เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 505 เสียงร้องโหยหวนหมื่นปี

ตอนที่ 505 เสียงร้องโหยหวนหมื่นปี

ตอนที่ 505 เสียงร้องโหยหวนหมื่นปี


ระหว่างทางกลับลานด้านตะวันออก  สายตาของศิษย์ทุกคนที่มองเขาแปลกประหลาดมากเหมือนกับว่าพวกเขามองเห็นสัตว์ประหลาด

ถังเทียนไม่สนใจผ่านไปสองชั่วโมงก็สร้างความทรมานให้กับเขา แต่เมื่อคิดดูแล้ว ก็นับว่าเป็นเรื่องทึ่งจริงๆ เซียนอื่นๆและเขาไม่มีความแตกต่างกัน พวกเขาต้องการดวงตาเซกซ์แทนส์กันทุกคน แต่เดี๋ยวนี้เขามาช่วยสำนักชางหยางป้องกันคนพวกนี้

กลับไปลานทิศตะวันตก ถังเทียนรู้สึกคลายใจ

ติงเฉินและคนที่เหลือเห็นความสามารถของเจ้านายใหญ่ของพวกเขาแล้ว  จึงไม่มีความคลางแคลงใจเขาเป็นธรรมดา  แต่ชั้นเรียนอื่นจะแตกต่างออกไป  ติงเฉินมักฝึกฝนด้วยทัศนคติที่จริงจัง  เขาต่างจากศิษย์คนอื่นๆ  ติงเฉินเชื่ออย่างแน่วแน่ว่า ลูกพี่อาโฉ่วสามารถนำพาพวกเขารอดชีวิตได้อย่างแน่นอน

ดังนั้นพอได้ติดตามซักซ้อมรับเหตุการณ์จากปิง  พวกเขาฝึกฝนอย่างหนักแน่นจริงจังก็เพื่อชีวิตตัวพวกเขาเอง

"สถานการณ์ชัดเจนมาก"  ปิงปรากฏตัว เขาพูดด้วยน้ำเสียงกังวล  "แนวป้องกันนี้อ่อนเหมือนเต้าหู้  ไม่สามารถป้องกันการลอบโจมตีได้"

"งั้นจะให้ข้าทำยังไง?"  ถังเทียนผายมือ

"ข้าก็คิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน"  ปิงกล่าวต่อหลังจากที่คิดแล้ว  "ทำไมเราไม่ลงมือก่อน?  เนื่องจากเราเป็นคนวางแนวป้องกันเอง  ข้าสำรวจพื้นที่ไว้แล้ว  ดวงตาเซกซ์แทนส์น่าจะอยู่ใต้ดิน"

ถังเทียนตาเป็นประกาย  "ใต้ดิน?"

"ใช่แล้ว"  สีหน้าของปิงเข้ม  "มีทางเข้าอยู่แน่นอน  เราแค่ต้องหาให้เจอ  คืนนี้นับเป็นโอกาสที่ดี  เพราะการเคลื่อนไหวมากเกินไปในคืนก่อน  เจ้าพวกโง่ข้างนอกคงไม่เคลื่อนไหวในช่วงเวลาสองวันนี้  ฟู่จงซานและหยางเฮ่าหรันได้รับบาดเจ็บ พวกเขาต้องรีบฟื้นฟูอาการบาดเจ็บอยู่ในตอนนี้  นี่คือช่วงเวลาที่สำนักชางหยางอ่อนแอที่สุด"

"นั่นก็มีเหตุผล!" ถังเทียนกระตือรือร้นเพราะคำพูดของปิงทันที

ท้องฟ้าถูกความมืดมิดยามราตรีครอบคลุม

ถังเทียนออกไปเงียบๆเขาเข้าไปในอาคารใหญ่ ปิงจำได้ดีถึงชั้นแนวป้องกันทั่วทั้งจวนที่ทำการไว้ในใจ  เขาไม่ต้องเตือนให้คนอื่นรู้ก็มาถึงลานใหญ่

ทันใดนั้น ถังเทียนชะงักค้างอยู่กับที่

หัวเต่าหมอกตัวมหึมาอยู่ต่อหน้าเขา  ไม่มีสัญญาณของมันเลยแม้แต่น้อยและเขาไม่ได้ยินเสียงอะไร

ปัง

เต่าหมอกสลายกลายเป็นหมอกและหดตัวเข้าไปในประตูหมอกทันที

"เชิญเข้ามา!"

เสียงแหบของชายชราดังออกมาจากภายในประตู

ถังเทียนตกใจ แต่หลังจากลังเลครู่หนึ่ง เขาก้าวผ่านประตู เมื่อผ่านเข้าประตูหมอกเข้าไป ฉากภาพข้างหน้าเขาทำให้เขาสีหน้าเปลี่ยนไปทันที  บรรยากาศกลายเป็นเย็นยะเยือกอย่างน่าประหลาด

จากนั้นเขายืนแข็งอยู่กับที่อีกครั้ง  เขาตะลึงเมื่อเห็นแถวผู้คนข้างหน้าเขา

"ไป่อาโฉ่ว!"

ฟู่จือหงเห็นคนได้ชัดเจนนางร้องออกมาอย่างตกใจ นางไม่เคยคาดคิดว่าคนที่เข้ามาตอนกลางคืนจะเป็นไป่อาโฉ่วจริงๆ

ถังเทียนรู้สึกว่าเลือดทั้งตัวเขาขยายตัว ฟู่จงซานและหยางเฮ่าหรันที่บาดเจ็บเต็มไปด้วยพลังชีวิตและเยือกเย็น  ราศีที่สง่างามทำให้ผมขนบนตัวเขาลุกชัน

ความสามารถของฟู่จงซานไม่ใช่สิ่งที่เขาสู้ได้และรังสีของหยางเฮ่าหรันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหยั่งได้

ยังมีคนแก่อีกคนหนึ่งร่างของเขาไม่มีราศี แต่สามารถลอยอยู่ในอากาศได้อย่างง่ายดาย ความรู้สึกที่ผิดธรรมดาทำให้ถังเทียนหลั่งเหงื่อตั้งแต่ศีรษะยันเท้า

กับดัก? ลอบทำร้าย?

"เรารอเจ้าจนในที่สุดจริงๆ!"  ชายชราเอ่ยปาก  เขามีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่น  เขายิ้ม "คืนสู่รูปลักษณ์เดิมด้วยเถอะ"

ฟู่จงซานและหยางเฮ่อหรันยืนขนาบซ้ายขวาเปล่งปราณเย็น ถังเทียนรู้สึกริมฝีปากแห้ง ลุงปิงงี่เง่า ทีอย่างนี้ไม่กล้าปรากฏตัวเลย เล่นไม่ซื่อเลย ดีแต่พูดว่ามีโอกาสดี  โอกาสดีให้เดินไปติดกับดักอย่างนี้น่ะหรือ...

สิ่งที่ทำให้หัวใจของถังเทียนหดหู่ยิ่งขึ้นก็คือ  เขาไม่สามารถใช้เคลื่อนย้ายพริบตาได้   ในถ้ำเต็มไปด้วยคลื่นเย็น  การเคลื่อนในพริบตาไม่เหมาะที่จะใช้เลย

เเย่จริง!

เขาไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นมานานมากแล้ว

"ได้โปรดเชื่อใจเรา  เราไม่มีความเป็นปฏิปักษ์"  ชายชราหัวเราะ

ไม่ใช่ปฏิปักษ์...

อย่างนั้นสองคนที่ยืนเฝ้าเปล่งรังสีอำมหิตอยู่ตรงนั้นเล่า  พวกเขาเป็นแบบนั้นตั้งแต่เกิดหรือ?

แน่นอนถังเทียนไม่กล้าพูดเช่นนั้น  แม้ว่าเขาจะงี่เง่า  แต่เขาไม่โง่ในสถานการณ์เช่นนั้นซึ่งตัวเขาเองไม่มีอิสระ การยั่วโมโหหรือสร้างความยุ่งยากมีแต่จะหาที่ตาย  ดวงตาเซกซ์แทนส์ยังหาไม่พบ  ก่อนที่จะได้พบกับเชียนฮุ่ยเขาจะไม่ยอมตาย

กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงไม่หยุดในเวลาอันรวดเร็ว เขาเผยรูปลักษณ์ที่แท้จริง

ฟู่จอหงเหม่อมองถังเทียน  ฟู่จงซานและหยางเฮ่าหรันมีสีหน้าเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย  รังสีฆ่าฟันฉายวาบอยู่ในดวงตาของพวกเขา  คนผู้นี้แปลงลักษณะปะปนเข้ามาในจวนเขาต้องไม่มีเจตนาที่ดีแน่

ชายชราตรวจสอบอยู่ระยะสั้นๆ  สีหน้าของเขาตื่นเต้น  "เจ้าดูคล้ายเขาจริงๆ  เจ้าน่าจะใช้แซ่ถังใช่ไหม?  เจ้าชื่ออะไร?"

ถังเทียนตัวสั่น  ตาของเขาเป็นประกายเจิดจ้า  ฟู่จงซานและหยางเฮ่าหรันตกตะลึง  ตอนนี้บุรุษหนุ่มข้างหน้าพวกเขาดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่งโดยสิ้นเชิง  ตลอดทั้งตัวของเขาเปล่งกลิ่นอายประหลาด

"ข้าชื่อถังเทียน"  ถังเทียนตอบเสียงเบา

"ถังเทียน!  เจ้ากลุ่มดาวหมีใหญ่!"  ฟู่จือหงโพล่งออกมา  นางตะลึงไปหมด นางคิดว่าไป่อาโฉ่วจะมาจากที่ยิ่งใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่ง  แต่นางไม่เคยคิดว่าจะใหญ่ถึงขนาดนั้น

เนื่องจากไพ่ถูกหงายลงบนโต๊ะหมดแล้ว  ถังเทียนไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไป

ปิงลอยตัวออกมา, หยาหยากระโดดไปนั่งบนไหล่ซ้ายของถังเทียนทำหน้าตาตลก เสี่ยวเอ้อถือร่มดวงดาวและลอยตัวอยู่ข้างถังเทียนด้วยท่าทีเยือกเย็น

ฟู่จงซานและหยางเฮ่อหรันสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อมกัน  พวกเขาจะไม่รู้จักชื่อของถังเทียนได้ยังไง?  ปัจจุบันนี้ชื่อของถัเงทียนโด่งดังคับฟ้าเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง พวกเขาไม่คิดเลยว่าเจ้าปกครองกลุ่มดาวหมีใหญ่จะลอบปะปนเข้ามาในจวนด้วยตัวเอง

นี่... ทำให้คนยากจะทำใจเชื่ออยู่บ้าง

ฟู่จือหงตกใจอย่างหนัก นางเหม่อมองจ้องดูเด็กหนุ่มที่อยู่ต่อหน้านาง  ใบหน้าเยาว์วัยขนาดนั้นดูจริงจังทันที  ราศีของเขาไม่ด้อยไปกว่าบิดาและอารองของนางเลย

เด็กหนุ่มที่อยู่ต่อหน้านางนี้อาศัยกำลังตนเองผลักดันกลุ่มดาวชั้นสามอย่างกลุ่มดาวหมีใหญ่ขึ้นไปเบียดอยู่ในระดับเดียวกับสมาพันธ์ชาวยุทธ, องค์การวิญญาณมืดและสิบสองกลุ่มดาวระนาบสุริยุปราคา

ฟู่จือหงแสวงหาปาฏิหาริย์มาโดยเฉพาะ  นั่นก็ใช่แล้ว ในสายตาของนาง นั่นคือปาฏิหาริย์ ไม่มีทางเกิดขึ้นซ้ำสอง!

เด็กหนุ่มที่อยู่ต่อหน้านาง...

เขายังดูเยาว์วัยมากกว่านาง ทันใดนั้นนางจำพลันนึกถึงความคิดของนางในวันหนึ่งว่าอัจฉริยะในโลกนี้มีอยู่จริงหรือ?

จริงแท้แน่นอน....

"กลุ่มดาวหมีใหญ่ไม่ใช่อนาคตของเจ้า"

คำพูดของชางหยางหวี่สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน

ฟู่จงซานและหยางเฮ่าหรันตะลึงค้าง  ฟู่จือหงตั้งตัวไวที่สุดนางเเทบจะไม่มีเสียงพูด แต่นางรีบใช้มือปิดปาก แต่สายตาของถังเทียนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ในเวลาอันรวดเร็วฟู่จงซานและหยางเฮ่าหรันจึงได้รู้ตัว  พวกเขาสีหน้าเปลี่ยน

ถังเทียนงงกับคำพูดของชางหยางหวี่  เขาไม่คิดอะไรมากจึงถามย้อน "ทำไมล่ะ?"

ชางหยางหวี่ยิ้ม  แต่ไม่ตอบคำถามเขา  "ข้ารอเจ้ามานานมากและในที่สุดวันนั้นก็มาถึง วันนั้นเมื่อเจ้ามาซ่อมที่กำแพงลานด้านตะวันตก  เต่าหมอกก็ได้กลิ่นปราณของเจ้าแล้ว"

"ปราณของข้า?"  ถังเทียนสับสน

"ถูกแล้ว"  ชางหยางหวี่พูดอย่างใจเย็น  "แต่ดวงตาแห่งเซกซ์แทนส์ยังไม่สำเร็จ  มันจะอันตรายมาก  ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเสี่ยงอันตรายเร็วเกินไป  แต่สถานการณ์คับขันมาก ข้าไม่แน่ใจว่าข้าจะอยู่จนถึงวันนั้นหรือไม่  ดังนั้นข้าจึงเชิญเจ้ามาที่นี่  แม้ว่านี่อาจทำให้เจ้าต้องตกอยู่ในอันตราย  แต่ข้าคิดว่า ด้วยชะตากรรมของเจ้า มีแต่เจ้าจึงจะรับภาระนี้ได้"

ถังเทียนหรี่ตาและถามย้ำทีละคำ  "ท่านรู้หรือว่าข้าเป็นใคร?"

"เจ้าคือลูกชายของเขา"  ชางหยางหวี่ยิ้ม

ฟู่จงซาน หยางเฮ่าหรันรู้สึกแต่เพียงมีประกายอยู่ข้างหน้าของพวกเขาและถังเทียนก็หายไป ทั้งสองคนตกใจ พวกเขาวิ่งไปขวางอยู่หน้าชางหยางหวี่ แต่สายลมกระโชกผ่านเขาไป

เป็นไปได้อย่างไร...ไว้มาก

ฟู่จงซานและหยางเฮ่าหรันสีหน้าเปลี่ยน

บุรุษหนุ่มปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าชางหยางหวี่เหมือนสายลมพัด  มือของเขาสัมผัสร่างของชางหยางหวี่และจับเขาไว้

แต่ในวินาทีถัดมา ม่านตาของเขาหดลีบลงมือของเขาทะลุผ่านร่างชางหยางหวี่ไป

วูบบแม้แต่ร่างของเขาก็ผ่านร่างของชางหยางหวี่ไป เหมือนกับผ่านกลุ่มหมอก

นี่คือ...

ร่างของถังเทียนปลิงทะลุออกหลังไปถึงผนังน้ำแข็ง  เขาหันหน้ามาทางชางหยางหวี่ทำหน้ามุ่ย

"ขอโทษจริงๆ  เข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร"  ชางหยางหวี่ปลอบโยนเขาโดยไม่ประหลาดใจ  "เขาช่วยชีวิตข้าไว้ และทิ้งมรดกไว้ให้ข้าและจากนั้นก็ให้ข้าช่วยเขารักษาของไว้สองสามอย่าง  เขาบอกว่าถ้าเขาไม่สามารถกลับมาได้  ลูกชายของเขาจะมา  ข้าสัญญากับเขาไว้   ผ่านไปสิบหกปีเจ้าก็มา

ถังเทียนเหม่อมองชางหยางหวี่

"เจ้าดูเหมือนเขามาก"  ชางหยางหวี่ระลึกได้  "โอว, เขามีขุนพลวิญญาณซึ่งทรงพลังมากอยู่ข้างกายเขา  นอกจากดวงตาเซกซ์แทนส์แล้ว  เขายังให้ข้าช่วยดูแล้โลงน้ำแข็ง  โปรดตามข้ามา

ชางหยางหวี่ลอยไปที่ผนังน้ำแข็ง  เขาบอกถังเทียน  "โปรดหยดเลือดลงข้างบน"

ถังเทียนทำหน้ามุ่ยไม่พูดอะไร  และกรีดนิ้วหยดเลือดสองสามหยดลงบนโลงน้ำแข็ง ผนังน้ำแข็งละลายหายไปอย่างรวดเร็วและโลงน้ำแข็งโปร่งใสปรากฏอยู่ต่อหน้าทุกคน

แน่นอน มันคือตัวเขาเอง...

"นี่คือขุนพลวิญญาณที่เขาส่งมอบให้ข้า  เป็นขุนพลวิญญาณที่ได้รับความเสียหายหนัก  เขาเลือกที่นี่โดยตรง เพราะมันทำให้ขุนพลวิญญาณที่ได้รับความเสียหายหนักไม่หายไป  ขุนพลวิญญาณนี้เก่าแก่มากแล้ว  เขามักจะร้องโหยหวนและสิบหกปีมานี้เขาไม่เคยหยุด  อย่ากลัวเลยกล่าวกันว่าเขาร้องโหยหวนอย่างนั้นมาหมื่นปีแล้ว"

ปิงเบนสายตาไปที่ขุนพลวิญญาณที่อยู่ในโลงน้ำแข็ง  เหมือนกับว่าเขาถูกสายฟ้าฟาดจนตะลึงงัน

เหมือนกับเขาถูกพลังวิชาอะไรสักอย่างบุหรี่ในมือร่วงลงพื้น เขาไม่มีความรู้สึกทางร่างกายขณะจ้องมองโลงน้ำแข็งอย่างว่างเปล่า

โลงน้ำแข็งตั้งตรง มีร่างขุนพลวิญญาณที่ผอมบางร่างหนึ่งอยู่ภายใน  ขาของเขาทั้งสองหายไปแล้ว  แขนทั้งสองผอมแห้งเหมือนตะเกียบ เขากำลังชักกระตุกเหมือนว่าไขว่คว้าอะไรบางอย่างในอากาศใบหน้าตอบซูบเพ่งมอง กำลังพึมพำคำพูดอย่างบ้าคลั่ง

"ประแจ,  ประแจ  หยิบประแจมาให้ข้าหน่อย  ปั๊ดโธ่ เร็วๆ หน่อยสิโว้ย..."

"ไอ้ข้อต่อนี่เสียหายหนักเหลือเกิน   เอาส่วนหมายเลขสามมาทำข้อต่อ  ทุกคนเร็วเข้า เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งล้ม..."

"ข้าไม่ไป!  ข้าจะไม่ไป!  ถ้าข้าจากไป ใครจะช่วยเจ้าซ่อม..."

"ชุดหมายเลย 261 เสียหายหนัก  ผู้บัญชาการ, อย่าเพิ่งตายนะ  อาซิ่นอย่าตายนะ, เจ้าหนูอย่าตาย...."

ทันใดนั้นเขายกแขนทั้งสองและตะโกนเชิดชู  "กองทัพดาวกางเขนใต้ จงเจริญ!"

ปิงเหม่อมองขุนพลวิญญาณ  น้ำตาหลั่งไหลอย่างมิอาจกลั้นไว้ได้ ลุงวัยกลางคนคุกเข่าลงกับพื้นร่ำไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็ก

"เฮ้, เจ้าหนูน้อยในนามของลั่วซือเมื่อเจ้าโตขึ้น ข้าจะสร้างอาวุธจักรกลให้กับเจ้า"

จบบทที่ ตอนที่ 505 เสียงร้องโหยหวนหมื่นปี

คัดลอกลิงก์แล้ว