- หน้าแรก
- โลกในตำนานของฉัน
- บทที่ 306 กล้าสั่งให้ตะวันจันทราเปลี่ยนนภาใหม่
บทที่ 306 กล้าสั่งให้ตะวันจันทราเปลี่ยนนภาใหม่
บทที่ 306 กล้าสั่งให้ตะวันจันทราเปลี่ยนนภาใหม่
ธงห้าทิศแต่กำเนิด ว่ากันว่าเกิดจากใบดอกบัวเขียวแห่งความโกลาหลห้าใบ สละคุณสมบัติการโจมตี เน้นการป้องกันเพียงอย่างเดียว
ว่ากันว่าค่ายกลห้าธาตุแต่กำเนิดที่ตั้งขึ้นจากการรวมธงทั้งห้าผืนนั้นป้องกันได้อย่างไร้เทียมทาน แม้โลกจะพังทลาย ผู้ศักดิ์สิทธิ์ลงมือก็ยังทำลายไม่ได้ แต่นี่ก็เป็นเพียงตำนาน เพราะไม่มีใครรวบรวมธงทั้งห้าผืนได้ครบ เนื่องจากธงทิศเหนือยังไม่ปรากฏ
“ข้ามีธงดอกบัวเขียวแห่งตะวันตก”
นักพรตเจียอิ่นโบกมือ ธงเล็ก ๆ สีดอกบัวเขียวผืนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ บนธงมีดอกบัวปักอยู่หลายดอก ยังมีแสงสีทองพุ่งออกมาเป็นเส้น
หยวนสื่อเทียนจุนโบกมือ ธงหวู่จี่ซิ่งหวงก็ปรากฏขึ้นในมือ บวกกับธงหลีตี้หยานกวงในมือของเหลาจื่อ ธงทั้งสามผืนก็มาพร้อมแล้ว
แต่เทียนจุนกลับขมวดคิ้วกล่าวว่า: “ธงซู่เซ่อหยุนเจี้ยอยู่ที่เหยาฉือในสวรรค์ การยืมนั้นง่าย เพียงแค่ส่งคนขึ้นไปบนสวรรค์ในคืนนี้ก็พอ แต่ธงเจินอู่จ่าวเตียวแห่งทิศเหนือยังไม่ปรากฏ น่าจะเป็นเพราะชะตาฟ้ายังไม่ถึงเวลา จักรพรรดิเจินอู่ยังไม่ปรากฏ จึงได้ซ่อนตัวอยู่ในบรรพกาล” *เหยาฉือ(เหมือนตอนแรกแปลไปเลยว่า สระหยก แต่เป็นชื่อต้องทับศัพท์สระหยกก็คือ ราชินีสวรรค์เมียจักรพรรดิเฮ่าเทียน)
บัดนี้ที่นี่มีผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งบรรพกาลสี่คนรวมตัวกัน สถานการณ์เช่นนี้ยากที่จะหาได้ในใต้หล้า สงครามครั้งสุดท้ายของยุคที่แล้วก็มีเพียงตงหวงไท่อี่และแม่มดบรรพบุรุษสิบสองคน จะเทียบกับความสูงส่งของพวกเขาได้อย่างไร สมบัติล้ำค่าที่ยากจะหาได้ในโลกล้วนอยู่ในมือของพวกเขา
“ธงทิศเหนือไม่อยู่ ข้าจะใช้ปราณบริสุทธิ์สายหนึ่งแทน”
เหลาจื่อกางมือออก ปราณบริสุทธิ์สายสุดท้ายก็กลายเป็นธงปราบมาร ผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามต่างชื่นชมในวิชาเต๋าที่ลึกซึ้งของไท่ชิง
ฟ้าเริ่มมืด เทียนจุนสั่งให้กว่างเฉิงจื่อขึ้นไปบนสวรรค์เพื่อยืมธง ตลอดทางลมเมฆปั่นป่วน ขึ้นไปถึงประตูสวรรค์ใต้ที่เงียบเหงา กว่างเฉิงจื่อคิดในใจว่า หลังมหันตภัยนี้ สวรรค์คงจะไม่ใช่แค่ของประดับอีกต่อไป ศิษย์น้องที่สิ้นชีพไปแล้วของเขาก็ต้องไปรับตำแหน่งในสวรรค์เช่นกัน
ยิ่งคิด กว่างเฉิงจื่อก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจ นี่คือเซียนที่อิสระเสรีอีกหรือ? นี่มันกลายเป็นสุนัขเฝ้าบ้านไปแล้วไม่ใช่หรือ?! แน่นอนว่าน้ำเสียงที่เขาใช้ขอยืมสมบัติจากหวังหมู่จึงไม่ดี ดูถูกดูแคลน
หวังหมู่โกรธจัด ตอนนี้คนยืมสมบัติเป็นใหญ่หรือ? นางตั้งใจจะถ่วงเวลาหนึ่งคืน เปลี่ยนแปลงชะตาลิขิตสวรรค์ แต่หานชิงเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ดึงชายเสื้อเป็นเชิงเตือน ยังมีจักรพรรดิเฮ่าเทียนไอสองครั้ง
ไม่มีทาง หวังหมู่จึงมอบธงซู่เซ่อหยุนเจี้ยให้อย่างไม่เต็มใจ กว่างเฉิงจื่อไม่กล้าชักช้า รีบบินลงมาอย่างรวดเร็ว
“เจ้าจะให้ข้าระบายความโกรธสักนิดไม่ได้หรือ? หลังมหันตภัยนี้สวรรค์ของข้าจะรุ่งเรือง ถึงตอนนั้นแม้แต่ศิษย์พี่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก็ต้องเกรงใจพวกเรา”
หลังจากกว่างเฉิงจื่อจากไป หวังหมู่ก็บ่นอย่างอึดอัดใจ รู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง ตัวเองเป็นมารดาแห่งสามภพ แต่กลับถูกเด็กน้อยคนหนึ่งมาดูถูกได้ตามใจชอบ
จักรพรรดิเฮ่าเทียนยิ้มอย่างขมขื่น เจ้ามองว่าพวกเขาเป็นศิษย์พี่ แต่เจ้าสำนักผู้ศักดิ์สิทธิ์กลับมองว่าพวกเขาเป็นเด็กรับใช้ “มหันตภัยสถาปนาเทพได้มาถึงจุดสูงสุดแล้ว ผู้ศักดิ์สิทธิ์ห้าคนพร้อมหน้า สถานการณ์เช่นนี้จะยอมให้เจ้าใช้เล่ห์กลเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อย่างไร? หากทำให้ผู้ศักดิ์สิทธิ์โกรธ หลังมหันตภัยอาจจะถูกจับมาลงโทษได้”
“ฮึ่ย”
หวังหมู่ไม่พอใจ รู้สึกว่าจักรพรรดิเฮ่าเทียนไม่เด็ดขาดพอ หานชิงเยว่ที่แอบมองอยู่ด้านหลังรู้สึกว่าชีวิตคู่ของจักรพรรดิสวรรค์ไม่ราบรื่น ในอนาคตอาจจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น
“อาจจะเป็นเพราะสถานการณ์ซับซ้อน จักรพรรดิเฮ่าเทียนจึงสั่งให้ธิดาหลงจี๋ลงมายังโลกเบื้องล่าง นับว่ามีสายตาที่เฉียบแหลม”
แผ่นดินบรรพกาล ความมืดมิดมาเยือน ธงสี่ทิศพร้อมหน้า ยังมีเหลาจื่อลงมือด้วยตนเอง ใช้แก่นแท้ของผู้ศักดิ์สิทธิ์สร้างธงทิศเหนือขึ้นมา เหล่าเซียนทองต่างตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดฟ้าดิน
“มีค่ายกลป้องกันระดับสูงสุดเช่นนี้ พรุ่งนี้พวกเราจะไม่มีเรื่องให้กังวล ชัยชนะครั้งนี้ต้องเป็นของเรา” หวงหลงเจินเหรินพูดอย่างมั่นใจ
กว่างเฉิงจื่อ นักพรตหรานเต็ง และคนที่มีความคิดลึกซึ้งคนอื่น ๆ มองดูคนโง่คนนี้อย่างลึกซึ้ง ไม่เห็นหรือว่าผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายต่างก็จริงจังขนาดนี้ ยังรวมธงห้าทิศแต่กำเนิดมาเป็นพิเศษ ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของศัตรู
“พวกเจ้าจงฝึกฝนค่ายกลห้าธาตุห้าทิศแต่กำเนิดให้ดี พรุ่งนี้ไม่ต้องการจะสร้างผลงาน แต่ขอเพียงไม่ทำผิดพลาด เพียงแค่ยืดเวลาค่ายกลใหญ่ในด่าน ตัดขาดการติดต่อและการสนับสนุนจากทงเทียน รอให้ข้าและสหายเต๋าทั้งสามทำลายค่ายกลประหารเซียน แล้วจะมาจัดการหมื่นเซียน” หยวนสื่อเทียนจุนสั่ง
นอกจากหวงหลง ทุกคนต่างใจหาย แม้แต่เทียนจุนก็ยังพูดเช่นนี้ ค่ายกลใหญ่ในด่านน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน? หนึ่งในสามค่ายกลสังหารแห่งบรรพกาลหรือ?
ที่ด่านซื่อสุ่ยฝั่งตรงข้าม หมื่นเซียนเหาะเหิน ภูตผีปีศาจร้องโหยหวน ก็กำลังฝึกฝนค่ายกลใหญ่เช่นกัน พรุ่งนี้คือการตัดสินครั้งสุดท้าย ทงเทียนต้องควบคุมค่ายกลประหารเซียนเพื่อต่อสู้กับผู้ศักดิ์สิทธิ์สี่คน ทุกอย่างต้องให้ศิษย์เป็นคนจัดการเอง
“น่าเสียดายยุคทองของเทพเซียนนี้” หลงเส่าบนก้อนเมฆถอนหายใจ เซียนมารเช่นนี้ยากที่จะหาได้อีก
คืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างลับคมดาบ เมื่อขอบฟ้าปรากฏแสงสีขาวของปลา รุ่งอรุณมาถึง ก็มีเสียงกลองดังกึกก้อง ฝุ่นตลบอบอวล แม้แต่ชาวเน็ตนอกเขตแดนก็ยังจับตามองสงครามครั้งใหญ่นี้
ภายในด่านซื่อสุ่ย ครั้งนี้มีกระบี่สังหารสี่เล่มตั้งตระหง่านอยู่ข้าง ๆ กลิ่นอายสังหารพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ภายในด่านเป็นท้องฟ้าดาวแห่งความโกลาหล ลึกซึ้งไร้ขอบเขต ดวงดาวโจวเทียนโคจร กาสุวรรณร้องเสียงยาว คางคกหยกส่งเสียงร้อง
ในแสงดาวที่กว้างใหญ่ไพศาล สุริยันจันทราขึ้นลง ทุกสิ่งล้วนโคจรรอบพวกมัน ลึกล้ำยิ่งนัก งดงามยิ่งนัก
พลังทั้งสี่สายเชื่อมต่อกับประตูด่าน ทำให้กระบี่ประหารเซียนทั้งสี่เล่มยิ่งไม่ต้องกังวล
แต่เมื่อทงเทียนและคนอื่น ๆ มองไป นอกประตูเมือง ฝ่ายซีฉีได้แบ่งออกเป็นห้าส่วน ผู้นำคือกว่างเฉิงจื่อ นักพรตหรานเต็ง หนานจี๋เซียนอง เสวียนตู และลู่ยาที่มาถึงอย่างเร่งรีบเมื่อคืนนี้เพื่อหวังจะได้รับส่วนแบ่ง
“ดูเหมือนว่าเหลาจื่อและคนอื่น ๆ ตั้งใจจะตั้งค่ายกลห้าทิศแต่กำเนิด” ทงเทียนตอบ
“ไม่เป็นไร ป้องกันได้อย่างไร้เทียมทานแล้วอย่างไร? ข้าอยากจะลองดูว่าจะสามารถต้านทานการทำลายล้างฟ้าดินได้หรือไม่” ชางฉงยิ้มกล่าวอย่างสบาย ๆ ท่าทางผ่อนคลาย ไม่มีความกดดันของการตัดสินครั้งสุดท้าย
เกวียนเก้ามังกรไม้จันทน์หอมมาถึง หยวนสื่อเทียนจุนแสดงเมฆมงคลหมื่นหมู่ มีตะเกียงทองสามพันดวงล่องลอยอยู่ ธงแห่งความโกลาหลอยู่ตรงกลางเปิดฟ้าดิน สร้างโลกใหญ่
วัวเขียวร้องเบา ๆ เหลาจื่อถือไม้เท้าแบนหัวมังกร บุญกุศลเสวียนหวงไร้ขอบเขตปรากฏขึ้นรอบ ๆ เจดีย์วิเศษเทียนตี้เสวียนหวงหลิงหลงหมุนวนอยู่บนหัว คุ้มครองเขาไม่ให้ถูกทำลายโดยหมื่นเคราะห์ ไม่ถูกรุกรานโดยหมื่นวิชา
ดอกบัวทองบานสะพรั่ง เสียงสวดมนต์ของอมิตาภพุทธะดังก้องไปทั่วฟ้าดิน เงาของพระพุทธเจ้าในอดีตและอนาคตยืนตระหง่านอยู่ระหว่างฟ้าดิน นักพรตเจียอิ่นมีใบหน้าเศร้าหมอง รับทุกข์แทนสรรพสัตว์ มือขวาทำท่าดอกบัว มือซ้ายกางออกสู่ฟ้าดิน ครอบคลุมจักรวาล
ยังมีสารีริกธาตุอมตะสามเม็ดหมุนวนอยู่ในเมฆมงคลบนหัว อดีต อนาคต ปัจจุบัน พระพุทธเจ้าทั้งสามเป็นอมตะ แสงพุทธไร้ขอบเขตส่องสว่างไปจนถึงปลายกาลเวลา
นักพรตจุ่นถีถือต้นไม้เจ็ดสมบัติ ทอง เงิน ปะการัง และอัญมณีล้ำค่าอื่น ๆ ส่องแสงระยิบระยับ ด้านหลังปรากฏร่างทองโพธิ์ขนาดสิบหกจั้ง ร่างทองมีสิบแปดแขน ยี่สิบสี่เศียร ถือร่มแก้วประดับด้วยเครื่องประดับมงคล แจกันดอกไม้ กระบี่คู่ คทาเสริมพลัง ตะไบ ระฆังทอง ธนูทอง ทวนเงิน และธง แสงแห่งสมบัติส่องสว่างไปทั่วฟ้าดิน
ด้วยการสนับสนุนของผู้ศักดิ์สิทธิ์สี่คน เหล่าเซียนในห้าส่วนยิ่งมีขวัญกำลังใจสูงส่ง ต่างก็แสดงวิชาเต๋าเมฆมงคลที่เล็กน้อยของตนออกมา เพื่อเสริมบารมีของผู้ศักดิ์สิทธิ์
ด่านซื่อสุ่ยที่ยิ่งใหญ่ ว่ากันว่ายากที่หมื่นคนจะทำลายได้ แต่ในวันนี้กลับไม่ถูกเซียนให้ความสำคัญ บนประตูเมือง กระบี่ประหารเซียนทั้งสี่เล่มดังขึ้นเอง ต้องการที่จะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สังหารผู้ศักดิ์สิทธิ์และสรรพสัตว์
เจ้าสำนักทงเทียนนั่งขัดสมาธิบนแท่นบูชา กระบี่ชิงผิงวางอยู่บนเข่า ร่างผู้ศักดิ์สิทธิ์สง่างาม พร้อมที่จะชักกระบี่ได้ทุกเมื่อ ข้าง ๆ มีนักพรตตัวเป่าคอยรับใช้ บนหัวของเขามีแผนภาพค่ายกลประหารเซียนหมุนวน ดึงดูดกลิ่นอายสังหารจากมหันตภัยมาให้เขา และยังสามารถควบคุมกระบี่สังหารแห่งวิถีสวรรค์ทั้งสี่เล่มได้อีกด้วย
สังหารผู้คนแทนสวรรค์ ในขณะนี้เมื่อได้รับการช่วยเหลือจากปราณมหันตภัย กระบี่ประหารเซียนทั้งสี่เล่มน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ในขณะนี้โลกบรรพกาล มีเงาผู้ศักดิ์สิทธิ์อมตะห้าคนพาดผ่านฟ้าดิน แต่ละคนล้วนมีพลังอำนาจในการเปิดฟ้าดิน และมีความสามารถในการทำลายโลก เมฆมหันตภัยปั่นป่วน ราวกับหม้อที่กำลังเดือด วินาทีต่อมาก็จะเดือดจนฝาหม้อเปิดออก
ผู้มีจิตวิญญาณได้หลบหนีไปไกลแล้ว แต่เซียนคนอื่น ๆ ที่เข้าร่วมสงครามกลับมีใบหน้าที่เคร่งขรึม อยู่ในมหันตภัย หนีไม่พ้น
“หยวนสื่อ พวกเจ้าสั่งให้ศิษย์ตั้งค่ายกลห้าทิศแต่กำเนิดแล้วจะสามารถต่อกรกับค่ายกลใหญ่ทั้งสองของข้าได้หรือ?” ในด่าน ทงเทียนหัวเราะเยาะ
“ศิษย์น้อง เจ้าไม่รู้ถึงความมหัศจรรย์ของค่ายกลนี้ วันนี้คนทั้งโลกจะได้รู้ว่าค่ายกลใหญ่แต่กำเนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนมีความมหัศจรรย์เพียงใด” หยวนสื่อเทียนจุนตอบ
“เจ้าสำนักดื้อรั้น ครั้งนี้กลับเป็นผู้ท้าทายสวรรค์ ทำให้ศิษย์ต้องตายเปล่า เหตุใดเจ้าจึงไม่เปิดประตูเมือง ให้พวกข้าได้ทำตามชะตาฟ้า มหันตภัยจะได้จบลงเร็วขึ้น พวกเราจะได้อยู่อย่างสงบสุข” นักพรตจุ่นถีที่เปล่งประกายสีทองกล่าว
ทงเทียนหัวเราะเยาะ “เรื่องของตะวันออก ข้า สองผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งตะวันตกของเจ้าจะมายุ่งเกี่ยวทำไม?”
“สหายเต๋ากล่าวผิดแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องของตะวันออก แต่เป็นเรื่องของฟ้าดิน ข้าและศิษย์น้องแม้จะอยู่ตะวันตกมานาน แต่ก็มีจิตใจที่จะโปรดสรรพสัตว์และช่วยเหลือสรรพสิ่ง” บนดอกบัวทองแห่งบุญสิบสองกลีบ นักพรตเจียอิ่นกล่าวเช่นนี้
“สุดท้ายก็ต้องสู้กันสักตั้ง งั้นก็ขอเชิญเซียนในเซียนทั้งสี่คนเข้าค่าย มาดูสิว่าวันนี้ข้าจะสามารถทำให้ผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่หลั่งโลหิตได้หรือไม่!”
ครืน——!
ประตูเมืองทั้งสี่ทิศตะวันออก ตะวันตก ใต้ และเหนือของด่านซื่อสุ่ยเปิดออกอย่างกะทันหัน เตรียมต้อนรับการท้าทายจากศัตรู
สี่ผู้ศักดิ์สิทธิ์มองหน้ากัน พยักหน้า ต่างก็ใช้วิชาลึกล้ำ เตรียมเข้าค่าย
“พวกเจ้าต้องระมัดระวัง อย่ารีบร้อน รักษาค่ายกลแต่กำเนิดไว้ให้ได้คือหนทางรอดของพวกเจ้า” ก่อนเข้าค่าย หยวนสื่อเทียนจุนสั่ง เหล่าเซียนตอบรับ
เจิ้ง————!
เมื่อเหลาจื่อเข้าประตูตะวันออก หยวนสื่อเข้าประตูตะวันตก เจียอิ่นและจุ่นถีเข้าประตูทิศใต้และทิศเหนือ กระบี่ประหารเซียนทั้งสี่เล่มสั่นสะเทือน พลังเวทไร้ขอบเขตพุ่งมาจากด้านหลัง
ยังมีเจ้าสำนักทงเทียนสองมือร่ายคาถากระบี่อย่างรวดเร็ว กระบี่ชิงผิงบนเข่าพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ยังมีปราณทั้งห้าตามไปด้วย จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของกระบี่ประหารเซียนทั้งสี่เล่มคือบนหัว แต่ในวันนี้มีค่ายกลใหญ่อีกอันหนึ่งคอยคุ้มครอง ทงเทียนจึงไม่มีเรื่องให้กังวล
“ทงเทียนอย่าได้กำเริบ”
บนวัวเขียว เหลาจื่อเหวี่ยงไม้เท้าแบน ราวกับดาวหางกวาดพื้น โจมตีตรงไปที่กระบี่ประหารเซียนที่แทงเข้ามา เขาเพียงป้องกันไม่โจมตี ต้องการที่จะปลดกระบี่ลงมา
ซ่า ซ่า ซ่า
กลิ่นอายสังหารประหารเซียนนับหมื่นแผ่ไปทั่วโลก เสียงเหล็กปะทะกันดังไม่หยุดหู บุญกุศลเสวียนหวงถูกการโจมตีจากหมื่นกระบี่ทำให้เกิดระลอกคลื่น เจดีย์วิเศษเทียนตี้เสวียนหวงหมุนวน ทันใดนั้นก็ใหญ่ขึ้น กลายเป็นขนาดล้านจั้ง
ในขณะนี้ ทั้งทวีปหนานจานปู้โจวถูกเจดีย์วิเศษเทียนตี้เสวียนหวงหลิงหลงปกคลุมไว้ สิ่งมีชีวิตไร้ขอบเขตเงยหน้าขึ้น สามารถมองเห็นร่างเจดีย์เสวียนหวงที่ตั้งอยู่บนกำแพงโลก
พลังบรรพกาลไร้ขอบเขตถูกเจดีย์วิเศษเทียนตี้ดึงดูดเข้ามา กระบี่ประหารเซียนแม้จะแข็งแกร่ง พลังกระบี่ทำลายสรรพสัตว์ แต่ก็ไม่สามารถทำลายการป้องกันของโลกได้
ฉึก——
ทันใดนั้น พลังกระบี่แห่งความโกลาหลที่พาดผ่านฟ้าดินก็ตัดทุกสิ่ง ต้องการที่จะผ่าด่านซื่อสุ่ยออกเป็นสองส่วน ผ่าแผ่นดิน ที่แท้เป็นหยวนสื่อโกรธจัด หมุนธงผานกู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จำลองช่วงเวลาเปิดฟ้า
วังวนแห่งกาลเวลานับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นข้างหยวนสื่อเทียนจุน หยวนสื่อกลายเป็นยักษ์ผานกู่ สองแขนมีกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ธงผานกู่ในมือกวนดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ดวงดาว ฟ้าดินเสวียนหวง สรรพสัตว์ต้านทานได้ยาก
กระบี่สังหารทะลวงเข้าไปไม่ได้ หยวนสื่อเทียนจุนที่ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ยังมีหยกหรูอี้สามสมบัติคุ้มกาย บนหัวมีตะเกียงทองสามพันดวงเรียงกันเป็นแถว ยังมีลูกปัดทอง ดอกบัวทองราวกับน้ำหยดจากชายคา ไหลต่อเนื่องไม่หยุด
ตึง ๆ
อดีต ปัจจุบัน อนาคต สารีริกธาตุที่ไม่น่าเชื่อถือสามเม็ดกำลังหมุนวน เดินทางข้ามอดีตและอนาคต กลับคืนสู่ปัจจุบัน
“สารีริกธาตุ สรรพสิ่งคือความว่างเปล่า ความว่างเปล่าคือสรรพสิ่ง สรรพสิ่งคือความว่างเปล่า ความว่างเปล่าคือสรรพสิ่ง”
นักพรตเจียอิ่นสวดคัมภีร์สูงสุด รอบ ๆ มีเทพพิทักษ์กาย นางฟ้าโปรยดอกไม้ เสียงสวดมนต์ไร้ขอบเขตดังก้องไปในอดีตและอนาคต ทะลวงทุกสิ่ง มีสิ่งมีชีวิตนับล้านล้านก้มหัวโกนผม ยอมเข้าสู่ศาสนา เข้าสู่ดินแดนสุขาวดีเพื่อเพลิดเพลินกับความร่ำรวยนิรันดร์
“เมื่อข้าพิสูจน์เต๋า จะมีสรรพสัตว์หลุดพ้น ไม่เข้าสู่โลกมนุษย์ ดินแดนสุขาวดี มีชีวิตยืนยาว”
ดอกบัวทองสิบสองกลีบหมุนวน อักษรพุทธลึกล้ำที่เกิดจากเสียงสวดมนต์ไร้ขอบเขตรอบตัวเจียอิ่น บนหัวยังมีสารีริกธาตุสามเม็ดหมุนวน อมตะไม่ดับสูญ มีแสงทองไร้ขอบเขตพุ่งออกมา โปรดสรรพสัตว์ ปลดปล่อยโลก
เจียอิ่นที่เพราะกลัวเจ็บจึงอัพค่าป้องกันเต็ม
นั่งอยู่บนดอกบัวทองแห่งบุญสิบสองกลีบ มีอักษรพุทธแท้จริงของพุทธธรรม 卍卍卍卍 คุ้มกาย บนหัวมีสารีริกธาตุที่ไม่น่าเชื่อถือคุ้มธรรม กระบี่สังหารราวกับแทงเข้ากับเหล็กกล้าที่ไม่แตกสลาย ปลายกระบี่เกือบจะทู่แล้ว ก็ยังทะลวงเข้าไปไม่ได้
เจ้าสำนักทงเทียนไม่มีทางเลือก ในบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์สี่คน เขาปวดหัวกับเจียอิ่นที่สุด ง่ายมาก อีกฝ่ายไม่โจมตี แต่เน้นการป้องกันทั้งหมด น่าปวดหัวยิ่งกว่าเจดีย์วิเศษเทียนตี้เสวียนหวงหลิงหลง
ราวกับเต๋าที่เรียบง่ายที่สุด เหมือนกับนักมวยทำลายกระบวนท่า อีกฝ่ายออกหมัดอย่างไม่มีรูปแบบ เจ้าจะทำลายได้อย่างไร?
เจียอิ่นก็ง่ายเช่นนี้ ข้าไม่สู้ แค่ยื้อไว้
กระบี่สังหารส่งเสียงด้วยความโกรธ พลังกระบี่สีโลหิตต่อสู้กับร่างทองโพธิ์ แสงทองแห่งพุทธธรรมส่องสว่างไปทั่วฟ้าดิน สมบัติวิเศษนับไม่ถ้วนของจุ่นถีส่องแสงจนตาพร่า
ยังมีต้นโพธิ์สูงสุดที่แปลงมาจากต้นไม้เจ็ดสมบัติตั้งตระหง่านอยู่ในโลก กิ่งก้านใบเขียวชอุ่ม แขวนสมบัติล้ำค่าของมนุษย์
สี่ผู้ศักดิ์สิทธิ์เข้าด่านทำลายค่ายกล เหล่าเซียนโบกธงเซียนห้าทิศ แบ่งเป็นสีเหลืองกลางหวู่จี่ ตะวันออกดอกบัวเขียว ใต้เปลวไฟห่างดิน ตะวันตกเมฆสีขาว และทิศเหนือธงเจินอู่จ่าวเตียวที่แปลงมาจากวิชาเต๋าของเหลาจื่อ
เหลือง เขียว แดง ขาว ดำ ห้าสีห้าธาตุห้าทิศ ค่ายกลห้าธาตุแต่กำเนิดปรากฏขึ้นในบรรพกาลเป็นครั้งแรก เหล่าเซียนบุกด่าน
ภายในด่าน ชางฉงตะโกนเสียงดังว่า “มาได้ดี” วินาทีต่อมา ดาวเคราะห์นับล้านล้านดวงก็ส่องแสงสว่างไสว แสงและความร้อนไร้ขอบเขตเต็มไปหมด
ในนั้นมีทั้งร่างจริงของเซียนมาร และดาวเคราะห์เสมือนจริงที่สร้างขึ้นจากพลังเวท ของจริงของปลอม สลับกันไปมา
[เซียนมารรวมเป็นหนึ่ง ตะวันจันทราเปลี่ยนนภา!]
เพื่อสละชีพผู้มีจิตใจยิ่งใหญ่ กล้าสั่งให้ตะวันจันทราเปลี่ยนนภาใหม่!
ซ่า ๆ
ในขณะนี้ ค่ายกลใหญ่ที่ยิ่งใหญ่แห่งใหม่นี้ได้เปิดเผยชื่อที่แท้จริงออกมาแล้ว เสียงที่เต็มไปด้วยความองอาจของชางฉงดังก้องไปทั่วฟ้าดินบรรพกาล “วันนี้ ค่ายกลสังหารสามอันดับแรกของบรรพกาลจะต้องจัดอันดับใหม่ ค่ายกลตะวันจันทราเปลี่ยนนภาอยู่เหนือกว่าค่ายกลดาวโจวเทียน!”
ในชั่วพริบตา สุริยันจันทราขึ้นลง ดาวเคราะห์ไร้ขอบเขตราวกับวังวนกาแล็กซีโคจรรอบพวกมันอย่างรวดเร็ว ครืน ดาวระเบิดดาวตก ภาพของการทำลายล้างฟ้าดินยิ่งใหญ่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ทันใดนั้น ท้องฟ้าบรรพกาลที่เพิ่งจะรุ่งอรุณก็ถูกความมืดมิดปกคลุม โลกทั้งใบเข้าสู่ยุคแห่งความมืดมิด ดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับนับไม่ถ้วนแผ่ไปทั่วท้องฟ้า แสงดาวไร้ขอบเขตสาดส่องลงมา ราวกับเสาแห่งดาวที่เต็มไปด้วยแสงดาวเชื่อมต่อฟ้าดิน
“ตะวันจันทราเปลี่ยนนภา? เปลี่ยนฟ้าเปลี่ยนดิน? กล้าพูด”
เหลาจื่อที่กำลังทำลายค่ายกลก็หยุดชะงัก เขารู้ว่าค่ายกลใหญ่ที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ได้เปิดเผยความจริงออกมาแล้ว เมื่อวานเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น
“เป็นไปได้อย่างไร? จะอยู่เหนือกว่าค่ายกลดาวโจวเทียนได้อย่างไร? นั่นมันใช้รากฐานของสวรรค์เป็นจุดศูนย์กลางค่ายกล เป็นค่ายกลพิทักษ์สำนักของเผ่าพันธุ์ข้า จะถูกค่ายกลที่ไม่รู้จักนี้อยู่เหนือกว่าได้อย่างไร!”
ลู่ยาที่อยู่ทิศเหนือ ควบคุมธงเจินอู่จ่าวเตียวร้องตะโกนเสียงดัง ไม่กล้าเชื่อว่าจะมีคนรุ่นหลังที่สร้างค่ายกลใหญ่ที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าโจวเทียนซิงโต่ว
“ปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่เหลือเกิน บรรพกาลทั้งปวงตกอยู่ในความมืดมิด”
นอกสามสิบสามชั้นฟ้า ในถ้ำเมฆาอัคคี จักรพรรดิแห่งฟ้าฝูซีมองดูบรรพกาลที่มืดมิด ถอนหายใจเช่นนี้
บนหัวของเขามีเหอถูหลัวซูแปลงเป็นม้ามังกร เต่าเฒ่ากำลังเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา คำนวณเหตุการณ์ใหญ่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น
ปราณนับไม่ถ้วนถูกคำนวณออกมาบนหัวของเขา ปรากฏการณ์แปดทิศทีละสาย คำนวณฟ้าดินทุกสิ่ง สรรพสัตว์โลกมนุษย์
“ค่ายกลตะวันจันทราเปลี่ยนนภา? คนรุ่นหลังน่ากลัวจริง ๆ ค่ายกลที่ไม่น่าเชื่อเช่นนี้ก็ยังสร้างขึ้นมาได้”
หลังจากคำนวณเสร็จ ฝูซีมีใบหน้าตกใจ ถอนหายใจ เขาก็เคยควบคุมค่ายกลดาวโจวเทียน ไม่นึกเลยว่าคนรุ่นหลังจะสามารถอยู่เหนือกว่าได้
“สหายเต๋า ค่ายกลนี้มีความมหัศจรรย์อย่างไร? จะอยู่เหนือกว่าโจวเทียนซิงโต่วได้จริงหรือ?” จักรพรรดิแห่งมนุษย์เซวียนหยวนถามอย่างสงสัย
โจวเทียนซิงโต่ว รากฐานของสวรรค์ จะอยู่เหนือกว่าได้อย่างไร?
“ดวงดาวโจวเทียนแม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่อาจเทียบการเปลี่ยนฟ้าดินได้” ฝูซีกล่าวอย่างมีความหมาย
[จบบท]