- หน้าแรก
- อัจฉริยะแกล้งโง่ ผมมองเห็นข้อมูลระดับพระเจ้า
- บทที่ 80 - การอ่านทางล่วงหน้า
บทที่ 80 - การอ่านทางล่วงหน้า
บทที่ 80 - การอ่านทางล่วงหน้า
บทที่ 80 - การอ่านทางล่วงหน้า
หลังจากทุกคนออกไป ในห้องก็เหลือเพียงหวงจี๋ หลินลี่ คาวาจิ และโซเฟีย
โซเฟียเดินไปหาหวงจี๋ ยื่นมือออกมาแล้วพูดว่า "ให้ฉันเก็บรักษาเอง"
หวงจี๋กล่าวว่า "อีกเดี๋ยวจะต้องสู้กัน คุณแน่ใจเหรอว่าจะเก็บไว้กับตัว?"
โซเฟียชะงัก ขมวดคิ้วถาม "หมายความว่ายังไง?"
หวงจี๋ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง แล้วพูดว่า "ตึกตรงข้ามชั้นสิบ หน้าต่างบานที่สี่นับจากซ้าย มีคนกำลังจ้องเราอยู่"
โซเฟียตกใจ รีบเข้าไปที่ริมหน้าต่าง อาศัยจังหวะที่ผ้าม่านบังอยู่ แอบมองลอดช่องว่างออกไป
"ไหน? ไม่เห็นมีอะไรเลย" เธอมองไม่เห็นความผิดปกติ
หวงจี๋กล่าวว่า "บนขอบหน้าต่างมีแจกันดอกไม้วางอยู่ใช่ไหม? บนแจกันมีลวดลายสีดำเยอะๆ"
"ใช่..." โซเฟียตอบ
"ลายสีดำนั่นคือเครื่องพรางตา ทำให้คุณแยกไม่ออกว่าบนนั้นมีรูอยู่รูหนึ่ง มีกล้องเล็งสอดผ่านรูนั้นเพื่อส่องดูพวกเราที่นี่ พวกคุณทุกคนที่เข้ามาในตึกนี้ ถูกเห็นหมดแล้ว" หวงจี๋กล่าว
โซเฟียพยายามหรี่ตามอง แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าในลวดลายสีดำของแจกันมีรูซ่อนอยู่จริงหรือไม่
"ฉันดูเอง!" คาวาจิหยิบกล้องส่องทางไกลออกมา ส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่าน
"จริงด้วย! บ้าเอ๊ย มันคือกล้องเล็งสไนเปอร์!"
ใบหน้าของคาวาจิซีดเผือดทันที โซเฟียรับกล้องมาส่องดูอย่างละเอียด ก็เห็นความผิดปกติเช่นกัน
"เป็นไปได้ยังไง? เราถูกจับตามองงั้นเหรอ?"
พวกเขายี่สิบกว่าคนถูกจับตามองพร้อมกันหมด นี่มันฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ชัดๆ
"หลินลี่ นายเล่าให้พวกเขาฟังเถอะ" หวงจี๋พูดจบ ก็เดินเข้าห้องนอนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
หลินลี่รีบเล่าเรื่องที่อิลลูมินาติรู้แต่แรกแล้วว่าเมสไซยาห์จะมารวมตัวกันที่ลอนดอนโดยอาศัยคอนเสิร์ต และทุกคนที่ไปลงชื่อในโปสเตอร์หน้าสนามกีฬาด้วยตัวเองล้วนถูกสะกดรอยตาม
"...เรื่องที่ไมเคิลคือทูตสวรรค์ก็ถูกเปิดโปงแล้วแน่นอน อิลลูมินาติหวังจะให้เขาตายเพราะใช้ยาเกินขนาด เลยบีบให้เขารีบมาลอนดอน เพื่อให้พี่ใหญ่ของผมรักษา"
"ฉู่เส้าจวินกับเหล่าหวังรู้เรื่องนี้ดี ที่เมื่อกี้ไม่พูด เพราะกลัวจะแหวกหญ้าให้งูตื่น จนหนอนบ่อนไส้รู้ตัว"
หลินลี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมสองคนนั้นถึงไว้ใจได้ แต่ในเมื่อหวงจี๋บอกว่าเล่าได้ เขาก็เล่าไปตามนั้น
คาวาจิเริ่มลนลาน เรื่องนี้มันกะทันหันเกินไป
โซเฟียพูดเสียงเครียด "งั้นแสดงว่าแมทซ์คงไม่รอดแล้ว..."
เธอหันไปมองหวงจี๋ "เส้าจวินพวกเขารู้อยู่แล้ว แต่ยังปล่อยให้คนอื่นออกไปหาแมทซ์? ถ้าหนอนบ่อนไส้อยู่ในกลุ่มนั้น ทุกคนก็ตกอยู่ในอันตรายสิ"
หวงจี๋เดินออกมากล่าวว่า "เดิมทีก็เป็นแบบนั้น ดังนั้นผมถึงให้เหล่าหวังทิ้งตัวนำยิ่งยวดไว้ให้ผม เพื่อให้เป้าหมายแรกที่ศัตรูจะลงมือคือพวกเรา"
"หนอนบ่อนไส้เมื่อกี้เห็นเหล่าหวังโยนตัวนำยิ่งยวดให้ผม เขาต้องรายงานอิลลูมินาติแน่นอน"
"คนอื่นแยกย้ายกันไปตามหาแมทซ์แบบตัวใครตัวมัน ในย่านชุมชนอิลลูมินาติจะพยายามไม่ลงมือ ดังนั้นความเป็นไปได้สูงสุดคือจัดการพวกเราก่อน แล้วค่อยรออยู่ที่นี่แบบเฝ้าตอรอระต่าย รอให้ทุกคนกลับมา แล้วจัดการทีเดียว"
"จากนั้นหนอนบ่อนไส้คนนั้นก็จะรอดชีวิต และหลังจากไมเคิลมาถึง เขาก็จะทำท่าทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไปร่วมประชุมที่เซฟเฮาส์ที่ไมเคิลจัดให้... เพื่อไปสมทบกับมังกรปีศาจและคนอื่นๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด"
โซเฟียเหงื่อเย็นไหลพราก รีบพูดว่า "งั้นเรารีบถอนตัวเถอะ ต้องมีคนรอดไปให้ได้"
หวงจี๋แย้ง "ถ้าเราหนีไปตอนนี้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่ดูเหมือนจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ก็แปลว่าเรารู้ตัวแล้วว่ามีหนอนบ่อนไส้ ถ้าอย่างนั้นเหล่าหวังกับเส้าจวินตายแน่ ตอนนี้รอบตัวพวกเขาแต่ละคนต้องมีคนสะกดรอยตามอยู่"
"ฉันไม่น่าให้ทุกคนแยกย้ายไปหาแมทซ์เลย... ตอนนี้ทุกคนกระจัดกระจายไปหมด..." โซเฟียโทษตัวเอง
หวงจี๋ปลอบ "การตัดสินใจของคุณถูกต้องแล้ว เราทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้"
"ที่ผมไม่ห้ามคุณ ก็เพราะผมอยากใช้โอกาสนี้กระชากหน้ากากหนอนบ่อนไส้"
"ไม่ผิดจากที่คาด เขาคงโทรบอกคนของอิลลูมินาติแล้วว่า ตัวนำยิ่งยวดอยู่ที่นี่"
เหตุผลสำคัญที่อิลลูมินาติยังไม่ลงมือ ก็เพราะยังหาตัวนำยิ่งยวดไม่เจอ
การฆ่าลูกกระจ๊อก ฆ่าล้างบางเมสไซยาห์ สำหรับอิลลูมินาติไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย ที่สำคัญคือตัวนำยิ่งยวด
หนอนบ่อนไส้ยืนยันแล้วว่าตัวนำยิ่งยวดเข้าที่แล้ว อิลลูมินาติก็ย่อมลงมือได้
พูดจบ หวงจี๋ก็ห้ามไม่ให้โซเฟียออกจากห้อง
"อย่าออกไป ทางเดินมีกล้องวงจรปิด รอพวกมันเข้ามาก็พอ"
โซเฟียจ้องหวงจี๋ "คุณจะปะทะกับคนของอิลลูมินาติซึ่งๆ หน้าเหรอ?"
"หน่วยรบของอิลลูมินาติล้วนฝึกมาอย่างดี อุปกรณ์ครบครัน คนที่ส่งมาฆ่าเราไม่เป็นทหารรับจ้างระดับท็อป ก็ต้องเป็นนักฆ่าที่พวกเขาเลี้ยงดูมา"
"ถ้าเป็นอย่างแรกเรายังพอมีทางสู้ แต่ถ้าเป็นนักฆ่าที่พวกเขาฝึกมาโดยเฉพาะ พวกเราไม่มีทางรอดแน่"
หวงจี๋พูดอย่างสงบนิ่ง "เชื่อผมเถอะ อิลลูมินาติไม่ได้เห็นพวกคุณอยู่ในสายตาเลย..."
"พวกเขาจะไม่ให้ความสำคัญกับการล้อมปราบครั้งนี้ ในเมื่อมีหนอนบ่อนไส้คอยชี้เป้า แค่ส่งทีมทหารรับจ้างกระจอกๆ มาทีมหนึ่งก็เก็บพวกคุณได้หมดแล้ว..."
โซเฟียพูดไม่ออก คาวาจิรับความจริงไม่ค่อยได้ "คุณพูดตรงเกินไปแล้ว"
"มีแต่อุดมการณ์มันกินไม่ได้ ต้องยอมรับความจริงอย่างชัดเจน มัวแต่เศร้าโศกก็ไม่มีประโยชน์ ต้องพยายามหาทางรอดอย่างไม่ลดละ"
หวงจี๋พูดไปพลาง ใช้งานแล็ปท็อปที่ฉู่เส้าจวินทิ้งไว้ เชื่อมต่อเครือข่ายของอพาร์ตเมนต์ แล้วเจาะระบบกล้องวงจรปิดอย่างง่ายดาย
นิ้วเคาะแป้นพิมพ์เบาๆ หน้าจอก็แสดงภาพกล้องวงจรปิดทุกชั้น
ไม่นานเขาก็ตัดต่อคลิปวิดีโอช่วงหนึ่ง แล้วเอาไปวนลูปทับภาพกล้องวงจรปิดของทางเดินชั้นแปด
นี่เป็นวิชาที่เขาเรียนมาจากเจิ้งเซวียน พอได้เจอกับฉู่เส้าจวิน ฝีมือเขาก็พัฒนาไปจนติดท็อป 5 ในเมสไซยาห์ได้สบายๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ไฟร์วอลล์ทุกชนิด สำหรับเขาก็เหมือนประตูที่ไม่ได้ล็อก
ความสามารถในการเจาะระบบและมองทะลุการปลอมแปลงของเขานั้นไร้เทียมทานอยู่แล้ว
เมสไซยาห์มีอะไรไม่เยอะ แต่แฮกเกอร์เยอะมาก โซเฟียไม่ได้แปลกใจในฝีมือคอมพิวเตอร์ของเขา แต่แปลกใจวิชาปลอมแปลงโฉมหน้าของหวงจี๋มากกว่า
หวงจี๋เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้พอจัดการกล้องเสร็จ ก็เริ่มจัดการใบหน้า ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นอีกคน
"คุณจะทำอะไร?" คาวาจิถาม
หวงจี๋ตอบ "ลอบกัดไง พวกเราแทบไม่มีอาวุธ... มีกาวไหม?"
คาวาจิตอบตามสัญชาตญาณ "ไม่มีปืน พวกเรา... อะไรนะ? คุณเอากาว?"
เขานึกว่าจะถามหาปืน เขากับโซเฟียไม่มีปืนพกพอดี แต่หวงจี๋ดันถามหากาว?
หลินลี่กลับลงมือทันที ค้นหาในห้อง ไม่นานก็เจอกาว
หวงจี๋ถือกาวกับมีดทำครัว เปิดประตูออกไปที่ทางเดิน เริ่มสลับหมายเลขห้อง
หลินลี่เห็นดังนั้น ก็ตามออกไปช่วย
เห็นหวงจี๋กับหลินลี่ สลับป้ายเลขห้องของสองฝั่งทางเดิน
801 803 805... สลับกับฝั่งตรงข้ามที่เป็น 802 804 806 สลับเสร็จแล้วดูแนบเนียนไม่มีพิรุธ
พวกเขาเดิมทีพักอยู่ห้อง 801 ตอนนี้กลายเป็น 802
โซเฟียไม่วางใจ "แบบนี้จะหลอกคนของอิลลูมินาติได้เหรอ? คุณล้อเล่นหรือเปล่า? พวกเขาจะไม่รู้ทิศทางเชียวเหรอ?"
"พวกเขาไม่ใช่คนที่พักอยู่ที่นี่ พอออกจากลิฟต์ พวกเขาต้องเชื่อเลขห้องมากกว่าเชื่อสัญชาตญาณเรื่องทิศทาง ในสายตาพวกเขา พวกเราไม่ได้ออกจากห้องเลย เลขห้องจะเปลี่ยนไปได้ยังไง?" หวงจี๋กล่าว
โซเฟียขมวดคิ้ว "แต่ว่า..."
"มั่นใจหน่อย ลิ่วล้อของอิลลูมินาติก็เป็นคน เดี๋ยวผมจะมอบเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเชื่อว่า 'เลขห้องไม่มีปัญหา' ให้เอง" หวงจี๋ยิ้ม
ทำทุกอย่างเสร็จ หวงจี๋ก็กลับเข้ามาในห้อง ปล่อยให้ระบบวนลูปกล้องวงจรปิดทำงานต่อไปตามปกติ
เวลาที่เหลือ คือการรอคอย!
เวลาผ่านไปทีละวินาที โซเฟียและคนอื่นๆ กระวนกระวายใจ จ้องมองไปที่ประตู รู้สึกเหมือนจะมีคนบุกเข้ามาฆ่าแกงได้ทุกเมื่อ
หวงจี๋กลับนิ่งมาก สิบกว่านาทีให้หลัง เขาถึงเห็นชายใส่สูทสวมแว่นกันแดดสองคน เดินตรงเข้ามาในลิฟต์
พวกเขาขึ้นมาถึงชั้นแปดอย่างเงียบเชียบ และทำสัญญาณมือใส่กล้องวงจรปิดตรงทางเดิน
มือขวาทำท่า 'OK' วางไว้ที่ตาขวา นิ้วโป้งกับนิ้วชี้คล้องกันเหมือนหัวนก ครอบดวงตาขวาไว้ นี่คือสัญลักษณ์มือ 'ดวงตาที่มองเห็นทุกสิ่ง'
ทันใดนั้น ภาพจากกล้องวงจรปิดตรงทางเดินก็ดับวูบ ถูกปิดไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าในห้องควบคุมมีคนของพวกเขาอยู่ ตอนนี้คงกำลังลบข้อมูลกล้อง
"สองคนนี้แหละ! พวกเขาอยู่ข้างนอก!" คาวาจิกระซิบเสียงต่ำ
หวงจี๋พับหน้าจอแล็ปท็อป ส่งสัญญาณให้คนอื่นหลบไป ส่วนตัวเองเดินตรงไปที่ประตู
โซเฟียและคนอื่นๆ แทบบ้า นี่จะทำอะไร?
แต่ก็นึกขึ้นได้ทันทีว่า หวงจี๋เปลี่ยนหน้าและเปลี่ยนชุดแล้ว สองคนข้างนอกจำเขาไม่ได้
หวงจี๋หยิบกล่องรองเท้าเปล่าจากตู้เก็บรองเท้าตรงทางเข้าอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วหยิบแจกันใบหนึ่งใส่เข้าไปในกล่อง หนีบไว้ใต้รักแร้
เขาหนีบกล่องรองเท้าด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือถือโทรศัพท์แนบหู บิดลูกบิดประตูเปิดเดินออกไป แล้วใช้เท้าดันประตูปิดตามหลัง!
กระบวนการทั้งหมดลื่นไหลเป็นธรรมชาติ สีหน้าผ่อนคลาย เหมือนคนกำลังจะออกไปทำงาน
เขาพูดด้วยสำเนียงลอนดอนแท้ๆ ว่า "คุณบอกโค้ชให้รอผมแป๊บหนึ่ง ผมเพิ่งเอารองเท้าออกมา กำลังจะไปถึง"
หวงจี๋พูดไปพลาง กดวางสายไปพลาง พร้อมกับเช็คว่าประตูปิดสนิทดีหรือยัง จากนั้นก็ขยับท่าทางหนีบกล่องรองเท้าให้ถนัดขึ้น เดินสวนไปหาชายสวมแว่นกันแดดสองคนนั้น
"ไฮ!" หวงจี๋ทักทายทั้งสองคน
ชายสวมแว่นกันแดดสองคนหลีกทางให้ หวงจี๋เดินสวนผ่านพวกเขาไปอย่างสบายอารมณ์
หนึ่งในชายสวมแว่นกันแดดมองดูป้ายห้อง '802' ที่หวงจี๋เพิ่งเดินออกมา แล้วหันไปมองห้อง '801' ฝั่งตรงข้าม จากนั้นก็พยักหน้าให้เพื่อน เป็นสัญญาณว่าห้องนี้แหละ
นี่เป็นการตัดสินใจโดยสัญชาตญาณ พวกเขามาหาห้อง 801 และห้อง 802 ก็มี 'คนแปลกหน้า' อาศัยอยู่จริงๆ
การตัดสินใจเลือกห้องเป้าหมายเกิดขึ้นในระดับจิตใต้สำนึก โดยไม่ได้คิดไตร่ตรองอะไรมาก
ทั้งสองยืนอยู่ที่หน้าห้อง '801' มือจับปืนที่เอว หันมองแผ่นหลังของหวงจี๋ รอให้คนผ่านทางคนนี้เดินไปก่อน
เห็นหวงจี๋เลี้ยวลงบันได เดินลงไปโดยไม่หันกลับมามอง
"ปัง!" ไม่กี่วินาทีต่อมา ชายสวมแว่นกันแดดสองคนก็ถีบประตูห้อง '801' เปิดออก แล้วชักปืนพุ่งเข้าไปดั่งสายฟ้า
พวกเขาบุกเข้าไป แต่กลับพบว่าข้างในว่างเปล่า ไม่มีคนอยู่เลย เป็นห้องร้าง!
มองดูหน้าต่างที่ไม่มีอะไรบดบัง และทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ก็รู้ทันทีว่าบุกผิดห้อง
"ข้างหลัง!" คนที่บุกเข้าไปก่อนรีบตะโกน
แต่ก็ได้ยินเสียงเพื่อนข้างหลังร้องอึก เหมือนโดนทุบอย่างแรง!
ตามมาด้วยเสียง ปุ้ก กระสุนเฉี่ยวหูเขาไป
"แย่แล้ว!" ชายสวมแว่นกันแดดคนหน้า ปฏิกิริยาว่องไว ย่อตัวม้วนตัวกลับหลังอย่างคล่องแคล่ว พร้อมหันกลับไปมอง สะบัดมือยิงสวนทันที!
ทว่า กระสุนนัดนั้นกลับเจาะเข้าหัวของเพื่อนตัวเอง
หวงจี๋อาศัยจังหวะที่เขาสะบัดปืนเล็งมาที่ตัวเอง จับร่างของเพื่อนที่ถูกลอบโจมตีจนมึนงงเหวี่ยงมารับกระสุน
ทำให้ชายสวมแว่นกันแดดยิงเพื่อนตายในนัดเดียว
ทันใดนั้นหวงจี๋ก็พุ่งออกมาจากหลังศพ ขว้างกล่องรองเท้าใส่แขนของอีกฝ่ายอย่างแรง
"อึก!" มุมแหลมของกล่องรองเท้าที่หนักพอประมาณกระแทกเข้าที่แขนของชายใส่สูท ทำให้แขนเขาทั้งข้างชาหนึบ ปืนเกือบหลุดมือ!
แต่เขาก็ยังกำปืนไว้ได้ มือสั่นระริกพยายามประคองปืนให้มั่น ถอยหลังกรูด พร้อมเล็งปืนไปที่หวงจี๋ที่พุ่งเข้ามา
"บ้าเอ๊ย!" ชายสวมแว่นกันแดดพยายามเหนี่ยวไก แต่พบว่านิ้วไม่มีแรง
เขารีบเปลี่ยนปืนมาถือมือซ้าย ยิงใส่หวงจี๋หนึ่งนัด
แต่หวงจี๋เหมือนรู้อนาคต โยกตัวไปทางซ้ายก้าวหนึ่ง หลบกระสุนนัดนั้นได้อย่างเฉียดฉิว
"?" สมองของชายสวมแว่นกันแดดกระตุกไปวูบหนึ่ง แต่ยังคงรักษาสติ ยิงซ้ำอีกนัด
ใครจะนึกว่าหวงจี๋พอโยกซ้ายเสร็จ จู่ๆ ก็หักหลบไปทางขวา กระสุนพุ่งผ่านข้างลำตัวเขาไป
"??" ชายสวมแว่นกันแดดตาเบิกกว้าง ยิงอีกนัด
เห็นหวงจี๋ฉีกตัวออกไปก้าวครึ่ง แล้วหยุดกึก กระสุนบินผ่านหน้าเขาไป
"???" ชายสวมแว่นกันแดดรู้สึกถึงความซวยที่กำลังจะมาเยือน รอบนี้เขาจงใจชะงักนิดหนึ่ง กะจะรอให้หวงจี๋ขยับก่อน
แต่หวงจี๋ไม่ขยับแล้ว!
เขาพุ่งตรงเข้าใส่ชายสวมแว่นกันแดดดื้อๆ อาศัยจังหวะนี้ประชิดตัว!
"ฟัค!" ชายสวมแว่นกันแดดยิงรัวสองนัด แต่รอบนี้ หวงจี๋ไม่หลบเลย เพราะสองนัดนี้ชายสวมแว่นกันแดดยิงไม่โดนอยู่แล้ว
นัดหนึ่งชายสวมแว่นกันแดดอ่านทางหวงจี๋ล่วงหน้า... ยิงว่าว
อีกนัดชายสวมแว่นกันแดดสติหลุด คุมปืนไม่อยู่เลยยิงเป๋
ภายใต้สเต็ปเท้าพริ้วไหวที่คาดเดาไม่ได้ของหวงจี๋ ทหารรับจ้างมืออาชีพอย่างชายสวมแว่นกันแดด กลับยิงพลาดติดต่อกันถึงห้านัด!
แม้จะเพราะใช้มือซ้ายยิงเลยไม่แม่นนัก แต่ระยะใกล้ขนาดนี้ ก็ไม่น่าจะยิงไม่โดนสักนัดสิ!
ชายสวมแว่นกันแดดหน้าซีดเผือด ไม่เข้าใจเลยว่านี่มันการเดินแบบงูเลื้อยบ้าบออะไร
"เป็นไปได้ไง? หมอนี่หลบกระสุนได้?" นี่คือความคิดสุดท้ายของเขา
"ฟึ่บ!" หวงจี๋ประชิดถึงตัว สองมือยันพื้น สองขาอาศัยแรงส่งถีบเฉียงขึ้นบน เป็นลูกถีบเสยรูปตัว 'V'
"ผัวะ!" คางของชายสวมแว่นกันแดดถูกถีบแตกละเอียด เลือดและเศษฟันพุ่งกระฉูดออกจากปาก แว่นกันแดดกระเด็นหายไปไหนไม่รู้
โดนลูกนี้เข้าไป ร่างเขาลอยละลิ่วไปสองเมตร สลบเหมือดคาที่ กองอยู่กับพื้น
หวงจี๋ลุกขึ้นยืน ดึงกระดาษทิชชูมาสองแผ่นเช็ดเลือดบนรองเท้า แล้วเดินกลับไปเคาะประตูห้อง 801 ของจริง
หลินลี่และคนอื่นออกมาเห็นภาพนี้ ถึงกับเดาะลิ้น
โซเฟียม้องหน้าเด็กใหม่อย่างอึ้งๆ นี่คือหมอ? เขาควรจะไปอยู่หน่วยรบสิ!
เธอกำลังจะพูดอะไร แต่ก็เห็นหวงจี๋ทำท่า 'จุ๊ๆ'
หวงจี๋ถาม "เกิดอะไรขึ้น? ทำไมมีคนจะฆ่าเรา?"
หลินลี่รีบรับมุก "นี่คงเป็นคนของอิลลูมินาติมั้ง? ดูซิว่าในตัวมีอะไร?"
หวงจี๋เข้าไปค้นตัว โยนปืนเก็บเสียงสองกระบอกให้หลินลี่ก่อน แล้วค้นเจอโทรศัพท์พูดว่า "บนเลนส์กล้องมือถือพวกมันมีตราประทับดวงตาที่มองเห็นทุกสิ่ง!"
"อิลลูมินาติจริงๆ ด้วย" หลินลี่กล่าว
หวงจี๋หันไปถาม "โซเฟีย ทำไมผมเพิ่งเข้ากลุ่ม ก็เจอเรื่องแบบนี้ ไหนบอกว่าที่นี่ปลอดภัยมากไง?"
โซเฟียอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็ตั้งสติได้ตอบว่า "ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะนายที่เป็นเด็กใหม่เดินทางมาแล้วเปิดเผยร่องรอยหรอกนะ?"
หวงจี๋ยกนิ้วโป้งให้ แล้วพูดต่อว่า "ไม่น่าใช่นะ! สายของอิลลูมินาติเยอะขนาดนี้เลยเหรอ? ผมระวังตัวมากแล้วนะ"
โซเฟียกล่าว "มีแค่สองคน น่าจะเป็นแค่สายในพื้นที่... ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว เปลี่ยนที่กันเถอะ แล้วรีบออกจากลอนดอน!"
"ชู่ว! เงียบก่อน!" หวงจี๋พูดจบ ก็ดึงหูฟังของชายสวมแว่นกันแดดทั้งสองออก แล้วเหยียบทำลาย
จากนั้น หวงจี๋ก็ลากชายสวมแว่นกันแดดที่สลบอยู่ กลับเข้าไปในห้อง
"หลินลี่ กางร่ม!"
"ครับ!" หลินลี่รีบหยิบร่มจากตรงทางเดินเข้าห้องมากาง แล้วเดินตามหลังไป
ท่ามกลางสายตางุนงงของทุกคน หวงจี๋ลากชายสวมแว่นกันแดดไปที่หน้าต่าง เขาเปิดมุมผ้าม่านออกนิดหนึ่ง ให้หัวของชายสวมแว่นกันแดดโผล่ออกไปหน่อยเดียว ให้เห็นแค่ครึ่งตา
"ปุ้ก!" กระสุนนัดหนึ่งเจาะเข้าหัวอย่างแม่นยำ
หัวที่ถูกยิงระเบิด เลือดสาดกระจายใส่ร่มที่กางรออยู่ข้างๆ
หวงจี๋ยืนอยู่หลังร่ม ปล่อยมือจากศพ ไม่มองกองเลือด ขมวดคิ้วเดินออกมา
...
[จบแล้ว]