็นการส่วนตัว

อ้าวเติ้งไม่ทำความผิดหวังให้เขา ด้วยการแนะนำของเขากำลังของหน่วยป้องกันแข็งแกร่งขึ้นมากกว่ากองทัพธรรมดา พวกเขาเผชิญกับโจรมากมายเหมือนกับเต้าหู้เจอกับหน่วยป้องกัน

บุรุษวัยกลางคนมั่นใจในตัวอ้าวเติ้ง

อ้าวเติ้งกล่าวต่อ  “พลังส่วนตัวของเขานับว่าทรงพลังและวิชาดาบของเขาก็ยอดเยี่ยม”

บุรุษวัยกลางคนถามต่อ  “เจ้าคิดว่าใครจะชนะ?”

อ้าวเติ้ง “นักดาบ”

บุรุษวัยกลางคนไม่พูดอะไรต่อจากนั้นถามอีกคำถาม “ถ้าเป็นหน่วยป้องกันที่เจ้านำเองเล่า เจ้าเอาชนะได้ไหม?”

อ้าวเติ้ง “ก็น่าตื่นเต้น”

บุรุษวัยกลางคนมีท่าทีพอใจ

จี๋เจ๋อสามารถรับตำแหน่งยอดฝีมือในทำเนียบนับสู้แดนบาปได้  เขายังอายุเยาว์แค่เพียงต่อสู้เขาก็มีประสบการณ์ต่อสู้มากมายที่เข้ากันได้กับความสามารถต่อสู้ของเขา  เขาต่อสู้อยู่ในวงล้อมอย่างยากลำบาก แต่ค่อยๆเข้าใจจุดแข็งจุดอ่อนของนักสู้ดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์  รัศมีพลังงานทรงพลังจนถึงระดับที่น่าตกใจ  และใครจะมุ่งโจมตีอย่างเดียวจะต้องได้รับบาดเจ็บแน่  แต่สำหรับจี๋เจ๋อพลังโจมตีของพวกเขาทุกคนดูจะน่ากลัว แต่พวกเขาก็แค่ยืมพลังของพลังงานและวิทยายุทธของพวกเขายังธรรมดามาก

การประสานพลังของดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์อาจจะแข็งแกร่งมากกว่าแดนบาป แต่ความประณีตและการเน้นในวิชาต่อสู้ยังไม่อาจเทียบได้กับแดนบาป

หลังจากเข้าใจจุดอ่อนของพวกเขา  ตาของจี๋เจ๋อเป็นประกายพร้อมกับรัศมีดาบพิศวง

เพียงสะบัดข้อมือดาบพิศวงก็สร้างม่านพลังสีแดงเข้มและพลังโจมตีที่รุนแรงที่ยิงเข้าเหมือนโคที่วิ่งลงทะเลกระจายหายไปในม่านพลังแดง  ร่างของจี๋เจ๋อกระพริบมีภาพตามหลังสองสามภาพและเบี่ยงเบนพลังโจมตีของศัตรูทันทีและยืมพลังนั้นจู่โจมเข้าไปในกลุ่มคน

รังสีดาบสีแดงเข้มคล้ายกับเมฆกระพริบผ่าน

โลหิตฉีดพุ่งออกเหมือนดอกไม้บาน

มีคนสองสามคนค่อยๆ ล้มลงกับพื้นทุกคนได้รับบาดแผลอย่างเดียวกันมีรอยเส้นปรากฏอยู่ที่คอของพวกเขา

ทุกคนที่สังเกตการณ์ต่อสู้สูดหายใจหนาวเหน็บไม่มีใครเห็นวิชาดาบที่งดงามอย่างนั้นมาก่อน

“เขาเป็นคนที่รู้แจ้งกฎธรรมชาติแน่นอน!”

“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนที่รู้แจ้งกฎธรรมชาติอยู่ด้วย”

จี๋เจ๋อรั้งดาบและยืดตัวตรงสีหน้าของเขาเป็นปกติ ยกเว้นหอบเล็กน้อย

ทันใดนั้นมีการก่อกระบวนรบในที่ใกล้ๆอีกฝั่งหนึ่งของถนน ที่ซึ่งบุรุษศีรษะโล้นร่างใหญ่กำลังนำคนเข้ามา

รังสีฆ่าฟันกระจายไปทั่วถนนและคนสังเกตการณ์ทุกคนเริ่มพูด

“ครั้งนี้ท่านอ้าวเติ้งจะลงมือด้วยตัวเองหรือนี่?”

“แน่นอนอยู่แล้วคนตายไปตั้งมากมาย  กลุ่มการค้าตะวันตกจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้ยังไง?

…...

หลังจากเดินเข้ามาใกล้ อ้าวเติ้งหยุดห่างถังเทียน30 เมตร และพูดอย่างเฉยเมย “จะยอมแพ้หรือตาย”

ด้านหลังของเขาเป็นนักสู้เกราะแดง 200คนลุกขึ้นยืนเช่นกัน

หน้าของจี๋เจ๋อเปลี่ยน  เขาสามารถรู้สึกได้ถึงพลังจากอีกฝ่ายหนึ่งพลังงานผันผวนทั้งหมดจากพวกเขาแข็งแกร่งกว่ากลุ่มก่อนหน้านี้หลายเท่า รูปขบวนที่แน่นและเข้มงวดพิสูจน์ว่าพวกเขาผ่านการฝึกมาและสามารถเปล่งรังสีฆ่าได้...

เขาเข้าใจถึงรังสีฆ่าฟันเช่นกัน และรังสีฆ่าฟันที่ดูเหมือนจะมีความหมายว่าพวกเขาฆ่าคนมานับไม่ถ้วน

ถังเทียนกระตือรือร้นเตรียมเข้าต่อสู้ แต่ยังช้ากว่าอีกคนไปก้าวหนึ่ง

ซือหม่าเซี่ยยิ้มน่ากลัวขณะที่เขาก้าวออกมา

“ศึกนี้ข้าขอลุยเอง”

จบบทที่ ตอนที่ 828 ผู้ค้าตะวันตก

คัดลอกลิงก์แล้ว