- หน้าแรก
- อัจฉริยะแกล้งโง่ ผมมองเห็นข้อมูลระดับพระเจ้า
- บทที่ 29 - ยุทธวิธีในความมืด
บทที่ 29 - ยุทธวิธีในความมืด
บทที่ 29 - ยุทธวิธีในความมืด
บทที่ 29 - ยุทธวิธีในความมืด
คราวนี้ความแตกแล้ว ปืนปลอมถูกเปิดโปง จางจวิ้นเหว่ยถูกมีดจ่อคอหอย รู้ตัวว่าไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ เหลืออยู่
เป็นเพราะหวงจี๋นิ่งเกินไป ราวกับทุกอย่างอยู่ในกำมือ ไม่มีอะไรทำให้เขาตกใจได้เลย
แค่จับปืนก็รู้ทันทีว่าเป็นของปลอมแล้วโยนทิ้ง ต้องคุ้นเคยกับปืนขนาดไหนถึงทำแบบนี้ได้? ทั้งที่นี่เป็นปืนอัดลมเกรดเหมือนจริงมาก
"วางอาวุธลงให้หมด!" จางจวิ้นเหว่ยถลึงตาใส่ลูกน้องคนที่ยิงปืน
ทุกคนยอมวางอาวุธลง เสี่ยวจาถึงกับพุ่งเข้าไปชกหน้าลูกน้องคนนั้นจนล้มคว่ำ แล้วด่าว่า "มึงกล้ายิงลูกพี่เหรอ?"
"ก็ปืนปลอมนี่หว่า..." มันกุมหัวแก้ตัว
"หุบปาก เดี๋ยวค่อยคิดบัญชี!"
เสี่ยวจาพูดจบ ก็หันมาถามจางจวิ้นเหว่ย "ลูกพี่ งานนี้เราเลิกทำดีไหม?"
จางจวิ้นเหว่ยยังไม่ตอบ เขาประเมินสถานการณ์แล้วพูดกับหวงจี๋ด้วยน้ำเสียงประนีประนอม
"พี่ชาย ขอถามหน่อยว่าพี่เป็นใครมาจากไหน?"
หวงจี๋ดูมือถือไปพลาง ตอบไปพลาง "คนที่ตามหาพวกเรา ยินดีโทรศัพท์มาจ้างคุณโดยตรง"
"จะว่างั้นก็ได้ ผมรับเงินมัดจำมาแล้ว ต่อให้หาไม่เจอ ก็ยังได้ค่าเหนื่อยห้าหมื่น ผมยอมรับว่าที่จับพวกพี่มา เพราะผมโลภเอง" จางจวิ้นเหว่ยยอมรับ
หวงจี๋ยิ้ม แกว่งมือถือให้ดู "เบอร์ที่เมมชื่อ '666' นี่คือคนจ้างคุณสินะ?"
"อื้ม"
หวงจี๋พูดต่อ "ตอนนี้ถ้าคุณกล้าโทรกลับไปหาเขา บอกว่าเจอตัวพวกเราแล้ว คุณตายแน่ ไม่ใช่ผมจะฆ่าคุณนะ แต่เขาต่างหากที่จะฆ่าคุณ"
"หา? ทำไมล่ะ?" จางจวิ้นเหว่ยไม่เข้าใจ
หวงจี๋อธิบาย "เดิมทีถ้าคุณทำตามคำสั่งซื่อๆ เจอตัวเหล่าหวังแล้วรายงานที่อยู่ให้ '666' รู้ แล้วให้เขาส่งคนมาจัดการเอง ก็คงไม่มีปัญหาอะไร คุณยังจะได้เงินห้าแสนสบายๆ"
"ถ้าคุณไม่โทร ไม่ยุ่งเรื่องนี้ เงินมัดจำห้าหมื่นก็เข้ากระเป๋าไปแล้ว ยังไงก็กำไร"
"แต่คุณดันขัดคำสั่ง ลงมือเองโดยพละการ แหวกหญ้าให้งูตื่น"
"พวกเราหนีไปได้ก็จบกัน แต่คุณจะโดนเขาเล่นงานแน่ ไม่ใช่แค่โกรธที่คุณทำเสียเรื่อง แต่เขาจะระแวงว่าคุณรู้อะไรจากปากพวกเราบ้าง"
จางจวิ้นเหว่ยขมวดคิ้ว "รู้อะไร?"
"รู้อะไรไม่สำคัญ สำคัญที่เขาจะคิดว่าคุณรู้ โดยเฉพาะของที่เราเอามา เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอามันคืน ถ้าคุณแสดงความโลภในของสิ่งนั้น คุณก็ต้องโดนร่างแหไปด้วย" หวงจี๋กล่าว
จางจวิ้นเหว่ยเบะปาก "พี่คิดว่าผมกลัวมันเหรอ?"
