เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 462 เคลื่อนพายุวังวนกระบี่

ตอนที่ 462 เคลื่อนพายุวังวนกระบี่

ตอนที่ 462 เคลื่อนพายุวังวนกระบี่


....สู้...

เสียงเลือนรางอยู่ในอากาศเหมือนกับเสียงกระซิบ

ทั้งที่ร่างยังสั่นอยู่ เขาก้าวเดินก้าวแรกทำให้ร่างในตาพายุซวนเซ

พายุวังวนกระบี่สั่นสะเทือนอาคารที่ปะทะเหมือนกับเขย่ากล่องของเล่นมันสั่นสะเทือนจะเหมือนจะพังทลายได้ทุกเมื่อ จิ่งหาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ สามารถเห็นชั้นรังสีกระบี่นับไม่ถ้วนเคลื่อนตัวเหมือนกับหิมะถล่มทำให้เขาขนลุกชัน

เจ้าเด็กนี่.... จะทำอะไรกันแน่?

ใจของจิ่งหาวระวังมากขึ้นกับความรู้สึกอันตราย

ครืนๆ

พายุวังวนกระบี่ซวนไปเซมาเหมือนกับคนเมาและค่อยๆ เคลื่อนไปยังตำแหน่งหนึ่ง

จิ่งหาวตะลึง เจ้าสิ่งนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้จริงๆ...

นะ..นี่ นี่ นี่...คือวิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณจริงๆ หรือนี่?

เขาตกตะลึงเขารู้เรื่องวิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณ เนื่องจากเป็นมือกระบี่คนหนึ่ง  เขาเข้าใจวิชากระบี่ของสำนักต่างๆ และวิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณคือวิชาขัดเกลาวิญญาณที่รุนแรงที่สุด  แล้วเขาจะไม่รู้จักมันได้อย่างไร?  ไม่เพียงแต่เขารู้จักเท่านั้นเขายังค้นคว้าเป็นพิเศษมาช่วงเวลาหนึ่งอีกด้วย สำหรับคนที่สร้างวิถีกระบี่เองอย่างเขา เขาสนใจเคล็ดวิชาที่เกี่ยวกับกระบี่ทั้งหมด

วิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณ  ข้าไม่เคยได้ยินว่ามันสามารถเคลื่อนที่...สิ่งนี้ใช้เพื่อฝึกฝนขัดเกลาจิตวิญญาณยุทธ ไม่เคยวิ่งอาละวาดไปในที่ต่างๆ

หลังจากผ่านไปสองสามนาทีจิ่งหาวก็เรียกความรู้สึกกลับมา  จริงสินะ อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับถังเทียนถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็คงดูจะเป็นเรื่องผิดปกติ  และถ้าสิ่งเหล่านั้นไม่เปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นสิ่งแปลกประหลาด  อย่างนั้นของนั้นก็คงจะเป็นสิ่งประหลาดโดยตัวมันเอง!

คุณค่าของเจ้าเด็กบ้านั่นก็คือป่วนโลกจนผิดเพี้ยนไปหมด

แต่..ยังไงก็ขอให้ปลอดภัยเถอะ

แววกังวลฉายผ่านในดวงตาของเขาเขาถือกระบี่บินไล่ตามพายุวังวนกระบี่ที่กำลังเคลื่อนไหว

เซียนนักสู้ทั้งสามที่อยู่บนเนินเขาตกตะลึง

“มันกำลังตรงมาหาเราหรือ?”  โต้วหย่งถาม

“ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น”  สีหน้าของเหออี้หมิงซึมเซา

ไป๋ซือซือตะลึงมองดูพายุวังวนกระบี่ครืนๆและฝืนใจกล่าว “เขาเป็นตัวประหลาดแบบไหนกันแน่?”

ประโยคนั้นกระทบใจของนักสู้อีกสองคน

พายุวังวนกระบี่มีขนาดใหญ่มากส่งเสียงดังกระหึ่มตรงไปที่พวกเขา  แม้ว่าทั้งสามจะเป็นนักสู้ระดับเซียนแต่เมื่อเผชิญกับพลานุภาพที่น่ากลัวขนาดนั้น ก็ทำให้จิตใจของพวกเขาไขว้เขวได้เช่นกัน

นั่นคือพลังของสวรรค์อย่างแท้จริง...

