เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 556 หนุ่มชาวฟ้า ลุยลุยลุย

ตอนที่ 556 หนุ่มชาวฟ้า ลุยลุยลุย

ตอนที่ 556 หนุ่มชาวฟ้า ลุยลุยลุย


ทะเลหิน บุรุษผู้ตื่นเต้นทั้งสี่คนเก็บกวาดไปทุกที่ที่ผ่านไปและเก็บรวบรวมทรัพย์สิน

มีหนอนดำมากมายและพวกเขาก็ได้รับกรวดทองมากมายแต่เตาหลอมสายเลือดในตัวถังเทียนไม่สนใจของพวกนี้อีกต่อไปไม่ว่าถังเทียนพยายามจะทำยังไงก็ตาม เตาหลอมสายเลือดก็ไม่รับกรวดทองอีกต่อไป ถังเทียนสันนิษฐานว่าร่างของเขาดูดซับกรวดทองไว้มากพอแล้วจึงไม่สามารถซึมซับได้อีกต่อไป

ถังเทียนจึงได้แต่เฝ้าดูขณะเสี่ยวเอ้อช่วยจิ่งหาวอาเฮ่อและหลิงซิ่วเสริมพลังอาวุธจิตวิญญาณของพวกเขา

กรวดทองกลับมีความสามารถที่โดดเด่นในการเปลี่ยนแปลงโลหะต่างๆกระบี่ดื่มเลือดเซียน,ปีกมารของอาเฮ่อและหอกเงินของหลิงซิ่วล้วนได้รับการปรับปรุงพลังทั้งสิ้น

การปรับปรุงเลื่อนระดับเป็นเรื่องน่าทึ่งและสมบัติวิญญาณทั้งหมดแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากมาย

สิ่งที่ทำให้ถังเทียนตกใจก็คือแม้แต่ลุงปิงก็เอาพยัคฆ์ฟ้าออกมาและขอให้เสี่ยวเอ้อช่วยเสริมพลังให้มันถังเทียนยังจำสีหน้าที่น่ารักของเสี่ยวเอ้อที่ตกตะลึงเมื่อเผชิญกับพยัคฆ์ฟ้าขนาดมหึมาสีหน้าของเขาเขียวคล้ำทันที

แต่ก่อนที่เขาจะปฏิเสธ ถังเทียนโบกมือและยอมรับ

เสี่ยวเอ้ออยากจะร้องไห้เพลิงเกียรติยศชาวยุทธเหลืออยู่เล็กน้อย

มงกุฎเกียรติยศชาวยุทธเป็นสมบัติที่สมาพันธ์ชาวยุทธสร้างเป็นพิเศษและเป็นสมบัติดีชนิดหนึ่ง เพลิงเย็นที่เสี่ยวเอ้อเคยใช้ไม่อาจเข้ากันได้กับเขาอีกต่อไป  สำหรับการเข้ากันได้กับมงกุฎเกียรติยศชาวยุทธ เสี่ยวเอ้อต้องเปลี่ยนแปลงพิเศษด้วยการ์ดวิญญาณวิชาเพลิงเกียรติยศชาวยุทธ

เพลิงเกียรติยศชาวยุทธก็คือการ์ดวิญญาณส่วนตัวของสมาพันธ์ชาวยุทธ  แต่เมื่อเทียบกับแสงสางยังคงด้อยอยู่  ตราบใดที่ใครๆยินดีจะขุดเงินจำนวนมหาศาลพวกเขาสามารถหาซื้อมาจากตลาดได้  การ์ดนี้ความจริงเมอร์เรย์มอบให้มา  แม้ว่าพวกเขาจะพ้นจากแสงลงทัณฑ์  แต่พวกเขาไม่สามารถฝึกวิชาวิญญาณของสมาพันธ์ชาวยุทธได้อีกต่อไป

พวกเขาตัดสินใจเดินตามเส้นทางร่างพลังกายเป็นศูนย์ดังนั้นการ์ดวิชาจิตวิญญาณจึงไม่มีค่าสำหรับพวกเขาอีกต่อไป

ตามที่ศึกษาและค้นคว้าตามแผนงานพญาหมีอย่างต่อเนื่องและด้วยความสำเร็จของผู้ทดลองชุดแรกอย่างหลิงซิ่ว, อาเฮ่อและจิ่งหาวจึงมีคนมากมายเดินตามวิถีเช่นนี้ในกลุ่มดาวหมีใหญ่ในอนาคต

เพลิงเกียรติยศชาวยุทธไม่ค่อยมีอิทธิพลเด็ดขาดเลยกับนุ่มนวลและเยือกเย็น แต่ผลที่ได้โดดเด่นมากเมื่อเทียบกับเพลิงเย็น และด้วยจุดเริ่มต้นร่วมกัน พลังจึงมีทวีคูณเมื่อเพลิงเกียรติยศชาวยุทธถูกใช้ร่วมกับมงกุฏเกียติยศชาวยุทธ

เทียบกับเพลิงมารของถังเทียนเพลิงเกียรติยศชาวยุทธของเสี่ยวเอ้ออ่อนแอกว่า การหลอมเมล็ดทองและผสานเข้ากับสมบัติจิตวิญญาณไม่ใช่งานง่ายสำหรับเขา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสริมพลังให้พยัคฆ์ฟ้าไม่เคยมีใครทำกับอาวุธจักรกลวิญญาณเหมือนกับสมบัติจิตวิญญาณ ไม่ต่างกับสร้างใหม่ความสามารถของเสี่ยวเอ้อในการใช้เพลิงเกียรติยศชาวยุทธยังตื้น เพลิงสายเล็กๆกับพยัคฆ์ฟ้าขนาดมหึมา แม้แต่จิ่งหาวก็ยังรู้สึกสงสารเสี่ยวเอ้อ

เสี่ยวเอ้อไม่มีทางเลือกได้แต่เสริมพลังให้ครั้งละส่วน จำเป็นต้องใช้เวลายี่สิบวันต่อครั้ง กินเวลามากกว่าที่ใช้เสริมความแข็งแกร่งให้สมบัติของจิ่งหาวและคนอื่น

พยัคฆ์ฟ้าสีฟ้าเดิมในตอนนี้ถูกรมด้วยชั้นสีดำบางๆกลายเป็นสีน้ำเงิน แม้ว่าจะไม่สว่างสดใสเหมือนอดีต แต่มีพลังเพิ่มขึ้น

หลังจากดูดซึมกรวดสีทองความแข็งแรงของพยัคฆ์ฟ้ามากขึ้นอย่างน่าประหลาด เว้นแต่การใช้วิชาจิตวิญญาณแล้วถังเทียนยังไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนบนตัวพยัคฆ์ฟ้าได้

ลุงปิงรู้สึกร่าเริงและสรรเสริญเป็นการใหญ่

แม้ว่างานจะชุกแต่ก็ทำให้เสี่ยวเอ้อก้าวหน้าในการใช้เพลิงเกียรติยศชาวยุทธ  ในเวลายี่สิบวันค่าวิญญาณของเพลิงเกียรติยศชาวยุทธเพิ่มขึ้นเป็น 120 จากเดิมที่เป็นเพลิงอ่อนตอนนี้มีขนาดเท่ากำปั้น

เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปซึ่งทุกคนล้วนแสวงหาและก้าวหน้า

แต่ทุกคนผิดหวังเนื่องจากพวกเขาไม่พบหินดำหรือไข่หนอนอีกต่อไป

ทะเลหินดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดเนื่องจากถังเทียนและพวกยังคงมองหาหนอนดำต่อไป พวกเขาไม่เร่งและไม่ชักช้า แต่หลังจากเดินหน้าไปเป็นเวลาหนึ่งเดือนฉากภาพที่อยู่ข้างหน้าดูเหมือนจะเปลี่ยนไป

ถ้าไม่ใช่เพราะดวงตาเซกซ์แทนส์พวกเขาคงจะหลงอยู่ในทะเลก้อนหินอีกนาน แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกไม่มีที่สิ้นสุดนี้บั่นทอนกำลังใจทุกคน โชคดีที่ทั้งสี่คนมีความมานะบากบั่นและไม่ย่อท้อ

กรวดทองเข้มไม่ได้ใช้อีกต่อไป  แต่พวกเขายังคงพบเจอขณะเดินทางและจากนิสัยของพวกเขา พวกเขายังคงเก็บเกี่ยวต่อไป

ต้องบอกว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการร่วมต่อสู้จริงๆเพื่อการพัฒนา ช่วงเวลาสั้นๆ หนึ่งเดือน แม้ว่าศัตรูจะมีแต่พวกหนอน แต่ความสามารถและพลังของพวกเขาก็แสดงออกว่าก้าวหน้า

ร่างเงาดำพรั่งพรูบินใส่พวกเขาเหมือนลูกศรกราดเกรี้ยว

หลิงซิ่วแทงหอกของเขาตามปกติ ปลายหอกปลดปล่อยรังสีเงินนับไม่ถ้วนห่อหุ้มหนอนทันที  หลิงซิ่วเคลื่อนไหวหอกอย่างนุ่มนวลทำให้จุดรังสีเงินเคลื่อนไหวต่อเนื่องทันที เหมือนกับแส้เงินที่หวดใส่หลังหนอนและหนอนทั้งหมดถูกแช่แข็ง

เผียะ เผียะ เผียะเสียงระเบิดเป็นกลุ่มดังขึ้นขณะที่กลุ่มหนอนถูกแช่แข็ง  พลังของหลิงซิ่วไหลเข้าไปในตัวหนอน  แม้ว่าพวกมันจะดูเหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บ  แต่เนื้อและอวัยวะภายในทั้งหมดถูกกระแทกจนเละ

หลิงซิ่วควงหอก จากนั้นตะโกน  “เสี่ยวเอ้อ!”

ควั่บ หนอนดำทั้งหมดเหมือนเมฆดำบินเข้าหาเสี่ยวเอ้อ

พอดีเวลานั้น เสี่ยวเอ้อดึงมงกุฏเกียรติยศชาวยุทธกะโหลกทองคายเพลิงขาวออกมา ดึงซากหนอนเข้าไปในกะโหลก

เสี่ยวเอ้อหลับตาและผนึกไว้หลายครั้ง

หลังจากนั้นชั่วครูภายในเบ้าตาทั้งสองของกะโหลกทอง  แสงสีขาวสองสายสว่างวูบและลูกกลมสีทองเล็กลอยออกมาตกลงในมือของเสี่ยวเอ้อ

แม้ว่าจะใช้ประโยชน์อะไรได้ไม่มาก แต่เพื่อไม่ให้สูญเปล่าหนอนทั้งหมดที่พวกเขาพบในเส้นทางจะถูกหลอมเป็นกรวดทองกลม

“นี่มันช่างโง่!”  หลิงซิ่วโกรธ “ทุกวัน ทั้งหมดที่เราพบมีแต่พวกหนอน หนอน หนอนเหล่านี้ทำเอาข้าอยากจะอ้วกทุกครั้งที่เจอพวกมัน”

อาเฮ่อตอบอย่างเกียจคร้าน “แต่เจ้ามักเป็นคนแรกที่ลงมือก่อนใคร เจ้าเห็นนี่ ตอนนี้เราเกียจคร้านเกินกว่าจะลงมือทำอะไร”

“ลงมือมันน่าเบื่อก็จริง  ไม่ลงมือสิน่าเบื่อยิ่งกว่า!”  หลิงซิ่วหงุดหงิดเขาควงหอกและแทงใส่ก้อนหินแตกระเบิดเป็นชิ้น “ถ้าให้ดีที่สุดให้เราพบกับคนที่แข็งแกร่งทรงพลังตอนนี้ จะทำให้ข้าดีใจที่ต่อสู้”

จิ่งหาวฝืนหัวเราะ “พวกเจ้าปากไม่เป็นมงคลเอาเสียเลย

ขณะนั้นทุกคนรู้สึกแตกต่างไปบ้าง พวกเขามักจะเดินทางเข้าไปในที่ว่างมืดซึ่งไม่มีแสง แม้ว่าถังเทียนและตาของเขาจะสามารถเห็นได้ราวกับเป็นกลางวันแต่ก็ยังมืดและเป็นอวกาศดำ

จนกระทั่งในเวลานี้พวกเขาจึงตระหนักได้ทันทีว่าต่อหน้าพวกเขามีแสงเลือนลาง

ทั้งสี่คนมองหน้ากันเองแสดงสีหน้าที่ระมัดระวัง

พวกเขาลดความเร็วและบินไปช้าช้าขณะที่พวกเขายังคงไปข้างหน้าต่อ แสงที่อยู่ข้างหน้าเริ่มสว่างขึ้นทุกที

เมื่อพวกเขาผ่านหินก้อนสุดท้ายไป  พวกเขาตะลึงกับสิ่งที่อยู่ข้างพวกเขา  แสงสีฟ้าสายตาทั้งหมดของพวกเขาปกคลุมไปด้วยแสงสีฟ้า

แสงสีฟ้าถูกแยกออกจากทะเลหินอย่างชัดเจน แต่จุดสำคัญคือไม่ว่าจะไกลเพียงไหนแต่สายตาของพวกเขาสามารถเห็นได้  มันไร้ขอบเขต

“อะไรกันนี่?”  ถังเทียนพึมพำ

“มันคือพลังงานรูปแบบหนึ่ง” สีหน้าที่ปกติจะใจเย็นของจิ่งหาวเต็มไปด้วยความตกใจ  “พลังงานมากมายนัก...”

“โลกนี้มีทะเลพลังงานจริงๆ....”  อาเฮ่อพูดไม่ออกต่อไป

หลิงซิ่วมองดูแสงสีฟ้าไร้ขอบเขต

เสี่ยวเอ้อและปิงตกใจจนพูดไม่ออกพอกัน

หลังจากผ่านไปนานกลุ่มก็เริ่มตั้งหลัก  ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความสงสัย

“พลังงานแปลกประหลาดนี้ข้าไม่เคยเห็นพลังงานที่ไม่รุนแรงแต่กลับมีความมั่นคงแทน  ในมือของอาเฮ่อ มีสายรังสีฟ้าลอยอยู่   มันคือบางอย่างที่เขาดึงออกมาจากทะเลแสงสีฟ้า

“ใช่แล้ว มันมั่นคงมากจริงๆ” จิ่งหาวยังคงรับรู้ถึงพลังแปลกอย่างระมัดระวัง  “แต่มันยังคงถูกขับออกมาจากร่างของเรา  นับเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ  ทะเลพลังงานที่กว้างใหญ่นี้  ข้าสงสัยว่าจะมีอะไรอยู่ข้างใน   นั่นคือจุดที่ข้าสนใจอย่างแท้จริง”

“น่าสนใจ, ยังไงก็ตามเราก็แค่ลุยเข้าไป!” หลิงซิ่วกระตือรือร้นจะเข้าไป

ถังเทียนผงกศีรษะ  “เสี่ยวซิ่วซิ่วพูดถูก  เนื่องจากเราไม่เคยเห็นที่อย่างนี้มาก่อนและเราจำเป็นต้องผ่านเข้าไป เราไม่ควรจะคิดอะไรมาก!”

จิ่งหาวและอาเฮ่อมองหน้ากันเองและได้แต่ฝืนหัวเราะให้กับความไร้เดียงสาของทั้งสองคน ไม่มีใครรู้ว่าอะไรอยู่ข้างในพลังงานแปลกประหลาด  มันประกอบด้วยอะไร และมีลักษณะอย่างไร  และสำหรับทะเลพลังงานกว้างขวางไร้ขอบเขต  จะมีอะไรสามารถอยู่ข้างในได้?  นั่นอาจทำให้ผู้คนยำเกรงอย่างแท้จริง

“นั่นก็จริงไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เราจำเป็นต้องผ่านเข้าไปอยู่ดี!”  จิ่งหาวพูดทันที เนื่องจากการเดินทางของพวกเขาสู่ดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์พวกเขาไม่สามารถถอยกลับได้  แม้ว่าแสงสีฟ้าจะอันตราย  พวกเขาก็ยังต้องผ่านเข้าไปอยู่ดี

อาเฮ่อสะบัดมือและพูดด้วยท่าทางดีใจ  “ข้ามักจะโดนฉุดลากเข้าไปในเรื่องแบบนี้อยู่เรื่อย”

“ไปกันเถอะ!” ถังเทียนประกาศและกลุ่มพวกเขาบินเข้าหาแสงสีฟ้า

แสงสีฟ้าเหมือนผนังขนาดใหญ่  แผ่ออกมาจำกัดสายตาของพวกเขามันเหมือนกับทะเลแสงสีฟ้า กว้างใหญ่พอๆ กับทะเลโขดหิน

ขณะบินเข้าไปใกล้แสงสีฟ้า   ถังเทียนและพวกเริ่มรู้สึกว่าพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เล็กกระจ้อยร่อย

แม้ว่าทุกคนจะไม่ลังเล แม้ว่าถังเทียนจะเพ่งสมาธิถึง120%  เสี่ยวเอ้อ ปิงและหยาหยาซ่อนอยู่ในตัวเขาทั้งหมด แสงสีฟ้าคือพลังงานรูปแบบหนึ่ง และร่างของเขาสามารถขับไล่พลังงานได้  ดังนั้นจึงอันตรายไม่มาก แต่ก็อาจพัฒนาไปเป็นอันตรายสำหรับเสี่ยวเอ้อและปิง

“ทุกคน, อยู่ใกล้ๆและมัดรอบตัวเอาไว้”

ถังเทียนดึงเชือกยาวออกมา เชือกยาวเส้นนี้คือแส้เงินมันมีความเหนียวมาก เนื่องจากถังเทียนเคยลองทำลายมาก่อนแต่ไม่ได้ผล  เขาเกรงว่าพวกเขาอาจพลัดกัน

“ข้าจะนำเอง!”  จิ่งหาวกล่าว

ถังเทียนส่ายศีรษะกล่าวด้วยเสียงมุ่งมั่น “ทุกคนตามข้ามา  แน่นอนข้าจะต้องอยู่หน้าอยู่แล้ว และข้ายังจำเป็นต้องใช้ดวงตาเซกซ์แทนส์นำทางพวกเราด้วย”

“อย่างนั้นก็ระวังด้วย”  จิ่งหาวตอบ  “ถ้าเจ้าพบอันตรายใดๆให้กระตุกเชือกด้วย”

พลังที่ไร้ขอบเขต เต็มไปด้วยพลังประหลาด  ไม่ว่าเซียนคนหนึ่งจะแข็งแกร่งเพียงไหน  เมื่อเผชิญหน้ากับมันก็รู้ว่าตนเองเล็กลงทันที

“ได้!”  ถังเทียนยิ้มกว้าง  “วางใจได้  เราจะสามารถผ่านตรงนี้ไปได้แน่  ไม่มีอะไรที่หยุดหนุ่มชาวฟ้าผู้นี้ได้”

“ใช่แล้ว!”อาเฮ่อหัวเราะ  “จะมีอะไรที่หยุดคนห้าวได้เล่า?  ไม่มีเลยจริงๆ!”

“ผิดแล้ว!”  หลิงซิ่วพูดอย่างอารมณ์ดี  “มีอย่างหนึ่งที่หยุดเขาได้!”

อาเฮ่อสับสน  “ยังมีอะไรหยุดเขาได้อีก?”

“เชียนฮุ่ย!”  หลิงซิ่วหัวเราะก๊าก  “เสี่ยวเฮ่อ, เจ้ายังไม่ฉลาดเท่าข้าจริงๆ ด้วย....”

อาเฮ่อพูดไม่ออก

จิ่งหาวอดยิ้มไม่ได้ ความเครียดในหัวใจของเขาคลายตัว บางครั้งได้รวมกลุ่มกับพวกสมองน้อยก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน

ทั้งสี่คนใช้แส้ยาวเชื่อมกันไว้ ถังเทียนเหยียดแขนหันหน้าไปทางทะเลแสงสีฟ้า  “เฮ้, หนุ่มชาวฟ้าเตรียมวิ่งเข้าใส่แล้วนะ”

หลิงซิ่ว  “ฆ่าฆ่าฆ่า!”

อาเฮ่อ  “เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้ายังเป็นหนุ่มชาวฟ้าที่ไม่เหลวไหล?”

จิ่งหาว “ความจริง เราสามารถคิดฉายาที่ดีมีความหมายมากกว่าก็ได้นะ...”

ถังเทียนหัวเราะลั่นและพุ่งเข้าไปหาทะเลแสงสีฟ้าทันใด ทั้งสี่คนกลายเป็นริ้วสี่สายพุ่งเข้าหาทะเลแสงสีฟ้าที่กว้างใหญ่ทันที

“หนุ่มชาวฟ้า..ลุย ลุย ลุย!”

จบบทที่ ตอนที่ 556 หนุ่มชาวฟ้า ลุยลุยลุย

คัดลอกลิงก์แล้ว