เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 819 สุดยอดการรบ

ตอนที่ 819 สุดยอดการรบ

ตอนที่ 819 สุดยอดการรบ


ศัตรูหลั่งไหลเข้ามาในทวีปป่าหินทรายไม่ขาดสายเหมือนคนบ้า

อายะจำไม่ได้อีกต่อไปว่านางสู้ไปกี่ครั้งแล้ว เป็นเวลาหกวันหกคืนที่รบกับศัตรูที่หลั่งไหลเข้ามาเหมือนน้ำหลากไม่มีหยุด  ดาบใหญ่ของนางเต็มไปด้วยรู ใบหน้าที่ละเอียดอ่อนของนางเต็มไปด้วยฝุ่นเถ้ามีเพียงผมแดงเพลิงที่เป็นเอกลักษณ์ของนางที่ยังเป็นประกายสดใส

ในที่สุดก็ได้รับเวลาพักที่มีค่า  อายะกอดดาบยักษ์ของนางและหอบหายใจ  “เรายังเหลือคนอยู่เท่าใด?”

ทหารตาสามเหลี่ยมอ้าปากหอบ  แต่ไม่พูดอะไรและเอ่ยปากรายงานงานหลังจากผ่านไปชั่วขณะ “ทุกคนอยู่ที่นี่แล้ว”

อายะตะลึงค้าง

รอบๆนางล้วนแต่เป็นใบหน้าของคนคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า สมบูรณ์พร้อม

‘เหลือเพียงไม่กี่ร้อย...’

ตาของอายะเต็มไปด้วยความเสียใจ  นางนิ่งเงียบพักหนึ่งจากนั้นพูดเบาๆ“ข้าเสียใจด้วย, ทุกคน..”

“ลูกพี่หญิง, อย่าพูดอะไรแบบนั้น”  คนตาสามเหลี่ยมหัวเราะเบาๆบางครั้งเหมือนกับจะเยาะเย้ยตนเอง “เฮ้อ.. กองทหารกะโหลกชมพูจากทวีปหลูโจวคนไหนไม่ได้เตรียมตัวตายบ้างเล่า? เราเคยใช้ชีวิตในอดีตมายังไง? เฒ่าเหอ เจ้ายังจำดาบหักที่เจ้าใช้ได้ไหมเจ้าใช้มันทั้งอย่างนั้นถึงหกปี และมันก็บิ่นมากขึ้น จนแทบจะดูเหมือนเลื่อยอยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อได้ยินว่าเศรษฐีใหม่มีแผนจะซื้อกองทัพ เราก็ไปกัน  เนื่องจากเราก็ถือว่าเป็นกองทัพเหมือนกัน  ทุกคนมีความคิดเดียวกัน ไปขุดทองของเศรษฐีนั้น  เราจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งขึ้น”

ทุกคนฟังอย่างเงียบสงบ  หน้าของเขามีรอยยิ้มจริงใจและอดคิดถึงชีวิตพวกเขาในอดีตไม่ได้

“จะหาเจ้านายอย่างนี้อีกไม่ได้แล้ว  เขารวยและติดอาวุธให้เราทุกคนเป็นอย่างดี  ถ้าไม่ใช่เพราะการฝึกที่ฝืนทนจนเรารู้สึกอยากจะหนีไป  ข้าคิดว่าข้าคงกลายเป็นแพะอ้วนไปแล้ว  และเมื่อใช้ชีวิตแบบนี้   ตาแก่นี้รู้สึกว่าค่อนข้างว่างเปล่า,  ทำไมน่ะเหรอ? เพราะได้รับการดูแลดีเกินไปน่ะสิ!  ทุกคนรู้ตัวเองรู้มาตรฐานของเราเอง ตาแก่ผู้นี้ไม่มีหน้าไปบอกนายท่านว่าเราไม่สมควรได้รับการปฏิบัติเช่นนั้น  หลังจากนั้นข้าถึงกับกลัว  เรากำลังขายชีวิตให้เขา  ทำกับเราเสียดีอย่างนั้น  ชีวิตของเราก็ไม่เป็นของเราอีกต่อไป  และในที่สุดเราทุกคนก็รู้แล้วนายท่านเป็นคนเจ้าเล่ห์ เราขายชีวิตของเราแต่โดยดี หึหึแต่ข้ารู้สึกว่ายินดีจะทำเช่นนั้น!”

ทุกคนหัวเราะ

ใครบางคนในกลุ่มพูดออกมา  “เจ้าก็ได้ประโยชน์เหมือนกันนี่ พี่สาม,ชีวิตบัดซบของเจ้าค่อยคุ้มกับเงินบ้างจริงๆ!”

คนตาสามเหลี่ยมเลิกคิ้วกล่าว “งั้นทำไมข้าต้องพูดว่าเรายินดีจะทำเช่นนั้นเล่า?  เราทิ้งชีวิตของเรากับเรื่องนี้ไปแล้ว  ดังนั้นชีวิตเราควรสละได้!  ตอนนี้เราได้รับบางอย่างที่คุ้มค่าชีวิตที่ไร้สาระของเราแล้วทุกคน บอกข้าที, มันคุ้มหรือไม่?”

“คุ้มจะตาย!”

“คุณชายถังไม่มีอะไรต้องพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่นอน!”

“รู้สึกว่าคำพูดของพี่สามจะถูกต้อง”

“อะไรนะ?”

“การฝึกที่เหนื่อยหนักทำให้เราอยากจะหนีเสียเหลือเกิน!”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

……

ทุกคนพูดคุยอย่างมีชีวิตชีวาทุกคนพูดโดยไม่มีความกลัว, ถอนหายใจอย่างสงบโดยไม่มีความเศร้า

หูของอายะขยับ  นางชูดาบยักษ์ของนางขึ้นและพูดเย็นชา  “เตรียมรบ!”

**********************

ในพื้นที่ซากหักพังของป้อมพิทักษ์สมุทร

เสียงเตือนภายดังก้องไปทั้งพื้นที่

เรือรบใหญ่ลำแล้วลำเล่าตั้งแถวตรงและเร่งเข้าหาพื้นที่ปรักหักพัง

เว่ยถิงถิงและพวกที่เหลือมีสีหน้าสงสัย  พวกเขาพยายามจะทำอะไร? เรือรบขนาดใหญ่ทั้งหมดเคลื่อนที่อย่างงุ่มง่ามและไม่มีทางผ่านตรงเข้าไปที่ซากหักพังได้  มีแต่เรือล้อมตีขนาดเล็กจึงจะผ่านไปได้

อาเฮ่อรู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติความรู้สึกไม่สบายใจทำให้เขาว้าวุ่น

ทันใดนั้นเขาคิดอะไรบางอย่างได้ และมีสีหน้าตกใจทันที เขาสั่ง “กลุ่มดาวคนธนู, โจมตีเรือรบลำแรก!”

ศิษย์ตระกูลเว่ยทุกคนดึงธนูและยิงทันทีในขณะนั้นสายฝนธนูแสงระดมยิงใส่เรือรบลำแรกไม่ขาดสาย

แต่เรือรบขนาดใหญ่มีธนูแสงโจมตีใส่หนาแน่นกระทบใส่ม่านพลังป้องกันเห็นแต่เพียงรอยกระเพื่อมบางๆ  เรือรบขนาดใหญ่ยังคงเคลื่อนไหวได้ไม่หยุด และด้วยความเร็วที่น่าประหลาดดันเข้าใส่พื้นที่ซากปรักหักพังทันที

เว่ยถิงถิงเป็นคนแรกที่มีปฏิกิริยา  นางตะโกนบอก “ใช้เทพธนูทอง!”

มีแต่เทพธนูทองในมือนางวางบนคันธนูของนางปัง, เทพธนูทองพุ่งหายไปในทันที

โรววว!!!

เสียงคำรามกราดเกรี้ยวเหมือนกับเสือปรากฏในสนามรบ

เทพธนูทองที่บินอยู่เปล่งแสงสว่างเจิดจ้างดงามในอากาศ พลังงานที่ใช้บินถูกดูดกลืนโดยธนูอย่างบ้าคลั่ง ตัวลูกธนูสว่างเต็มไปด้วยหมอกเหมือนรัศมีที่ขยายออกคล้ายกับการเปลี่ยนแปลงของเนบิวลา  และยังคงแปรสภาพต่อไปในอากาศอย่างไม่แน่นอน

เมื่อธนูกระทบกับม่านพลังป้องกันของเรือรบม่านพลังป้องกันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเหมือนกับฟองสบู่ที่สามารถแตกได้ทุกเมื่อภายใต้พายุ

เหมือนกับสัตว์ร้ายคำรามปรากฏตัว

เทพธนูทองอีกดอกหนึ่งตัดผ่านอากาศมาถึงพอดี

ม่านพลังป้องกันเรือรบขนาดใหญ่แตกกระจายหมดสิ้น

เทพธนูทองดอกที่สามมีแสงเจิดจ้ายิงเข้าไปที่เรือซึ่งสูญเสียการป้องกันไปแล้ว

ปัง!

รัศมีแสงที่สว่างเจิดจ้ากว่าดวงอาทิตย์สว่างวาบทันที

ในขณะนั้นสายตาทุกคนพลันพร่ามัว แรงระเบิดที่น่ากลัวทำให้หูทุกคนอื้อทั้งไม่ได้ยินและมองอะไรไม่เห็นชั่วคราว

แรงระเบิดที่ปลดปล่อยออกมาเหมือนวายุพิโรธกวาดไปทั่วทุกทิศทาง ซากหักพังที่ใหญ่และหนักจากเรือล้อมตีขนาดยักษ์ถูกกวาดออกไปจากแรงระเบิดที่รุนแรง

แต่หลังจากแสงรัศมีแพรวพราวจางลงการมองเห็นของทุกคนก็ค่อยๆ ฟื้นกลับเป็นปกติ

เรือรบถูกทำลายเรียบเหลือไว้แต่กองไฟขนาดยักษ์ปรากฏในบริเวณใกล้เคียงไม่ถึง 1.5 กิโลเมตร

ฟู่...

เมื่อมีประกายนับไม่ถ้วนระเบิดออกเมื่อจู่ๆ กราบของเรือรบลำที่สองพุ่งออกจากเปลวไฟ เป็นเรือรบลำที่สอง! เรือรบนั้นไม่หลบและพุ่งเข้าหาเปลวไฟโดยตรง

และในตอนนั้นเองทุกคนก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นสีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปมาก

เรือรบขนาดใหญ่ทุกลำจะเต็มไปด้วยพลังระเบิดและเมื่อถูกกระแทกจะก่อให้เกิดการระเบิดขนาดใหญ่

โกวเฉิงเวิ่นเต้าวางแผนใช้เรือรบระเบิดเปิดทางผ่านซากหักไปไปได้!

‘เราต้องหยุดเขา!’

ทุกคนมีความคิดอย่างกันในหัวพวกเขาทันที  หลังจากการรบผ่านไปสองสามวัน  ทุกคนเข้าใจว่าถ้าไม่มีพื้นที่ซากหักพัง  พวกเขาจะไม่สามารถป้องกันได้นานและโกวเฉิงเวิ่นเต้ารู้ตรงจุดนี้ ดังนั้นเขาไม่ลังเลจะเสียสละเรือรบขนาดใหญ่สองสามลำเพื่อเปิดทางให้ใหญ่พอผ่านพื้นที่ซากหักพังได้

เพียงแค่นั้นกองกำลังของพวกเขาจะเดินหน้าต่อไปได้

เรือรบขนาดใหญ่ด้วยความใหญ่ของมันทำให้เลี้ยวกลับลำยาก  แต่ความเร็วของมันนับว่าไม่ช้าเลยแม้แต่น้อย

ปัง!

เรือรบลำที่สองที่อยู่ห่างไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรจากพื้นที่ซากหักพังเกิดระเบิด

หลังจากมีประสบการณ์แรกแล้ว  ปฏิกิริยาของทุกคนดีขึ้นทันที

อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายหนึ่งก็กล้าหาญ ขณะที่เรือรบด้านหลังรีบออกมาห่างจากเรือรบที่จะระเบิด

ระยะห่างระหว่างเรือรบถูกคำนวณไว้อย่างพิถีพิถันทำให้ทุกคนที่เห็นประจักษ์มองเห็นแผนการที่ละเอียดและบ้าระห่ำของโกวเฉิงเวิ่นเต้า

แม้จะมีทุกคนโจมตีอย่างบ้าคลั่ง  พื้นที่ที่สี่ก็เข้าสู่พื้นที่ปรักหักพังอีก

การระเบิดที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยแรงระเบิดที่ทรงพลังกวาดผ่านพื้นที่ซากหักพังจนโล่งทันที

อาเฮ่อห้ามบริวารของเขาไม่ให้โจมตี เขามองเรือรบที่กำลังเร่งผ่านเปลวเพลิงเหมือนแมงเม่า แรงระเบิดขนาดใหญ่และเพลิงที่โหมไหม้เป็นแนวยาว  เปลวไฟยังคงลุกโหมกราดเกรี้ยวและจากนั้นค่อยๆมอดลง

ถ้าแนวซากหักพังสูญเสียไปการรบที่ตามมาไม่ง่ายที่จะต่อสู้

เป็นไปตามที่โกวเฉิงเวิ่นเต้าคาด!

อาเฮ่อยืนอยู่บนซากหักพังชิ้นหนึ่งเขาอยู่ในชุดดำถือกระบี่ของเขาตัวตรงนัยน์ตากระจ่างจ้องมองกองทัพใหญ่ข้างหน้าเขา  และจากนั้นหันหลังและพากองกำลังของเขาถอย

******************

ห้องประชุมเต็มไปด้วยควัน

แผนที่ข้างหน้าปิงเต็มไปด้วยสัญลักษณ์และหัวลูกศร  หน้าไพ่ของเขาไม่ขยับเหมือนว่ากำลังคิดลึก

งานใหม่ของเซี่ยอวี่อันคือเป็นทูตรับสมัครทหารใหม่เป็นการสลับฉากช่วงสั้นๆและสถานการณ์การสู้รบที่รุนแรงยังไม่ลดลง ถ้าต้องกล่าวกันว่าที่ป้อมพิทักษ์สมุทรนั้นโกวเฉิงวิ่นเต้ามีความแข็งแกร่งมั่นใจในตนเองและดูแคลนพวกเขา  และตอนนี้เขาเห็นสถานการณ์ของตนเองชัด

สถานการณ์ของโกวเฉิงเวิ่นเต้าในตอนนี้เป็นเหมือนหมาป่าที่บาดเจ็บและไม่เพียงแต่ถอยไม่ได้ แต่เขายิ่งเพิ่มความบ้าระห่ำมากขึ้น เวลาที่โกวเฉิงเวิ่นเต้าพ่ายแพ้ต่อเนื่องทำให้เขาเสียเวลามากเกินไป  แต่ก็ทำให้โกวเฉิงเวิ่นเต้าสูญเสียภาระทั้งหมดของเขาด้วย

นอกจากเผาเรือตัวเองแล้ว  เขาไม่มีทางเลือกอื่น

การสู้รบที่จะตามมาจะเป็นการทดสอบอย่างเข้มงวดที่แท้จริง พวกเขาจำเป็นต้องต้อนรับการโจมตีอย่างดุดันของโกวเฉิงเวิ่นเต้าและเป็นการโจมตีที่ทุ่มเทสุดตัว!

สำหรับโกวเฉิงเวิ่นเต้าการโจมตีเช่นนั้นเป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับรูปแบบโจมตีของเขาที่สุดและยังไม่ถึงขั้นเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงของเขา

สำหรับพันธมิตรใต้  พวกเขาไม่มีทางเลือก ได้แต่รักษาแนวต้านไว้เนื่องจากพวกเขามีเปรียบที่พื้นที่ ใครบางคนแนะนำให้ถอย และวางแผนล่อให้ศัตรูล่วงลึกเข้ามา แต่ถูกปิงห้าม

ขวัญกำลังใจสงครามนองเลือดไม่เพียงแต่แนวรับต้องมั่นคง แต่ขวัญกำลังใจของพันธมิตรใต้ต้องมั่นคงด้วย กองทัพสัมพันธมิตรใต้ไม่ได้อ่อนแอต่อไปเหมือนอย่างที่เป็นมาในอดีตแล้ว  แม้ว่าความตั้งใจจะเอาชนะจะเป็นไปไม่ได้ก็ตามแต่ความสิ้นหวังที่พวกเขามีในใจก่อนนั้นก็หายไปด้วย  ถ้าพวกเขาต้องถอยในเวลาอย่างนั้นขวัญกำลังใจที่คิดจะสู้ก็ยากจะมั่นคง และพังทลายได้โดยเร็ว

ตอนนี่ทั้งสองฝ่ายต่างรีบพักหายใจเอาแรงเท่าที่พวกเขาสามารถทำได้  ใครก็ตามที่ละเลยก็จะพ่ายแพ้

สงครามเข้าสู่จุดสูงสุดจนได้

ไม่มีการเบี่ยงเบนไปจากที่ปิงคาดหวัง รายงานต่อเนื่องที่ส่งเข้ามาทำให้คนอื่นรู้สึกตกใจ

เขายังคงเงียบ  หน้าเหมือนไพ่ของเขาซ่อนอยู่หลังควันบุหรี่มองดูคลุมเครือ

เขาทรมานกับความเจ็บปวดที่คุ้นเคยในใจเขาทำให้เขาสั่นสะท้าน ไม่มีอะไรที่ทำให้ลูกผู้ชายคนหนึ่งต้องกังวลมากไปกว่าเห็นเหล่าสหายต้องจากไปคนแล้วคนเล่า  แต่ในฐานะที่เขาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดเขายังคงทำใจให้มั่นคง ดังนั้นเขาเห็นด้วยกับแผนของอูหม่าเทียนซึ่งในช่วงนี้เป็นแผนที่ดีที่สุด

เขาคิดถึงผู้บัญชาการคิดถึงอาซิ่น คิดถึงลั่วซือ คิดถึงใบหน้าที่คุ้นเคยทั้งหมดที่จางหายไปหลายไป

‘ข้ายังคงกังวลมากเกินไป’  ปิงหัวเราะเยาะตนเอง  ‘แรงกดดันเล็กน้อยนี้ทำให้ข้าเป็นแบบนี้’

‘ถ้าเพียงแต่ถังห้าวอยู่ที่นี่ในตอนนี้...’

จู่ๆปิงก็มีความคิดเช่นนี้

ทันใดนั้นสายใยความปั่นป่วนอย่างอธิบายไม่ถูกผุดขึ้นมาในใจของเขา

“เฮ้, ลุงปิง, ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ!”

เขาชะงักค้าง

‘สงสัยจะหูแว่วไปเอง’

‘ดูเหมือนว่าข้ากังวลมากเกินไป  ก็เลยมีอาการหูแว่ว’

‘เป็นเสียงที่แปลกประหลาดมาก  ถังห้าวแปลกไปตราบเท่าที่มีบางอย่างที่เขาไม่ชอบ เขาจะไปก่อเรื่องยุ่งยาก ข้าไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากไม่พบเห็นเขามาช่วงเวลาหนึ่งข้ายังมีความปรารถนาอยู่บ้าง’

‘พอเป็นพอ!  ข้ามัวแต่หวังจะเอาชนะเขามากไป  ข้าตกต่ำลงขนาดนี้เมื่อไหร่กัน?’

ปิงหัวเราะเย้ยหยันตนเอง  เขาพ่นบุหรี่เป็นวงอีกครั้ง ‘ข้าต้องกดดันมากเกินไปแน่  สงสัยต้องหาอาหารเสริมกินบ้างแล้ว’

‘เฮ้ย,ทำไมขุนพลวิญญาณต้องกินอาหารเสริมกับเขาด้วยเล่า?’

“เอ่, ทำไมไม่มีการตอบ?  เขาได้ยินข้าหรือเปล่า?  มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?  ตาแก่โบราณจากกองทัพกางเขนใต้ไม่น่าเชื่อถือเลย!  จบแล้ว จบแล้ว,แล้วข้าจะแก้เรื่องนี้ยังไงดี...”

เสียงบ่นที่คุ้นเคยพล่ามออกมาจนรับไม่ไหว

ปิงตะลึง,บุหรี่หลุดจากปากตกลงพื้น ประกายไฟกระจาย

จบบทที่ ตอนที่ 819 สุดยอดการรบ

คัดลอกลิงก์แล้ว