เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 698 ส่งมอบไหมทอง

ตอนที่ 698 ส่งมอบไหมทอง

ตอนที่ 698 ส่งมอบไหมทอง


หมิงจูหน้าเขียวคล้ำ  คุณนายผู้เฒ่าชราภาพมากแล้ว  และเรื่องส่วนใหญ่จะปล่อยให้นางจัดการเป็นเรื่องปกติที่ปล่อยให้นางจัดการให้รางวัลและลงโทษ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพวกอู้งาน  เมื่อได้เห็นคลังสินค้ารกยุ่งเหยิงและถังเทียนนอนกรนสนั่นความโกรธเกิดขึ้นในใจนางพร้อมกับความเกลียดชังที่มีต่อเขา

‘ครั้งนี้คุณนายผู้เฒ่าดูผิดไปแน่’ นางแอบคิด

พี่น้องหญิงคนอื่นตกใจ  ตระกูลเซวียเคยเป็นตระกูลใหญ่และตกทอดกฎอย่างเคร่งครัด  สตรีทั้งหลายได้รับอิทธิพลจากกฎนี้มานานแล้ว  กฎเหล่านี้ประทับอยู่ในใจของพวกนางอย่างลึกซึ้ง  พวกนางจะเคยเห็นภาพเช่นนั้นได้อย่างไร?  แม้แต่หน่วยคุ้มกันรับจ้างทั้งหมดก็ไม่เคยประพฤติอยางนั้น

ถังเทียนนอนเหยียดยาวอยู่กับพื้นหงายหน้าและมีน้ำลายไหลออกจากมุมปาก  เสียงกรนสนั่นดังออกมาจากจมูกของเขาเป็นจังหวะ

“เสี่ยวเหยาเก็บกวาดคลังสินค้า” หมิงจูกล่าวอย่างเย็นชา

เด็กสาวผู้งดงามคล่องแคล่วว่องไวนางหนึ่งเดินออกมาและเริ่มเก็บกวาดไหมทองรอบๆคลังสินค้า  หลังจากตอนแรกตกใจคนที่เหลือก็ได้สติอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาของพวกนางเต็มไปด้วยอาการเหยียดหยามขณะมองถังเทียน

แดนบาปเต็มไปด้วยราชตระกูลและตระกูลใหญ่ที่ถูกเนรเทศ  ทั้งหมดเป็นตระกูลที่มีกฎเคร่งครัดแม้แต่ตระกูลที่สร้างความสำเร็จจากทางการทหารก็ยังอบรมดูแลผ่านมาหลายรุ่นและย่อมรู้มารยาทเป็นธรรมดา  ในแดนบาปแม้แต่การงานที่สกปรกต่ำทรามที่สุดก็ยังถือสามารยาทเป็นอย่างมาก  แม้ว่าพวกเขาจะล่มสลายทั้งหมดพวกเขาก็ยังเคยมีชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่ในอดีต

เป็นครั้งแรกที่พวกนางพบกับคนที่น่ารังเกียจแบบนั้น

ถังเทียนหลับสนิทมาก  เขาได้ฝึกฝนกฎหลายอย่าง  แม้ว่าการสู้ระหว่างเขากับผิงเสี่ยวซานจะเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก  แต่ก็สิ้นเปลืองพลังของเขาอย่างสิ้นเชิง  การฝึกหลังจากนั้นใช้เวลาอีกสองสามชั่วโมงและด้วยความเกรงว่าจะลืมไปในวันรุ่งขึ้น เขาฝึกฝนอย่างหลงใหลตลอดทั้งคืน เขาฝืนตนเองให้อดทน และหลังจากรู้แจ้งทั้งหมดจนติดแน่นอยู่ในใจของเขา  เขาจึงหยุดฝึก

ความรู้สึกตึงเครียดที่เขามีอยู่ในใจหยุดทันที  ถังเทียนผู้ฝืนทนมาตลอดคืนถูกความอ่อนล้าเข้าครอบงำเขาทั้งหมด

ช่วงที่เขาปล่อยความรู้สึก  เขาหลับอย่างสบาย  เขาไม่รู้สึกถึงหมิงจูและพวกที่เข้ามา

“ไม่มีอะไรขาดหาย”  หลังจากรวบรวมและทำความสะอาดทั้งหมดแล้วเสี่ยวเหยาประหลาดใจ นางหันไปมองถังเทียน

“ไม่มีอะไรหายจริงๆหรือ?”  ใครบางคนถาม  “มีไหมทองมากมาย ต้องเป็นเขาที่ทำเช่นนี้!  ถ้าไม่มีอะไรหายไปทำไมเขาถึงทำกระจุยกระจายออกมาอย่างนั้น?”

