เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 722 ฉินจื่อเจิน

ตอนที่ 722 ฉินจื่อเจิน

ตอนที่ 722 ฉินจื่อเจิน


เหนือประตูเมืองบนกำแพงหนา มีพลธนูอยู่หลายคน

ธนูสมบัติตระกูลฉิน ชื่อนี้สั่นสะเทือนไปทั่วแดนบาป

ตระกูลฉินเชี่ยวชาญในวิชายิงธนู  และมีนักสู้หลายคนที่ฝึกธนูคนที่โดดเด่นที่สุดคือมู่เจ๋อ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่ายังมีอีกคนที่มีฝีมือยิงธนูไม่ด้อยไปกว่ามู่เจ๋อแม้แต่น้อยและนั่นก็คือฉินจื่อเจิน ฉินจื่อเจินมีรูปร่างสูงใหญ่ เขามีสีหน้าเย็นชาและสายตาแหลมคม เขาทำตัวไม่โดดเด่น และไม่ยินดีจะเปิดเผยตัวดังนั้นคนที่รู้จักฉินจื่อเจิ้นจึงไม่มาก

นอกจากพลังพิเศษของเขาแล้ว ฉินจื่อเจินยังใช้เวลาฝึกฝนพลธนูขึ้นเป็นพิเศษด้วย

เขาฝึกฝนพลธนูในวิชาธนูต่างๆและโดยการฝึกเช่นนี้เขาสามารถสร้างกลุ่มพลธนูที่ใช้ธนูได้พร้อมเพรียงกันอย่างมีประสิทธิภาพ  ฉินเจิ้นยกย่องเฉินจื่อเจินมากกว่าครั้งหนึ่งและให้เขามีอำนาจสั่งการพลธนู  ฉินจื่อเจินไม่รานความคาดหวังเขา  แม้ว่ากองทัพของแดนบาปจะตกต่ำลงแล้วแต่คัมภีร์คู่มือของตระกูลฉินยังคงมีเรื่องราวให้พวกเขาได้ศึกษาค้นคว้า  ทำให้พลธนูมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

คัมภีร์ที่รวบรวมในตระกูลฉินได้มาจากตระกูลฉินรุ่นก่อนที่เพิ่งเข้าแดนบาปได้จดบันทึกทุกอย่างที่พวกเขาสามารถทำได้  พวกเขาส่วนใหญ่ไม่คุ้นชินในแดนบาป  แต่พวกเขายังคงเก็บเอาไว้เพื่ออนาคตสำหรับคนรุ่นอนาคตในฐานะเป็นข้อมูลอ้างอิงและอาจมีค่าเป็นเงินมากมาย

พลธนูตระกูลฉินล้วนน่าเกรงขามและได้รับความสำเร็จมากมาย

ตระกูลอื่นๆ ในเมืองจื่อจวนที่ยังมีความกลัวต่อตระกูลฉินเพราะเกรงกลัวต่อฉินเจิ้นผู้ห้าวหาญและหน่วยพลธนู

ฉินจื่อเจินได้รับคำสั่งให้ปิดประตูเมืองทันที เขาเต็มไปด้วยความตกใจเนื่องจากทราบถึงความแข็งแกร่งของลุงมู่และลุงเว่ย  เมื่อบุรุษหน้ากากผีสามารถฆ่าพวกเขาได้ก็หมายความว่าบุรุษหน้ากากผีแข็งแกร่งมากกว่าที่ทุกคนคาด

แต่ขณะเดียวกัน ฉินจื่อเจินโกรธเต็มที่วิชาธนูของเขาได้รับการถ่ายทอดจากมู่เจ๋อเป็นประจำ  เนื่องจากฉินเจิ้นไม่มีเวลาแนะนำเขา  ดังนั้นเขากับมู่เจ๋อจึงมีความสนิทกันมาก  พวกเขาไม่เพียงแต่เป็นลุงกับหลาน  แต่เป็นอาจารย์กับศิษย์

เมื่อได้ยินว่าลุงมู่ตาย ฉินจื่อเจินตัดสินใจล้างแค้น

เขาไม่เคยคาดเลยว่าโอกาสจะมาถึงเร็วนัก

‘เจ้ากล้าบุกมาถึงประตูเมืองนับว่าไม่รู้จักความตายเลยจริง’

ฉินจื่อเจินแค่นเสียงเย็นชา หน่วยพลธนูฝีมือดีของเขาประจำตำแหน่งพร้อมแล้ว  พลธนูไม่ใช้ธนูตามที่มีในร้านตลาด  แต่เป็นธนูราชันย์ตระกูลฉิน  ตระกูลฉินผลิตไม้แดงราชันย์ซึ่งใช้เวลานานมากกว่าจะเจริญเติบโตแข็งเหมือนเหล็ก ลำต้นสีแดงราวกับโลหิตลายที่เหมือนเพลิงดำพวกเขาใช้วัสดุที่ดีที่สุดสร้างธนู  แต่การผลิตนั้นทำได้ระดับต่ำและตระกูลฉินก็พิจารณาว่าเป็นสมบัติอย่างหนึ่งเช่นกัน

สายธนูทำมาจากไหมเหล็กทอง แต่นั่นไม่ใช่ไหมทองธรรมดา  ในไหมทองที่ผลิตโดยตระกูลเซวียบางครั้งก็ใช้ไหมสีดำที่เรียกกันว่าไหมดำเหล็กทอง ไหมดำนี้จะแข็งแกร่งมากกว่าทนกว่าเมื่อเทียบกับไหมทองธรรมดา และเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ในอัตราต่ำมากส่วนใหญ่จะมอบให้กับตระกูลฉิน

ดังนั้นการผลิตธนูราชันย์ด้วยไม้แดงราชันย์ในฐานะที่เป็นคันธนู และไหมดำเหล็กทองเนื่องจากเป็นสายธนูที่แพงมาก แต่ฉินเจิ้นไม่ลังเลใจมอบอาวุธสมบัติเหล่านี้ให้กับหน่วยพลธนู แสดงว่าฝากความหวังไว้กับพวกเขาอย่างสูง

ฉินจื่อเจินเชิดหน้าและตั้งท่า  ตาของเขาตั้งใจมองบุรุษหน้ากากผีที่กำลังวิ่งตรงเข้ากลุ่มเขา  ตาของเขามีแววชิงชังทันที

ยอดฝีมือทุกคนในหน่วยพลธนูเปิดกล่องธนูและเปิดชั้นลึกสุดและดึงลูกศรโลหะที่สลักลวดลาย  ลูกศรเหล่านี้มีขนาดเท่าปลายนิ้ว บนตัวลูกศรเต็มไปด้วยรูปแกะสลักสวยงามเป็นชั้นๆไม่มีขนนก ปลายลูกศรมีแสงสะท้อนเยือกเย็น และรังสีกดข่มจากตัวลูกศร

นี่คือกฎฝังศรที่มีค่ามาก

ลูกศรทุกดอกแฝงไว้ด้วยกฎธรรมชาติซึ่งสร้างขึ้นจากพลธนูผู้อาบแสงกฎธรรมชาติและผนึกไว้ในลูกศรทุกวันๆ  และด้วยเวลาที่พอเพียงก็จะก่อตัวเป็นกฎอยู่ในลูกศรเอง กฎฝังศรก็คือชีวิตของพลธนูที่เก็บไว้ในลูกศร  เป็นงานยากที่จะประทับกฎของเขาไว้ในลูกศรเนื่องจากปกติแล้วต้องการความอดทนทำเช่นนั้นหนึ่งปีเต็ม  เนื่องจากเป็นเรื่องยากที่จะสร้างกฎฝังลูกศรพลธนูจึงไม่ใช้มันอย่างวู่วาม

ขณะที่ประทับกฎลงก็จะถูกผนึกไว้โดยพลธนูเอง  ลูกศรและพลธนูเมื่อเข้ากันได้ดี พลังของลูกศรจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า

ฉินจื่อเจินไม่ต้องการจะชิมลางแล้ว  ทุกคนใช้ลูกศรฝังกฎธรรมชาติทันที  แสดงให้เห็นถึงความกลัวที่เขามีต่อบุรุษหน้ากากผี  เขาไม่ต้องการปล่อยโอกาสไป  คนที่สามารถฆ่ามู่เจ๋อและเว่ยหาน  เขาไม่มีทางปล่อยโอกาสแน่

ฉินจื่อเจินเล็งบุรุษหน้ากากผีไว้แล้ว  ธนูสมบัติในมือของเขาเหนี่ยวออกช้าๆ  ธนูเงินเป็นประกายแพรวพราวพาดกับสายธนู  ทั้งสองด้านของเขา พลธนูฝีมือดีทุกคนอยู่ในท่าเดียวกัน

ธนูราชันย์ และลูกศรฝังกฎธรรมชาติถูกเหนี่ยวช้าๆ

หน้าของฉินจื่อเจินยังคงเย็นชา  แววอ่อนโยนในดวงตาค่อยๆ หายไปธนูถูกเหนี่ยวจนโค้งเป็นวงกลม เขายืนนิ่งเหมือนรูปปั้น และไม่ขยับเลยสักนิ้ว  ยอดฝีมือที่อยู่ด้านข้างเขาอยู่ในท่าเดียวกับเขา

ขณะที่ยังเหนี่ยวสายธนู ปากของเขาพูดเสียงนุ่มนวล

“ปล่อยธนู!”

สายธนูดีดออกเสียงดังเหมือนกับสายฟ้า

เมื่อปล่อยสายธนูลูกธนูเปล่งแสงเจิดจ้าซึ่งซึมออกมาจากร่างกายของพวกเขา รัศมีแสงแพรวพราวเจิดจ้าชัดเจนมากขึ้นและธนูทั้งดอกถูกแสงคลุมไว้หมดและพุ่งออกไปเป็นแนวแสงคล้ายดาวตก มันส่งเสียงหวีดหวิดแหวกอากาศ

ถังเทียนมีความรู้สึกอันตรายตั้งแต่วินาทีแรกทันทีที่อีกฝ่ายเล็งเป้ามาที่เขา แต่เขายังไม่หยุด กลับดูน่ากลัวขึ้น เขาปลดปล่อยรังสีก้าวร้าว ทำให้พื้นที่รอบตัวของเขาขาวว่างเปล่า

ธนูสิบดอกยิงมาที่ถังเทียนเหมือนสายฝน

ถังเทียนตาโต เขาสามารถรู้สึกได้ถึงรังสีทำลายล้างจากลูกธนู แสงของธนูยิงลงมาจากทุกตำแหน่งกันพื้นที่ไม่ให้พวกเขาหลบได้  ภายใต้อันตรายรุนแรง เหมือนแมวขู่ฟ่อด้วยความตกใจขนผมลุกชูชัน  เขาอยากทำลายพื้นที่เพื่อหลีกเลี่ยงแต่...

เขาคิดถึงว่าหานปิงหนิงเถี่ยเซียและผิงเสี่ยวซานยังอยู่ข้างหลังเขา

พวกเขาไม่สามารถต่อต้านป้องกันธนูที่น่ากลัวได้!

หน้าของเถี่ยเซียซีดเป็นสีเทา  เขาหลับตาอย่างสิ้นหวัง เขาไม่เคยคิดเลยว่าตระกูลฉินจะทรงพลังมากมายถึงขนาดสร้างความสิ้นหวังได้ถึงเพียงนี้

‘ซวยจริงข้าเดิมพันผิดข้าง...’

ขณะนั้นเองมีเสียงตวาดดังขึ้น

ถังเทียนก้าวไปข้างหน้าทันใดขาซ้ายบรรจุด้วยพลังหนาแน่นทำให้รอยเท้าของเขายุบลงไปในพื้น  รอยแตกคล้ายใยแมงมุมขยายออกไปรอบขาเขา  ไฟต้นกำเนิดในร่างของถังเทียนพุ่งออกมาราวกับลมทำให้รอยแยกขยายออกไปอีกและมันเพิ่มขึ้นไปอีกสองสามเมตรอย่างคาดไม่ถึง

เขารั้งหมัดกลับหมัดเทพเจ้าของบุรุษหนุ่มปรากฏอีกครั้งและมิติพื้นที่รอบๆ ถูกแช่แข็งและขยายออกไป

หลังจากสู้กับเบนสัน ถังเทียนตระหนักว่าการแช่แข็งพื้นที่เมื่อเขาใช้หมัดเทพเจ้าสามารถสร้างแนวป้องกันเป็นปริมณฑลได้

‘เนื่องจากข้าไม่สามารถหลบหนีได้  ข้าได้แต่ทำอย่างนี้และช่วยทุกคนป้องกันฝนธนู!’

กฎธรรมชาติที่หมัดเทพเจ้าดึงเข้ามาทำให้พื้นที่ใหญ่ถูกแช่แข็ง และมีความสามารถในการป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น

ถังเทียนรู้สึกถึงอันตรายรุนแรงมาจากมือธนูบนกำแพง

ภายใต้การกระตุ้นต่อสู้เสี่ยงตาย  ถังเทียนทุ่มพลังของเขาทั้งหมดเพราะไม่กล้าทำอย่างอื่น เขากระตุ้นไฟต้นกำเนิดจากร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง  ไฟต้นกำเนิดที่พลุ่งพล่านปั่นป่วนท่วมทับความคิดของถังเทียนทำให้เขาสั่นสะท้านและเกือบจะสูญเสียการควบคุมกระแสพลังที่บ้าคลั่งในปัจจุบัน  เขาบังคับตนเองให้สงบลง ทะเลเพลิงต้นกำเนิดที่ตื่นเต้นแต่แรกในร่างกายของเขาถูกกระตุ้นอย่างมากและกลายสภาพเป็นคลุ้มคลั่งทันทีจนถังเทียนรู้สึกเหมือนกับว่าร่างของเขากำลังจะระเบิด

เขาบังคับตนเองให้ละทิ้งความกลัวและความคิดที่ไขว้เขวในใจของเขาวิชาหมัดนับไม่ถ้วน เครื่องหมายต่างๆผุดผ่านเข้ามาในใจของเขาเหมือนเมฆลอย  เหมือนกับว่ามีความคิดหนึ่งทีละอย่างความคิดทั้งหลายยังคงเปลี่ยนไป และสัญลักษณ์นับไม่ถ้วนก็จะหายไป  ปกติถังเทียนไม่กล้าจะใช้เครื่องหมายมากมาย  เพราะเขาตระหนักว่าเขาใช้กฎสัญลักษณ์ไปมากมายสิ้นเปลืองยิ่งกว่าพลังไฟต้นกำเนิดในร่างของเขาเสียอีก

แต่ครั้งนี้ไฟต้นกำเนิดในร่างของเขาใช้ครอบงำมากเกินไป เหมือนกับคลื่นความโกรธโจมตีใส่สภาพใจของถังเทียน

ถังเทียนรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ  ถ้าเพลิงต้นกำเนิดสูญเสียการควบคุม  อย่างนั้นเขาอาจไม่ต้องตายภายใต้ธนูแสง  แต่เขาจะสลายไปเพราะพลังของตนเอง  เรื่องต่างๆทั้งหมดที่มาจากใจถังเทียนไม่กล้าคิดเลย

สายใยกฎธรรมชาตินับไม่ถ้วนพุ่งข้ามท้องฟ้ากลายเป็นแสงหลากสีสันและเข้ามารวมในหมัดของถังเทียน  แสงรอบๆ หมัดของถังเทียนขยายตัวออกไป

พื้นที่แช่แข็งขยายออกไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง

ในพริบตาธนูแสงกำลังจะปะทะเข้ากับพื้นที่แช่แข็งที่ขยายออกมา

ทันทีที่มีการปะทะกัน ธนูแสงระเบิด พิ้งเหมือนกับน้ำแข็งแตก ทำให้ร่างของถังเทียนสะท้าน

พิง พิง พิง!

เสียงปะทะย่อยดังออกมาทำให้ร่างของถังเทียนสั่นสะท้านรุนแรง  แต่ท่าหมัดของเขายังคงมั่นคง ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถังเทียนเผชิญกับสถานการณ์เช่นนั้น  เขารู้ว่าร่างกายของเขาจะไม่ทนทานอะไรจากการโจมตี  แต่เมื่อเขาปล่อยให้หมัดของเขาสูญเสียการควบคุมกระแสของไฟต้นกำเนิดและสายใยกฎธรรมชาติจะฉีกร่างของเขาจนสลายทันที

ธนูแสงทุกดอกระเบิดเมื่อปะทะกับพื้นที่แช่แข็งเผยให้เห็นแสงที่ส่องผ่านพื้นที่แช่แข็ง

‘นี่คือผลกระทบกฎธรรมชาติ!’

เมื่อผลกระทบกฎเข้ามาในพื้นที่แช่แข็ง  พวกมันเป็นเหมือนปลาที่เข้าไปในน้ำ  และมีความคล่องแคล่วว่องไว

ถังเทียนตระหนักว่าเขาไม่สามารถดึงผลกระทบกฎเหล่านั้นได้  ผลกระทบกฎธรรมชาติที่กำลังแหวกว่ายเข้ามาเหมือนกับน้ำต่างจากสายใยกฎในพื้นที่รอบๆ  มันได้รับการเสริมความแข็งแกร่งเป็นประจำจากพลธนูค่อยๆ ก่อตัวเป็นชั้นๆ และแทบจะมีสำนึกแบบเดียวกับพลธนูดังนั้นจึงไม่สามารถดูดซับได้

ทันใดนั้นผลกระทบกฎสีน้ำเงินเข้ายิงเข้าใส่ร่างของถังเทียนเหมือนวิญญาณต้องการจะเข้าสิงเขา

มันคือผลกระทบกฎของฉินจื่อเจิน

ถังเทียนสั่นไปทั้งร่าง ความรู้สึกชาขยายไปทั่วและสิ่งที่ทำให้ถังเทียนสีหน้าเปลี่ยนก็คือเพลิงต้นกำเนิดในร่างของเขาไม่สามารถข่มผลกระทบกฎสีน้ำเงินเข้มได้  มันเหมือนกับปลาสากสีน้ำเงินเข้มเข้าต่อสู้และสร้างความเหน็ดเหนื่อยให้กับร่างกายของถังเทียน

‘แย่แล้ว!’

หน้าของถังเทียนตกใจ ผลกระทบกฎชอนไชเข้าหัวใจของเขา!

แต่ในขณะนั้นหมัดของถังเทียนเต็มไปด้วยสายใยกฎเต็มพิกัดแล้ว ถ้าเขาไม่ปล่อยออกไป ถังเทียนรู้สึกว่ามันอาจระเบิดใส่มือของเขาก็ได้

โดยไม่มีการรั้งอะไรอีกต่อไป  ถังเทียนคำรามและปล่อยหมัดของเขาออกไปทันที!

กลุ่มแนวแสงที่มีขนาด มีขนาดเท่าโม่หลากสีสันแพรวพราวแต่ไม่ปล่อยระลอกคลื่นในอากาศ เป็นแนวหางแสงพุ่งออกไป หมัดพุ่งเข้าหาประตูเมือง

ฉินจื่อเจินที่อยู่บนกำแพงเมืองตะโกนตกใจ “แยก...”

แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค ประตูเมืองที่อยู่ใต้เท้าของเขาไหวยวบและพลังที่น่ากลัวซึ่งดูเหมือนจะถล่มทลายภูผาได้ระเบิดอยู่ใต้เท้าของเขา  ฉินจื่อเจินร้องครางด้วยความเจ็บปวดกระอักโลหิตเต็มปาก ก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว ตาของเขาก็มืดลงและปลิวกระเด็น

ปัง ปัง ปัง!

เศษอิฐเศษหินปลิวกระเด็นไปทุกที่แฝงพลังไว้อย่างน่าประหลาด  ทุกคนที่ถูกเศษหินพุ่งใส่จะถูกทะลวงทะลุร่างกาย  เลือดมากมายฉีดพุ่งพร้อมกันเสียงร้องเสียงคร่ำครวญดังเต็มหู

ประตูเมืองที่สง่างามหายไป และเหลืออยู่หลุมที่กว้าง 60 เมตร

“ไปกันเถอะ”

ถังเทียนพาผิงเสี่ยวซานผู้ยืนตะลึงไปหมด  เขาร้องลั่นและวิ่งออกไปทันที

หานปิงหนิงและเถี่ยเซียตื่นจากฝันกลางวันและตามเขาไปทันที

จบบทที่ ตอนที่ 722 ฉินจื่อเจิน

คัดลอกลิงก์แล้ว