"ระดับของคุณยังต่ำเกินไป เดิมทีไม่มีคุณสมบัติให้เขาติดต่อจ้างวานโดยตรงหรอก ผมเดาว่า... '666' คนนี้คงติดต่อคุณผ่านช่องทางของใครบางคนใช่ไหม?" หวงจี๋ถาม
จางจวิ้นเหว่ยพยักหน้า "ผ่านทางเจ้าพ่อหม่า"
หวงจี๋ยิ้ม "แล้วคุณกล้าหือกับเจ้าพ่อหม่าไหมล่ะ?"
จางจวิ้นเหว่ยเงียบกริบ แน่นอนว่าไม่กล้า เจ้าพ่อหม่าทำธุรกิจข้ามชาติ มีลูกน้องในสังกัดเป็นพันคน
"เจ้าพ่อหม่าในสายตาของ '666' คนนี้ ก็เป็นแค่ไก่รองบ่อน" หวงจี๋พูดสวน
"อะไรนะ?" จางจวิ้นเหว่ยตกตะลึง
เขารีบนึกย้อนกลับไป ตอนที่รับงานจาก '666' เจ้าพ่อหม่าโทรมาหาเขาเป็นพิเศษ กำชับให้เขาทำให้เต็มที่ อย่าได้รับเงินห้าหมื่นแล้วทำงานลวกๆ
ตอนนั้นเขาคิดแค่ว่าเป็นเพื่อนของเจ้าพ่อหม่า เจ้าพ่อหม่าคงไม่อยากเสียหน้า เลยอยากให้เขาทำงานให้เนียน
"พี่พูดเวอร์ไปเปล่า คนระดับนั้นจะมาจ้างผมทำงานทำไม?" จางจวิ้นเหว่ยไม่เชื่อ
หวงจี๋ตอบ "ใครบอกว่าจ้างแค่คุณ? ภายในสามอาทิตย์ เขาติดต่อ..."
"อะไรนะ?... งั้นแค่ค่ามัดจำก็ปาเข้าไปสองร้อยห้าสิบล้านแล้ว?" จางจวิ้นเหว่ยรู้สึกว่าหวงจี๋กำลังโม้
คนที่มีปัญญาจ่ายเงินขนาดนี้เพื่อหาคน ของที่ขโมยมามันคืออะไรกันแน่? สงสัยไอ้หมอนี่จะปั้นน้ำเป็นตัว
หวงจี๋รู้ว่าจางจวิ้นเหว่ยไม่เชื่อ เขาแค่พูดให้เห็นภาพเท่านั้น
เขาจัดการลบเบอร์โทรในสมุดรายชื่อและประวัติการโทรในมือถือของจางจวิ้นเหว่ยทิ้งทันที
จางจวิ้นเหว่ยจำเบอร์คนจ้างไม่ได้หรอก คนเราคงไม่จำเบอร์โทรศัพท์ได้ทุกเบอร์ พอหวงจี๋ลบประวัติทิ้ง จางจวิ้นเหว่ยก็ติดต่อคนจ้างโดยตรงไม่ได้แล้ว...
แน่นอน เขายังไปถามเจ้าพ่อหม่า หรือถามคนในพื้นที่ที่รับงานเหมือนกันได้
ดังนั้นหวงจี๋จึงพูดว่า "ถ้าคุณคิดว่าศัตรูของผมดูเวอร์เกินจริง คุณจะไม่เชื่อก็ได้"
"แต่ทางที่ดีคุณควรฟังผม อย่าคิดโทรกลับไปเบอร์นั้น ไม่ว่าใครถาม ก็บอกว่าหาตัวไม่เจอ"
พูดจบ หวงจี๋ก็ปล่อยมีดที่จ่อคอออก
"ได้ ผมรับปากพี่... แต่พี่น้องของผม ไม่ยอมหรอกนะ"
สิ้นเสียง จางจวิ้นเหว่ยก็ทิ้งตัวลื่นไหลลงจากเก้าอี้ เอามือกุมแผลที่คอ แล้วกลิ้งตัวหนีไปไกล
ในขณะเดียวกัน เหล่าลูกน้องก็คว้าอาวุธกรูกันเข้ามา เห็นชัดว่าเตี๊ยมกับจางจวิ้นเหว่ยไว้แล้ว
เห็นการตะลุมบอนเริ่มขึ้นกะทันหัน เหล่าหวังกัดฟัน ตะโกนบอกหวงจี๋ว่า "คนละครึ่ง!"
หลินลี่ที่อยู่ข้างๆ ก็คว้าเก้าอี้วิ่งสวนเข้าไป
การต่อสู้ตะลุมบอนปะทุขึ้น ฝ่ายตรงข้ามรุมกินโต๊ะสามคน
นี่น่าจะเป็นศึกหนัก เพราะอีกฝ่ายฝีมือไม่เลวแถมมีอาวุธ ส่วนหวงจี๋วิชา "เน่ยจิง" ก็ยังฝึกไม่สำเร็จ กระบวนท่าต่างๆ แม้จะเรียบเรียงไว้ในหัวแล้ว แต่ร่างกายยังไม่ได้ฝึกฝน
ลำพังแค่การโจมตีจุดอ่อน แม้จะมั่นใจว่าจัดการได้ แต่ต้องใช้เวลา
และเวลานั้นก็มากพอที่จะทำให้หลินลี่กับเหล่าหวังโดนยำจนหัวร้างข้างแตก
แต่หวงจี๋เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่จงใจปล่อยให้จางจวิ้นเหว่ยหลุดมือไป
เห็นเขาพุ่งตัวเข้าใส่ฝูงชน รวดเร็วและเงียบกริบประดุจแมว
และย่อตัวหลบหลีกการโจมตีล่วงหน้า เพียงท่าเดียว ก็หลบการโจมตีจากสามคนรอบตัวได้พร้อมกัน!
จากนั้นวิ่งเฉียงฉีกตัวหลบลูกเตะของอีกสองคน พร้อมกับใช้มือปัดผ่านข้อศอกของคนคนหนึ่งเบาๆ ราวกับดีดพิณ
การปัดนี้ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับทำให้แขนของอีกฝ่ายหมดแรง กล้ามเนื้อหลังเกร็งชา ไม่รู้ว่าไปโดนเส้นประสาทเส้นไหนเข้า
ทำเสร็จ หวงจี๋ไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ไม่แม้แต่จะหันไปมองคนข้างๆ เขาหมุนตัวกลับทันที วิ่งเป็นรูปตัว Z
แน่นอนว่าหลบการรุมกินโต๊ะของอีกสองคนได้อีก
เวลาผ่านไปเพียงห้าวินาที ทุกคนต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า หวงจี๋ทะลวงผ่านวงล้อมของทุกคนมาได้อย่างง่ายดาย จนมายืนอยู่ที่หน้าประตูโกดัง
นี่มันสเต็ปเทพอะไรกัน?
แม้พวกเขาจะยืนกันไม่แน่นหนามาก แต่ก็ไม่ได้หลวมโครก หวงจี๋หลบหลีกและปัดป้องการโจมตีของคนแปดคน ทะลวงผ่านแนวรบมาได้ราวกับเดินในสวนหลังบ้าน!
"มันจะหนี!" มีคนตะโกน
"ไม่เป็นไร! กูลงกลอนไว้แล้ว!" อีกคนพูดอย่างได้ใจ
พวกเขารีบหันกลับไปไล่ตาม ยังไงประตูก็ล็อค ไม่มีกุญแจก็ออกไม่ได้
แต่ใครจะคิดว่า หวงจี๋ไปที่ประตูโกดัง ไม่ได้เพื่อจะหนี
เขาเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟ...
"พรึ่บ!"
โกดังทั้งหลังตกอยู่ในความมืดมิด!
แสงสว่างหายไปกะทันหัน ดวงตาของคนเราปรับสภาพไม่ทัน จะมองไม่เห็นอะไรเลยเหมือนคนตาบอด
เป็นแบบนี้กันทุกคน ยกเว้น... หวงจี๋
"ปึก!" "ตุ้บ!" "ผัวะ!" "อ๊าก!"
"รีบเปิดไฟ! อู้อี้..."
"เชี่ยๆๆ..."
"ใครตีตูวะ?"
"โอ๊ย! ซี๊ด..."
ในความมืด เกิดความโกลาหลวุ่นวาย เสียงปะทะกันดังระงม ตามด้วยเสียงร้องโหยหวน
แต่เสียงค่อยๆ น้อยลง และเบาลง จนเหลือแค่เสียงคราง
สิบเจ็ดวินาทีผ่านไป ไฟก็ถูกเปิดขึ้น
เหล่าหวังกับหลินลี่หรี่ตามองภาพตรงหน้า ถึงกับผงะ คนเกือบสิบคนลงไปนอนกองกับพื้นหมดแล้ว
แต่ละคนนอนร้องครวญคราง บ้างก็เป็นตะคริวลุกไม่ขึ้น บ้างก็ตัวชาไปครึ่งซีกขยับไม่ได้
หวงจี๋แค่ใช้แทคติกนิดหน่อย ก็จัดการคว่ำคนพวกนี้ได้สบาย
รวมเวลาเดินไปปิดไฟด้วย ก็แค่ยี่สิบกว่าวินาที!
ในความมืด หวงจี๋ได้เปรียบมหาศาล ด้วยการรับรู้ข้อมูล เขาไม่จำเป็นต้องใช้ตาดูเลย
เขามี "ภาวะพ้องความรู้สึก" (Synesthesia) หลับตาสู้กับลืมตาสู้แทบไม่ต่างกัน
นี่ยิ่งกว่าการฟังเสียงแยกตำแหน่งไม่รู้กี่เท่า มันคือการได้ยินเหมือนตาเห็น!
แต่คนอื่นทำไม่ได้ ในความมืด พวกเขาโดนหวงจี๋ยำอยู่ฝ่ายเดียวจนโงหัวไม่ขึ้น
อาศัยจุดนี้ ใช้ "ยุทธวิธีในความมืด" ต่อให้มาเป็นร้อย หวงจี๋ก็สู้ได้
[จบแล้ว]