เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 765 เราจะพักอย่างสงบได้อย่างไร?

ตอนที่ 765 เราจะพักอย่างสงบได้อย่างไร?

ตอนที่ 765 เราจะพักอย่างสงบได้อย่างไร?


ถังเทียนได้ยินเสียงสั่นสะเทือนแต่ก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว แผ่นป้ายบรอนซ์ในมือของเขาก็หลุดมือและลอยขึ้นไปในท้องฟ้า

ทันใดนั้นแผ่นบรอนซ์นับไม่ถ้วนบินขึ้นมาจากทะเลสันติภาพและบินขึ้นไปในท้องฟ้า

แผ่นป้ายบรอนซ์ทั้งหมดบินขึ้นไปในท้องฟ้าและก่อตัวเป็นวิญญาณเงาดำ  ในพริบตาแม้แต่วิญญาณที่เป็นรูปเงาดำบินออกมาจากทุกมุมของทะเลสันติภาพขึ้นไปในท้องฟ้า ดูงามสง่ามาก

“กองทัพตกอยู่ในอันตราย จำเป็นต้องช่วยเหลือ!”

หนึ่งในวิญญาณนั้นร้องออกมา

เบื้องหลังเขาวิญญาณวีรชนอื่นทั้งหมดตะโกนออกมา “กองทัพดาวกางเขนใต้ จงก้าวไปข้างหน้า!”

วิญญาณวีรชนนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาในท้องฟ้าเหมือนกระแสน้ำหลาก มีม่านพลังที่มองไม่เห็นในท้องฟ้าที่เป็นเหมือนกำแพงเหล็กกั้นไว้  วิญญาณวีรชนปะทะเข้ากับผนังนั้น  แต่มันไม่ขยับออกไปแม้แต่นิ้วเดียว ป้ายบรอนซ์นับไม่ถ้วนแตกกระจายและร่วงลงในทะเลสันติภาพ

เป๊าะเป๊าะ เป๊าะ

ใต้ตัวถังเทียนดูเหมือนฝนกำลังตก  เขาก้มศีรษะมองดูก็เห็นว่าเป็นชิ้นส่วนป้ายบรอนซ์ที่ร่วงตกลงไปเหมือนสายฝน

แต่วิญญาณวีรชนยังคงมุ่งหน้าต่อไป

“กองทัพตกอยู่ในอันตราย  จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ!”

“กองทัพดาวกางเขนใต้  จงก้าวต่อไป!”

เสียงคำรามโกรธเกรี้ยวดังก้องไปทั้งทะเลสันติภาพ ร่างนับไม่ถ้วนเริ่มกระแทกม่านพลังอย่างรุนแรง  และแม้ยังมีป้ายบรอนซ์ที่แตกสลายร่วงลงมา  แต่ก็ยังมีวิญญาณลอยขึ้นมากระแทกเข้ากับท้องฟ้า

“กองทัพตกอยู่ในอันตราย  จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ!’

วิญญาณวีรชนอีกดวงหนึ่งสั่ง  มันคำรามและพุ่งตรงไปข้างหน้าเหมือนราชสีห์พิโรธ

สิ่งที่ตอบเขากลับเป็นเสียงคำราม  “กองทัพดาวกางเขนใต้ จงก้าวต่อไป!”

กลุ่มของวิญญาณวีรชนกลุ่มใหญ่พุ่งเข้าชนกับม่านพลังในท้องฟ้า

กระดูกของพวกเขาแตกและร่างของพวกเขาพังทลายและพวกเขาร่วงลงมาในทะเล

“กองทัพตกอยู่ในอันตราย  จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ!’

วิญญาณสตรีนางหนึ่งคร่ำครวญขึ้น นางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นขณะที่นางกระแทกเข้ากับม่านพลัง

เงาร่างนับไม่ถ้วนรวมตัวอยู่ด้านหลังนาง  “กองทัพดาวกางเขนใต้ จงก้าวต่อไป!”

“กองทัพตกอยู่ในอันตราย  จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ!”

“กองทัพดาวกางเขนใต้,  จงก้าวต่อไป!”

……

ถังเทียนมองดูด้วยความตกใจระคนสงสัยมองดูคลื่นวิญญาณระลอกแล้วระลอกเล่าปะทะใส่กับม่านพลัง  เขาไม่เข้าใจพวกเขาพยายามจะทำอะไร

หลังจากมีการปะทะนับครั้งไม่ถวน  วิญญาณวีรชนทุกดวงก็แตกสลายและร่วงลงสู่ทะเล

ทะเลสันติภาพกลับคืนสู่สันติภาพ

แผ่นป้ายบรอนซ์ที่แตกกระจายค่อยๆเข้ามารวมตัวกัน และก่อรวมกันเป็นแผ่นบรอนซ์ที่มีรอยแตกอยู่ในนั้นและลอยอยู่เหนือน้ำ

วิญญาณวีรชนดวงแล้วดวงเล่าลอยออกมาจากแผ่นบรอนซ์  ตลอดทั้งร่างพวกเขาเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว  เหมือนกับพวกเขาเป็นตุ๊กตากระเบื้องที่ถูกทุบแต่เอามาประกอบใหม่  และเมื่อถังเทียนมองดูวิญญาณนับไม่ถ้วนอีกครั้ง

ถังเทียนจำหนึ่งในวิญญาณวีรชนนั้นที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวนั้นได้  เขาคือวิญญาณดวงแรกที่พุ่งเข้าชนสนามพลัง  มีวิญญาณวีรชนมากมายนัก  แต่ไม่มีวิญญาณดวงใดที่มองเห็นถังเทียน

วิญญาณวีรชนทั้งหมดล้วนเงยหน้าขึ้นข้างบนกันหมด

“เป็นเวลาหมื่นปีแล้ว” เสียงของวิญญาณวีรชนดังออกมาจากทะเลสันติภาพ  “หมื่นปีเต็ม ศตวรรษแล้วศตวรรษเล่า  เราก็ยังออกไปไม่ได้  สงครามน่าจะจบไปนานแล้ว  ในช่วงหมื่นปีมานี้ ไม่มีวิญญาณดวงใหม่  กองทัพน่าจะตายไปนานแล้ว  สิ่งที่เราทำอยู่นี้ไม่มีความหมายอีกต่อไป”

วิญญาณวีรชนกลายเป็นเงียบสงบ

“แต่แล้วยังไงเล่า?  จะเป็นยังไงถ้ายังมีทหารสู้อยู่?  จะเป็นยังไงถ้ายังมีคนรอดอยู่?  จะเป็นยังไงถ้าพวกเขากำลังรอให้เราขึ้นมา? สำหรับคนตายแล้ว แค่นี้ก็คงพอแล้ว!”

ทันใดนั้นเขาคำรามขึ้น  “เมื่อไม่รู้ว่ากองทัพเรายังอยู่หรือตาย  เราจะพักอย่างสงบได้ยังไง!”

คำตอบที่เขาได้รับคือเสียงโห่ร้องที่สะท้านสะเทือนภูผา  “สู้!”

เขาหมุนตัวไปมองด้านบน  ตรงขึ้นไปบนโดมท้องฟ้า กางแขนหน้าที่มีรอยแตกของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเหลือเชื่อ “ร้อยปีต่อมาเราสามารถต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่สหายของเราอีก!”

คำตอบที่เขาได้รับคือวิญญาณวีรชนอื่นลอยขึ้นมาเคียงข้างเขา  และจากนั้นโห่ร้องดังสนั่นกึกก้องไปทั่วเหนือทะเลสีดำ  “สู้ สู้  สู้!”

“กองทัพดาวกางเขนใต้!”

เสียงโห่ร้องนับไม่ถ้วนได้รวมกันและสร้างเสียงสะท้อนกึกก้องอยู่เหนือทะเลสันติภาพ

“เดินหน้า!”  “เดินหน้า!” “เดินหน้า!”

ท้องฟ้าเต็มไปด้วยวิญญาณวีรชนบินขึ้นเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ  ราวกับว่าพวกเขาพยายามกู้คืนแผ่นดิน พวกเขาปะทะเข้ากับม่านพลังในท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง

ถังเทียนกำลังร้องไห้ทั้งน้ำมูกน้ำตาไหลเต็มหน้า  ดูเหมือนบางอย่างจะสะท้อนอยู่ในอกของเขา และเหมือนกับว่ามีบางอย่างกำลังเผาไหม้อยู่ในตัวเขา  ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและมีความหยิ่ง

แต่หลังจากหมื่นปีแล้วในทะเลสันติภาพที่ไม่มีใครรู้จัก  ดินแดนที่ทุกคนคิดว่ามีสันติสุขและความรัก   กลับมีการดิ้นรนต่อสู้ทุกๆ ร้อยปีทุ่มเททุกอย่างเพื่อการต่อสู้

‘นี่คือทหารของดาวกางเขนใต้หรือ?  ข้าคือผู้รับสืบทอดกองทัพดาวกางเขนใต้!’

‘จะให้ข้านั่งเฉยได้ยังไง?’

‘ต่อให้เป็นแค่ภาพลวงตา  ต่อให้ทั้งหมดนี้เป็นของปลอม ต่อให้พวกเขาทั้งหมดเป็นวิญญาณวีรชนผู้ตายแล้ว  ต่อให้พวกเขาทำสิ่งที่โง่ที่สุดก็ตาม’

‘ความศรัทธา  ความเชื่อมั่น มิตรภาพที่ลึกซึ้ง ความกล้าหาญความเสียสละนั้น   จะให้ข้าไม่ทำอะไรเลยได้ยังไง?’

ถังเทียนไม่รู้ว่าเขากำลังร้องไห้หรือว่ากำลังโห่ร้องกับพวกเขา  เขามีเพียงความคิดเดียว นั่นก็คือสู้!

เขารั้งหมัดออกและทะเลสันติภาพที่สงบเริ่มมีระลอก

มีแต่คนกล้าที่จะทุ่มเทเต็มที่แม้พวกเขาจะล้มเหลวหมดก็ตาม มีแต่คนกล้าที่ยังจะสานต่อความเชื่อปณิธานต่อสู้หลังจากตายแล้ว  มีแต่คนกล้าที่จะยึดถือความหวังเอาไว้ไม่ว่าเป็นหรือตายก็ตาม

มีแต่คนกล้าที่สามารถชนะได้

ตาของถังเทียนเต็มไปด้วยน้ำตา แสงรัศมีนับไม่ถ้วนจากทุกมุมทะเลสันติภาพมารวมกันที่หมัดของเขา

ประกายแสงแพรวพราวทำให้หมัดของถังเทียนสว่างขึ้น  ทะเลสันติภาพสีดำมองดูเหมือนดวงอาทิตย์ทันที

วิญญาณวีรชนนับไม่ถ้วนมองดูดวงอาทิตย์  พวกเขาเปลี่ยนเป็นเงาดำและบินเข้าหาดวงอาทิตย์

‘ข้าจะทำลายภาพลวงตาไร้ขอบเขตนี่ได้ไหม?’

ถังเทียนไม่รู้ว่าเขาสามารถทำได้ แต่เขารู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นจากกระดูกและวิญญาณและจิตใจนักสู้ของพวกเขาและความรู้สึกลึกถึงความหวังและการคาดหมายที่สะสมอยู่ในตัวพวกเขา

ตาของเขาเริ่มหลั่งน้ำตาอีกครั้ง

หมัดของถังเทียนยังคงรั้งกลับ รัศมีแสงแพรวพราวในหมัดขวาของเขาสว่างมากจนร่างของเขามองไม่เห็นอีกต่อไป

ทะเลสันติภาพมองดูเหมือนกำลังเดือดพล่านน้ำเริ่มปั่นป่วน  สายฟ้าแปลบปลาบวูบวาบ

การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้สะท้อนอยู่ในใจที่เป็นเหมือนแก้วกระจกของถังเทียนทั้งร่างเทพอสูรเปล่งรัศมีสว่างและดอกไม้น้ำเงินในมุทราหัตถ์เด็ดดอกไม้ลอยขึ้นมาและเปลี่ยนไปเป็นดอกไม้ที่น่าหลงใหลและงดงามซึ่งที่ส่องประกายบนท้องฟ้าเหมือนกับว่ากำลังเริงระบำและหมุนวน  เพลิงที่ลุกโหมของมุทราหมัดพิโรธเผาไหม้ด้วยพลังร้อนแรงมากยิ่งขึ้น  และเหมือนกับกลองศึก  ทุกครั้งที่รัวกลองศึก มันจะปล่อยพลังแสงสีแดง

ถังเทียนทุ่มเทสุดกำลัง  ไม่มียั้งพลังไว้แม้แต่น้อย

ลำแสงหมัดเทพเจ้ามีแสงอย่างน้อยสามสายบรรจบรวมเป็นหนึ่ง เปลี่ยนเป็นลำแสงหนาขนาดใหญ่ ขยายเข้าหาพื้นจนกระทั่งห่างจากพื้นสามนิ้วก่อนจะหยุดนิ่ง

‘แค่อีกนิด!  แค่อีกนิดเดียว...’

ขณะนั้นเองมีเสียงโห่ร้องดังอยู่ข้างหูของเขา

“ไม่รู้ว่ากองทัพเป็นหรือตายจะให้เราพักอย่างสงบได้ยังไง!”

วิญญาณวีรชนดวงแล้วดวงเล่าบินเข้ามาในร่างของถังเทียนเข้าไปอยู่สภาพจิตใจของเขาและเปลี่ยนจุดแสงเล็กๆ ระลอกคลื่นแสงพุ่งไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ พวกเขาโถมตัวเข้าไปในลำแสงต้นหมัดเทพเจ้าหยั่งลำต้นลง

เทียบกับลำแสงหมัดเทพเจ้าที่สง่างาม  พวกเขามีขนาดเท่าก้อนกรวด

แต่ยิ่งแสงที่เหมือนก้อนกรวดเข้ามาเพิ่มในลำแสงอย่างต่อเนื่อง

ลำแสงหลักของหมัดเทพเจ้าค่อยๆยืดยาวลงมา

ทันทีที่ลำแสงเทพเจ้าสัมผัสกับใจที่ใสเหมือนแก้วของถังเทียน  ตลอดทั้งตัวของถังเทียนสั่น  หน้าของเขาเต็มไปด้วยน้ำตา

นี่เป็นครั้งแรกที่ทำหมัดเทพเจ้าที่ไม่สมบูรณ์ให้สำเร็จได้  ทะเลสันติภาพที่วุ่นวายกลายเป็นราบเรียบราวกับว่ามือที่มองไม่เห็นกดทั่วทะเลทั้งหมดไว้

“ทำลายมันเพื่อข้า!”

ถังเทียนปล่อยหมัดขึ้นไปที่ม่านพลังในท้องฟ้า

มันแตกทำลาย

ทะเลสันติภาพที่ไร้ขอบเขตและสีดำแตกพังทลายและหายไป

ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเขาเริ่มแตกพังสลายเหมือนกับฟองน้ำและหายอย่างต่อเนื่อง

ถังเทียนรู้สึกว่าโลกหมุนรอบตัวเขา  สำนึกของเขาถูกดึงออกมาและก่อนที่เขาจะสูญเสียสำนึกไป เขาได้ยินเสียงโห่ร้องยินดีเลือนราง

หน้าของเขาที่เต็มไปด้วยน้ำตาอดยิ้มไม่ได้

*******************

เป็นฝันร้ายในเมืองบูรพาอมตะ  ถนนเงียบสนิทนี่เป็นช่วงเวลาที่พิเศษและไม่มีใครออกจากบ้านตอนกลางคืน

อิงอู๋ฟงมองดูบ้านที่อยู่ข้างหน้าเขาและลอบเข้าไปอย่างเงียบๆ

เขาทำงานในเส้นทางนี้มาหลายปีแล้ว  และฆ่าคนมีชื่อเสียงไปนับไม่ถ้วนและมีทักษะลอบสังหารเป็นอย่างดี เขามาถึงเมืองบูรพาอมตะเมื่อสองสามวันที่แล้ว  แต่ไม่ได้เคลื่อนไหว  และรวบรวมข้อมูลอย่างระมัดระวัง  การลอบสังหารใครบางคนอาจจะดูไม่ยาก  แต่เมื่อลงมือโจมตี  จะต้องเตรียมการอย่างเพียงพอยิ่งมือสังหารมีข้อมูลมาก ก็จะเตรียมการได้มาก

ไม่เพียงแต่จะทำให้ง่ายสำหรับเขาเท่านั้น  แต่ในกรณีล้มเหลว  เขาสามารถหลบหนีและรักษาชีวิตไว้ได้

ทุกคนมีชีวิตเดียว  เป้าหมายมีหนึ่งเดียว  และมือสังหารก็มีเพียงคนเดียว  ตราบใดที่เขายังรักษาชีวิตไว้ได้  เขายังมีโอกาสอื่น  เพราะการไล่ล่าตามฆ่าให้ได้ในครั้งเดียวยังเพิ่มอันตรายให้เขาเอง อิงอู๋ฟงไม่โง่พอจะทำเช่นนั้น

เขาได้รับข้อมูลที่มีค่า  ตัวอย่างเช่น ตระกูลต่างๆ ของเมืองบูรพาอมตะรับประกันให้กับบุรุษหน้ากากผีด้วยตนเอง  นี่เป็นปัญหาใหญ่ในตอนแรก  แต่โชคดีที่ไม่แย่จนเกินไป  และได้ยินว่ายอดฝีมือดีๆ ของตระกูลถูกบริวารของบุรุษหน้ากากผีดึงไปใช้งานและออกจากเมืองไปแล้ว

บุรุษหน้ากากผีมีเพียงสวี่เย่และสมาชิกของหน่วยสุญญตา

พลังของสวี่เย่ยังนับว่าต่ำยังไม่พอคุกคามอิงอู๋ฟงได้ และนอกจากนี้สวี่เย่ยังบาดเจ็บ  สมาชิกหน่วยสุญญตาอาจมีร่างกายคุณภาพดี  แต่ในสายตาของนักสู้ทรงพลังพลังต่อสู้ของพวกเขายังเล็กน้อย

ทั้งหมดนี้ไม่สำคัญ  วัตถุประสงค์ของอิงอู๋ฟงก็คือตรวจค้นหาถ้าบุรุษหน้ากากผีบาดเจ็บ นั่นเป็นจุดสำคัญที่สุด

นักสู้คนหนึ่งผู้สามารถสู้กับแขนและเคียวมัจจุราชและไม่ได้รับบาดเจ็บเป็นคนที่อิงอู๋เฟยจะยอมก้มหัวและหนีจากไป เพราะนั่นหมายความว่านักสู้ผู้นั้นเข้าใจพลังระดับสูงสุด

มีนักสู้น้อยกว่าห้าคนในทั่วแดนบาปผู้ก้าวเข้าสู่เขตแดนสนามพลังกฎธรรมชาติ  อิงอู๋เฟยรู้ว่าใครควรตอแย  ใครไม่ควรยุ่งด้วยและนักสู้เหล่านี้ไม่เคยถูกยั่วโมโห

ถ้าบุรุษหน้ากากผีได้รับบาดเจ็บ ก็หมายความว่าเขาอยู่ในระดับผิวกฎธรรมชาติขั้นสูงสุด และเพิ่งจะเริ่มเข้าสู่ระดับต่อไป

แม้ว่านักสู้ประเภทนี้จะทำให้อิงอู๋ฟงกลัวบ้างแต่ก็ยังมีโอกาสประสบผลสำเร็จ และการบาดเจ็บจากพลังสูงสุดก็ใช่ว่าจะฟื้นตัวกันได้ง่ายๆ

อิงอู๋เฟยเข้าใจเอาง่ายๆว่า บุรุษหน้ากากผีได้รับบาดเจ็บ!

เขาลอบเข้าไปในบ้านอย่างเงียบกริบ  สมาชิกหน่วยสุญญตาทุกคนน่าสนใจมาก แต่หน่วยคุ้มกันเหล่านี้ไม่มีอะไรสำหรับอิงอู๋ฟง

ในเวลาอันรวดเร็วเขาก็พบสถานที่ของบุรุษหน้ากากผี

ด้วยกระบี่หยินวัฒนะในมือของเขาเขาสามารถสงบจิตใจตนเองลง  กระบี่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายมากซึ่งเป็นอาวุธสำหรับลอบฆ่าอย่างสมบูรณ์แบบ  ด้วยกระบี่นี้พลังของเขาเพิ่มขึ้นอีกระดับ

ในระดับนี้การเพิ่มพลังให้เขามากขึ้นเป็นสิ่งที่น่ากลัว

เขาหรี่ตาและเตรียมเคลื่อนไหว

ทันใดนั้นที่อยู่ของบุรุษหน้ากากผีพลันมีแสงสว่างเจิดจ้า

จบบทที่ ตอนที่ 765 เราจะพักอย่างสงบได้อย่างไร?

คัดลอกลิงก์แล้ว