เสี่ยวเหยาไม่ได้คัดค้านแต่กล่าว  “ข้าได้นับไว้ก่อนแล้วใครก็ตามที่ไม่เชื่อข้าก็เข้ามาตรวจสอบด้วยตัวเอง”

สตรีที่เหลือมองหน้ากันเอง  แต่ไม่มีใครพูดสักคำ  เสี่ยวเหยาเป็นคนรอบคอบ นางไม่เคยทำผิดพลาดเมื่อรับสินค้า

สีหน้าของหมิงจูดูดีขึ้นมาก  ขโมยที่นางเกลียดที่สุดไม่ปรากฏและทำให้นางมีความคิดต่อถังเทียนในแง่ดีขึ้น แม้ว่าเขาจะน่าดูถูก แต่เขาก็ไม่ใช่ขโมย แม้ว่านางจะไม่เข้าใจว่าทำไมไหมทองมากมายถึงมากองอยู่กับพื้น  แต่เมื่อไม่มีไหมทองหายไป  นั่นก็หมายความว่าไม่มีขโมยเข้ามา

หมิงจูแค่นเสียง  “ไปกันเถอะ”

“เราจะไม่ปลุกเขาหรือ?”  เสี่ยวเหยาถาม

“ถ้าเขาอยากหลับ  ก็ปล่อยให้เขาหลับต่อไป”  หมิงจูพูดอย่างเย็นชา

ทุกคนเก็บงำความคิดของตนเองไว้  พวกนางคุ้นเคยกับอารมณ์ของหมิงจู  และรู้ว่านางโกรธจริงๆ  ถ้าหมิงจูไม่พอใจ  แม้แต่คุณนายผู้เฒ่าก็บังคับนางไม่ได้  ตั้งแต่อายุยังน้อยแล้วหมิงจูถูกคุณนายผู้เฒ่าเลี้ยงดูเป็นอย่างดีในฐานะผู้สืบทอด  ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น  อนาคตของตระกูลเซวียคงจะตกอยู่ในมือของหมิงจู

เมื่อคิดถึงว่าแม้แต่พวกนางก็จะไม่มีทางแต่งงานกับบุรุษที่น่ารังเกียจแบบนั้น  ทุกคนอ่อนอกอ่อนใจพร้อมกัน คุณนายผู้เฒ่าหวังว่าจะหาเขยขวัญผู้แข็งแกร่งแต่งงานเข้าตระกูลเซวียให้กำเนิดเด็กมากๆ สร้างหลักฐานให้กับตระกูลเซวีย

สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ในแดนบาปน่ากลัวมากและบรรทัดฐานในการอยู่รอดที่สำคัญที่สุดคือร่างกาย  ถ้าร่างกายของพวกเขาไม่ดีพอ  เด็กๆ ที่เกิดมาจะมีโอกาสรอดได้ยาก  นอกจากนี้แดนบาปไม่มีพลังงานและพวกเขาอาศัยแต่พลังจากเลือดเนื้อไม่ต้องคำนึงถึงเคล็ดวิชาลับอะไรทั้งนั้น แต่เริ่มโดยปรับสภาพร่างกาย ร่างกายคือพื้นฐานของทุกสิ่ง

ในช่วงไม่กี่ปีเร็วๆ นี้ตระกูลเซวียขาดแคลนงานแผนกนี้มาก และขณะที่เวลาผ่านไปพวกเขายิ่งตกต่ำมากขึ้นจนอยู่ในระดับที่อันตราย ถ้ายังไม่มีนักสู้ที่ทรงพลังปรากฏตัวในรุ่นต่อไปของพวกเขา พวกเขาจะมีปัญหาในการปกป้องทรัพย์สินและสมบัติ ถ้าไม่ใช่เพราะได้รับปกป้องจากตระกูลของเมืองจื่อจวนในช่วงไม่กี่ปีมานี้  ตระกูลเซวียอาจถูกกวาดล้างไปนานแล้ว

หมิงจูขบริมฝีปาก  นางควบคุมตระกูลเซวียมานานมากแล้ว และนางรู้ชะตากรรมที่ตระกูลเซวียประสบอยู่ในเวลานี้  ตระกูลเซวียไม่สามารถหาพันธมิตรที่แท้จริงได้  และการที่มีสตรีทั้งหมดไม่สามารถปกป้องตนเองได้สำหรับกลุ่มอิทธิพลถือว่าเป็นแรงดึงดูดใจที่มิอาจต้านทานได้  ถ้าพวกนางแต่งงานเข้าไปในตระกูลใหญ่นี้ได้ วิชาลับของตระกูลเซวียในการเลี้ยงหนอนไหมทองอาจต้องเปลี่ยนมือ  และในพริบตาตระกูลเซวียจะถูกกลืนจนไม่เหลืออะไร

แต่เมื่อคิดถึงความจริงที่ว่านางจะต้องแต่งงานกับคนที่เกียจคร้านแบบนี้หมิงจูหวั่นเกรงมาก ต่อให้เขามีตำแหน่งชื่อเสียง หมิงจูพบว่าเป็นเรื่องยากจะยอมรับ

เมื่อเห็นว่าหมิงจูมีท่าทีดูไม่ดี  เสี่ยวเหยาพูดอย่างนุ่มนวล  “พี่หมิงจู วันนี้คือวันที่เราจะส่งมอบไหมนะ”

หมิงจูรู้สึกตัวและอุทานทันที “โอว”  นางทำหน้าเหยเกทันทีเสี่ยวเหยารู้ทันทีว่านางพูดผิด

“คุณหนูหมิงจูอยู่ที่นี่หรือเปล่า”  เสียงใสดังขึ้น

ประกายตาที่ว้าวุ่นวูบผ่านนัยน์ตาของหมิงจู นางพยายามสงบจิตใจและแสดงท่าทางสงบและตรงไปที่ลานบ้าน บุรุษหนุ่มรูปงามยืนเอามือไพล่หลังเดินอย่างสบายในลานบ้านชมดูไม้ดอกและไม้ต้นอย่างเพลิดเพลิน

“คุณชายฉิน!”  หมิงจูเรียกอย่างสุภาพและคำนับ

“คุณหนูหมิงจู!”  คุณชายฉินคำนับตอบ  หน้าของเขามีรอยยิ้มสดใสเหมือนดวงตะวันทำให้หมิงจูงง

นางปัดไรผมของนางเพื่อปิดบังความผิดพลาดของนาง  “คุณชายสามารถเรียกให้คนมารับไหมไปก็ได้  ทำไมต้องมาด้วยตนเองเล่า?”

“ทุกคนกำลังยุ่งมากและข้าก็ว่างอยู่พอดี นอกจากนี้ข้าต้องการพบกับคุณหนูหมิงจู ดังนั้นนี่เป็นงานที่ข้าเต็มใจทำ” ตาของฉินจื่อซานมีประกายหลงใหล เสียงของเขาไม่เพียงแต่ไม่ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเขาไม่ให้ความสำคัญแต่กลับซื่อสัตย์และเต็มไปด้วยความมั่นใจในตนเอง

เสี่ยวเหยาได้แต่ลอบถอนหายใจอยู่ด้านข้าง  ทุกคนรู้ว่าคุณชายฉินชื่นชอบหมิงจู แม้แต่คุณนายผู้เฒ่าก็ยังเงียบกับเรื่องนี้แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้  ตระกูลฉินคือตระกูลเมืองจื่อจวนและเป็นเจ้าเมืองปกครอง  ตระกูลจื่อจวนดูแลตระกูลเซวียและถ้าฉินจื่อซานขอนางแต่งงานก็คงเป็นเรื่องยากที่คุณนายผู้เฒ่าจะปฏิเสธเขา  แต่การตัดสินใจหลักยังขึ้นอยู่กับหมิงจู

