- หน้าแรก
- อัจฉริยะแกล้งโง่ ผมมองเห็นข้อมูลระดับพระเจ้า
- บทที่ 43 - ปล้นครั้งเดียวไม่เคยพอ
บทที่ 43 - ปล้นครั้งเดียวไม่เคยพอ
บทที่ 43 - ปล้นครั้งเดียวไม่เคยพอ
บทที่ 43 - ปล้นครั้งเดียวไม่เคยพอ
"เชี่ย! ลูกพี่โคตรเจ๋งเลย ทำได้ไงวะเนี่ย? ใช้เปลือกส้มปลดล็อก?"
จางจวิ้นเหว่ยขับรถไปพลางร้องอุทานด้วยความทึ่ง
ขณะเดียวกันที่เบาะหลัง หลินลี่เปิดกระเป๋าเงินเตรียมจะนับจำนวน แต่เหล่าหวังคว้าไปถือไว้เอง ลองชั่งน้ำหนักในมือแล้วพูดโพล่งออกมาว่า "ประมาณห้าแสน"
จากนั้นเขาก็อธิบายแทนหวงจี๋ว่า "ส้มสดๆ ที่เพิ่งปอกเปลือกจะมีความชื้นและกรดสูง เป็นตัวนำไฟฟ้าชั้นยอด วัตถุที่นำไฟฟ้าได้ทุกชนิดสามารถทำปฏิกิริยากับสารเคลือบนำไฟฟ้าในจอสัมผัสหรือเซนเซอร์ได้ ถึงตัวคนจะมีประจุไฟฟ้า แต่จริงๆ แล้วเปลือกส้มสดเหนี่ยวนำได้ดีกว่านิ้วมือเสียอีก"
"กุญแจสำคัญอยู่ที่การระบุตัวตน เสี่ยวฮวา... ลายที่นายวาดบนเปลือกส้ม หรือว่าจะเป็น..."
หวงจี๋พยักหน้า "ลายนิ้วมือของหมอนั่น"
"เชี่ย!" จางจวิ้นเหว่ยกับคนอื่นๆ อ้าปากค้าง
เหล่าหวังถามด้วยความตกตะลึง "นายวาดลายนิ้วมือลงบนเปลือกส้มได้จริงๆ เหรอ?"
"ตอนที่ผมตามเข้าไป ผมคุยกับเขาอยู่พักหนึ่ง เลยสบโอกาสจำลายนิ้วมือเขามา" หวงจี๋ตอบ
ทุกคนกลืนน้ำลายเอือก รู้สึกว่านี่มันเหนือชั้นกว่าจอมโจรในหนังเสียอีก
ในหนังอย่างมากก็ใช้แผ่นลอกลาย หรือถ้าลูกทุ่งหน่อยก็ใช้เทปใส
แต่หวงจี๋ใช้แค่เปลือกส้ม! แล้วใช้วิธีจำลายนิ้วมือด้วยตาเปล่า ก่อนจะวาดมันขึ้นมาสดๆ!
เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่คนฟังรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อสุดๆ
"ลายนิ้วมือซับซ้อนขนาดนั้น นายจำได้ยังไง?"
หวงจี๋ตอบเรียบๆ "ไม่ต้องจำเยอะหรอก จำแค่ส่วนที่เป็นก้นหอยตรงปลายนิ้วก็พอแล้ว"
"นี่สินะจอมโจรระดับอินเตอร์ของจริง... โหดสัส..." เสี่ยวจาตาลุกวาว
จางจวิ้นเหว่ยตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น รู้สึกว่าโคตรเท่ นั่งกินส้มคุยเล่นกันชิลๆ แป๊บเดียวก็ได้เงินมาแล้ว
สมกับที่บอกว่ามา 'เบิกเงิน' จริงๆ
หวงจี๋ดูนิ่งมาก เขาถอดซิมการ์ดโทรศัพท์ออกแล้วโยนทิ้งไป
เหล่าหวังเห็นดังนั้นก็ถามขึ้น "จริงสิ เรื่องหลอกส่งข้อความผมพอเข้าใจ ปกติทำเรื่องแบบนี้ต้องใช้ซิมใหม่ พอส่งข้อความพูดถึงการซื้อขาย อีกฝ่ายที่เป็นคนแปลกหน้าก็ต้องเข้าใจผิดคิดว่าข้างบนเกิดเรื่องแน่ๆ"
"แต่ปัญหาก็คือ นายรู้เบอร์มือถือหมอนั่นได้ยังไง?"
หวงจี๋ตอบ "ในมือถือของไอ้หนุ่มชุดสูทมีบันทึกการโทรอยู่ ผมแกล้งเมาเดินไปชนแล้วแย่งมือถือมาดูแวบหนึ่ง โดนถีบมาสองทีก็เพราะเรื่องนี้แหละ ลายนิ้วมือก็เห็นจากหน้าจอมือถือตอนนั้นเหมือนกัน"
เวลาสั้นๆ แค่นั้นยังจำได้ ความจำระดับปีศาจชัดๆ
ทุกคนต่างทึ่งในความสามารถการจดจำอันรวดเร็วของหวงจี๋
หารู้ไม่ว่า หวงจี๋ไม่ได้แตะตัวหมอนั่นเลย เขาแค่หาจังหวะมองลายนิ้วมือทั้งสิบผ่านข้อมูล แล้วแวะเข้าห้องน้ำทีหนึ่ง ก่อนจะเดินออกมาเท่านั้นเอง
"แต่นี่แค่ห้าแสนเองนะลูกพี่ พี่ดูไว้กี่จุด?" จางจวิ้นเหว่ยถาม เขาเริ่มติดใจแล้วสิ แบบนี้มันต่างอะไรกับเดินเก็บเงินตามพื้น?
หวงจี๋ตอบ "ผมจะมีเวลาเยอะขนาดนั้นที่ไหน สองสามวันมานี้ยุ่งกับเรื่องอื่นตลอด"
เหล่าหวังพยักหน้า เขารู้ดีว่าหวงจี๋มัวแต่วุ่นวายกับการหลอกหมอและถกเถียงทฤษฎีการแพทย์
"อ้าว... งั้นเงินก็ยังไม่พอน่ะสิ" จางจวิ้นเหว่ยบ่น
"เดี๋ยวก็มีมาอีก..." หวงจี๋บอก
ทุกคนงง "หมายความว่าไง?"
"เงินของไอ้หนุ่มชุดสูทหายไปแบบไร้ร่องรอย คุณเดาซิว่าจะเกิดอะไรขึ้น?" หวงจี๋ถามกลับ
จางจวิ้นเหว่ยครุ่นคิด "เพราะรถไม่ได้ถูกทุบ เขาต้องคิดว่าเป็นฝีมือคนใน?"
"ใช่! ไอ้หนุ่มกล้ามโตได้รับข้อความจากคนแปลกหน้าก็รีบวิ่งขึ้นไป พอลงมาเงินหายเกลี้ยง ไอ้หนุ่มชุดสูทต้องสงสัยไอ้กล้ามโตนั่นแน่นอน"
หวงจี๋ยิ้ม "แต่ปัญหาก็คือ ไอ้กล้ามโตจะกล้าหักหลังเจ้านายเหรอ? ถ้าทำจริงป่านนี้หนีไปนานแล้วมั้ง?"
"เออว่ะ..." จางจวิ้นเหว่ยคิดตาม
หวงจี๋เฉลย "ไอ้ชุดสูทไม่เชื่อหรอกว่าลูกน้องตัวเองจะกินดีหมีหัวใจเสือกล้าทำแบบนั้น แต่เขาจะสงสัยว่าเฉาจิงเล่นตุกติกแอบขโมยเงินเขา โดยอาจจะซื้อตัวลูกน้องเขาให้ร่วมมือด้วย"
"ใช่ๆๆ ไอ้เฉาจิงมันใจดำอำมหิต ชื่อเสียเลื่องลือ เป็นไปได้สูงมาก ดังนั้นสองฝ่ายต้องตีกันแน่?" จางจวิ้นเหว่ยวิเคราะห์
หวงจี๋ส่ายหน้า "มีเรื่องกันแน่ แต่ไอ้ชุดสูทจะข่มใจไว้ เพราะเขาไม่มีหลักฐาน แถมตัวเองก็สะเพร่าเองที่ดูแลเงินไม่ดี สุดท้ายคงต้องยอมกลืนเลือด... แล้วหลังจากนั้น..."
"อย่าบอกนะว่า... เขาจะขนเงินมาอีกรอบ?" เสี่ยวจาตาโต
หวงจี๋พยักหน้า "เป็นไปได้สูงมาก"
จางจวิ้นเหว่ยร้องลั่น "ผมก็ว่าแล้ว ทำไมต้องลงทุนจำลายนิ้วมือให้ยุ่งยาก ทั้งที่ทุบกระจกรถเอาก็ได้... ที่แท้ลูกพี่กะจะกินรวบอีกรอบนี่เอง!"
หวงจี๋ตบมือเปาะ "เอ้า วนรถกลับไป คราวนี้อย่าจอดใต้ตึก ไปจอดหน้าร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามแทน"
จางจวิ้นเหว่ยพยักหน้าอย่างตื่นเต้น รีบวนรถกลับไปทันที
ทุกคนลงจากรถมายืนรอที่ฝั่งตรงข้าม ยืนพิงรถสูบบุหรี่บ้าง ตากลมบ้าง ทำตัวเนียนๆ
และก็เป็นไปตามคาด ไอ้หนุ่มชุดสูทหน้าแดงก่ำ กัดฟันเดินออกมาจากตึก
ลูกน้องหายไปคนหนึ่ง ไอ้หนุ่มกล้ามโตคนนั้นไม่อยู่แล้ว เห็นได้ชัดว่าเจ้านายคงไม่ไว้ใจให้ติดตามอีก
พวกนั้นขึ้นรถแล้วรีบบึ่งออกไป
"เขาจะกลับมาจริงเหรอ?" เหล่าหวังยังลังเล
"มาแน่..." หวงจี๋พูดจบก็หันไปสั่งจางจวิ้นเหว่ย "ไปซื้อน้ำมาหน่อย"
จางจวิ้นเหว่ยรีบวิ่งไปซื้อน้ำกลับมา ถามอย่างกระตือรือร้น "ลูกพี่ เอาน้ำไปทำอะไร?"
หวงจี๋ตอบสั้นๆ "กิน"
"......" ทุกคนเงิบ
หลังจากดื่มน้ำแก้กระหาย หวงจี๋ก็เข้าไปในรถ เปิดกระเป๋าเงิน เทเงินทั้งหมดออกมา
"หาก้อนอิฐมา"
จางจวิ้นเหว่ยเข้าใจทันที "จัดไป!"
ไม่นาน กระเป๋าใบเดิมก็อัดแน่นไปด้วยก้อนอิฐและเศษผ้า
จากนั้นหวงจี๋ก็ขอยืมมือถือเหล่าหวังมาโหลดเสียงเรียกเข้า แล้วส่งคืนพร้อมกำชับแผนการ
สุดท้ายเขาสั่งว่า "เหล่าหวัง พอไอ้ชุดสูทมาถึง ให้ส่งข้อความหาหลินลี่"
สั่งงานเสร็จ หวงจี๋ก็สวมแว่นกันแดด นำทีมเดินข้ามถนนตรงขึ้นไปบนตึก KTV
หวงจี๋บอกว่าดูลาดเลามาแล้ว เขาพาทุกคนขึ้นไปที่ระเบียงทางเดินชั้น 3 ที่เงียบสงบที่สุด
เฉาจิงอยู่ชั้นนี้ เหมาห้องโซนในสุดไว้สังสรรค์กับพวกพ้อง
พนักงาน KTV จะไม่พาแขกคนอื่นเข้ามาในโซนนี้เด็ดขาด
แต่หวงจี๋พาทุกคนหลบหลีกสายตา เดินลัดเลาะจนมาถึงหน้าห้อง VIP ที่เฉาจิงอยู่ เขาหันไปถามจางจวิ้นเหว่ย "เฉาจิงเคยเห็นหน้านายใช่ไหม?"
จางจวิ้นเหว่ยพยักหน้า "เคยเจอกันครับ"
"งั้นนายไปที่ห้องควบคุมไฟของแต่ละชั้น พอได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย ให้นับในใจ 30 วินาที แล้วสับคัตเอาต์ลง เริ่มจากชั้น 1 ไล่ขึ้นมาจบที่ชั้น 3" หวงจี๋สั่งการ
"รับทราบ!"
หลังจากแยกกับจางจวิ้นเหว่ย หวงจี๋ก็กลับมาสั่งงานต่อ "หลินลี่ เสี่ยวจา พวกนายสองคนยืนเฝ้าหน้าห้องนี้ไว้"
เขาจัดให้ทั้งสองคนยืนขนาบซ้ายขวาหน้าประตูห้อง VIP ยืนตัวตรงเหมือนทวารบาล
ดูทรงแล้วเหมือนลูกน้องที่คอยยืนเฝ้าหน้าห้องเปี๊ยบ
เสี่ยวจาถามงงๆ "เรามายืนเฝ้าใครอะพี่?"
หวงจี๋ส่ายหน้า "ไม่สำคัญว่าใคร ให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ"
สั่งกำชับอีกสองสามประโยค หวงจี๋ก็หิ้วกระเป๋าใส่เงิน(ปลอม) เดินหายไปตรงมุมตึก ไม่รู้ว่าไปไหน
ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เหล่าหวังที่ซุ่มดูอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เห็นรถสองคันขับเข้ามาที่ประตูหลัง
ไอ้หนุ่มชุดสูทกลับมาจริงๆ คราวนี้มากันสองคัน ขนคนมา 7 คน
และไม่เล่นลูกไม้เอาเงินไว้ในรถแล้ว คราวนี้เจ้าตัวหิ้วกระเป๋าเอง พาลูกน้องเดินดุ่มๆ ขึ้นตึกไปเลย
เหล่าหวังรีบส่งข้อความบอกหวงจี๋ (ผ่านเครื่องหลินลี่) แล้วทำตามที่หวงจี๋สั่ง คือปรับเสียงมือถือให้ดังสุด
ดูเวลา แล้วนับถอยหลัง 5 นาที
ผ่านไปประมาณ 1 นาที ไอ้หนุ่มชุดสูทก็หิ้วเงินพาลูกน้องมาถึงหน้าห้องเฉาจิงที่ชั้น 3
เห็นหลินลี่กับเสี่ยวจายืนทำหน้าเข้มเฝ้าประตูอยู่ ไม่วอกแวก
มือกุมเป้า ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น
"เหอะ..." ไอ้หนุ่มชุดสูทแค่นหัวเราะ มองซ้ายขวา คิดว่าเป็นคนของเฉาจิง
"เปิดประตู!" เขาตะคอกใส่
หลินลี่ค่อยๆ ผลักประตูเปิดออก ให้พวกนั้นเข้าไป
ข้างในเฉาจิงกำลังดื่มเหล้าเฮฮาปาร์ตี้ เห็นคู่ค้ากลับมาพร้อมคนโขยงใหญ่ ก็ยิ้มกว้าง "รอบนี้มีเงินไหมล่ะ?"
หนุ่มชุดสูทหน้าบึ้งตึง นั่งลงบนโซฟา โดยมีลูกน้อง 6 คนยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
"รีบๆ หน่อย!"
เฉาจิงยิ้มกวนๆ "อย่าใจร้อนสิ ไม่นึกว่าแกจะขาดของขนาดนี้ งั้นฉันขอขึ้นราคาหน่อยนะ"
ไฟโทสะแทบจะพุ่งออกจากตาของหนุ่มชุดสูท
"อย่าให้มันมากนักนะมึง มึงอยากให้กูไปฟ้องเจ้าพ่อหม่าเหรอ?"
พอได้ยินชื่อเจ้าพ่อหม่า เฉาจิงก็เลิกเล่นลิ้น ดีดนิ้วดังเปาะ "มีเงินก็จบ อาเหลย ไปเอาของมา"
อาเหลย ลูกน้องคนสนิทพยักหน้า เดินออกจากห้อง
พอออกมาเห็นสองหนุ่มยืนเฝ้าประตูอยู่ ก็ชะงักไปนิด "สองตัวนี้ใครวะ?"
แต่หลินลี่กับเสี่ยวจาแค่ยืนนิ่ง ไม่ทักไม่ตอบ
อาเหลยเป็นคนสนิทของเฉาจิง ลูกน้องคนไหนเป็นใครเขารู้จักหมด มั่นใจว่าสองคนนี้หน้าแปลก
แต่เขาก็ไม่ได้คิดมาก นึกว่าเป็นคนของหนุ่มชุดสูทที่พามาเฝ้าหน้าห้องกันเฉาจิงตุกติก
"เหอะ" อาเหลยแสยะยิ้ม เดินเชิดหน้าผ่านเสี่ยวจาไป
เขาเดินเข้าไปในออฟฟิศที่อยู่เยื้องๆ กัน ข้างในมีลูกน้องอีกสองคนนั่งเล่นคอมพ์อยู่
ตรงมุมห้องทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีรูปปั้นเทพเจ้ากวนอูตั้งตระหง่าน สูงเท่าคนจริง!
อาเหลยจุดธูปไหว้หนึ่งดอก โขกศีรษะด้วยความศรัทธา แล้วขยับรูปปั้น ล้วงมือเข้าไปในช่องลับตรงก้นรูปปั้น
ที่แท้รูปปั้นกวนอูนี้ข้างในกลวง ไม่นานเขาก็ล้วงเอาถุงแป้งขาวออกมาหลายห่อ
เขายัดของใส่กระเป๋า เลื่อนรูปปั้นกลับที่เดิม แล้วไหว้อีกครั้งอย่างนอบน้อม
จากนั้นก็หิ้วกระเป๋าใส่ของกลับไปที่ห้อง VIP
สองฝ่ายแลกเปลี่ยนของกัน หนุ่มชุดสูทตรวจสอบคุณภาพ เฉาจิงเช็กเงินในกระเป๋า ทุกอย่างเรียบร้อย
เมื่อการซื้อขายเสร็จสิ้น หนุ่มชุดสูทให้คนเก็บของ ส่วนเฉาจิงก็ให้คนหิ้วกระเป๋าเงินออกไป
แต่จังหวะนั้นเอง มือถือของเฉาจิงก็สั่น มีข้อความเข้า
เฉาจิงเปิดอ่าน เป็นเบอร์แปลก แต่เนื้อหาทำเอาหน้าซีดเผือด!
"ที่บ้านมีแมวป่าตัวใหญ่บุก รีบเก็บปลาตากแห้ง ล้างทรายแมวให้สะอาด!"
ข้อความที่ดูไม่มีที่มาที่ไปประโยคเดียว ทำเอาเฉาจิงเหงื่อแตกพลั่ก
เขาลุกพรวด ตะโกนใส่อาเหลย "เร็ว! ไปทำลายของทิ้ง!"
อาเหลยฟังปุ๊บรู้ปั๊บ วิ่งแน่บออกจากห้องตรงดิ่งไปยังออฟฟิศที่ตั้งรูปปั้นกวนอู
เขาไหว้กวนอูอย่างรวดเร็ว "ท่านกวนอูโปรดอภัย คุ้มครองพี่น้องด้วย!"
จากนั้น 'โครม!' เขาถีบรูปปั้นกวนอูล้มคว่ำแตกกระจาย!
ข้างในรูปปั้นมีแป้งขาวซ่อนอยู่อีกหลายสิบห่อ
อีกด้านหนึ่ง เฉาจิงหันไปตะคอกใส่หนุ่มชุดสูท "มึงรีบเอาของไสหัวไปเลย! รีบไสหัวไป! อย่ามาโอ้เอ้ว่ะ!"
หนุ่มชุดสูทเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล "หมายความว่าไง? เกิดอะไรขึ้น?"
เฉาจิงไม่ตอบ แต่ไล่ตะเพิด "ถามหาพ่อมึงเหรอ รีบไสหัวไป!"
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยนอกหน้าต่างก็ดังขึ้น!
ทุกคนสูดหายใจเฮือก
เฉาจิงหน้าเหวอ "มาเร็วขนาดนี้เชียว?"
เขาพุ่งไปที่หน้าต่างมองลงไปข้างล่าง แต่ไม่เห็นรถตำรวจ คิดว่าคงมาทางประตูหน้า
เสียงไซเรนดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ฟังออกชัดเจนว่ากำลังพุ่งตรงมาทางนี้
จากมุมนี้เขามองไม่เห็นเหล่าหวังที่กำลังเข็นถังขยะเดินทอดน่องมาจากฝั่งตรงข้าม
ในถังขยะนั่น มือถือซานไจ้ (ของก๊อป) ของเหล่าหวังกำลังเปิดเสียงไซเรนดังลั่นลำโพงแตก!
"ยังไม่รีบไสหัวไปอีก!" เฉาจิงหันกลับมาตวาดหนุ่มชุดสูท
หนุ่มชุดสูทรู้แล้วว่างานเข้า เรื่องเสียงไซเรนเป็นเรื่องรอง แต่ปฏิกิริยาของเฉาจิงนี่สิของจริง
เขาก้มมองถุงแป้งขาวในมือ รู้ทันทีว่าขืนถือไว้วอดวายแน่
ของร้อนขนาดนี้ ขืนพกไว้กับตัวตอนนี้มีหวังโดนเป่าสมองกระจาย?
"ไม่! กูไม่ซื้อแล้ว เอาเงินกูคืนมา!" พูดจบ หนุ่มชุดสูทก็โยนถุงแป้งทิ้งเหมือนโดนของร้อน
แล้วพาลูกน้องวิ่งพรวดพราดออกไปกะจะไปทวงกระเป๋าเงินคืน
ลูกน้องผมทองของเฉาจิงยังงงๆ กับสถานการณ์ วิ่งตามออกไปจะขวาง
แต่เฉาจิงไม่มีกะจิตกะใจจะห้าม ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเล็กคิดน้อยกับลูกค้า เขาเก็บของที่พื้น วิ่งเข้าห้องน้ำ เทลงชักโครกแล้วกดทิ้งทันที
ขณะเดียวกัน หนุ่มชุดสูทก็พาลูกน้องวิ่งออกมานอกห้อง
หารู้ไม่ว่าที่ระเบียงทางเดิน หวงจี๋เดินเลี้ยวออกมาจากมุมตึกพอดี จังหวะเป๊ะเวอร์
ตอนที่พวกหนุ่มชุดสูทวิ่งออกมา หวงจี๋ก็หมุนตัวหันหลังให้ ทำทีเป็นเพิ่งเดินออกจากห้อง ถือกระเป๋าเงินทำท่าจะเลี้ยวหนีไปตรงมุมตึก
หนุ่มชุดสูทออกมาเห็นคนถือกระเป๋าเงินกำลังจะชิ่งพอดี
ก็ตะโกนลั่น "หยุดนะโว้ย!"
"เอาเงินกูมา!" หนุ่มชุดสูทวิ่งไล่กวดไปผลักหวงจี๋อัดกำแพง
"นี่เงินพี่เฉา!" หวงจี๋แกล้งยื้อแย่ง ไม่ยอมปล่อยมือ
หนุ่มชุดสูทสนที่ไหน?
"เฉาพ่อมึงสิ! นี่เงินกู!" เขากระชากกระเป๋าจากมือหวงจี๋ไปอย่างป่าเถื่อน
……
[จบแล้ว]