“เราจะทำยังไงดี?”  โต้วหย่งถามตามตรง  “เจ้าตัวประหลาดนั่นกำลังตรงมาหาเรา”

“หนี!” เหออี้หมิงบอกตามตรงเช่นกัน

“หนี!” ไป๋ซือซือทวนคำพูดของเขา

โต้วหย่งมองดูอีกสองคน  “ทำแบบนั้น มันน่าขายหน้าไปหน่อย  เฮ้.. เราทั้งสามเป็นเซียนนักสู้นะ!”

“อย่างนั้นเจ้าไปลองดูก่อนไหมเล่า?”  ตาของเหออี้หมิงมองให้กำลังใจ

ดวงตาคู่งามของไป๋ซือซือมองดูโต้วหย่ง

“เผ่นเถอะ!”โต้วหย่งก้มหน้าตาวิ่งออกไปก่อน

ทั้งสามเร่งความเร็วสุดฝีเท้า จากนั้นพายุวังวนกระบี่ที่ดูเป๋ไปเป๋มาก็เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นเช่นกันเสียงครืนๆ ด้านหลังพวกเขาอยู่ไม่ห่างเลย มีแต่จะดังใกล้เข้ามาทุกที

ทั้งสามคนถูกกดดันจนต้องเร่งความเร็วขึ้น

“ซือซือใช้พิณของเจ้า” เหออี้หมิงตะโกน

ไป๋ซือซือสั่น ดึงพิณกู่ฉินหยกขาวออกมาทันทีไม่สนใจภาพลักษณ์ของนาง มือซ้ายถือพิณ มือขวาเริ่มดีดสายพิณ

ติง ติง ติง!

เสียงเพลงนุ่มนวลชวนให้โลกทั้งใบสงบลงท่วงทำนองเพลงใคร่ครวญในความสงบ เป็นเพลงที่สร้างชื่อให้ไป๋ซือซือ นางผสานเสียงร้องของนางพร้อมกับบรรเลงทำนองเพลงเพื่อจิตวิญญาณซึ่งสามารถทำให้ใจของผู้คนสงบลง

ต่อให้เป็นภูตอสูรดวงดาวระดับเก้าที่กำลังคลั่งเมื่อได้ยินท่วงทำนองนี้ ก็ยังสงบลงได้

บ้าจริงๆ...พายุวังวนกระบี่ยังตามไล่เราเร็วกว่าเดิมอีก

ไป๋ซือซือกัดริมฝีปาก เปลี่ยนท่วงทำนองบรรเลงพิณจากใคร่ครวญในความสงบ กลายเป็นเพลงที่ดุดันมากขึ้นจนแทบทำให้เลือดลมพลุกพล่าน ด้วยเพลงมนต์ปีศาจนางสร้างภาพเทพธิดา เพื่อสร้างความสับสนและภาพลวงตา

แม้แต่นักสู้ระดับทอง ภายใต้ท่วงทำนองนี้  เส้นโลหิตของพวกเขาจะต้องระเบิดหัวใจจะเต้นแรงจนตายเนื่องจากการสันดาปของร่างกาย

บ้าจริง.. พายุวังวนกระบี่ยังคงเพิ่มความเร็วขึ้นอีก

ทั้งสามคนสามารถรู้สึกได้ถึงกระแสพายุรังสีกระบี่ไล่หลังพวกเขากำลังตัดอากาศสร้างระลอกโจมตีเป็นพลังที่แม้แต่นักสู้ระดับเซียนถึงกับเย็นสันหลังวาบ

“แยกย้ายกันหนี!” เหออี้หมิงตะโกน

ทั้งสามคนแยกย้ายกันบินไปสามทิศทาง

ทั้งสามคนสามารถรู้สึกได้ทันทีพายุหมุนกระบี่ชะงักเล็กน้อยฮ่าฮ่า เจ้าจะทำยังไงต่อไป!  ทั้งสามคนถอนหายใจโล่งอกวินาทีต่อมาพายุหมุนกระบี่ก็พุ่งเข้าหาเหออี้หมิงที่อยู่ตรงกลางอย่างไม่ลังเล

หน้าของเหออี้หมิงซีดขาว ผมตั้งชันหนังศีรษะชาเขาไม่สนใจภาพพจน์ตนเองและวิธีที่จะหนีต่อไปเขากระตุ้นปราณแท้ทั้งหมดในร่างปลดปล่อยพลังลงที่เท้า แล้วเร่งหนีสุดกำลัง

เมื่อเห็นว่าเหออี้หมิงดึงความสนใจพายุหมุนกระบี่และหายลับขอบฟ้าไปโต้วหย่งและไป๋ซือซือหันมามองหน้ากัน ทั้งสองคนมีสีหน้าดีใจ

“พี่เหอจะตายไหม?”ไป๋ซือซือห่วงใย

“ข้าจะสวดภาวนาและทำบุญกรวดน้ำให้เขาแน่”โต้วหย่งสาบาน

ไป๋ซือซือหยุดพูด

“เจ้าอยากช่วยเขาหรือ?”  โต้วหย่งถามหลังจากเห็นนางทำท่าอย่างนั้น

ไป๋ซือซือส่ายศีรษะ “ไม่, ข้ากำลังคิดว่าจะไปสวดภาวนาให้เขาที่ไหนดี”

ทั้งสองคนพูดไม่ออก

เมื่อสายลมพัดผ่านทั้งสองคนรู้สึกหนาวเล็กน้อย

โต้วหย่งมองดูสถานที่รกร้างและพูดทันที  “ข้ามีลางสังหรณ์อัปมงคล”

ไป๋ซือซือได้แต่เงียบ

“การตัดสินใจของฝ่าบาทบางทีอาจผิดพลาด” โต้วหย่งพึมพำ “ข้าไม่เคยเห็นคนแปลกประหลาดแบบนั้นมาก่อน ข้าคิดว่าถ้าถังเทียนไม่ตายตอนนี้ เขาจะกลายเป็นเหมือนราชสีห์เลโอน”

“มีแนวโน้มจะเป็นเช่นนั้น”  ไป๋ซือซือกล่าวต่อ “ถ้าถังเทียนไม่ตายภายใต้พายุหมุนกระบี่ที่ทรงพลังอย่างนั้นจิตวิญญาณยุทธจะถูกขัดเกลาจนอยู่ในสภาพที่น่ากลัว การที่เขาจะกลายเป็นนักสู้ระดับเซียนได้นั้นเป็นเรื่องของเวลา  แต่คงไม่นานแน่ ตราบใดที่เขาเข้าสู่ขอบเขตเซียนจิตวิญญาณยุทธของเขาจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าใคร และนั่นจะทำให้เขาน่ากลัวมากขึ้น”

โต้วหย่งมองดูไป๋ซือซือ  เขาสะดุ้ง บุคลิกของไป๋ซือซือเป็นคนสงบนิ่งและนี่เป็นครั้งแรกที่โต้วหย่งได้ยินนางพูดมากมายขนาดนั้น

แต่คำพูดของนางทำให้เขาเงียบ

หลังจากนั้นชั่วขณะเขาเงยหน้าและมองดูไป๋ซือซือ “อย่างนั้นเราจะทำยังไง?”

ทั้งสองคนเงียบอีกครั้ง

ถ้าถังเทียนไม่ตาย  อย่างนั้นกลุ่มดาววาฬคงล่มสลายแน่นอน  แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเซียนนักสู้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่คิดถึงอนาคตของพวกเขา  การกระทำของผู้ชนะและการให้อภัยอีกฝ่ายหนึ่งพฤติกรรมของเจ้าปกครองที่ดีนั้น มีแต่เพียงในหนังสือเท่านั้น  ยิ่งเป็นเจ้านายผู้กล้าก็ชอบให้ชำระหนี้พวกเขา  ในอดีต มีเซียนนักสู้สามคนเป็นเหตุให้กองทัพของเลโอนเกิดการตายและบาดเจ็บมากมาย หลังจากที่พวกเขาพ่ายแพ้  เซียนนักสู้ทั้งสามต้องการหลบหนี แต่พวกเขาถูกทหารของเลโอนจับฆ่า

มีเซียนนักสู้ที่โดดเดี่ยวไม่กี่คนเนื่องจากพวกเขาส่วนใหญ่มีตระกูลคอยหนุนหลังเซียนนักสู้ที่ไม่มีครอบครัวก็ยังมีศิษย์คอยสืบทอดวิชา

สายลมดูเหมือนจะเย็นยะเยือกขึ้น

******

เมืองสามวิญญาณ

การต่อสู้ในมุมหนึ่งสร้างความประหลาดใจให้หลายๆคน  ทุกคนตกตะลึงกับพลังของเหวินเจียง  นักสู้ระดับสูงยี่สิบคนที่รุมล้อมเขากำลังสู้กับเขา  แต่เหวินเจียงก็ยังสามารถต้านรับได้

วิชาต่อสู้ที่ดูเหมือนธรรมดา  แต่เมื่ออยู่ในมือของเหวินเจียงกลับกลายเป็นทรงพลังมาก

นักสู้ทั้งยี่สิบคนไม่สามารถทำอะไรกับเหวินเจียงได้ นักสู้สายจักรกลหลายคนที่กำลังฝึกอยู่เตรียมช่วยเป็นกำลังเสริม  แต่ในเวลารวดเร็ว ทุกคนได้รับคำสั่งจากเบื้องบนว่าพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ช่วย!

คำสั่งที่ส่งลงมาทำให้พวกเขารู้สึกแปลก แต่พวกเขาทุกคนยังคงยืนดูอยู่ด้านข้างจนถึงที่สุด

ตำแหน่งของถังโฉ่วยังคงเหมือนเดิม เมื่อดูรายละเอียดการต่อสู้ทั้งหมด  ตาของเขาเป็นประกายประหลาดเขาทุ่มเทสมาธิเต็มที่ ปากกาในมือของเขายังคงถูกใช้งานด้วยความเร็วที่น่าประหลาดเขายังคงจดลงในสมุดต่อไป

นักสู้ระดับเซียนกำลังถูกถอดรหัสด้วยสายตาของเขา  การวิเคราะห์รายละเอียดทุกอย่างเป็นไปได้ดี  รายละเอียดทุกอย่าง  ทุกๆ การต่อต้านในการต่อสู้ อยู่ในใจเขาทั้งหมดทั้งหมดนั้นถูกแบ่งลงเป็นข้อมูล

การโจมตีที่น่าตื่นตาตื่นใจถูกลอกออกเป็นชั้นๆเหมือนกับเสื้อผ้ากลายเป็นสภาพล่อนจ้อนในสายตาของเขา

กระดาษขาวข้างหน้าเขาเต็มไปด้วยข้อมูลรูปแบบและการออกแบบทุกมุมกระดาษถูกเขียนไว้

การจ้องมองอย่างประหลาดเขียนอย่างเมามันของเขา กระดาษเต็มไปด้วยคำและลายมือเขียนสำเร็จลงอย่างรวดเร็ว

ขลุ่ยวิเศษปรากฏตัวด้านหลังถังโฉ่วเงียบๆโดยไม่รบกวนเขา

ถังโฉ่วหยุดทันที วางปากกาในมือเขาถามโดยไม่หันหน้ามามอง “ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่?”

“เสร็จแล้วหรือ?”  ขลุ่ยวิเศษถาม

“ใช่,เสร็จแล้ว” ถังโฉ่วยืดเอวแววประหลาดในดวงตาของเขากลับสู่ความเยือกเย็นอีกครั้ง  “ข้าได้รับข้อมูลเพียงพอแล้วและต้องการศึกษาให้ดี”

“เจ้ามีบางอย่างใช้ต้านทานในระดับเดียวกันบ้างไหม?”  ขลุ่ยวิเศษหัวเราะเบาๆเสียงหัวเราะของเขาสดชื่น

“ข้าจะต้องกลายเป็นผู้นำทหารระดับชั้นผู้บัญชาการที่มีชื่อเสียงให้ได้และนักสู้ระดับเซียนคือเป้าหมายที่ข้าจะต้องเอาชนะผ่านไปให้ได้”  จากนั้นถังโฉ่วเตือน  “เจ้าต้องระวังให้มากเราจะต้องทำให้สมาพันธ์ชาวยุทธต้องเจ็บปวด พวกเขาจะต้องคิดหาทางเอาชนะเราแน่ เมื่อมีโอกาสดี พวกเขาจะต้องไม่พลาดแน่”

เมื่อถังโฉ่วพูดจบ เสียงต่อสู้ดังมาจากอีกด้านหนึ่งของฐานทัพ

“อาโฉ่ว,เจ้ารอบคอบเหลือเชื่อจริงๆ” ขลุ่ยวิเศษสรรเสริญ

“แม้ว่าข้าจะไม่ต้องการรบกวนเจ้า  แต่ครั้งนี้ เราต้องการเวลาบ้าง”  ถังโฉ่วพูดอย่างใจเย็น  “จะดีที่สุดถ้าเจ้าเปิดการแสดงที่อลังการเพื่อข่มขู่พวกเขาบ้าง”

ขลุ่ยวิเศษแนะนำเขาอย่างเป็นกันเอง  “รังสีฆ่าฟันของเจ้ารุนแรงมากเหลือเกิน”

“ขุนพลคนหนึ่งประสบผลสำเร็จเหนือพันโครงกระดูก  และข้าต้องการเป็นขุนพลที่มีชื่อแล้วข้าจะไม่ฆ่าได้ยังไง?” ถังโฉ่วไม่เงยหน้ายังคงจดจ่ออยู่กับกระดาษ “ไม่เพียงต้องฆ่าเท่านั้น แต่ข้าต้องการฆ่าพวกเขามากๆ เสียด้วย”

ขลุ่ยวิเศษหัวเราะอย่างจนใจ จากนั้นเหาะออกไป

การเลื่อนระดับพลังของถังโฉ่วทำให้บุคลิกภาพของเขายิ่งใหญ่และมุ่งมั่นมากขึ้นเทียบกับครั้งล่าสุด เขาดูสง่าขึ้นมาก และถังโฉ่วพูดถูก วิถีของทุกคนต่างกัน

ขลุ่ยวิเศษกระโจนขึ้นไปหอสูงสุดของฐานมองดูทั่วสถานที่ลูบขลุ่ยบรอนซ์เป็นประกายในมือ แววตาที่เป็นกันเองของเขาดูเยือกเย็น

ข้าไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากตายมาหลายปีแล้วข้ายังจะมีโอกาสกลับมาแข็งแกร่งได้

ชีวิตช่างไม่แน่นอนจริงๆ

สายลมพัดผ่านหน้าเขา  เป่าผมและชุดยาวสะบัดพลิ้วตามลม

เขาดูท่าทางเหมือนกับคุณชายตระกูลสูงส่งหันหน้าเข้าหาสายลม ชุดขาวพัดพลิ้วตามสายลม

ความทรงจำทั้งหมดที่เลือนรางผุดขึ้นมาในใจเขาเขารู้สึกตื้นตันและผ่อนลมหายใจช้าๆ ความวุ่นวายในสมัยเยาว์วัยหลั่งไหลพรั่งพรู

ถ้าตอนนั้น ถ้าในยุคนั้น ข้าบรรเลงเพลงจากหัวใจข้า เพลงของข้าผ่านกระแสเวลามาหลายปี

แต่จู่ๆ ในวันนี้ แต่ในวันนี้ ข้ายืนอยู่ท่ามกลางสายลมได้บรรเลงทำนองเจ็ดสังหารอีกครา

เขาถอนหายใจช้าๆ คุณชายตระกูลชั้นสูงสงบใจเขาขมวดคิ้วและจ่อขลุ่ยบรอนซ์ที่ริมฝีปาก

จบบทที่ ตอนที่ 462 เคลื่อนพายุวังวนกระบี่

คัดลอกลิงก์แล้ว