- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในเกมออนไลน์
- บทที่ 63 ผู้หญิงนี่น่ารำคาญชะมัด
บทที่ 63 ผู้หญิงนี่น่ารำคาญชะมัด
บทที่ 63 ผู้หญิงนี่น่ารำคาญชะมัด
บทที่ 63 ผู้หญิงนี่น่ารำคาญชะมัด
การโจมตีของงูหางกระดิ่งแฝงพิษร้ายแรง แถมความเร็วในการเคลื่อนที่ยังน่าตกใจ เสียงเขย่าหางดังซ่าๆ ก็ชวนให้ปั่นป่วนประสาท
ฝูงงูหางกระดิ่งรับรู้ถึงผู้บุกรุก พากันเลื้อยเป็นรูปตัวเอสพุ่งเข้าใส่อิ่นฉิงอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงขู่ฟ่อ
โชคดีที่ระบบกำหนดให้พิษจากมอนสเตอร์ไม่ทับซ้อนกัน หลังจากอิ่นฉิงติดสถานะพิษ เลือดก็เริ่มลดต่อเนื่อง แต่การโจมตีจากงูตัวอื่นนับแค่ดาเมจกายภาพ ไม่บวกพิษซ้ำ
ลวี่เทียนเวยรีบสาดสกิลฮีล ดึงเลือดอิ่นฉิงที่กำลังวิกฤตกลับมาอยู่ในโซนปลอดภัย
'ฝนน้ำแข็ง' 'กำแพงไฟ' 'สายฟ้าแลบ'
เจิ้งอี้เริ่มปล่อยสกิลสนับสนุน งูหางกระดิ่งสองหัวแม้โจมตีแรง แต่พลังป้องกันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ในปาร์ตี้ที่จัดเต็มแบบนี้ ดาเมจของเจิ้งอี้จึงรุนแรงถึงขีดสุด
ค่าประสบการณ์ของทุกคนพุ่งกระฉูดราวกับนั่งจรวด ยิ่งมอนสเตอร์ตายเกลื่อน สาวๆ ก็เริ่มมีภูมิคุ้มกันกับสัตว์เลื้อยคลาน งูสองหัวที่พุ่งเข้ามากลายเป็นก้อน EXP เดินได้ในสายตาพวกเธอ
ที่น่าดีใจคืองูหางกระดิ่งสองหัวมีอัตราดรอปค่อนข้างดี ดีกว่างูปล้องไผ่เยอะ มีอุปกรณ์ระดับบรอนซ์ดรอปมาหลายชิ้น แถมยังมีหนังสือสกิลนักฆ่า 'อาบยาพิษ' อีกต่างหาก
อาบยาพิษ: เคลือบพิษลงบนอาวุธ เพิ่มความเสียหายธาตุพิษในการโจมตี และมีโอกาสทำให้ศัตรูติดสถานะพิษ อาวุธที่อาบยาพิษมีผล 30 วินาที คูลดาวน์ 60 วินาที
อาบยาพิษไม่ใช่สกิลระดับสูงอะไร แต่มันเป็นสกิลหากินที่นักฆ่าทุกคนต้องมี การเพิ่มดาเมจพิษและสถานะผิดปกติช่วยอุดช่องโหว่เวลาเบิร์สต์ดาเมจไม่ตายได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะใน PK ระยะเวลา 30 วินาทีนี่เหลือกินเหลือใช้สำหรับนักฆ่า
ช่วงต้นเกม ไม่ว่าสกิลอะไรถ้าเรียนได้ก็ถือว่าเพิ่มความเก่งทั้งนั้น สมัยที่คนทั่วไปมีสกิลแค่ 4-5 สกิล ใครจะไปโกงเหมือนเจิ้งอี้ที่มีเป็นกระบุง
ตู้ซินเรียนสกิลอาบยาพิษอย่างมีความสุข แล้วลองของกับงูหางกระดิ่งทันที แต่ผลลัพธ์ก็เดาได้ไม่ยาก ดาเมจแทบไม่กระเตื้อง
"สกิลบ้าอะไรเนี่ย ดาเมจน้อยนิดเดียว" ตู้ซินบ่นอุบ
"ซินซิน เธอเอายาพิษไปใช้กับงูพิษ มันก็เหมือนเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนนั่นแหละจ้ะ" ลวี่เทียนเวยฮีลไปขำไป
'คำสาป'
ลวี่เทียนเวยใช้สกิลคำสาปที่ซื้อจากเจิ้งอี้ ดาเมจต่อเนื่องที่ทำได้กลับรุนแรงกว่าพิษของตู้ซินหลายเท่า
อุปกรณ์ระดับบรอนซ์เลเวล 30 ถูกเก็บเข้ากระเป๋าเตรียมกลับไปขาย สำหรับสตูดิโอเล็กๆ อุปกรณ์ระดับบรอนซ์มีค่าแค่แลกเงินเศษ เพราะมาตรฐานพวกเธอคือระดับซิลเวอร์ขึ้นไป
ราชาชางูหางกระดิ่งสองหัว
เลเวล: 31
ระดับ: ซิลเวอร์
HP: 300,000
บอสงูสองหางตัวใหญ่กว่าลูกน้องเล็กน้อย พอยืดตัวขึ้นสูงท่วมหัวคน ทั้งความเร็วและพลังโจมตีเหนือกว่างูธรรมดาคนละชั้น สองหัวประสานงานกันได้อย่างรู้ใจ โจมตีซ้ายขวาพร้อมกันจนรับมือยาก
แต่ถึงค่าสถานะจะสูง รูปแบบการโจมตีกลับไม่มีลูกเล่นแพรวพราว อิ่นฉิงลากบอสได้นิ่งสนิท ไม่มีใครมากวนใจ นี่เลยกลายเป็นบอสระดับซิลเวอร์ที่ฆ่าง่ายที่สุดเท่าที่เจอมา
ราชางูหางกระดิ่งสองหัวล้มลงอย่างรวดเร็ว ทุกคนถอนหายใจโล่งอก มอนสเตอร์ในหุบเขาอสรพิษหนาแน่นเกินไป การเคลียร์ลูกน้องต่อด้วยบอสทำเอาเหนื่อยหอบจนไม่มีแรงจะลุ้นของดรอป
"เชรด วันนี้ดวงมาว่ะ!"
เจิ้งอี้ชินกับศึกหนักแบบนี้อยู่แล้ว ขณะที่คนอื่นพัก เขาเป็นคนแรกที่เข้าไปเช็คของรางวัล
บอสระดับซิลเวอร์ดรอปของระดับโกลด์ข้ามรุ่น โอกาสน้อยนิดยิ่งกว่าถูกหวย แถมยังเป็นอาวุธระดับโกลด์ซะด้วย
"อะ วันนี้ถือว่าเธอลาภปากแล้ว"
เจิ้งอี้โยนมีดสั้นระดับโกลด์ให้ตู้ซินหน้าตาเฉย เหมือนเห็นของระดับโกลด์เป็นแค่ขยะ
เขี้ยวราชางูหางกระดิ่งสองหัว
คุณภาพ: โกลด์
เลเวลที่สวมใส่: 30 (นักฆ่า)
คุณสมบัติ: (ยังไม่ตรวจสอบ)
เจิ้งอี้ไม่ตื่นเต้น แต่ตู้ซินตื่นเต้นจนตัวสั่น เสียดายที่ต้องรอเลเวล 30 ถึงจะใส่ได้
"ฉันต้องรีบเวล ภายในสองวันต้องแตะเลเวล 30 ให้ได้" ตู้ซินหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ไฟในการเล่นลุกโชน
เจิ้งอี้เบ้ปาก สองวันขึ้น 4-5 เลเวลไม่ใช่เรื่องง่าย ขนาดเขาเองยังติดแหง็กอยู่ที่เลเวล 25-26 มาวันสองวันแล้ว ค่าประสบการณ์ในเกมแดนศักดิ์สิทธิ์โหดหินเอาเรื่อง
แต่เจิ้งอี้เข้าใจความรู้สึกของการ 'มีของแต่ใส่ไม่ได้' ดี โดยเฉพาะช่วงท้ายเกม การอัปแต่ละเลเวลยากเลือดตาแทบกระเด็น มีของเทพแต่เลเวลขาดไปแค่ 1 เลเวล มันทรมานเหมือนอยู่คนละภพ
"งั้นก็สู้ๆ นะ" รอบนี้เจิ้งอี้มาแปลก ไม่ได้แขวะตู้ซิน
"พี่ใหญ่ สองคนนั้นญาติดีกันตั้งแต่เมื่อไหร่?" ลวี่เทียนเวยกระซิบถามอิ่นฉิงด้วยความประหลาดใจ
อิ่นฉิงยักไหล่ ดูเหมือนเธอยังเคืองเจิ้งอี้อยู่นิดๆ แม้สิ่งที่เจิ้งอี้พูดก่อนหน้านี้จะถูก แต่เธอก็ยังคิดว่าเขาไม่ควรพูดแรงกับผู้หญิงแบบนั้น
พักหายเหนื่อยกันครู่หนึ่ง ขบวนก็เคลื่อนพลต่อ แม้จะรู้สึกว่าเดินมาไกลมาก แต่หุบเขาอสรพิษกว้างใหญ่กว่าที่คิด หมอกหนาบวกกับมอนสเตอร์ที่โผล่มาทุกทิศทางทำให้หลงทิศได้ง่ายๆ
เมื่อเจิ้งอี้พาทุกคนมาถึงโซนถัดไป ก็พบว่ามอนสเตอร์ที่นี่เป็นอมนุษย์ ครึ่งบนเป็นคนครึ่งล่างเป็นงู แม้ท่อนบนจะเหมือนคนแต่ก็ปกคลุมด้วยเกล็ดงู ในมือถือคทาบ้าง ดาบยาวบ้าง
นักรบมนุษย์งู
เลเวล: 33
ระดับ: บรอนซ์
HP: 22,000
นักเวทมนุษย์งู
เลเวล: 33
ระดับ: บรอนซ์
HP: 20,000
"ระวังตัวด้วย โซนนี้อย่าลากเยอะ มอนสเตอร์ระดับบรอนซ์โหดกว่ามอนสเตอร์ทั่วไปคนละเรื่องเลยนะ" เจิ้งอี้เตือน
คนอื่นเพิ่งเคยเจอมอนสเตอร์ทั่วไปที่มีระดับ พอได้ยินคำเตือนก็เริ่มระมัดระวังตัวขึ้น
เจิ้งอี้สั่งให้ทุกคนหยุดรอ ส่วนตัวเองใช้เวทเป้าเดี่ยวลากมอนสเตอร์มาทีละตัว มอนสเตอร์ระดับบรอนซ์ถือเป็นมอนสเตอร์ระดับอีลีท แต่ละตัวเก่งพอๆ กับมินิบอส ทั้งเลือด ดาเมจ และพลังป้องกันสูงกว่าปกติมาก
เจิ้งอี้ลากนักรบมนุษย์งูมาลองเชิงหนึ่งตัว ด้วยอุปกรณ์ของอิ่นฉิง เธอน่าจะแทงค์นักรบได้พร้อมกัน 3 ตัว แต่นักเวทมนุษย์งูน่าจะตีแรงกว่า เพื่อความชัวร์ เจิ้งอี้เลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
"เจิ้งอี้ ฉันว่าลากเยอะกว่านี้หน่อยก็ได้นะ" อิ่นฉิงเห็นเลือดตัวเองลดไม่เยอะเลยเสนอขึ้น
"ตัวปัญหาไม่ใช่นักรบ ถ้าเผลอไปกระตุ้นแอกโกรเป็นลูกโซ่ แล้วโดนนักเวทมนุษย์งูรุมยิง เธอคิดว่าจะรับได้กี่ตัว?"
เจิ้งอี้ไวต่อเรื่องดาเมจมาก ประสบการณ์จากชาติก่อนทำให้เขาประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำ แต่น้ำเสียงของเขากลับไปสะกิดต่อมไม่พอใจของอิ่นฉิงเข้าอีกแล้ว
"ฉันรู้ว่านายเก่ง แต่อย่ามาดูถูกฉันเพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิงนะ" อิ่นฉิงพูดเสียงเครียด
เจิ้งอี้งงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจว่าอิ่นฉิงเป็นบ้าอะไร อุปกรณ์กับเลือดแค่นั้น แทงค์นักเวทพร้อมกันไม่ไหวก็คือไม่ไหว เกี่ยวอะไรกับดูถูกผู้หญิงตรงไหน
"ผู้หญิงนี่น่ารำคาญชะมัด" เจิ้งอี้คิดในใจ