เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 552 ฉุดลงเรือโจร

ตอนที่ 552 ฉุดลงเรือโจร

ตอนที่ 552 ฉุดลงเรือโจร


แสงของประตูดวงดาวบรอนซ์ค่อยๆมืดลง

ถังเทียนมองดูลุงปิงหน้าที่เหมือนไพ่ของเขาเปื้อนคราบน้ำตาและตาบวม เขาถามด้วยความห่วงใย “ลุง,เป็นอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่มีปัญหา  ข้าจะกลับก่อนและเริ่มวางแผน”  เสียงของลุงปิงแหบแห้ง ใบหน้าที่คล้ายไพ่ของเขาแสดงถึงความตั้งใจสู้อย่างมิอาจอธิบายได้  เขายกโลงน้ำแข็งแบกไว้บนหลังและพูดโดยไม่หันกลับมา  “ลั่วซือ,ไปดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ด้วยกันเถอะ! เจ้าตัวแสบอาซิ่นนั่นโกหกเรา  ไปทุบตีเขากันเถอะ!”

เมื่อมองดูร่างปิงหายลับไป  ถังเทียนมีอารมณ์หลากหลาย  ภาพที่เกิดขึ้นนั้นทำให้เขาตกใจอย่างมาก  นั่นคือภราดรภาพที่แท้จริง!

ถังเทียนหัวเราะทันที  เขาคิดถึงเสี่ยวเฮ่อ, เสี่ยวซิ่วซิ่ว,พี่จิ่งหาวและสหายอื่นทุกคน เขาโชคดีที่พี่น้องของเขาไม่มีที่ไหนแย่ไปกว่าลุงปิงและพี่น้องของเขา

ทุกคนสามารถต่อสู้เคียงข้างกันและกัน พวกเขาหันหลังชนกันต่อต้านศัตรูและสามารถตายพร้อมกันได้

ดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์!

ตาของถังเทียนเป็นประกายด้วยความตั้งใจต่อสู้  ข้าไม่กลัว

คนไร้น้ำใจ...เจ้าอย่าตายดีกว่า ข้าต้องมัดเจ้าพากลับไปที่สุสานของแม่ให้ได้..

ถังเทียนกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

ห้องประชุมลับสุดยอดของกลุ่มดาวหมีใหญ่  อาเฮ่อ หลิงซิ่ว จิ่งหาว ผี่ผา ติงตัง หลงโส่วจิงถังโฉ่ว เซรีนและสมาชิกหลักคนอื่นของกลุ่มดาวหมีใหญ่ล้วนปรากฏตัวทุกคน  หน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความประหลาดใจหลังจากงานเลี้ยงจบ ถังเทียนเรียกประชุมระดับสูงทันที ทำให้ทุกคนสงสัย

“สถานการณ์โดยรวมเป็นเช่นนั้น” ถังเทียนทบทวนข้อมูลที่ได้รับมาจากเชียนฮุ่ยอีกครั้ง

แววตกใจปรากฏอยู่บนใบหน้าของทุกคน เรื่องเกี่ยวกับดินแดนเซียนไม่เคยแพร่กระจายไปยังบุคคลภายนอกแม้แต่น้อยจึงไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน  ถ้าสิ่งที่ถังเทียนพูดเป็นความจริง อย่างนั้นความคงอยู่ของสมาพันธ์ชาวยุทธและวิหารเซียนคงทำให้ชาวโลกขนลุกชันเป็นแน่

ถ้าประตูดวงดาวถูกเปิดออกจริง....

ทุกคนสั่นสะท้านด้วยความกลัว

“ถ้าดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์เต็มไปด้วยเซียนและด้วยการหนุนหลังของวิหารเซียน  มันก็คือสิ่งที่เราไม่อาจต่อต้านได้เลย”น้ำเสียงของถังโฉ่วยังคงสงบมาก “ข้าได้คำนวณดูแล้ว เมื่อจำนวนเซียนเกินกว่า 5,000 คนสงครามจะมีสถานการณ์แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และเราไม่มีโอกาสชนะเลยกองทัพอย่างนั้น ไม่, พวกเขาไม่จำเป็นต้องการกองทัพ  แค่กลุ่มก่อตั้งของเซียนห้าพันคน  ก็ไม่มีใครในสวรรค์วิถีหยุดพวกเขาได้”

ไม่มีใครสงสัยคำพูดของถังโฉ่ว

ว่าถึงเรื่องเซียนเนื่องจากเวลาที่ถูกใช้ไป ไม่เคยมีความสัมพันธ์เนื่องกับจำนวนห้าพันเซียนทุกคนไม่สามารถนึกภาพออก เซียนห้าพันคนก่อตั้งกองทัพได้นั่นเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก

บรรยากาศกดดันหนักหน่วง

“ดังนั้นเราต้องไปดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์”  ถังเทียนกล่าว “มีแต่ไปดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น  เราจึงจะพบมันได้!  จากนั้นเราค่อยหาวิธีเอาชนะวิหารเซียน”

“ข้าไม่เคยคิดเลยว่านอกจากสวรรค์วิถีแล้วยังจะมีสถานที่ลึกลับอย่างนั้น” อาเฮ่อกล่าว  “แค่ฟังคำอธิบายก็ทำให้ใจข้าโหยหาเสียแล้ว”

“ใครจะสนใจเล่าดาราจักรศักดิ์สิทธิ์คืออะไร ข้าแค่ใช้หอกแทงมันให้ตายหมด” หลิงซิ่วคำรามและพูดต่อ “แล้วจะเป็นยังไงถ้ามีเซียนเพิ่มขึ้น?  ไม่มีเซียนคนไหนที่โดนแทงแล้วไม่ตาย”

คำพูดท้าทายของหลิงซิ่วได้รับการเห็นชอบจากทุกคนทันที

“ข้าต้องการไปด้วย!”

“ข้าด้วย!”

……

ปิงชูมือทั้งสองส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบ

“กลุ่มดาวหมีใหญ่ต้องมีการป้องกัน”  เขาพูดเสียงทุ้ม  “ถ้าเป้าหมายที่แท้จริงของสมาพันธ์ชาวยุทธคือการยึดครองสวรรค์วิถี  อย่างนั้นพวกเขาต้องคิดหาวิธีหยุดเราแน่นอนกลุ่มดาวหมีใหญ่คือฐานปฏิบัติการของเรา ดังนั้นพวกเขาจะต้องโจมตีกลุ่มดาวหมีใหญ่อย่างสุดกำลังแน่นอน เวลานี้งานหลักในการเข้าไปในดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ก็คือดูลาดเลา เราจำเป็นต้องค้นให้เจอว่าดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์เป็นยังไง?  มหาอำนาจใดมีอยู่ที่นั่นและใครคือผู้อยู่เบื้องหลังวิหารเซียน?  ดังนั้นคนที่จะไปต้องเน้นที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ  ถังเทียน หลิงซิ่ว อาเฮ่อก็น่าจะเพียงพอแล้ว”

“ข้าจะไปด้วย” สีหน้าของจิ่งหาวซีดขาวไม่สำคัญว่าเขามีสัมพันธ์กับสมาพันธ์ชาวยุทธมากแค่ไหน  แต่เขาเป็นชาวสวรรค์วิถีอยู่ก่อนแล้ว  ถ้าสิ่งที่ถังเทียนพูดเป็นความจริง อย่างนั้นในที่สุดเป้าหมายของสมาพันธ์ชาวยุทธอาจเป็นการทำลายสวรรค์วิถีและเขาจะไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นแน่นอน

เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน  “ถ้าสมาพันธ์ชาวยุทธต้องการยึดสวรรค์วิถีจริงๆ  ข้าเองจะทำลายพวกเขาด้วยมือของข้าเอง”

ปิงมองดูถังเทียน  ถังเทียนพยักหน้าโดยไม่ลังเล  “ดี, พี่ใหญ่จิงจะมากับเราด้วย”

ปิงไม่ปฏิเสธและพูดต่อ  “คนอื่นๆ จะดำเนินการต่อไปเหมือนกับว่าเจ้ายังอยู่ ถังโฉ่วจะนำกองทัพและเสริมกำลังให้สมบูรณ์และยกระดับของกองทัพด้วย  ทุกๆ กองพลจะต้องมีเซียนประจำอย่างน้อยคนหนึ่งส่วนว่าจะมีเซียนต่อกองพลกี่คนนั้น อาโฉ่ว, เจ้าจงค้นคำนวณดู แล้วจากนั้นไปค้นคว้าเรื่องกลยุทธการสู้รบ  ผี่ผากับโส่วจิงทั้งคู่จะคอยรับมือกิจการภายใน  ติงม่านและเซียนที่เหลือ อย่าเพิ่งหยุดแผนเจ็ดดาว  เรื่องกลยุทธชั่วคราว เราจะไม่มีการท้าทายใดๆก่อน แต่ไม่จำเป็นต้องหวั่นเกรงหวาดกลัว กองทัพของเราไม่ได้อ่อนแออีกต่อไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ศัตรูสุดท้ายของเราก็ยังจะเป็นสมาพันธ์ชาวยุทธ  ยังไงก็ยังเป็นศัตรูของทุกกลุ่มดาว  เราจำเป็นต้องสร้างพันธมิตรแห่งอำนาจทุกคน”

ลุงปิงเต็มไปด้วยพละกำลังจริงๆ

ถังเทียนเหม่อมอง

ภายใต้การกำกับของปิง  ถังเทียนเริ่มเข้าไปเยี่ยมคณะทูตแต่ละกลุ่ม

คณะแรกที่ไปเยี่ยนเยือนก็คือคณะทูตจากกลุ่มดาวคันชั่ง ถังเทียนพาเซรีนมาด้วย

“กลุ่มดาวคันชั่งและกลุ่มดาวหมีใหญ่มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน  และสำหรับทั้งสองฝ่ายมีพื้นฐานที่ดีมากในการทำงานร่วมกัน เรายินดีจะแบ่งปันวิชาจักรกลของเราและผลงานในขอบเขตล่าสุดกับกลุ่มดาวคันชั่ง”

คำพูดของเซรีนทำให้ผู้อาวุโสทุกคนมีความสุขทันที  กลุ่มดาวหมีใหญ่ทรงพลังและแสดงบทแข็งกร้าวในงานเลี้ยงทำให้พวกเขากังวล  ถ้ากลุ่มดาวหมีใหญ่ไม่ยินดีจะขายวิชาจักรกล  พวกเขาไม่รู้ว่าจะทำยังไง แม้ว่าองค์การวิญญาณมืดจะไม่กล้าประกาศสงครามกับกลุ่มดาวหมีใหญ่ก็ตาม  ดังนั้นกลุ่มดาวคันชั่งคงไม่มีความกล้าอะไรมากนัก

“ไม่แน่ใจว่าข้อขอร้องอะไรที่ฝ่ายขุนนางของท่านต้องการ?”  ผู้อาวุโสเซียวผู้สูงอายุและฉลาดลอบสุขใจ  ดังนั้นเขาถามคำถามที่ทุกคนห่วง

“ข้อขอร้องน่ะหรือ?”  เซรีนหัวเราะ นางเป็นคนมีอารมณ์เปิดเผยทำให้ผู้อาวุโสหน้าซีด จากนั้นนางพูด  “ให้ข้าอธิบายมุมมองวิชาจักรกลของข้าก่อน  ตอนนี้ ทุกคนคงยอมรับนักสู้สายจักรกลกันแล้วและในทำนองเดียวกันก็คงยอมรับกองทัพจักรกลด้วยเช่นกันแต่ทั้งหลายแหล่เหล่านี้มีพลังระดับกลางทั้งสิ้น จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีเซียนจักรกลเลยแม้แต่คนเดียว!”

“ซะ..เซียนจักรกล...”  ผู้อาวุโสเซียวตกตะลึงกับคำพูดของเซรีนไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น ผู้อาวุโสทุกคนพลอยตกตะลึงไปด้วย

สีหน้าของเซรีนเคร่งเครียดขึ้น  “ตอนนี้ที่อาวุธจักรกลมีคือมีจิตวิญญาณยุทธ ดังนั้นจึงสร้างออกมาเป็นอาวุธจักรกลวิญญาณได้ อย่างนั้นจิตวิญญาณยุทธของอาวุธจักรกลวิญญาณจะก้าวหน้าไปจนเกิดเป็นสนามพลังวิญญาณได้ไหม?”

มุมมองของเซรีนทำเอาโลกตะลึงสร้างความตกใจให้ผู้อาวุโสทุกคนจนอ้าปากค้างหุบไม่ลง  แต่หลังจากคิดตามดูแล้ว  ความคิดของเซรีนนั้นไม่ผิด

“เพราะเหตุนี้คิดว่าเราต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก” หน้าของเซรีนจริงจัง แต่นางยังจ้อต่อได้โดยไม่ต้องคิด  แต่ไม่มีใครสักคนข้องใจนาง  สถานะนางในปัจจุบันนี้เป็นสุดยอดปรมาจารย์วิศวกรจักรกล และไม่มีใครมีคุณสมบัติมากกว่านางในเวลาพูดเรื่องวิชาจักรกล

“อย่าบอกข้านะว่าอาจารย์เซรีนมีความก้าวหน้าบางอย่าง?”  ผู้อาวุโสหัวถาม  ถ้ามุมมองของเซรีนสามารถทำได้จริงนี่จะเปลี่ยนสถานการณ์ของโลกไปอย่างสิ้นเชิง

“ก็มีบ้าง”

สีหน้าถ่อมตัวของเซรีนทำเอาทุกคนตื่นเต้น พวกเขาเกือบเห็นคนรุ่นใหม่เบียดขึ้นมาแซงหน้าพวกเขา

“เราอยากจะเชิญท่านให้มีส่วนร่วมในการวิจัยครั้งนี้และผลสรุปสุดท้ายจะแบ่งปันกันทั้งสองฝ่าย”

อาหารโอชะที่เซรีนวางล่อทำให้เหล่าผู้อาวุโสทุกคนวิงเวียนไปตามกัน พวกเขาแต่ละคนเข้าใจดีถึงความสำคัญและคุณค่าของการวิจัย

ผู้อาวุโสเซียวสงบจิตใจ  เสียงของเขาเปลี่ยนไปบ้าง  “ทำไม?”

สีหน้าของเซรีนเคร่งขรึม  “เพราะเซียนทั้งหลายในการค้นคว้าวิจัยของเรา  เราพบว่าการทำให้จิตวิญญาณยุทธของอาวุธจักรกลวิญญาณเปลี่ยนเป็นสนามพลังวิญญาณจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากเซียน การค้นคว้าของเราจำเป็นต้องมีเซียนเป็นจำนวนมากเข้าร่วม  ทุกคนก็รู้กันว่ากลุ่มดาวหมีใหญ่มีเซียนไม่มากนักมิหนำซ้ำส่วนใหญ่ยังต้องประจำอยู่กับกองทัพ ขณะที่คนอื่นมีงานเป็นของตนเอง ข้าได้ปรึกษากับฝ่าบาทแล้วและเรารู้สึกว่ากลุ่มดาวคันชั่งเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือที่จะร่วมงานด้วยและบางอย่างที่เราทั้งสองสามารถได้ประโยชน์ร่วมกันด้วย  แน่นอนว่าถ้าฝ่ายของท่านยังคลางแคลงใจ ไม่ว่ายังไงเราสามารถหากลุ่มดาวอื่นมาร่วมงานก่อนก็ได้  จากนั้นพวกท่านคอยดูความก้าวหน้าแล้วคอยเข้าร่วมทีหลังก็ย่อมได้”

ถังเทียนผู้ยืนอยู่ด้านข้างเชื่อมั่นในการแสดงออกของเซรีนเมื่อสตรีผู้นี้โกหกผู้คน นางทำได้โดยไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ

ปิงบอกเซรีนให้ดึงกลุ่มดาวคันชั่งมาลงเรือโจรเอ๊ย.. หมายถึงดึงมาร่วมขึ้นรถศึกด้วยกัน

ดังนั้นเซรีนจึงต้องแสดงออกอย่างนี้

เซียนจักรกลเป็นยังไงเซรีนและกลุ่มงานของนางยังไม่เคยเริ่มค้นคว้าสักที

เมื่อเห็นสีหน้าของเหล่าผู้อาวุโส  ถังเทียนรู้ว่าข้อเสนอของเซรีนคือสิ่งที่กลุ่มดาวคันชั่งไม่สามารถปฏิเสธได้แม้แต่น้อย คนผู้หนึ่งที่มีความรู้เรื่องวิชาจักรกลเพียงเล็กน้อยจะเข้าใจคุณค่าของประเด็น  ถ้าคนธรรมดายกหัวข้อนี้ขึ้นพูดอาจถูกมองเหมือนกับว่าเห็นคนอื่นโง่ แต่คนที่ตั้งหัวข้อนี้ก็คือเซรีน ผู้รู้อันดับหนึ่งในวิชาจักรกลในปัจจุบันนี้ดังนั้นเรื่องนี้จึงดึงดูดความสนใจได้ทันที

เซรีนได้ให้เหตุผลที่เหมาะสมว่าเราไม่มีเซียนมากนัก ถ้าเรามีเซียนมากพอ พวกท่านคงไม่มีโอกาส

คณะทูตจากกลุ่มดาวคันชั่งไม่มีเหตุผลอะไรต้องปฏิเสธพวกเขา แม้ว่าเซรีนจะพูดว่าพวกเขาสามารถเข้าร่วมได้ทุกเวลา  แต่ผู้อาวุโสเหล่านี้เข้าใจชัดเจนมาก  ขอเพียงกลุ่มดาวหมีใหญ่มีความสามารถในการค้นคว้าเรื่องนี้ได้  ขณะที่หลายๆ คนสามารถจัดหาเซียนได้  กลุ่มดาวคันชั่งไม่ได้มีเซียนมากนักเมื่อเทียบกับสิบสองตำหนักระนาบสุริยุปราคา

ถ้าเป็นผู้มีอิทธิพลจากกลุ่มดาวอควาเรียสอย่าว่าแต่เซียนเลย พวกเขาจะยอมรับถ้าถามถึงราคาได้

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วผู้อาวุโสเซียวตบโต๊ะ “ก็ดี ในเมื่ออาจารย์เซรีนมีใจทะเยอทะยานเราในกลุ่มดาวคันชั่งก็จะเข้าร่วมติดตามอาจารย์ด้วยร่วมรับร่วมกินโดยไม่มีการคัดค้าน”

เหล่าผู้อาวุโสยิ้มอย่างมีความสุข

ข้าต้องไม่ล่วงเกินเซรีน...

ไม่ว่าถังเทียนจะโง่เพียงไหน  เขาก็เข้าใจว่ากลุ่มดาวคันชั่งถูกดึงเรือโจรกับกลุ่มดาวหมีใหญ่ไปแล้วอ๊ะๆ ลืมไป.. ถูกดึงขึ้นรถศึก...

สำหรับกลุ่มดาวใดๆ ก็ตามพวกเซียนก็คืออำนาจหรือแหล่งทรัพยากรที่สำคัญที่สุดตลอดไป  ยิ่งมีเซียนมากก็ยิ่งดี กลุ่มดาวคันชั่งและกลุ่มดาวหมีใหญ่จะใกล้ชิดกันมากขึ้น

ถังเทียนยืนยันว่าเซรีนคงจะกวาดกลุ่มดาวคันชั่งเรียบแน่นอน

ผู้อาวุโสจากคณะทูตยิ้มอย่างมีความสุขทุกคนเหมือนกับพวกเขากำลังเลือกเก็บสมบัติ เซรีนแสดงบทบาทได้ดีทีเดียว ไม่สำคัญว่ากลุ่มดาวคันชั่งจะรู้ตัวว่าติดกับหรือไม่  พวกเขาจะต้องโดดเข้าร่วมอยู่ดี  ถ้าพวกเขาไม่ทำ  คนอื่นๆ ก็ทำอยู่ดี

ถังเทียนรู้สึกเคารพตัวเองทันที

กล่าวกันว่าถ้านับเป็นความสามารถอย่างหนึ่งเขาซื้อตัวเซรีนมาด้วยราคาแสนถูก!  หรืออาจกล่าวว่าเป็นเซรีนต่างหากที่ร่ำร้องและตะโกนเสนอตัวให้เขาและด้วยอาการอย่างนั้นเขาจึงได้ปรมาจารย์จักรกลมาคนหนึ่ง

แค่ลงทุนเล็กๆก่อให้เกิดผลกำไรมหาศาล!

หรือว่าเป็นหนุ่มชาวฟ้าที่มีความสามารถเป็นนักธุรกิจผู้ไร้ยางอาย?  โอว รอให้ข้ากลับมาจากดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์เสียก่อน  ข้าจะต้องทำธุรกิจแน่...

จบบทที่ ตอนที่ 552 ฉุดลงเรือโจร

คัดลอกลิงก์แล้ว