เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - คนดาบผสานใจ

บทที่ 24 - คนดาบผสานใจ

บทที่ 24 - คนดาบผสานใจ


บทที่ 24 - คนดาบผสานใจ

เนื่องจากอาวุธในมือคือปากกาลูกลื่น โม่ฉยงจึงตัดสินใจเล็งไปที่ง่ามนิ้วโป้งของอีกฝ่าย แถมตอนที่ปักเข้าไปยังออกแรงกดเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ มือของจ้าวหมิงจวินจึงได้รับบาดเจ็บจนทำมีดร่วงหลุดมือ

ความแม่นยำเมื่อครู่นี้ แน่นอนว่าเป็นผลมาจากความสามารถ "เข้าเป้าแน่นอน" ไม่ว่าจ้าวหมิงจวินจะชักมือหลบไปทางไหน ก็ไม่มีทางหนีพ้นการโจมตีนี้ได้

ในระยะประชิดแค่นี้ ทั้งรวดเร็วและแม่นยำ แถมยังเปลี่ยนทิศทางตามได้อีก ไม่มีทางหลบพ้น

นี่คือวิธีที่โม่ฉยงคิดค้นขึ้นเพื่อใช้ในการต่อสู้ระยะประชิด เพื่ออำพรางวิถีการพุ่งของวัตถุ

นั่นคือการขว้างออกไปแล้วรีบคว้าจับมันไว้ มันจะยังคงรักษาระดับแรงส่งเดิมและมุ่งหน้าไปยังจุดตกที่กำหนดไว้แต่แรก

ตราบใดที่ไม่ปล่อยมือ ก็จะไม่มีการเริ่มแรงส่งใหม่หรือกำหนดจุดตกใหม่

ตอนที่ทดลอง โม่ฉยงเคยใช้วิธีนี้ทำให้ตัวเองถูกลูกศรลากตัวลอยขึ้นมาแล้ว

ในตอนนี้ ในการต่อสู้ระยะประชิด เขาใช้วิธีนี้ล็อกเป้าหมายที่มือข้างที่ถืออาวุธของศัตรู ดูภายนอกเหมือนโม่ฉยงเป็นคนควบคุมปากกาให้พุ่งไปแทงอย่างแม่นยำ

แต่ในความเป็นจริง มันคือ "ดาบพาคนไป"

ดาบต่างหากที่กำลังพุ่งเข้าหาเป้าหมาย มือของเขาเป็นแค่ตัวถ่วง ถ้าเขายืนเฉยๆ ดาบในมืออาจจะลากเขาไถลไปกับพื้นด้วยซ้ำ

ดังนั้น ขอแค่โม่ฉยงขยับตัวตามแรงของดาบในมือสักหน่อย ก็จะสามารถปกปิดความจริงที่ว่าดาบกำลังไล่ล่าเป้าหมายด้วยตัวมันเองได้อย่างแนบเนียน

คนนอกที่มองดูอยู่ จะเห็นแค่ว่าโม่ฉยงใช้อาวุธได้อย่างเชี่ยวชาญพิสดาร ไม่ใช่เห็นอาวุธกำลังลากแขน หรือลากตัวเขาไป

เพราะเรื่องแบบนั้นมันไร้สาระเกินไป ใครจะไปคิดล่ะว่าเป็นไปได้

ในทางกลับกัน ถ้าโม่ฉยงไม่ทำแบบนี้ สถานการณ์เมื่อกี้จะดูสยองขวัญมาก

ปากกาลูกลื่นจะบินด้วยความเร็วคงที่เข้าหาเป้าหมาย พอจ้าวหมิงจวินกดมือหลบลงต่ำ ปากกาก็จะหักเลี้ยวดิ่งตามลงไป พอจ้าวหมิงจวินยกมือหนีขึ้นบน หัวปากกาก็จะเชิดหัวขึ้นไล่ตามโดยไม่สนแรงโน้มถ่วงโลก

วิถีโค้งไปโค้งมาแบบนั้น คนเห็นคงได้ยืนอ้าปากค้างกันหมด

เผลอๆ คนสติไม่ดีก็ยังดูออกว่ามันผิดปกติ ถึงตอนนั้นโม่ฉยงคงแก้ตัวไม่ถูก

แต่ตอนนี้มันต่างออกไป ไม่ว่าปากกาจะเปลี่ยนวิถีหรือเปลี่ยนทิศทางยังไง แขนของโม่ฉยงก็เชื่อมติดอยู่กับมัน

ในสายตาคนอื่น การเปลี่ยนกระบวนท่า หรือการ "จี้จุดตาย" ทั้งหมด จะถูกมองว่าเป็นฝีมือการควบคุมของโม่ฉยงเอง

วิธีนี้เหมาะมากสำหรับการต่อสู้ระยะประชิด ใช้การบุกแทนการตั้งรับ โจมตีในจุดที่ศัตรูต้องป้องกัน

ถ้าโจมตีจุดที่อันตรายที่สุดของศัตรู เช่น อาวุธ หรือมือที่ถืออาวุธ

ก็แทบจะปลดอาวุธอีกฝ่ายได้ในกระบวนท่าเดียว

ถ้าจะนับว่านี่เป็นวิชาดาบแขนงหนึ่ง มันก็มีจุดเด่นอยู่สามข้อ

ข้อแรก วิชาดาบนี้แทบจะการันตีว่าเขาต้องแทงโดนอีกฝ่ายก่อนเสมอ

เพราะอีกฝ่ายยากที่จะอ้อมผ่านการแทงที่ "เข้าเป้าแน่นอน" และไม่มีวันลดความเร็วไม่ว่าจะเปลี่ยนทิศทางกี่ครั้ง เพื่อมาโจมตีร่างกายเขาได้

อย่าว่าแต่เปลี่ยนทิศทางสองครั้ง ต่อให้เปลี่ยนสองพันครั้ง มันก็ไม่ช้าลง มีแต่จะเร็วขึ้น

ยกเว้นแต่ว่าความเร็วในการโจมตีของอีกฝ่ายจะเหนือกว่าโม่ฉยงแบบคนละชั้น หรือมีอาวุธที่ได้เปรียบกว่ามาก

ข้อสอง วิชาดาบนี้โจมตีทีเดียวโดน ไม่มีทางหลบพ้น

ก็มันเป็นพลังเข้าเป้าแน่นอนนี่นา ทำได้แค่รับไว้ หรือไม่ก็ทำลายดาบของเขาซะ แล้วยอมโดนเศษดาบกระแทกหน้าแทน

ข้อสุดท้าย คือความพลิกแพลงหลากหลาย ดั่งใจนึก

เมื่อดาบอยู่ในมือ โม่ฉยงสามารถเพิ่มแรงและความเร็วให้มันได้ตลอดเวลา

เมื่อกี้เขาก็กำปากกาแล้วพุ่งตัวเข้าไปใส่แรงแบบไม่ยั้ง ไม่ต้องกลัวว่าจะแทงไม่โดน แรงที่ส่งไปผิดทิศทางจะถูกดาบเมินเฉย ส่วนแรงที่ส่งถูกทางจะถูกนำไปใช้

วิธีนี้ช่วยอุดช่องโหว่เรื่องแรงส่งเริ่มต้นของโม่ฉยงที่อาจจะไม่มากพอได้เป็นอย่างดี

เพราะต้องขว้างแล้วรีบคว้าทันที ความเร็วต้นย่อมไม่สูงมาก ดังนั้นการกำไว้แล้วส่งแรงเพิ่มทีหลัง จะทำให้ดาบเร็วขึ้นเรื่อยๆ

เช่นกัน จุดอ่อนที่ว่าดาบทำได้แค่เร็วขึ้นห้ามช้าลง ก็แก้ได้ด้วยการควบคุมของโม่ฉยง

เพราะดาบอยู่ในมือ แค่โม่ฉยงปล่อยมือ แรงส่งก็จะถูกรีเซ็ต และเริ่มใช้พลังรอบที่สองได้

รวมถึงจุดตกก็เหมือนกัน วินาทีก่อนอาจจะโจมตีมือซ้าย วินาทีถัดไปดาบอาจจะพุ่งไปหาเมือขวาแล้วก็ได้

ขอแค่โม่ฉยงปล่อยมือเร็วๆ แล้วกำใหม่ พร้อมกับ "เดินลมปราณ" หรือก็คือกำหนดเป้าหมายใหม่ในใจ ก็สามารถเปลี่ยนเป้าโจมตีของดาบได้ทุกที่ทุกเวลา

ดังนั้น ดาบจึงสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ดั่งใจปรารถนา พลิ้วไหวไร้รูปแบบ

วิชาดาบนี้เปลี่ยนแปลงได้ร้อยแปดพันเก้า ไม่มีกระบวนท่าตายตัว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการปรับใช้ตามกาลเทศะ ซึ่งโม่ฉยงต้องฝึกฝนให้ชำนาญ

ถ้ามองในแง่นี้ คำว่า "ดาบพาคนไป" อาจจะยังจำกัดความได้ไม่ครอบคลุม

กายเคลื่อนตามดาบ ดาบเคลื่อนตามใจ

ในขณะที่ดาบพาคนเคลื่อนไหว คนก็ยังไม่สูญเสียการควบคุมดาบ

โม่ฉยงชอบเรียกมันว่า "คนดาบผสานใจ" มากกว่า

...

จ้าวหมิงจวินยืนพิงประตู มือขวาสั่นระริก เลือดไหลโชกง่ามมือ

เขาถนัดต่อยตีมาตั้งแต่เด็ก พอโตมาคลุกคลีในวงการนักเลง ก็ใช้มีดได้คล่องแคล่ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาเป็นคนเคยฆ่าแกง เคยมีคดีติดตัว เวลาลงมีดจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย

แต่ถึงอย่างนั้น โม่ฉยงกลับอ่านทางมีดเขาออกอย่างแม่นยำ เอาปากกาจิ้มเข้าง่ามมือได้ทั้งเร็วและแม่น

จังหวะเปลี่ยนทิศทางก็ไม่มีสะดุด ไหลลื่นเป็นธรรมชาติ

"ไอ้หนูนี่ร้ายกาจ..."

จ้าวหมิงจวินยิ้มเหี้ยม จู่ๆ ก็กระโจนเข้าใส่ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ แล้วผลักเธอไปหาโม่ฉยง

เขาหวังจะใช้จังหวะนี้เปิดประตูหนี ยังไงก็ได้เงินแล้ว มีเงินจะไปไหนก็รอด

ถึงยังไงเขาก็ไม่ได้เปิดหน้า เดี๋ยววิ่งหนีไปกบดานตามบ้านนอก แล้วค่อยเดินทางข้ามจังหวัดตอนกลางคืน ก็คงรอดไปได้อีกนาน

แค่ชิงทรัพย์สองหมื่นหยวน ตำรวจคงไม่ถึงกับตั้งด่านสกัดจับหรอก พอย้ายไปมณฑลอื่น ใช้ชีวิตเงียบๆ ก็ไม่มีใครรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เคยทำอะไรมา

ทว่า พอโม่ฉยงเห็นผู้หญิงเซถลาเข้ามา เขากลับไม่ได้รับตัวเธอไว้ให้เสียเวลาอย่างที่จ้าวหมิงจวินคิด

แต่เขากลับย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้สองมือยันหน้าท้องเธอไว้

ทันใดนั้น ผู้หญิงก็เด้งกลับหลัง พุ่งไปชนจ้าวหมิงจวินแทน

จ้าวหมิงจวินเสียหลักเซถลา ทันใดนั้นก็เห็นปากกาลูกลื่นด้ามหนึ่งพุ่งเข้ามา ปักเข้าที่แก้มของเขาจากด้านข้าง

"อ๊าก!" จ้าวหมิงจวินร้องโหยหวน

หัวของเขาถูกแรงกระแทกจากปากกา พาไปกระแทกกับผนังห้อง

พูดให้ถูกคือ ปากกาด้ามนั้นทรงพลังมาก มันกดลงบนหน้ากากอนามัย แล้วดันหัวเขาไปอัดกับผนัง

แรงกดมหาศาลทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว ปากกาเจาะทะลุหน้ากาก บดขยี้ผิวหนัง ทะลวงผ่านแก้ม จนไปหยุดอยู่ที่ฟันกรามซี่หนึ่งทางขวา

ฟันซี่นั้นแหละ คือเป้าหมายที่โม่ฉยงเล็งไว้

ก่อนหน้านี้เขาสังเกตเห็นรายละเอียดฟันของอีกฝ่าย มีฟันซี่หนึ่งเด่นสะดุดตา ขึ้นเกระเกะระกะ แถมยังเหลืองอ๋อยและมีรูผุสองรู

โม่ฉยงใช้มันเป็นเป้าหมาย ปากกาลูกลื่นทะลวงผ่านหน้ากาก ผิวหนัง เนื้อและเส้นเอ็น จนไปชนฟันซี่นั้นถึงหยุด

เนื่องจากปากกาลูกลื่นไม่ได้แหลมคมมาก แถมความเร็วก็ไม่ได้สูงลิบลิ่ว ขั้นตอนนี้เลยทรมานสุดๆ มันค่อยๆ บดขยี้เนื้อเข้าไปจนถึงฟัน

"อู้อี้ๆ..." จ้าวหมิงจวินมีปากกาปักคาแก้ม เจ็บจนเต้นเร่าๆ

แต่เขาก็ใจเด็ด กัดฟันดึงปากกาออกมา เลือดสดๆ ปนกับน้ำหมึกไหลออกมานอง

"อูวา... มึง... มึง..." จ้าวหมิงจวินพูดไม่เป็นภาษา แต่ยังจ้องโม่ฉยงตาเขม็ง

จากการเสียจังหวะเมื่อครู่ โม่ฉยงก้าวประชิดตัวเขาแล้วเหวี่ยงหมัดเข้าใส่เต็มแรง

"ปัง!"

หมัดกระแทกเข้าที่แผลบนแก้มเต็มๆ จ้าวหมิงจวินร้องลั่น เซถอยหลังไปตามแรงหมัด

ถอยกรูดไปสี่ห้าก้าว แรงส่งก็ยังไม่หมด จนไปชนโต๊ะกินข้าวล้มระเนระนาด

เขานั่งกองกับพื้น มึนงงไปหมด ได้แต่เงยหน้ามองโม่ฉยงตาค้าง

ไอ้เด็กนี่มันเก่งเกินไปแล้ว เรียนกังฟูมาหรือไงวะ

"แคว่ก!" โม่ฉยงไม่ปรานี ตามมาคว้าหน้ากากอนามัยกระชากออก

โดนกระชากแผล จ้าวหมิงจวินเจ็บจนแยกเขี้ยว

โม่ฉยงพูดขึ้นว่า "เอ๊ะ? หน้าคุ้นๆ แฮะ เหมือนเคยเห็นที่ไหน..."

จ้าวหมิงจวินขนลุกซู่ คิดในใจว่า: กูจะมาเสร็จที่นี่เหรอเนี่ย ไม่ได้ กูจะโดนจับไม่ได้

ด้วยคดีเก่าที่ก่อไว้ โทษประหารสถานเดียว

เขากลัวตายที่สุด ไม่ว่าจะยังไง เขาก็ไม่อยากโดนยิงเป้า

เพื่อเอาชีวิตรอด เขาคำรามในลำคอราวกับสัตว์ป่า กระโจนเข้าใส่โม่ฉยงอีกครั้ง

การดิ้นรนของหมาจนตรอก ทำให้อาชญากรผู้นี้ระเบิดพลังมหาศาล รังสีอำมหิตพุ่งพล่าน

โม่ฉยงเห็นดังนั้น ก็ย่อตัวลงต่ำ รักษาสมดุล มือซ้ายคว้าคอเสื้อจ้าวหมิงจวิน มือขวาประคองเอว หมุนตัวครึ่งรอบแล้วเหวี่ยงออกไปตามแรง

"โครม..."

จ้าวหมิงจวินถูกทุ่มด้วยท่าที่ดูเหมือนใช้แรงน้อยสยบแรงมาก ลอยละลิ่วออกไป

หัวไปกระแทกตู้โชว์ในห้องรับแขก เลือดอาบหน้าทันที

ล้อเล่นน่า สู้มือเปล่าเหรอ

ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่เงินห้าหมื่น เจอคนชั่วช้าสามานย์แบบนี้เป็นการส่วนตัว โม่ฉยงคงถีบมันเข้าเตาเผาศพช่องสามไปนานแล้ว

"นึกออกแล้ว แกคือนักฆ่าในใบประกาศจับนั่นเอง" โม่ฉยงยืนค้ำหัวมองลงมา แล้วหยิบโทรศัพท์โทรแจ้งตำรวจ

ส่วนจ้าวหมิงจวิน สิ้นหวังนอนคุดคู้กุมหัวอยู่ที่พื้น

โดนทุ่มหนักๆ สองทีติดต่อกัน เขาเจ็บจนลุกไม่ไหว หัวสมองหมุนติ้ว

เห็นโม่ฉยงโทรแจ้งตำรวจ เขาพยายามส่งเสียงขู่ในลำคออู้อี้ ขู่ว่าจะฆ่าล้างโคตรบ้างล่ะ สายตายังคงดุร้ายไม่เปลี่ยน

ถ้าเป็นคนธรรมดา คงโดนสายตานี้ข่มขวัญไปแล้ว

แต่โม่ฉยงแจ้งตำรวจอย่างไม่ลังเล ให้รีบมา "รับของ" เขาไม่มีทางกลัวคำขู่ของเงินห้าหมื่นเดินดินหรอก ไอ้หมอนี่สมควรโดนยิงเป้าไปตั้งนานแล้ว

"...ใช่ครับ ที่อยู่นี้เลย"

"อื้ม รีบส่งคนมานะครับ ผมดูทรงแล้วมันไม่ใช่แค่โจรปล้นทรัพย์ น่าจะเป็นผู้ร้ายข้ามแดนด้วย..."

"ชื่อจำไม่ได้แม่น แต่จำได้ว่าเป็นระดับ A คดีลักพาตัวฆ่าคนมั้ง? ฆ่าตัวประกันหกคนกับพวกเดียวกันอีกหนึ่งคนอะไรนี่แหละ..."

"...อ๋อๆ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมจัดการหมอบมันแล้ว ใช่... รีบมาเถอะครับ ที่เกิดเหตุมีคนเจ็บด้วย..."

"ดีครับ ผมจะรอ...."

วางสายเสร็จ โม่ฉยงก็ลากเก้าอี้มานั่ง เฝ้าดูจ้าวหมิงจวินที่บาดเจ็บสาหัส พลางหันไปมองเจ้าของห้อง

"หวุดหวิดน่าดูเลยนะเนี่ย..."

ชายหญิงทั้งคู่จ้องเขาตาค้าง สถานการณ์พลิกผันเร็วเกินไปจนตามไม่ทัน

ได้ยินโม่ฉยงบ่น ฝ่ายชายคิดในใจ: เห็นกูตาบอดเหรอ หวุดหวิดบ้านป้าแกสิ นี่มันยอดยุทธ์ตบเกรียนชัดๆ

แต่ปากกลับพูดว่า "น้องชายสุดยอดมาก มีวิชาตัวเบาเหรอเนี่ย!"

โม่ฉยงตอบ "ก็พอได้ครับ ว่าแต่... นี่ไม่ใช่บ้านเสี่ยวซินจริงๆ เหรอครับ"

คู่รักถึงกับพูดไม่ออก: ตกลงเสี่ยวซินนี่มันใครวะ? ทำไมนายถึงปักใจเชื่อนักหนาว่านี่คือบ้านเสี่ยวซิน?

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 24 - คนดาบผสานใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว