- หน้าแรก
- อัจฉริยะแกล้งโง่ ผมมองเห็นข้อมูลระดับพระเจ้า
- บทที่ 36 - สิบแปดมงกุฎปริศนา
บทที่ 36 - สิบแปดมงกุฎปริศนา
บทที่ 36 - สิบแปดมงกุฎปริศนา
บทที่ 36 - สิบแปดมงกุฎปริศนา
หวงจี๋อยู่ร่วมกับพานย่วนซื่อ (สมาชิกสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์) นานถึงสี่ชั่วโมง ถึงได้จากไปอย่างพอใจ
แม้พานย่วนซื่อจะมีวิชาแพทย์เป็นแค่ศาสตร์รอง แต่ความรู้ด้านการสังเคราะห์เซลล์ และเคมีอินทรีย์ของเขานั้นอยู่ระดับท็อป ความรู้ด้านวิศวกรรมพันธุศาสตร์ยิ่งเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
อย่าเห็นว่าเขาเพิ่งอายุสี่สิบเจ็ด ซึ่งถือว่าอายุน้อยในหมู่สมาชิกสถาบัน แต่นี่แหละคือช่วงพีคที่สุด
ช่วงอายุที่นักวิทยาศาสตร์มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานสูงสุด คือช่วงสามสิบสี่สิบปี ค่าเฉลี่ยอายุของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกที่ตีพิมพ์ผลงานวิชาการสำคัญ คือ 34.9 ปี และตัวเลขนี้ยังลดลงเรื่อยๆ
ผ่านการเรียนรู้จากเขา ในที่สุดหวงจี๋ก็ทะลวงผ่าน 'คอขวด' สุดท้าย ทั้งสามสาขาคือ การแพทย์ เคมี และชีววิทยา ล้วนก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของโลก
โดยเฉพาะระดับความรู้ทางการแพทย์แบบองค์รวม เขาขึ้นมาอยู่อันดับสี่ของโลก
อันดับนี้ไม่ถือว่าสูง เผลอๆ หวงจี๋ยังรู้สึกว่าต่ำไปด้วยซ้ำ
ต้องรู้ก่อนว่า เขาบรรลุระดับศาสตราจารย์ชั้นแนวหน้าของประเทศในแทบทุกสาขาย่อย! เน้นว่าทุกสาขา!
บวกกับความเข้าใจอันเป็นเอกลักษณ์ของหวงจี๋ที่ผสมผสานแพทย์แผนจีน และในฐานะคนเดียวที่รู้จุดพิเศษทั้งหมดของร่างกายมนุษย์ วิชาแพทย์ของเขาเรียกได้ว่ามีสไตล์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร
ตามหลักแล้ว ไม่ควรมีมนุษย์คนไหนในโลกที่มีอันดับความสามารถองค์รวมสูงกว่าเขา
คิดไม่ถึงว่า ยังมีอีกตั้งสามคน?
หวงจี๋ตระหนักว่าสามคนนั้น ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาวไม่มากก็น้อย
วันที่ 29 เมษายน
หวงจี๋มาที่โรงพยาบาลฮว่าซาน หลังจากปูทางมาพักใหญ่ เขาทำสำเร็จจนได้เข้ามาสังเกตการณ์เรียนรู้ที่นี่
ภรรยาของศาสตราจารย์หลิน คือหมอหลี่ เป็นแพทย์เจ้าของไข้ที่นี่ เธอเข้าใจว่าหวงจี๋เป็นนักศึกษาวิจัยของศาสตราจารย์หลิน ก็เลยลากเขามาช่วยงานที่โรงพยาบาล อ้างว่าให้มาดูงานเรียนรู้งาน
ไม่ได้เงินสักบาท แต่หวงจี๋ก็เต็มใจทำ เพราะเขาจะได้มีโอกาสเข้าถึงหัวหน้าแผนกทุกแผนกอย่างเป็นทางการ
แน่นอน ตอนนี้อะไรที่ควรรีดไถความรู้มาได้ก็รีดมาหมดแล้ว ที่หวงจี๋ยังมาที่นี่ ก็แค่เพราะอยากได้ยาบางตัวที่จางจวิ้นเหว่ยหาซื้อไม่ได้
"หืม?"
หวงจี๋มองเห็นหมอหลี่แต่ไกล เขาหยุดมองสังเกตการณ์ครู่หนึ่ง
นี่เป็นความเคยชิน ทุกวันเวลาเขาจะเข้าใกล้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เหล่านี้ เขาต้องตรวจสอบก่อนว่า ตัวตนปลอมของเขาถูกเปิดโปงหรือยัง
และครั้งนี้ เขาดูอยู่ครู่เดียว ก็ยิ้มมุมปาก แล้วหันหลังเดินจากไป
ความแตกแล้ว
นับจากศาสตราจารย์ลวี่ชิ่งกง จนถึงตอนนี้ ผ่านมาเก้าวัน เขาแทบจะเข้าหาผู้มีอำนาจในวงการแพทย์มาแล้วทุกคน
แพทย์และศาสตราจารย์ระดับท็อปของเซี่ยงไฮ้ ส่วนใหญ่ล้วนโดนเขาแวะเวียนไปหา
ผ่านพฤติกรรมการต้มตุ๋นต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ ชื่อเสียงเรียงนามของเขาในที่สุดก็เลื่องลือไปทั่วโรงพยาบาลและสถาบันวิจัยทางการแพทย์ต่างๆ
"ความแตกเป็นเรื่องของเวลา โชคดีที่เป้าหมายของผมบรรลุแล้ว" หวงจี๋แอบขำ เขาไม่ได้กะจะหลอกคนอื่นไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว
คนระดับบิ๊กๆ อย่างลวี่ชิ่งกง ผู้อำนวยการหง พวกเขาย่อมต้องมีสังคม มีโอกาสเจอกัน พอมานั่งรวมกัน ใครสักคนเอ่ยชื่อฮวาซวีขึ้นมา วงสนทนาก็ระเบิดทันที
ในการประชุมแลกเปลี่ยนครั้งหนึ่ง ลวี่ชิ่งกงพูดขึ้นว่า: 'เฮ้อ คราวก่อนฉันเจอนักศึกษาวิจัยคนหนึ่ง เก่งมาก! ฉันชอบมาก อยากรับมาเป็นศิษย์ แต่เสียดายตัวตนเขาปลอม หาตัวคนไม่เจอเลย'
ผู้อำนวยการหงก็พูดสวนทันทีว่า "โฮ่? นายยังขาดนักศึกษาอีกเหรอ? ไม่กี่วันก่อนนายเพิ่งแนะนำเด็กปริญญาตรีคนหนึ่งมาสัมภาษณ์ที่โรงพยาบาลฉัน ฉันดูแล้วหน่วยก้านดีมาก ฉันฝากให้มหาวิทยาลัยถงจี้รับไว้แล้ว เขาเป็นอะไรกับนาย?"
ไม่ต้องสงสัย ลวี่ชิ่งกงงงเป็นไก่ตาแตกคาที่
แนะนำเด็กปริญญาตรี? เป็นไปไม่ได้ ไม่เคยมีใครมาไหว้วานให้เขาทำแบบนี้
"ที่ไหนกัน? ฉันไปแนะนำนายตอนไหน?" ลวี่ชิ่งกงถาม
ผู้อำนวยการหงอึ้ง "ก็อาทิตย์ที่แล้วไง ชื่อฮวาซวี นายจำไม่ได้เหรอ?"
"อะไรนะ! ฮวาซวี? เขาอยู่ที่นายเหรอ? เยี่ยมไปเลย! เมื่อกี้ฉันก็พูดถึงเขา ว่าจะให้มาเป็นศิษย์ฉัน" ลวี่ชิ่งกงตื่นเต้น
"หยุดเลย ฮ่าๆๆ ตอนนี้รู้ตัวก็สายไปแล้ว นายเป็นคนผลักไสเขาออกมาเอง ต่อไปเขาเป็นลูกศิษย์ของหลินเทา" ผู้อำนวยการหงหัวเราะ
ลวี่ชิ่งกงร้อนรน "เป็นไปไม่ได้! ฉันตามหาเขามาตลอด นายถามหยางฉี่จงสิ"
ศาสตราจารย์หยางฉี่จงพูดขึ้นว่า "เรื่องจริง ไอ้เจ้าฮวาซวีนั่นอ้างว่าเป็นนักศึกษาของฉัน แล้วไปหาเหล่าลวี่ เหล่าลวี่เห็นว่าเก่ง ก็เลยมาขอตัวจากฉัน แล้วนายทายสิเกิดอะไรขึ้น? เขาไม่ใช่นักศึกษาฟูตั้นด้วยซ้ำ"
"อะไรนะ? ไม่ใช่เด็กฟูตั้น? งั้นเป็นเด็กโรงเรียนไหน?" ผู้อำนวยการหงก็งง
จากนั้นศาสตราจารย์ท่านอื่น ก็เริ่มแทรกเข้ามา เห็นชัดว่าทุกคนเคยเจอฮวาซวี
"พวกคุณพูดถึงฮวาซวีใช่ไหม? เขาจะเป็นเด็กฟูตั้นได้ไง? ชัดเจนว่าเป็นเด็กมหาวิทยาลัยถงจี้" ศาสตราจารย์คนหนึ่งพูด
"เหลวไหล เขาไม่มีทางเป็นเด็กถงจี้แน่" ผู้อำนวยการหงสวนทันควัน
"ทำไมจะไม่ใช่? ก็เป็นลูกศิษย์ศาสตราจารย์หลินที่ถงจี้ของพวกคุณไง"
ผู้อำนวยการหงรีบแก้ "อนาคตน่ะใช่ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ เขาลงสมัครสอบรอบคนทำงาน ต้องสอบตุลาคมโน่น ตอนนี้เขายังถือวุฒิปริญญาตรีของฟูตั้นอยู่"
"เพ้อเจ้อ!" ลวี่ชิ่งกงกับหยางฉี่จงพูดพร้อมกัน
"นักศึกษาฟูตั้นทุกคน เราเช็คมาหมดแล้ว ไม่มีคนนี้! ไม่งั้นนายคิดว่าทำไมฉันถึงบอกว่า หาตัวคนไม่เจอ!" ลวี่ชิ่งกงพูดอย่างเหลืออด
ตอนนั้นเอง ศาสตราจารย์อีกท่านหนึ่งที่นั่งส่ายหัวอยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นว่า "เฮ้อ ผมไม่รู้พวกคุณเถียงอะไรกัน พวกคุณกำลังพูดถึงนักศึกษาวิจัยที่ชื่อฮวาซวีใช่ไหม"
"คุณก็รู้จัก?" ทุกคนถาม
ศาสตราจารย์ท่านนั้นยิ้ม "โธ่ ทำไมจะไม่รู้จักล่ะ? เขายังเคยช่วยส่งข้าวให้ผมตั้งสองรอบ!"
จากนั้น เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจสุดขีดว่า "เขาเป็นเด็กเจียวถง! ไม่เชื่อพวกคุณถามเหล่าจู"
ศาสตราจารย์จูที่นั่งอยู่มุมห้องทำหน้างง "หือ?"
"หืออะไรล่ะ? นักศึกษาคุณไง"
"ใครคือฮวาซวี? ผมไม่รู้จักอะ..." ศาสตราจารย์จูมึนตึ้บ
ต่อมาผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลในเครือเจียวถงก็แย้งขึ้นมา "มั่วแล้ว! เขาไม่ใช่เด็กเจียวถงแน่ๆ! เขาเป็นนักศึกษาของศาสตราจารย์หลินที่ถงจี้ต่างหาก"
สถานการณ์วุ่นวายโกลาหลสุดขีด
ผู้อำนวยการหงเห็นว่าวนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว ก็ตบโต๊ะดังปัง "หยุดพูดกันก่อน! มีใครเคยเจอฮวาซวีอีกบ้าง"
พรึ่บๆๆ ศาสตราจารย์สิบสองท่านในห้องยกมือ
เหล่าจูเห็นดังนั้นก็ยิ้ม "เอ๊ะ นักศึกษาวิจัยที่พวกคุณพูดถึงเนี่ย คนเดียวกันหรือเปล่า?"
ผู้อำนวยการหงแก้ "เขาเป็นแค่ปริญญาตรี"
"เป็นไปไม่ได้! เขาต้องเป็นปริญญาเอกสิ"
"หา? เขาไม่ได้จบด็อกเตอร์แล้วเหรอ?"
"อะไรนะ? จบแล้วเหรอ?"
ทุกคนเริ่มแย่งกันพูดอีกครั้ง
เหล่าจูหัวเราะ "ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องโกหกทั้งเพเหรอ? เขาอาจจะเป็นสิบแปดมงกุฎ หลอกพวกคุณทุกคน? มีใครให้เงินเขาบ้างไหม?"
"ตัวตน... ดูเหมือนจะปลอม แต่ถ้าจะบอกว่าหลอกเอาเงิน เป็นไปไม่ได้ ผมไม่เสียเงินให้เขาสักแดงเดียว เขายังเลี้ยงข้าวผมมื้อนึงด้วยซ้ำ"
"ไม่น่าใช่พวกต้มตุ๋น เขาต้องมีเหตุผลอื่นที่ปิดบังตัวตน เพราะเขามีความรู้จริง! คุณไม่รู้หรอก ความรู้ศัลยกรรมของเขาแม่นกว่านักศึกษาปริญญาเอกสองคนของผมอีก"
"ศัลยกรรม? ผมกลับรู้สึกว่าเขามีความเข้าใจลึกซึ้งด้านต่อมไร้ท่อมากนะ"
"ต่อมไร้ท่อ? คุณคงยังไม่เคยเห็นวิทยานิพนธ์เภสัชวิทยาของเขา"
"เภสัชวิทยา? คุณรู้ไหมว่าเขามีความรู้เรื่องกระดูกขนาดไหน?"
พอคุยเรื่องฮวาซวี ทุกคนต่างมีความเข้าใจของตัวเอง สถานการณ์วุ่นวายมาก
แต่ไม่นาน ทุกคนก็ตระหนักได้ว่า นี่คือโคตรสิบแปดมงกุฎ
เขาก่อนและหลัง หลอกบุคลากรทางการแพทย์ระดับแนวหน้าของเซี่ยงไฮ้ไปหลายสิบคน ทั้งศาสตราจารย์และแพทย์มือหนึ่ง
สรุปว่าอยู่โรงเรียนไหน? เรียนเอกอะไร? วุฒิอะไรกันแน่? มีหลายเวอร์ชั่นเหลือเกิน
ตัวตนของเขา คือปริศนาโดยสมบูรณ์
"เร็ว! เหล่าหง คุณติดต่อนักศึกษาคุณ ให้เขาลองถามดูซิว่าตอนนี้ฮวาซวีอยู่ที่ไหน"
"พวกคุณด้วย ที่บอกว่าเร็วๆ นี้ยังเจอน่ะ ไปตามหาตัวมา!"
ดังนั้น ทุกคนจึงเริ่มเคลื่อนไหว คนที่เคยโดนหวงจี๋ไปเยือน ต่างติดต่อกัน ยืนยันข้อมูลกัน ข่าวลือแพร่สะพัดไปในวงการอย่างรวดเร็ว
"คุณพระช่วย สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์ก็โดนหลอก มีด็อกเตอร์นักเรียนนอกชื่อหลี่เหวินซือ โดนกล่อมให้ไปสนามบิน ท่องวิทยานิพนธ์อยู่ทั้งบ่าย ในขณะเดียวกัน มีคนสวมรอยเป็นหลี่เหวินซือเข้าไปในห้องแล็บ ทำงานอยู่สี่ชั่วโมง แถมยังช่วยพวกเขาสังเคราะห์สารตัวหนึ่งเสร็จไปครึ่งขั้นตอน จากนั้นก็เดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย"
"มีเรื่องแบบนี้ด้วย? สถาบันบัณฑิตฯ ดูไม่ออกเลยเหรอว่าคนสวมรอย?"
"คุณก็โดนนักศึกษาคนหนึ่ง หลอกจนหัวปั่นไม่ใช่เหรอ?"
"ไม่เหมือนกัน ฮวาซวีนั่นเขามีของจริง"
"ทางนั้นก็เหมือนกัน ผมสงสัยว่านั่นแหละคือฮวาซวี ผมจะบอกให้นะ ท่านพานย่วนซื่อรู้ความจริงแล้วยังไม่เชื่อเลย พอเจอกับหลี่เหวินซือตัวจริง ก็ไม่ยอมรับว่าเป็นหลี่เหวินซือ ยืนกรานถามหาหลี่เหวินซือเมื่อวานว่าไปไหน ทะเลาะกับผอ.จ้าวเรื่องนี้ใหญ่โต"
เนื่องจากผู้เสียหายมีจำนวนมาก เรื่องนี้เลยดังระเบิดในชั่วข้ามคืน
แต่พอย้อนกลับมาคิด ก็พบว่าไม่มีใครโดนเขาหลอกเอาอะไรไปเลย
หลอกเงิน? ตั้งแต่ต้นจนจบ ฮวาซวีไม่เคยขอเงินใครสักบาท บางทีก็ยังมีน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ให้ด้วยซ้ำ
ทำร้ายคน? คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่มีใครบาดเจ็บ ทุกคนต่างรู้สึกว่าคนคนนี้วางตัวดี รู้กาลเทศะ
ไม่เพียงแค่นั้น ฮวาซวียังไปเป็นอาสาสมัครตามโรงพยาบาลหลายแห่ง และไปเป็นเบ๊ช่วยงานตามห้องวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ เสิร์ฟน้ำยกของดูแลดีทุกอย่าง
นอกจากนั้น ด้านวิชาการก็เป็นของจริง แค่ชื่อเสียงเรียงนามปลอม แต่ความรู้นั้นของแท้!
พอเอาคำพูดของทุกคนมารวมกัน ก็พบว่า นี่มันอัจฉริยะชัดๆ
ถึงขั้นเป็นพหูสูต เขามีความรู้ทฤษฎีที่ลึกซึ้งมากในทุกสาขาการแพทย์ บางสาขาก็มีความสามารถในการปฏิบัติที่ยอดเยี่ยมด้วย
พอคิดแบบนี้ เรื่องนี้ก็ยิ่งแปลกประหลาด
จุดประสงค์ล่ะ? นักศึกษาวิจัยลึกลับคนนี้ เขาปลอมตัวไปหลอกศาสตราจารย์ในวงการแพทย์มากมายขนาดนี้เพื่ออะไร?
ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่ทำร้ายคน งั้นขโมยของเหรอ?
ก็ไม่มีนะ ทุกคนกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่พบว่ามีของหาย
ปัญหานี้ พวกเขาคิดจนตายก็คิดไม่ออก เพราะพวกเขาคิดไม่ถึงหรอกว่า จะมีคนขโมยความรู้ได้
ไม่สิ จะเรียกว่าขโมยก็ไม่ได้ เรื่องของคนมีการศึกษา จะเรียกว่าขโมยได้ยังไง?
ความรู้หนึ่งชุด พอถูกเรียนรู้ไป ก็กลายเป็นสองชุด พวกเขาไม่เคยสูญเสียอะไรไปเลย
สรุปว่า สุดท้ายเพราะมีปริศนาเยอะเกินไป
พวกเขาจึงเรียกคนคนนี้ว่า 'นักศึกษาวิจัยปริญญาปริศนา' แม้ว่าวุฒิการศึกษาจริงๆ จะมีหลายเวอร์ชั่นก็ตาม
คนคนนี้เหมือนร่วงลงมาจากฟ้า จู่ๆ ก็โผล่มา หลอกเหล่าบิ๊กเนมไปมากมาย แต่กลับไม่มีรูปถ่ายหน้าตรงทิ้งไว้สักใบ
ในหมู่คนที่ไม่เคยเจอเขา รูปถ่ายเดียวที่ส่งต่อกัน มีเพียงรูปแผ่นหลังที่กล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลถ่ายไว้ได้เท่านั้น
...
[จบแล้ว]