แต่นางไม่ได้ตอบสนองต่อการรุกเร้าของคุณชายฉิน

นางถูกเลี้ยงดูมาให้เป็นผู้สืบทอดตั้งแต่อายุน้อย  และเคยคิดถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของตระกูลเซวีย  ถ้านางยอมตกลงกับเขาจริง  อย่างนั้นนอกจากต้องรวมเข้ากับตระกูลฉินแล้วก็จะไม่มีทางอื่นเหลือสำหรับตระกูลเซวีย

หมิงจูหลบสายตาที่ร้อนแรงของฉินจื่อซานและกล่าว  “ทุกอย่างพร้อมแล้ว  คุณชาย, เชิญ”

ไหมทองของตระกูลเซวียไม่ใช่ว่าจะขายให้ใครก็ได้และลูกค้าของพวกนางก็คือตระกูลจื่อจวน ไม่เพียงแต่ไหมทองจะถักเป็นชุดและเกราะเบาได้เท่านั้น  แต่ยังใช้ทำเป็นสายธนูได้ดีอีกด้วย  ตระกูลจื่อจวนซื้อไหมทองไปสร้างธนูที่แข็งแรง

หน้าของเสี่ยวเหยาเปลี่ยน  นางไม่สามารถห้ามพวกเขาได้  และหมิงจูก็พาคุณชายฉินเข้ามาในคลังสินค้าแล้ว

“ข้าได้ยินมาว่าตระกูลของเจ้าซื้อบุตรเขยมาหรือ?”  ฉินจื่อซานหัวเราะ  “ข้าสงสัยว่าข้าจะพบเขาเป็นการส่วนตัวได้ไหม?”

หน้าของหมิงจูเปลี่ยนทันใดนั้นนางตระหนักได้ทันทีว่าถังเทียนยังคงหลับอยู่ในคลังสินค้า!  ‘โอวตายแล้ว,ข้าโกรธถังเทียน จนข้ากลายเป็นคนว้าวุ่นทำเรื่องราวผิดพลาดข้าก็แค่เรียกใครบางคนมาขนไหมออกจากคลังสินค้าก็จบแล้ว’  หมิงจูไม่อาจคิดได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าถังเทียนและคุณชายฉินพบกัน

หมิงจูฝืนยิ้ม  “ข้าไม่คิดเลยว่าข่าวจะแพร่กระจายไปข้างนอกทำให้ข้าประหลาดใจจริงๆ  เขาเป็นแค่บ่าวคุณนายผู้เฒ่าเห็นเขาเป็นเด็กน่าสงสารและรู้สึกว่าตระกูลของเรามีงานมากมายต้องทำ แต่ว่ามีแต่สตรีทั้งนั้น ดังนั้นเราต้องการให้ใครสักคนมาช่วยเป็นแรงงาน”

“เป็นอย่างนี้นี่เอง  สิ่งที่ข้าได้ยินก็แค่ข่าวลือ  เป็นข้าที่แย่จริงๆ”  ฉินจื่อซานขอโทษหมิงจู

หมิงจูฝืนยิ้มและพูดต่อ  “คุณชาย ท่านสุภาพเหลือเกินท่านกีดกันจนข้าดูเป็นคนนอกห่างไกลไปแล้ว”

ทั้งกลุ่มเดินมาถึงหน้าคลังสินค้า  หมิงจูหยุดทันที

‘จะทำยังไงดี… ข้าจะทำยังไง...’

ฉินจื่อซานรออยู่ชั่วครู่  เมื่อเห็นว่าหมิงจูไม่เปิดประตูเสียที  เขาสับสน “แม่นางหมิงจู?”

หมิงจูที่กำลังสับสนสะดุ้งตกใจ นางผลักเปิดประตูโดยไม่รู้ตัวทำให้เกิดเสียงดังปัง

ภาพของถังเทียนกำลังหลับพร้อมกับกรนสนั่นปรากฏออกมาอีกครั้ง  เสี่ยวเหยาวอดเอามือปิดหน้าไม่ได้  นางไม่สามารถทนมองได้อีกต่อไป  ช่างน่าอายเหลือเกิน

คุณชายฉินอึ้ง พูดไม่ออกไปพักหนึ่ง  “คนใช้ของพวกเจ้าหลับได้หลับดีจริงๆ”

หมิงจูรู้สึกตัวรีบสงบใจและตอบ  “เขาเฝ้าคลังสินค้าติดต่อกันสองสามคืนแล้วและเหนื่อยเกินไป เราคงต้องเงียบ จะได้ไม่ปลุกเขาให้ตื่น”

คุณชายฉินพยักหน้าชื่นชม  “แม่นางหมิงจูเห็นแก่ผู้อื่นและใจดียิ่งนักจื่อซานนับถือท่านจริงๆ”  เขาไปคุยกับบริวารของเขา  “พวกเจ้าทุกคนค่อยๆ ขนย้ายเบาๆ”

ก่อนนี้ เขาได้ยินว่าแม่เฒ่าเซวียซื้อบุตรเขยและต้องการจะดูเขา  เมื่อเห็นสภาพถังเทียนในปัจจุบันความหนักใจของเขาหายไปหมด เขาเชื่อว่าหมิงจูคงไม่ตาบอดชอบคนที่น่ารังเกียจแบบนั้น เมื่อยืนยันว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีท่าทีคุกคามเขาแม้แต่น้อย  เขาสงบใจได้และไม่รู้สึกหึงหวงแต่อย่างใด  เขาไม่อยากกวนใจอีกฝ่ายและทำให้เขาเสียศักดิ์ศรี

ถังเทียนกำลังฝัน

เขาฝันว่าสมาพันธ์ชาวยุทธกำลังรุกรานกลุ่มดาวหมีใหญ่  ทวีปซางโจวเต็มไปด้วยเปลวเพลิงสงครามและการสู้รบรุนแรงบ้าคลั่ง เขาฝันว่าเชียนฮุ่ยตกอยู่ในอันตราย ว่าปิงกำลังร่วมกับทุกคนต่อสู้จนตาย ฝันว่าถังโฉ่วเตรียมตัวตายเพื่อเมืองของเขา  หลิงซิ่วไม่ตื่นขึ้นอีกต่อไป  อาเฮ่อบาดเจ็บสาหัส เขาฝันว่าจิ่งหาวถูกกระบี่ทิ่มแทงนับครั้งไม่ถ้วน  ชาวหมาป่าล้มลงทีละคนๆศัตรูระลอกแล้วระลอกเล่าหนุนเนื่องเข้ามา ฝันว่ากลุ่มดาวหมีใหญ่ถูกฉีกขาดกระจุย ไฟเผาผลาญจนท่วมท้องฟ้า

ความเจ็บปวดและความแค้นยากจะหยั่งท่วมไปทั้งตัวของเขาทำให้เขาสั่นตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าและตะโกนก้องฟ้า

ทันใดนั้นถังเทียนตื่นขึ้นและตระหนักว่าเขาลุกขึ้นนั่ง

แฮก..แฮก...แฮก...

เขากำลังหลั่งเหงื่อท่วมตัวขณะที่เขาตั้งใจมองดูกำแพงและหอบหายใจ  ‘งั้นก็เป็นแค่ความฝัน... น่ากลัวจริงๆ!’

ความเคลื่อนไหวกะทันหันของถังเทียนทำให้ทุกคนตกใจกลัวหมิงจูขมวดคิ้วและถามด้วยความไม่พอใจ “เสี่ยวถัง เป็นอะไรไป?”

ถังเทียนไม่ได้ยินนาง  เขาจ้องมองดูผนัง  ‘โชคดี..โชคดีที่เป็นแค่ความฝัน.. ไม่ว่ายังไงก็ตาม ข้าจะไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น!’

“คุณหนูถามคำถามเจ้า!”  คนใช้ที่อยู่ข้างหมิงจูทนดูไม่ได้อีกต่อไป  นางตะคอกเสียงดังใส่ถังเทียน  เนื่องจากนางไม่เคยเห็นคนไร้วินัยเช่นนี้

ถังเทียนไม่พูดถึงอารมณ์ของเขา  เขายืนขึ้น โดยไม่มองพวกนาง ไม่พูดอะไรสักคำเขาเดินออกไปจากคลังด้วยสีหน้าดำคร่ำเครียด

ทุกคนมองหน้ากันและกัน  มันแปลกมาก

จบบทที่ ตอนที่ 698 ส่งมอบไหมทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว