เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 483 เหล่าร้าย

ตอนที่ 483 เหล่าร้าย

ตอนที่ 483 เหล่าร้าย


“นี่คือช่วงเวลาที่ข้าคาดหวังที่สุดทุกปี! การสั่งสอนเด็กใหม่คือหน้าที่ของเรารุ่นพี่”  บุรุษที่กล่าวมีผมสีทองหน้าของเขามีรอยยิ้มชั่วร้าย ชุดคลุมของเขาโบกสะบัดราวกับผู้กล้า

“เสี่ยวจินมองดูจากท่าทางเจ้า ข้ารู้ว่าเจ้าชอบรังแกเด็กใหม่ไม่เลือกหน้าอย่างแท้จริง”  คนที่พูดมีร่างกายกำยำ  ในมือมีดาบยาวบางอยู่เล่มหนึ่ง หน้าของเขามีรอยยิ้มถือดี

“โธ่เอ๊ย,มู่เหล่าซาน เจ้าไม่ชอบเหรอ? ทำไมเจ้าไม่ร่วมด้วยเล่า?”  เสี่ยวจินแย้ง

มู่เหล่าซานดุ  “ไม่มีข้าแล้วพวกเจ้าทุกคนจะสั่งสอนพวกเขาได้ดียังไง?”

“เอาเถอะน่า,มู่เหล่าซาน!” ใครบางคนตะโกน  “จะมีหรือไม่มีเจ้าก็ตาม มันก็เหมือนกันนั่นแหละ  การต่อสู้ต้องให้เจ้าตัดสินตั้งแต่เมื่อไหร่?”

เมื่อเห็นทุกคนมีความกระตือรือร้นมากคุณชายที่เป็นผู้นำแค่นเสียงอย่างถือดีและเย็นชา เขาก้มหน้ามองดูกระรอกหิมะขาวในมือของเขา เขาคือหัวหน้ากลุ่มนามว่าหลี่เหลียงชิว  สถานะของเขาพิเศษ  เนื่องจากเป็นบุตรชายของหลี่รั่วหนึ่งในสามเซียน  พลังของเขาลึกล้ำมาก

หลี่เหลียงชิวมีพลังที่โดดเด่นแม้จะอายุเยาว์ก็ตามนอกจากนี้คนหนุนหลังของเขาแข็งแกร่งอย่างมาก ในดินแดนหิมะ มีคนน้อยมากที่กล้าต่อต้านเขา

ร่างๆหนึ่งกระพริบก็พุ่งวาบไปข้างหน้าเหมือนสายฟ้า เขาตื่นเต้นมาก  “พวกเขากำลังมาห่างจากนี่ราวๆ 20 ลี้!”

ทุกคนยืนจ้องสายตาของพวกเขาทุกคนจ้องมองดูหัวหน้าที่กำลังเล่นกับกระรอกหิมะ

“รุ่นพี่หรือไม่ก็ไม่ต้องพูด  แต่ให้สั่งสอนกันด้วยหมัด!” หลี่เหลียงชิวพูดเย็นชาโดยไม่เงยหน้า “พวกมันจะให้ความเคารพพวกเจ้ามากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเจ้าสั่งสอนพวกมันได้มากแค่ไหน  พวกเจ้าอย่าเป็นเหมือนเมื่อปีที่แล้วดีกว่า เกือบขายขี้หน้า”

คำพูดสุดท้ายทำให้พวกเขาทุกคนหน้าแดง

ในทุกปีสำหรับศิษย์ใหม่รุ่นพี่จะเตรียมการโจมตีที่น่าทึ่งเพื่อสั่งสอนเด็กใหม่  พื้นลานหิมะเดิมทีจัดเตรียมไว้สำหรับเป็นพื้นที่ฝึกฝน พวกเขาประจำการอยู่ที่นั่นและเมื่อผ่านไปแต่ละวันจะน่าเบื่อมาก พอมีการก่อกวนศิษย์ใหม่ทุกคนกระตือรือร้นขึ้นและคลื่นความเย็นยังเป็นปัญหาต่อหลี่เหลียงชิวแต่แผนของเขานั้น พวกเขาสามารถแก้ปัญหาได้หมด

คนหนุนหลังหลี่เหลียงชิวทรงอำนาจทำให้คนในสำนักทำเป็นตาบอด

ศิษย์ใหม่เผชิญหน้ากับการโจมตีที่น่าทึ่งของศิษย์สำนักชางหยาง  ด้วยพลังของพวกเขาซึ่งลึกล้ำและเชื่อมโยงกันก็คงพ่ายแพ้เต็มที่  แต่เมื่อปีก่อนยกเว้นเนื่องจากมีศิษย์ที่แข็งแกร่งมากอยู่ในกลุ่มศิษย์ใหม่และเขามีชื่อเสียงโด่งดังมากเขาคือไป่อี้ ในที่สุดพวกเขาต้องใช้แรงค่อนข้างมากจึงจะเอาชนะการต่อสู้ได้

หลี่เหลียงชิวไม่ได้ร่วมการต่อสู้นั้นและหลังจากนั้น เขาระบายความโกรธและสั่งสอนเสี่ยวจินและพวกที่เหลือ

การขุดคุ้ยเรื่องเก่าขึ้นมาหลี่เหลียงชิวต้องการจะทำให้พวกเขาอาย

“ออกไปได้” หลี่เหลียงชิวไม่ใส่ใจมองดูพวกเขา สีหน้าของเขาเฉื่อยชา

**********

ทั่วทั้งกลุ่มสูดหายใจลึก  หลายคนมีสีหน้าน่าเกลียด ขณะที่ใช้ปราณแท้ของพวกเขาป้องการคลื่นความเย็นและจากนั้นใช้วิชาตัวเบาสำหรับพวกเขาไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ แน่นอน

“ทุกคน, พยายามให้ดีที่สุด!”

“ขอให้ชัยชนะเป็นของพวกเจ้าในท้ายที่สุด”

“อย่ารั้งท้ายนะ”

“หนุ่มชาวฟ้า ไป ไป ไป!”

ไป่อาโฉ่วยังส่งเสียงให้กำลังใจต่อไป

เสี่ยวหมิงฉีกัดฟันและพยายาม ใจของเขาเริ่มว่างเปล่าและเพียงแต่เสียงของไป่อาโฉ่วดังเข้ามาถึงในใจเขา  มันคือเสียงเตือนให้เขาต้องพากเพียร

ตอนแรกเมื่อไป่อาโฉ่วเริ่มตะโกนให้กำลังใจ  ทุกคนประหลาดใจ

เสี่ยวหมิงฉียังคงคิดว่าเป็นคนอัปลักษณ์นี่ก็ดีเหมือนกันสนุกกับการโอ้อวดและยังซุ่มซ่ามมากอย่างนั้น เขาปัญญานิ่มหรือเปล่า?คนที่เหลือกำลังคิดอย่างเดียวกันในเรื่องเดียวกัน หลายๆ คนได้แต่กรอกตา  เจ้าเด็กบ้านี่ไม่เพียงน่าเกลียดเท่านั้น  แต่สมองของเขายังชำรุดอีกด้วย...

แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่มีใครล้อเขาอีกต่อไป

พวกเขาไม่มีแรงพอจะล้อเขา อาโฉ่วตะโกนเสียงดังและกระตือรือร้นจนไม่มีความตื่นเต้นอยู่ในใจพวกเขาต่อไป  แต่เมื่อพวกเขาหมดเรี่ยวแรง  เสียงตะโกนทำให้พวกเขามีความพยายาม..

และ...

เสี่ยวหมิงฉีชำเลืองมองถังเทียน ถังเทียนเปลือยร่างท่อนบนและดึงเชือกออกมาหลายเส้น  ปลายเชือกทุกเส้นผูกเข้ากับนักสู้คนหนึ่งที่หมดสติไปเนื่องจากหมดแรง

ร่างกายของเขาหลั่งเหงื่อและระเหยเป็นไอ กล้ามเนื้อของเขาตึงขณะที่เขาดึงนักเรียนอีกเจ็ดคน

แววนับถือฉายผ่านในดวงตาของเสี่ยวหมิงฉีการสนทนาระหว่างถังเทียนกับศิษย์สำนักมวยชางหยางรุ่นพี่ พวกเขาได้ยินอย่างชัดเจน

“เจ้าไม่จำเป็นต้องช่วยพวกเขา  สวะพวกนี้ไม่มีคุณสมบัติเข้าพื้นที่ฝึกฝน  ปล่อยให้พวกเขาตายอยู่บนถนนนั่นแหละ”

อาโฉ่วมองดูเขาและพูดแค่เพียงคำเดียวว่า“ไม่”

หลังจากนั้นเขาลากนักสู้ที่หมดสติและวิ่งต่อไปอย่างบ้าคลั่ง

ไม่มีใครมองอาโฉ่วเป็นปฏิปักษ์อีกต่อไป  การกระทำของถังเทียนทำให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นใจในท่ามกลางพื้นหิมะ  ทุกคนกำลังคิดว่าแม้ว่าพวกเราจะสลบ  พวกเราก็คงไม่ถูกทอดทิ้งแน่

หัวหน้าศิษย์ที่นำทางยกย่องความแข็งแกร่งเหมือนสัตว์ร้ายของอาโฉ่วไม่หยุด  เขาไม่ตายจากการวิ่งได้จริงๆ

ถังเทียนไม่คิดอะไรมาก  สำหรับเขาเป็นเรื่องปกติ  เขารู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่พวกเขาต้องมาตายครึ่งทาง

ร่างกายเปลือยท่อนบนของเขามีเหงื่อกลิ้งลงจากร่างกายเหมือนงูเลื้อยพร้อมกับมีไอระเหย ด้วยกล้ามเนื้อแต่ละมัดบนร่างของเขาสั่นเหมือนกับรวดเหล็ก  ถังเทียนตอนนี้เหมือนกับรูปสลักที่เดินได้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นรุนแรง

หลังจากฉุดดึงพวกเขาต่อเนื่องมาสองร้อยลี้  เขาใช้เรี่ยวแรงกายไปมาก ลมหายใจของเขาลึกขึ้นแต่ก็ยังส่งเสียงดังให้กำลังใจ “เรากำลังจะไปถึงในไม่ช้า! ทุกคนพยายามเข้า

ในช่วงเวลาท้าทายของพวกเขา  เราต้องช่วยเหลือกันและกัน

ทันใดนั้นถังเทียนรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ทั่วทั้งตัวเขามีความระมัดระวัง เขาหยุดทันทีและตะโกนเสียงดัง “หยุด! มีการซุ่มโจมตีข้างหน้า!”

ทุกคนหยุดอยู่กับที่  พวกเขาผิดหวัง แม้แต่ศิษย์สำนักชางหยางที่เป็นคนนำทางก็ยังมีท่าทีประหลาดใจ  เขาพบได้อย่างไร?  แต่เขาไม่พูดอะไรสักคำ  เขาไม่สามารถพูดอะไรหรือเตือนพวกเขาได้  เพราะหลี่เหลียงชิวคือคนที่ไม่อาจต่อต้านได้

“เฮ้ ถ้าเจ้าไม่ออกมางั้นอย่าตำหนิว่าข้าโหดร้ายไม่ได้นะ” ถังเทียนชี้ไปที่พื้นที่ว่างข้างหน้าเขาตาเบิกกว้างขณะตะโกน

คนที่ซ่อนอยู่หลังเขาทุกคนมองหน้ากันเอง พวกเขาไม่เข้าใจหรือพบว่าพวกเขาถูกพบเห็นได้อย่างไร

“น่าสนใจ”แววตาของของหลี่เหลียงชิวเป็นประกายวูบ และเขาพูดอย่างหยิ่งยโส“งั้นเราออกทักทายเด็กใหม่กัน!”

ความตั้งใจสู้ของทุกคนเพิ่มขึ้นมากขณะที่พวกเขาลุกขึ้นยืน

เงาร่างดำเริ่มปรากฏบนภูเขาก่อให้เกิดเสียงน่าประหลาด  ทุกคนล้วนมีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งมีแรงกดดันจนแทบหายใจไม่ออกราวกับว่าท้องฟ้ามืดครึ้ม

พวกที่ไม่กล้าพอรู้สึกว่าแข้งขาพวกเขาอ่อนและลงไปกองนั่งกับพื้นทันที

“อย่าแสดงพลังออกไปมากนัก”

ปิงพึมพำเบาๆอยู่ในใจของถังเทียน เขาพยายามปรามถังเทียนเนื่องจากเขาเตรียมจะวิ่งใส่โจมตี

ฝ่ายตรงข้ามมีคนสิบสองคน  มีสองคนเป็นนักสู้ระดับทอง  ที่เหลือจะเป็นเตรียมนักสู้ระดับทอง ด้วยกองกำลังของนั้นสำหรับคนอื่นอาจทำให้กลัว  แต่สำหรับถังเทียนก็แค่อาหารว่าง  ลุงปิงพูดถูก รับมือพวกนี้ไม่ยาก  แต่เมื่อกำจัดพวกเขา นั่นจะเป็นการเผยพลังของเขาและแม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าเขามาที่นี่อย่างมีวัตถุประสงค์

ข้าจะทำยังไงดี?

ทำเหมือนกับไม่รู้อะไรและถูกพวกมันซ้อมน่ะหรือ?  ความคิดแบบนั้นถังเทียนโยนทิ้งทันที  เจ้าพวกนั้นดูแล้วไม่ใช่คนดี  เมื่อเขาอยู่ในโรงเรียนนักเรียนชั้นสูงสนุกกับการรังแกนักเรียนใหม่ และนั่นเรียกว่า ‘สั่งสอน’

พวกเขาดูคล้ายกันมาก....

ถังเทียนกำหมัดถลึงตามองหลี่เหลียงชิวและพวกที่เหลือไม่ลดละและกล่าว “พวกเจ้า, ใครยังสู้ที่นี่ได้บ้าง?”

นักสู้ที่ยังยืนอยู่ได้รายล้อมถังเทียน หน้าของพวกเขาทุกคนแสดงความโกรธต่อศัตรูร่วมของพวกเขา

เสี่ยวจินขึ้นเสียง“เฮ้, พวกเจ้ารุนแรงเกินไปหรือเปล่า เด็กใหม่, ทำไมพวกเจ้าไม่ดีใจเล่า?”

มู่เหล่าซานหัวเราะ  “พวกมันไม่มีความสุขตั้งแต่แรกแล้ว”

สายตาของหลี่เหลียงชิวมองดูทั้งกลุ่มและพูดอย่างเฉื่อยชา  “เสี่ยวจิน, บอกกฎของพวกเราให้พวกมันรู้”

เสี่ยวจินหัวเราะจากนั้นเอากระดาษกองใหญ่ออกมา “คนฉลาดต้องยอมรับสถานการณ์ ที่นี่ในมือข้า ข้ามีเอกสารให้พวกเจ้าได้ลงชื่อเพื่อบอกว่าพวกเจ้ายินดีรับบริการคลื่นเย็น  ลงชื่อซะไม่มีอันตรายสำหรับความสัมพันธ์ของเรา”

“ทุกคนต้องไม่ทำ!”  หน้าของเสี่ยวหมิงฉีเปลี่ยน  เขาโพล่งออกมาโดยไม่รู้ตัว  เมื่อเขาตระหนักได้ในที่สุด  หน้าของเขาซีด

สายตาของถังเทียนมองอยู่ที่เสี่ยวหมิงฉี  “บริการคลื่นเย็นนี่คืออะไร?”

เสี่ยวหมิงฉีเริ่มจะเสียใจแล้วตอนแรกเขาไม่ต้องการจะพูดอะไร แต่เมื่อเขาเห็นสายตาเย็นชาของถังเทียนเขาใจสั่นสะท้านและพูด “ทุกๆ ปี ทุกๆปีที่ราบหิมะจะมีคลื่นความเย็นขนาดมหึมาและในเวลานั้นมีบางสถานที่ซึ่งพวกเขาต้องการให้คนไปอยู่ประจำที่นั่น  และนั่นคือบริการคลื่นเย็น  ห้าในสิบคนจะตายอยู่ในบริการคลื่นเย็น”

สีหน้าของนักสู้เปลี่ยนไปทันที

“เอ่, ข้าไม่คาดเลยว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในนี้ด้วย”  มู่เหล่าซานหัวเราะ  “บริการคลื่นเย็นค่อนข้างน่ากลัว  แต่นั่นเป็นเรื่องในอนาคต และใครจะรู้อาจจะไม่มีคลื่นความเย็นขนาดใหญ่ก็ได้ ถ้าพวกเจ้าไม่ลงชื่อก็ดีเหมือนกัน นั่นหมายความว่าพวกเจ้าไม่มาภายในระยะสามสิบลี้ของสนามฝึกของสำนัก โฮว..ถ้ามีใครยินดีจะกลับ เราจะไม่สร้างความลำบากให้พวกเจ้า”

นักสู้ที่อยู่ข้างตัวถังเทียนหน้าซีดขาวกันหมด  ความสิ้นหวังปรากฏอยู่ในดวงตาของเขา

“ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าสำนักมวยชางหยางจะกลายเป็นแบบนั้น”  สายตาของถังเทียนเย็นชาขึ้นทุกที

“สำนักมวยชางหยางกลายเป็นที่แบบนั้นหรือ?  ฮ่าฮ่า ทุกๆ ที่ก็เป็นแบบนี้แหละ!” เสี่ยวจินทำหน้าเยาะเย้ย “หมัดผู้ใดใหญ่กว่า ผู้นั้นได้เป็นจ้าว เข้าใจไหม? ไอ้เด็กน่าเกลียด”

ศิษย์นักสู้ที่นำกลุ่มมามองเห็นถังเทียนยิ้มและหัวใจเขาสั่นทันที  เขากล่าวทันที“พวกเจ้าใช้ได้แต่เพียงหมัดและขาเท่านั้น ห้ามใช้อาวุธแก้ปัญหา  และห้ามมิให้มีการฆ่า”

ตาของถังเทียนมองดูที่นักสู้ที่หมดสติและนักสู้ที่นำพวกเขามากำลังนั่งพิงกำแพงอยู่ด้านข้างคอยสังเกตการณ์  ความโกรธลุกโชนในใจเขาทันที  พวกเขาพกความฝันและความหวังมาที่นี่  ใช้ความพยายามมากมายเพื่อมาที่นี่แต่พวกเจ้าทุกคนกลับใช้ความหวัง ความฝันของพวกเขามาบังคับพวกเขาให้ทำเรื่องตามอำเภอใจ”

กลุ่มคนเลว100%

หัวใจของพวกเจ้าทุกคนมืดดำกันทั้งนั้น

ถังเทียนกลับกลายเป็นหูอื้อไม่ได้ยินนักสู้ที่นำทางเขา  รังสีฆ่าฟันของเขาเต็มเปี่ยมอยู่ในอก  เขาเริ่มผงกศีรษะ  “เอางั้นก็ได้”

“แต่” ถังเทียนหัวเราะ  แสดงให้เห็นใบหน้าที่อัปลักษณ์เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน  “เจ้ารู้ได้ยังไงว่าหมัดเจ้าใหญ่กว่า?”

ก่อนที่เขาจะพูดจบ  เขาก็หายวับไปแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 483 เหล่าร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว