เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 569 กระบี่ดำ ปราสาทหิน

ตอนที่ 569 กระบี่ดำ ปราสาทหิน

ตอนที่ 569 กระบี่ดำ ปราสาทหิน


เงินรายได้เป็นปัญหาในทุกๆโลก ทวีปซางโจวรกร้างและล้าหลังมาก ถ้าพวกเขาต้องการทำเงินพวกเขาจำเป็นต้องออกไปหาที่อื่นเพื่อเริ่มต้น

ถังเทียนและพวกไม่ได้ออกมาโดยพิจารณาอย่างรอบคอบ พวกเขายังจำเป็นต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์

ทุกๆวันถังเทียนและสหายจะต้องมีการค้นพบใหม่ๆ มีสิ่งแปลกใหม่หลายอย่างในโลกใหม่

ดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์และสวรรค์วิถีคือสองโลก(จักรวาล) ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้ว่าดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์จะไม่มีจิตวิญญาณยุทธแต่เป็นสถานที่ร่ำรวยวัสดุเกินกว่าสวรรค์วิถีไปมากมาย  สมบัติในสวรรค์วิถีเกิดขึ้นจากระบบ แต่การปรับแต่งอาวุธในดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ลึกซึ้งและยาวนานยาวนานกว่าประวัติศาสตร์ของสรรค์วิถีมาก

สองโลกสองระบบแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  ได้ขยายความคิดและมุมมองของกลุ่มอย่างมาก

เสี่ยวเอ้อกลายเป็นผู้ที่งานยุ่งมากที่สุด  เขาจำเป็นต้องทดสอบวัสดุต่างๆที่ไม่คุ้นเคยอย่างต่อเนื่อง และจากนั้นค่อยเลือกวัสดุและส่งไปให้เซรีนวิเคราะห์เพิ่มขึ้น

เขาสนใจในการปรับแต่งอาวุธในดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์  แต่น่าเสียดายที่ความรู้ของเสี่ยวเอ้อแทบจะผิวเผินไปไม่ถึงรากฐาน สำหรับการช่วยเสี่ยวเอ้อแยกวัสดุและทำบทสรุปให้ เสี่ยวอวี่กลายเป็นผู้ช่วยของเขาในแง่มุมนี้เสี่ยวอวี่แสดงให้เห็นพรสวรรค์ที่โดดเด่น

แม้ว่าหลายวันนี้ถังเทียนและคนอื่นๆจะยุ่งกันทั้งวันและทั้งคืนเพราะหินดำในดินแดนแห้งแล้ง ถังเทียนและพวกต้องการเอามาสร้างฐานก่อนที่จะมุ่งหน้าไปต่อ

หมู่บ้านหญ้าแดงเล็กเกินไปจริงๆและความสามารถในการป้องกันของมันอ่อนแอมาก

ถังเทียนและสหายที่เหลือตัดสินใจขยายหมู่บ้านหญ้าแดง  และเมื่อไม่มีเงินพวกเขาก็ต้องทำงานด้วยตนเอง

กังวลว่าผู้คนจะรู้ว่าพวกเขามาจากไหนหมู่บ้านหญ้าแดงใหม่มีการตัดสินใจขยายขนาดใหญ่ เพื่อหใทุกคนใช้วิชาจักรกล ปิงตระหนักว่าวิชาจักรกลของดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ก้าวหน้ามากและเหนือกว่าวิชาจักรกลของกลุ่มดาวกางเขน   อาจเป็นไปได้ว่าผู้บัญชาการอาจนำวิชามาจากดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นได้

สือหย่งช่วยเหลือเป็นอย่างมาก  เขาพบพิมพ์เขียวฐานทัพมากมาย  แม้ว่าพวกเขาจะมีแบบแปลนทั่วไป แต่สำหรับปิงผู้มากประสบการณ์และวิศวกรจักรกลระดับปรมาจารย์เซรีนก็นับว่าพอ

ทั้งสองขยายแผนจากพิมพ์เขียว

สำหรับวัสดุที่ต้องการก็คือหินดำซึ่งมีสำรองอย่างไม่จำกัด หินดำนั้น ไม่ว่าจะเป็นความแข็งหรือการต้านทานต่อพลังงานมีความโดดเด่นมากปัญหาอย่างเดียวที่ยากก็คือการประกอบหินให้มีเนื้ออันเดียวกัน

ถังเทียนถามเสี่ยวอวี่ก่อน  แต่เสี่ยวอวี่ไม่รู้ว่าหินดำเรียกว่าอะไรเขารู้แต่ว่ามันหลอมเหลวยาก อย่างไรก็ตามพลังของเขาอ่อนแอเกินไปและรู้เพียงเล็กน้อย ดังนั้นเขาไม่คิดมากในทั่วทวีปซางโจวมีคนแค่เพียงหยิบมือที่หลอมอาวุธได้ เป็นสถานที่แม้แต่นกยังไม่อยากถ่ายอุจจาระ  ชาวบ้านหญ้าแดงรู้ว่าหินดำนั้นแข็ง  ดังนั้นพวกเขาจึงใช้สร้างบ้าน

เสี่ยวอวี่สงสัยมากว่าจะปรับเปลี่ยนหินดำให้กลมกลืนเป็นหนึ่งได้ยังไง

ในแผนขยายฐานสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเสาขนาดมหึมาหกต้นเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 เมตรและยาว 170เมตรตามที่ปิงและเซรีนร้องขอ เสายักษ์มหึมานี้ต้องใช้โลหะดำเพื่อขึ้นรูปให้เป็นเสา

แก่นหญ้าดาบแดงที่เหนียวและทนทานถูกสานขึ้นรูปทรงกระบอก  ภายในเต็มไปด้วยหินดำ ความยาวของแบบ 170เมตรและเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 15 เมตร

เสี่ยวเอ้อดึงเอาถังใส่ของเหลวใสออกมามันคือส่วนผสมที่ห้องวิจัยพลังสายเลือดส่งมาให้เป็นพิเศษ

สำหรับเสี่ยวเอ้อการหลอมหินดำเป็นเรื่องของความพยายามมากกว่าพูดกันเรื่องเสาหินใหญ่  ดังนั้นเมื่อเซรีนและปิงวางแผน  เสี่ยวเอ้อก็แทบจะเป็นบ้าอย่างช่วยไม่ได้  เขาต้องเค้นสมองหาบันทึกที่ผู้อาวุโสกุ่ยอู๋ทิ้งเอาไว้เพื่อหาแนวความคิด

สามารถปรับสร้างลูกปัดข่มวิญญาณได้แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานอันสูงส่งในการสร้างสมบัติวิญญาณของผู้อาวุโสกุ่ยอู๋และอาจจัดได้ว่าเป็นความสำเร็จระดับสูงมาก ผู้อาวุโสกุ่ยอู๋เป็นเซียนพลังสายเลือด ดังนั้นเขารู้เรื่องวิธีการนอกสารบบต่างๆ มากมายและเสี่ยวเอ้อมั่นใจพอว่าจะพบความคิดที่เป็นไปได้

โลหะหลายอย่างทนไฟ  แต่ไม่ใช่การกัดกร่อนของพลังสายเลือด

เขาส่งหินดำไปให้ห้องวิจัยพลังสายเลือดตะกร้าหนึ่งและทิ้งข้อความสำทับไว้ว่า ‘เร่งด่วน’ เสี่ยวเอ้อปล่อยมือและไม่สนใจแม้แต่น้อย

เมื่อได้ยินคำว่า‘เร่งด่วน’ โดยไม่พูดอะไรเขารวบรวมนักวิชาการพลังสายเลือดฝีมือดีมาช่วยแก้ปัญหา แม้ว่าเสี่ยวเอ้อจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการปรับแต่งสมบัติจิตวิญญาณ  แต่ความเข้าใจพลังสายเลือดของเขายังอ่อนเมื่อเทียบกับผู้เชี่ยวชาญพลังงานสายเลือด  ถ้าเขาเอาแต่คลำทางอยู่ในความมืด  ก็คงต้องใช้เวลานาน  แต่ด้วยความละเอียดของผู้อาวุโสกุ่ยอู๋ ผู้เฒ่าเฟ่ยและพวกพ้องก็พบพลังสายเลือดที่เหมาะสมโดยเร็ว

น้ำสลายความทนคือพิษอ่อนประเภทหนึ่งและเป็นผลงานค้นคว้าของคุณนายมู่ ความรุนแรงของพิษนั้นมีน้อยมาก แต่เป็นของเหลวที่มีผลดีที่สุดในการละลายหินดำ

เสี่ยวเอ้อถือขวดฉีดน้ำสีเงินซึ่งมีรูปทรงพิเศษเฉพาะแบบหางปลาทั้งสองพันรอบกันเอง ปากของปลาทั้งสองนั้นก็คือปากขวดนั่นเอง  แต่ละปากยื่นออกไปคนละด้าน

สมบัติชั้นเงินของกลุ่มดาวมีน(ปลา) ‘ขวดฉีดดาวมีน’!

หลังได้สมบัติแปลกประหลาดนี้มา  ถังเทียนไม่เคยรู้ว่ามันใช้งานยังไงหรือว่าเอาไว้ฉีดอาบน้ำหลังการต่อสู้?

แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้เรียนรู้ว่ามันใช้เพื่ออะไร ขวดฉีดน้ำดาวมีนคือสมบัติที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

เป็นสิ่งที่ใช้ควบคุมของเหลวได้ดีมากเหมาะกับนักวิชาการพลังสายเลือด และยังเหมาะกับคนครัวมืออาชีพ, นักชงชา, คนทำสวนถ้าจะใช้ในการสู้รบเหมาะกับนักสู้สายธาตุน้ำไว้สร้างภาพลวงตา

แต่เสี่ยวเอ้อเอามาใช้สร้างปรับแต่งด้วยวิธีการนอกสารบบ  จึงเป็นของที่เหมาะสมกับการใช้อย่างยิ่ง

เสี่ยวเอ้อมีสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังมากขณะที่ผลักปากขวดฉีดน้ำดาวมีนในมือ ชี่.. น้ำสลายความทนเริ่มสั่นสะเทือนกลายเป็นละอองแทรกซึมเข้าไปในเสาที่สานด้วยหญ้าดาบแดง

พลังของขวดฉีดน้ำดาวมีจึงเป็นที่เห็นประจักษ์ ถ้าเสี่ยวเอ้อควบคุมน้ำยาสลายความทนด้วยตัวเอง  ละอองที่เกิดขึ้นจะมีน้อยมาก  ส่วนละอองที่ซึมซาบเข้าไป  เขาไม่กล้าคิดว่าจะเป็นยังไง

ตอนนี้มันงดงามสมบูรณ์แบบ

เสี่ยวอวี่มองดูขวดฉีดน้ำดาวมีนในมือของเสี่ยวเอ้อด้วยความอยากรู้   ขวดฉีดสีเงินเป็นประกายงดงามและทรงพลัง

หินดำละลายอย่างรวดเร็วในสภาพที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า  มันเริ่มเกาะตัวเข้าด้วยกัน และน้ำยาสลายความทนก็ไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อหญ้าดาบแดง

หลังจากผ่านไป20 นาที เสาหินดำขนาดมหึมาก็สร้างเสร็จ

ถังเทียนและพวกเริ่มรื้อหญ้าสานชั้นนอกออก ผิวของเสาหินเต็มไปด้วยลวดลายภายในจากลายหญ้าแดง

เสี่ยวเอ้อขมวดคิ้ว เขารู้สึกว่ารอยหญ้าดาบแดงบนผิวของเสาดำดูเกะกะและน่าเกลียด  แต่เขารู้ว่าการใช้ไฟปรับแต่งเสาหินดำนั้นเกินความสามารถของเขาไปมาก

เชือกหนาผูกติดกับเสาหินดำ

“พวกเจ้าพร้อมกันหรือยัง?พวกเจ้าที่เหลือไม่ต้องช่วยนะ  หลีกทาง!”

ถังเทียนลงมาจากฟ้าเขาดึงปลายเชือกหนาด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งผูกเข้ากับเสาหิน  ใกล้ๆ เขาปิงคอยควบคุมพยัคฆ์ฟ้าจิ่งหาวและหลิงซิ่วดึงเชือกคนเส้น

เสาหินดำมีความหนาและหนัก  น้ำหนักของเสาหินดำนั้นเกินคาดคำนวณ  แม้ว่าถังเทียนจะแข็งแกร่งมากก็ไม่สามารถขยับเสาหินด้วยตนเองได้

“เฮ้, ทุกคนข้างล่างหลีกทางคอยระวังความปลอดภัยของพวกเจ้าเอง!”

“หนึ่ง..... สอง...สาม!”

ถังเทียนตะโกนเตรียมการเชือกที่หนาและแข็งเหยียดตรง เสาหินดำเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 เมตรและยาว 170 เมตรค่อยๆ ตั้งตรง   ชาวบ้านรอบๆ มองดูด้วยความสงสัยและตกตะลึงเมื่อเห็นเสาหินปรากฏอยู่ต่อหน้าต่อตา  แม้ว่าจะเต็มไปด้วยลวดลายเหมือนเถาวัลย์  แต่เมื่อสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ต่อหน้าพวกเขา  พวกเขาตะลึงไปโดยสิ้นเชิง

“พอแล้ว ตรงแล้ว  มันตรงแล้ว!”  ถังเทียนตะโกน

“รำคาญโว้ย!  ผีที่ไหนก็รู้ว่ามันตรงทั้งนั้น”หลิงซิ่วพูดอย่างหงุดหงิด

พวกเขาทุกคนเป็นยอดฝีมือในเรื่องพลังควบคุม ระดับความแม่นยำและสมดุล เป็นสัญชาตญาณพื้นฐานอยู่แล้ว

ถังเทียนไม่โกรธ  เขาหัวเราะลั่น ตะโกนโหวกเหวกอยู่ด้านบน  “พวกเจ้าพร้อมไหม?”

มีคนไม่กี่คนเอาค้อนใหญ่ออกมา กับค้อนบรอนซ์ในมือพยัคฆ์ฟ้าที่ปิงควบคุมนั้นดูน่ากลัวที่สุด  มันอยู่สูงขณะที่พยัคฆ์ฟ้าเอาออกมาใครก็ตามที่มองเห็นต่างรู้สึกเย็นยะเยือก

“เริ่มได้!”

ถังเทียนตะโกนร่างสองสามร่างไวเหมือนสายฟ้า พวกเขารวมพลังกัน ค้อนยักษ์ตอกเข้าบนยอดเสาหินพร้อมกัน

ปัง!

เสียงดังจนชาวบ้านรู้สึกแสบแก้วหูและเสาหินจมลงไป

ปัง ปัง ปัง!

เสาหินดำจมลงทีละนิดๆเหมือนตะปูที่ถูกตอกไม่หยุด ฉากภาพที่น่าแตกตื่น ทำให้ชาวบ้านที่เห็นอยู่ปากอ้าตาอ้างไปตามๆ กัน

เสาหินดำจมลึกลงไป 30เมตรก่อนจะหยุดนิ่ง   ทุกคนเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเป็นเรื่องที่ต้องใช้แรงงานกันหนัก และไม่ใช่สิ่งที่เซียนทั่วไปจะสามารถทำได้

เสาหินทั้งหกสร้างเป็นรูปหกเหลี่ยม ถังเทียนและสหายนั่งอยู่กับพื้นหมดเรี่ยวหมดแรง  ทุกคนตัวเปียกโชกมองดูเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ

ชาวบ้านที่อาเฮ่อจัดกลุ่มให้เริ่มต้นทำงาน  ก้านหญ้าดาบแดงที่ผูกเข้าด้วยกันและสานอยู่รอบเสาหินดำพืดสองชั้นเหมือนรั้วตอนนี้ล้อมรอบได้ทั้งหมู่บ้าน

ชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งเริ่มเทหินดำลงในแม่พิมพ์หญ้าสานหินดำเข้าไปกองรวมกันอย่างต่อเนื่อง ได้ความสูง 120 เมตรก่อนที่จะหยุดพื้นแผ่คลุมไปด้วยชั้นหินดำ

เสี่ยวเอ้อเริ่มฉีดน้ำยาสลายความทนพื้นและหินดำในแม่แบบพิมพ์หญ้าสานละลายเป็นเนื้อเดียวกันอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นบนยอดเสาหินดำทั้งหกก็ยังมีการสานหญ้าเป็นลวดลาย  บนยอดเสาหินดำทุกคนจะเป็นยอดแหลมหกเหลี่ยมคมคล้ายดาบสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า

*******************************

“ตรงไปข้างหน้าก็เป็นหมู่บ้านหญ้าแดง  ท่านเหมิ่งหนานกำลังพักชั่วคราวที่นั่น”หวังจุนเซียนแนะนำด้วยความเคารพ

ด้านข้างเขาเป็นบุรุษคนหนึ่งดูอารมณ์ไม่ดีสีหน้าเย็นชา  เขาสวมเกราะเต็มทั้งร่าง  นัยน์ตาแคบเรียวยาวเป็นประกายเย็นชาผู้คุ้มกันที่เดินทางมากับเขามีพลังปราณแท้พลุกพล่าน ราศีของพวกเขาสง่างาม

“ข้าต้องการเห็นว่าเขามาจากไหน!” สือเซินพูดเย็นชา เขาชำเลืองมองดูหวังจุนเซียน  “ตอนนั้นถ้าแม่ทัพหวังพยายามหาข้ออ้างอื่น  อย่ามาว่าข้าโหดร้ายไม่ได้นะ”

“จุนเซียนมิกล้า!”  หวังจุนเซียนรู้สึกขมขื่นใจ บุรุษที่อยู่ต่อหน้าเขามาจากที่ซึ่งมีเบื้องหลังยิ่งใหญ่  เขาไม่กล้าปฏิเสธเรื่องคนเถื่อนที่ชื่อว่าเหมิ่งหนาน เขาต้องการใช้เขาเป็นโล่

สือเซินไม่มองดูหวังจุนเซียน  เขากล่าว “แม่ทัพหวังไม่อาจถูกตำหนิได้เช่นกันคลื่นน้ำเงินครั้งนี้ทำลายสะพานโป๊ะกินพื้นที่ 200 ลี้ของทะเลแสงตราบใดสะพานโป๊ะไม่ได้รับการซ่อมแซม การสูญเสียจะน่าตกใจ นั่นคือสาเหตุที่นายท่านสั่งให้เกณฑ์ชาวบ้านตอนนี้ข้าขาดแคลนคนสองแสนคน แม่ทัพหวังคงไม่สร้างเรื่องยุ่งยากกับข้า”

“ขอรับ ขอรับ ขอรับ”  หวังจุนเซียนพยักหน้า

สือเซินหัวเราะ  “ทวีปซางโจวยากจนมาก  แม่ทัพหวัง เจ้าลำบากมาเมื่อไม่กี่ปีก่อน ถ้าสะพานโป๊ะซ่อมแซมเสร็จทันเวลา นั่นจะเป็นการรับใช้ครั้งใหญ่  และข้าจะรายงานกลับไปที่นายท่านแน่นอนขอให้ยอมรับสถานะบางอย่างของแม่ทัพหวัง ทวีปดาวไพศาลของข้าในภูมิภาคใต้ทั้งหมดมีเมืองการค้าที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี  ในเรื่องความเจริญรุ่งเรืองนั้น แม่ทัพหวังเจ้าจะพบเห็นได้ด้วยตัวเองฮ่าฮ่า”

หวังจุนเซียนลอบถอนหายใจเขาอดยิ้มไม่ได้ “ขอบคุณท่านสือที่ช่วยสนับสนุนข้า!”

จากประวัติศาสตร์สะพานโป๊ะในทะเลแสงมักสร้างขึ้นจากชีวิตผู้คนทุกครั้งที่มันถูกสร้างจะมีชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มารอดตายเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น  ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่เกณฑ์คนจากทวีปดาวมหาศาล  แต่กลับวิ่งมาที่ทวีปซางโจว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่สนใจชีวิตของประชาชนชาวทวีปซางโจว

หวังจุนเซียนเกิดอยู่ในท้องถิ่น  ทุกคนคือเพื่อนสหายและครอบครัวเขาจะทนส่งพวกเขาไปตายได้ยังไง

แต่ถ้าเขาปฏิเสธ...ทวีปซางโจวจะกลายเป็นแม่น้ำเลือด

ความขมขื่นในปากของหวังจุนเซียนยิ่งมากขึ้น  เขามองดูสือหย่ง ความหวังของเขาตอนนี้ฝากไว้กับนายท่านเหมิ่งหนาน

ทันใดนั้นฝีเท้าของสือเซินข้างๆเขาเบาลง ลมหายใจของเขาสับสน

หวังจุนเซียนรู้สึกตัวทันที  เขารีบเงยหน้าดู  เมื่อเขาเห็นฉากภาพข้างหน้าชัดเจนม่านตาเขาขยายออกโดยไม่รู้ตัว

จบบทที่ ตอนที่ 569 กระบี่ดำ ปราสาทหิน

คัดลอกลิงก์แล้ว