เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 790 ซุ่มจู่โจมยามราตรี

ตอนที่ 790 ซุ่มจู่โจมยามราตรี

ตอนที่ 790 ซุ่มจู่โจมยามราตรี


‘เกิดเรื่องบางอย่างขึ้นหรือ?’

จงหลีไป๋เงยหน้า  สีหน้าของเขาดุ

คนที่วิ่งเข้ามารายงานเป็นชายชราจากเมืองบูรพาอมตะ  ชายชรานั้นกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากรู้สึกเหมือนตาของเจ้านายที่กำลังจ้องมองเขาคล้ายกับหมาป่าที่เตรียมจะกลืนกินเขาได้ทั้งตัว  จงหลีไป๋รู้สึกไม่พอใจความสำเร็จของตนเอง  แต่ในสายตาของบริวารของเขาให้ความรู้สึกน่ากลัวเกินไป

ตามเส้นทางพวกเขาเหมือนกับพายุฤดูใบไม้ร่วงกวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นทั้งหมดถล่มที่มั่นภูเขาจนราบหมดทางสู้ พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากเนื่องจากพวกเขาหลายคนเคยสู้กับพวกโจรมาก่อน โจรที่น่าสงสารและดุร้ายยากจะรับมือได้ กลยุทธของพวกเขาดุดันและเหนียวแน่น พวกเขาจึงยากจะพ่ายแพ้ได้

การเปลี่ยนความภักดีของพวกเขาส่วนใหญ่เนื่องมาจากสถานการณ์บังคับ  แต่หลังจากอยู่กับจงหลี่ไป๋พวกเขาค่อยมีความรู้สึกจริงใจให้เขา

ความแข็งแกร่งจะได้รับการนับถือเสมอ

แม้ว่าพวกฝีมือดีต่างๆของเมืองบูรพาอมตะจะไม่เข้าใจว่าแม่ทัพทหารคืออะไร  แต่ชัยชนะของพวกเขามีมาอย่างตลอด การชนะสงครามหลังจากสู้ต่อเนื่องเป็นอาหารที่ดีที่สุดของพวกเขา  เมื่อลิ้มรสแล้วก็ไม่ต้องการจะหยุด

หัวหน้าของพวกเขาผู้ร้ายกาจต่อศัตรูความจริงกลับดีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา  และปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างยุติธรรม  ใครก็ตามที่ฝึกฝนเป็นอย่างดี  ใครก็ตามที่มีความสำเร็จสูงจะได้รับรางวัลมาก ด้วยวินัยที่เข้มงวดกับผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาและระบบรางวัลมากมายที่สนับสนุนให้พวกเขามุ่งมั่นจะทำผลงานให้ดีขึ้นโจรที่รวมตัวไม่ติดเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง

แม้แต่โจรที่ยอมแพ้ในเวลาต่อมาก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงไปด้วย  ส่วนใหญ่ของพวกเขาไม่สามารถจะใช้ชีวิตในเมืองได้อีกต่อไป  พวกเขาได้รับการปฏิบัติอย่างดี  แต่สำหรับคนหยิ่งและไม่จริงใจ  คนเจ้าเล่ห์ฉลาดแกมโกง  จงหลีไป๋จะตัดหัวทิ้งโดยไม่ลังเล

เจ้านายเป็นคนดุร้ายที่แม้เห็นแม่น้ำสายเลือดก็ยังไม่กระพริบตา แม้แต่โจรที่ขึ้นชื่อว่าดุร้ายและเจ้าเล่ห์ก็ยังตัวสั่นเป็นลูกแกะเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา

คนสอดแนมที่ถูกจงหลีไป๋มองดูถึงกับสั่น  และพูดขึ้นทันที  “มีใครบางคนที่ข้างนอกต้องการจะพบกับนายท่าน!”

“พบข้า?”  จงหลีไป๋หรี่ตา

“ขอรับ พวกเขาบอกว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อเจรจาธุรกิจกับสลัดภูผาบูรพาของเรา”

“ธุรกิจ?”  จงหลีไป๋พึมพำ เขารู้สึกได้ถึงความไม่ปกติ

เขาดึงทหารออกมาจากเมืองบูรพาอมตะและเพื่อไม่ให้เป็นที่ดึงดูดความสนใจ เขาปลอมกองกำลังทั้งหมดเป็นเหมือนโจรป่า และตั้งชื่อตัวเองเป็นโจรสลัดภูผาบูรพา

มักจะมีการสู้รบระหว่างโจรด้วยกันเสมอ  และไม่มีใครเชื่อมโยงพวกเขากับบุรุษหน้ากากผี

หลังจากยึดครองที่มั่นบนภูเขาแล้ว  ความแข็งแกร่งของพวกเขาเพิ่มขึ้นมาก  และชื่อของสลัดภูผาบูรพาก็เริ่มโด่งดัง  ทุกคนรู้เรื่องโจรที่แข็งแกร่งจู่ๆก็โผล่ออกมายึดฐานที่มั่นโจรป่าอื่น

“พวกเขาไม่ได้ระบุว่าเป็นธุรกิจอะไร”  คนสอดแนมพูดตามตรง

จงหลีไป๋แค่นเสียง  “อย่างนั้นเรามาดูกันว่าพวกเขาต้องการอะไร  ให้พวกเขาเข้ามา  ส่งคำสั่งไปที่หน่วยองครักษ์ใหญ่บอกทุกคนว่าเรากำลังต้อนรับอาคันตุกะชั้นสูง”

“อาคันตุกะชั้นสูง”  เขาพูดคำอย่างชัดเจน

หน่วยองครักษ์ใหญ่ทุกคนยืนรายล้อม รู้สึกได้ถึงความเคร่งครัดระเบียบวินัยมาจากร่างพวกเขา  พวกเขาชักอาวุธยืนประจำตำแหน่ง

หอประชุมกลับเงียบลง และรังสีฆ่าฟันสลายออกไป

จงหลีไป๋อยู่ต่อหน้าดาบทองและม้าของเขา หน่วยองครักษ์มือดีเป็นยอดฝีมือดีที่เขาเลือกมาเองจากคนเกินหมื่นคน

มีโจร 2500 คนอยู่ในหน่วยองครักษ์ใหญ่  พวกเขาเป็นแกนหลักของโจรสลัดภูผาบูรพา

นอกจากพวกเขาแล้วยังมีนักสู้ฝีมือดีจากตระกูลต่างๆ ของเมืองบูรพาอมตะ  นักสู้มือดีจากพวกโจร แต่พวกเขาส่วนใหญ่ถูกเลือกมาจากผู้ลี้ภัยธรรมดาในภูเขานี้  ผู้ลี้ภัยทั้งหมดเหล่านี้ไม่มีตำแหน่งอะไร  และเป็นคนที่ทำงานอย่างยากลำบากได้รับอาหารน้อย

จงหลีไป๋เลือกพวกเขาเป็นพิเศษ

พวกโจรหลายคนอยากหัวเราะเยาะจงหลีไป๋  คนลี้ภัยที่ไม่มีความแข็งแรงมากไม่ค่อยมีประโยชน์ และไม่มีแม้แต่คุณสมบัติจะเป็นกระสุนมนุษย์ด้วยซ้ำ

หน่วยองครักษ์ใหญ่ได้รับการปฏิบัติอย่างดีที่สุด  แต่ขณะเดียวกัน  ก็ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างยากลำบาก การฝึกฝนที่ทำให้โจรตื่นตะลึงไม่สามารถกระตุ้นการปฏิเสธจากหน่วยองครักษ์ใหญ่ได้

ไม่มีใครในพวกเขารู้ว่าการฝึกฝนประจำวันของพวกเขาและรูปแบบการต่อสู้เป็นกลยุทธที่เกี่ยวข้องกับกองทัพในตำนาน

แม้ว่าพวกเขาจะทำได้  พวกเขาก็ไม่สนใจ  เพราะตราบเท่าที่พวกเขาฝึกเสร็จ พวกเขาจะได้กินและไม่มีใครต้องอดอยาก  เทียบกับเป็นกรรมกรต่ำต้อยที่ไม่มีความหวังการฝึกจะมีอะไร? ทั้งหมดของผู้ลี้ภัยที่ต่ำต้อยล้วนเสี่ยงชีวิตฝึกฝนจนกระทั่งพวกเขาเป็นลม

พวกเขาอ่อนแอและไม่มีนิสัยชอบอวดโอ่ความแข็งแรง ดังนั้นพวกเขาไม่เคยปฏิเสธการตั้งกระบวนร่วมประสานที่ซับซ้อน

พวกเขาทุกคนเสี่ยงชีวิตฝึกฝนทำให้คนที่ดูพวกเขาถึงกับพูดไม่ออก  หน่วยองครักษ์ใหญ่ไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด  แต่พวกเขามีวินัยเคร่งครัดและเชื่อฟังคำสั่งมากที่สุด  และซื่อตรงมากที่สุดมีความจริงจังกับการฝึก พวกเขาเป็นคนที่ไม่กลัวตาย

ในศึกแรกหน่วยองครักษ์ใหญ่ตายไปหลายคนแต่จงหลี่ไป๋ให้รางวัลคนที่รอดอย่างดี ไม่ต้องใช้เวลามากกับการเติมจำนวนขาดให้เต็มเนื่องจากมีผู้ลี้ภัยนับไม่ถ้วนที่มองด้วยความอิจฉา  พวกเขาทุกคนด้อยปัญญาพยายามเข้าร่วมกับหน่วยองครักษ์ใหญ่

บุรุษที่อยู่ในฝุ่นไม่เคยลังเลเมื่อพวกเขาสามารถใช้ชีวิตที่เล็กน้อยและตกต่ำแลกเปลี่ยนความหวังที่จะได้เห็นแสงตะวัน

หลังจากผ่านต่อสู้สองสามศึก  หน่วยองครักษ์ใหญ่นี้เติบโตอย่างรวดเร็ว เหมือนดาบสมบัติที่เผยให้เห็นความมันวาวของมันเมื่อมันได้ดื่มเลือด  ทุกๆ ศึกที่อยู่ในสภาพยันกันจะถูกทำลายโดยพวกเขา

ดาบและกระบี่ของพวกเขามีอยู่มากมายและความตั้งใจฆ่าของพวกเขาก็แผ่กระจายไป

เกราะหลากสีสันผสมเข้าด้วยกันไม่เป็นเหตุให้นักสู้ฝีมือดีนี้สูญเสียบุคลิกของเขา  พวกเขาตบอกเชิดหน้า สีหน้าของพวกเขาเฉยเมย  พื้นที่ระหว่างพวกเขายืนไม่มีช่องว่างให้ดาบใดๆตัดผ่านได้

เงียบราวป่าช้า  แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความคุกคาม

เมื่ออาคันตุกะทั้งสามเผชิญหน้ากับกลุ่มนักสู้ฝีมือดี  หน้าของพวกเขาเปลี่ยน

*****************

เมืองม้าบิน

“มีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย”

สวี่เย่มีสีหน้าซับซ้อน

เนี่ยชิวหัวเราะ  “ข้าหวังว่าได้ข่าวดีจะดีกว่าและหวังว่าข่าวร้ายก็คงไม่ร้ายขนาดนั้น”

สวี่เย่ขบขันกับคำพูดของเนี่ยชิว  แต่ก็สลายยิ้มบนใบหน้าโดยเร็ว  “ข่าวดีก็คือนายท่านได้รับเรือพู่พลิ้วของตระกูลซู ฆ่าซูชิงและจับจี๋เจ๋อ”

“ท่าทางเหมือนกับเป็นเรื่องน่าทึ่ง”  เนี่ยชิวชม

“ไม่ใช่อย่างนั้น  นั่นเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก”  สวี่เย่จำได้ว่าเนี่ยชิวยังไม่คุ้นเคยกับแดนบาป  ‘มิน่าเล่าเขาถึงได้ใจเย็นนัก’  จากนั้นเขาอธิบายต่อ  “จี๋เจ๋อมีฉายาว่า ดาบพิศวงและเป็นคนโฉดชั้นหนึ่งระดับตำนานที่อยู่ในลำดับที่สามเป็นคนที่อายุเยาว์ที่สุดในกลุ่มนั้น เขาเป็นคนฉลาด  ข้าไม่คาดเลยว่าเขาจะถูกนายท่านจับเป็นเชลยครั้งนี้แดนบาปจะพบว่าเป็นเรื่องยากไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม”

“นั่นเป็นข่าวที่ดีจริงๆ”  เนี่ยชิวอดรู้สึกดีใจไม่ได้

จากนั้นสวี่เย่มีท่าทางขมขื่น  “ข่าวร้ายก็คือความตายสือซูชิงสร้างความตื่นตกใจให้กับตระกูลซู  พวกเขาต้องการล้างแค้นและจะออกมาไล่ล่าเรา ความตายของซูชิงคือเหตุผลให้พวกเขาทำเช่นนั้น  ความกังวลแต่เดิมของข้าก็คือสี่เมืองใหญ่จะตรวจสอบเรา  แต่ตอนนี้ ข้าคาดว่าตระกูลซูคงถือโอกาสออกหน้า”

“ข้าเข้าใจ”  เนี่ยชิวผงกศีรษะ“  เราจะต้องพบกับการโจมตีของศัตรูในไม่ช้า”

“ข้าเกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น”  ตาของสวี่เย่มีแววกังวลใจ  “การโจมตีของตระกูลซูจะต้องรุนแรงแน่นอน!”

ขณะนั้นสัญญาณเตือนเหมือนเสียงนกฮูกดังขึ้นทำลายความเงียบ

“การประเมินของเจ้าแม่นยำมาก”

เนี่ยชิวหัวเราะ และยืนขึ้นและออกไปเมื่อออกมาสวี่เย่ตะลึง

ที่พักตระกูลหลูในเมืองม้าบินมีแสงสว่างเจิดจ้า  และมนุษย์ทุกคนบินออกมา

“ทุกคนประจำตำแหน่ง!”

“เตรียมเผชิญหน้ากับศัตรู!”

บนกำแพงสูงของเมืองม้าบิน  มีร่างคนสี่คนยืนเคียงไหล่กวาดมองไปทั่วพื้นที่

“พวกมันเป็นมดแมลงจริงๆ”

คนที่สูงที่สุดยืนนิ่งกับที่มีเสียงเยือกเย็น  ฉินเจิ้น กวาดสายมองมองดูด้วยความโกรธ  เจ้าพวกมดแมลงที่อยู่ต่อหน้าเขาทำลายตระกูลฉินและทำให้งานที่เขาทำมาอย่างหนักในช่วงสองสามทศวรรษต้องพังครืน

ที่อยู่ข้างเขาเป็นชายชราที่ดูเหมือนชาวนา  หลูเซิงเซียง ประมุขตระกูลหลู เขามองดูเหมือนกับว่ามีอายุมากขึ้นถึงสิบปี  หน้าของเขาตอบบางขณะที่เขายังคงเงียบ

“ข้ายังรู้สึกว่าพวกเขาค่อนข้างเรียบร้อย”  คนที่พูดเป็นสุภาพสตรี  ผมของนางสีม่วงห้อยลงมาเหมือนงูจนถึงเอวอกของนางเต็มอวบอิ่มยั่วยวน ริมฝีปากแดงเข้มดวงตาสีฟ้าเย็นให้ความรู้สึกที่งดงาม

ซูเฟยอันดับ 36 ในทำเนียบนักสู้แดนบาป

คนสุดท้ายปกคลุมไปด้วยหมอกดำทั่วทั้งร่างทำให้เขามองดูเหมือนกับภูตผี อีกสามคนดูเหมือนจะกลัวเขา ยังรักษาระยะห่างจากเขาด้วยความนับถือ

ไม่มีใครรู้ชื่อของเขา แต่เขาเป็นคนมีชื่อเสียงผู้จัดการกับความตาย  และเป็นที่รู้จักกันดีไปทั่วแดนบาปในชื่อของทาสมรณะอยู่ในลำดับที่ 28 ในทำเนียบนักสู้แดนบาป เขาเป็นคนลึกลับมากนอกจากความจริงที่ว่าเขาฝึกมาทางด้านกฎตาย เรื่องอื่นไม่มีใครรู้เรื่อง เขามักเป็นคนเก็บตัวและยากจะออกมาภายนอก ไม่มีใครคาดเลยว่าตระกูลซูจะสามารถจ้างเขาได้

ตอนนี้เสียง ‘เอ๊ะ’ เบาๆ ดังมาจากหมอกดำที่หนาแน่น

ทั้งสามคนตกใจ ‘เขารู้สึกอะไรบางอย่างได้?’  พวกเขาเบนสายตาไปที่ลานบ้านตระกูลหลู

เนี่ยชิวนั่งอยู่เงียบๆ ข้างหน้าเขา  ดาบหยินวัฒนะลอยอยู่ข้างหน้าเขาโดยปลายกระบี่ชี้ลงพื้น เขาสามารถรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงที่ลึกลับมากกับมันทำให้เขารู้สึกแปลก  หลังจากตรวจสอบต่อเนื่อง  ความเข้าใจที่เขามีต่อกระบี่หยินวัฒนะก็มีเพิ่มมากขึ้นและลึกขึ้น  มันสามารถเสริมพลังของค่ายกลของเขา  และรู้คุณค่าของกระบี่

ความใจกว้างของถังเทียนทำให้เขาประหลาดใจอย่างแท้จริง

ในกลุ่มดาวราชสีห์สมบัติอย่างนั้นไม่มีทางมอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชากันง่ายๆ  แน่นอนแม้ว่าจะมอบให้ก็ยังไม่ถึงรอบคนอย่างเขา เพราะความหวังให้กำเนิดความทะเยอทะยาน เมื่อเขาออกจากกลุ่มดาวราชสีห์และกลายเป็นบริวารของถังเทียน  เขายังคงทำหลายอย่างด้วยความระมัดระวังไม่ว่าใครจะมองยังไง เขายังไม่นับว่าขึ้นตรงต่อถังเทียน

เขาเคยคิดว่าเป็นเรื่องดีพอที่ถังเทียนให้เขาควบคุมกองทัพมากพอจนเขาไม่ได้หวังว่ากองทัพของเขาจะได้รับการยกระดับไปเป็นกองทัพหลัก

แต่เขาไม่คาดเลยว่าไม่เพียงแต่นายท่านจะมอบหน่วยสุญญตาให้เขาดูแลเท่านั้น เขายังให้ความเชื่อใจและพื้นที่และกระบี่หยินวัฒนะสมบัติวิญญาณชิ้นหนึ่งกับเขา

การปฏิบัติเช่นนั้นเกินกว่าที่เขาคาดไปมาก

ในกลุ่มดาวราชสีห์  แม้ว่าทุกคนจะยกย่องเขาให้เป็นอัจฉริยะ แต่เขาไม่เคยได้รับการปฏิบัติอย่างให้ความสำคัญมากมาก่อน  แต่ภายใต้อำนาจของนายท่าน เขาในฐานะเป็นคนนอกมาก่อนกลับได้ควบคุมกองทัพสำคัญ ที่ได้รับความไว้วางใจและคาดหวังในตัวเขา แรงกดดันหนักนี้กลายเป็นพลังผลักดันเขาไม่มีที่สิ้นสุด

‘เมื่อคิดถึงวันคืนที่ถอนหายใจอย่างยากลำบากในการบรรลุเป้าหมายอย่างงดงามเพื่อให้เพลิดเพลินกับการสู้รบอย่างแท้จริง นั่นนับว่าโชคดีจริงๆ’

‘ชีวิตอย่างนั้น แค่นี้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว!’

ฝ่ามือของเนี่ยชิวจับอยู่บนกระบี่หยินวัฒนะ  คำพูดของเขาสงบ และไรผมที่หน้าผากของเขาขยับแม้ว่าจะไม่มีลมก็ตาม หน้าที่ซีดขาวของเขายังมีรอยยิ้มอ่อนโยน

‘มาเถอะ,ข้าจะสู้ในนามของนายของข้า!’

‘มาเถอะ, ข้าจะชนะในนามของนายข้า!’

จบบทที่ ตอนที่ 790 ซุ่มจู่โจมยามราตรี

คัดลอกลิงก์แล้ว