- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในเกมออนไลน์
- บทที่ 56 แหวนรีเซ็ต
บทที่ 56 แหวนรีเซ็ต
บทที่ 56 แหวนรีเซ็ต
บทที่ 56 แหวนรีเซ็ต
เจิ้งอี้มองชื่อ "เย่ว์อิ๋งซิงเฮิน" ในรายชื่อเพื่อน หัวใจอดไม่ได้ที่จะกระตุกไหววูบ
"หรือว่าการเกิดใหม่จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป? หรือว่าเธอกลายเป็นคนดีขึ้นมาแล้วจริงๆ?" ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวเขา
"แหม~ ช่างเป็นคู่รักที่เหมาะสมกันจริงๆ พ่อหนุ่มมีใจ แม่สาวมีรัก~" ตู้ซินแขวะเสียงสูง
เจิ้งอี้ดึงสติกลับมา มองตู้ซินด้วยสายตาแปลกๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า "ยัยตัวเล็ก ที่เธอคอยหาเรื่องฉันตลอดเนี่ย เป็นเพราะแอบหลงเสน่ห์ความหล่อของฉันเข้าแล้วใช่ไหม?" พูดจบก็ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
"เชอะ! ปากเสีย รีบเก็บของได้แล้ว!" ตู้ซินทำหน้าขยะแขยงแล้วหันไปจัดการสนามรบ
ต้องยอมรับว่ารางวัลจากการฆ่าบอสโบราณสถานครั้งแรกนั้นหรูหรามาก มีอุปกรณ์ดรอปถึงสี่ชิ้น หนึ่งในนั้นเป็นอาวุธระดับโกลด์ อีกสามชิ้นเป็นระดับซิลเวอร์
แต่สิ่งที่ดึงดูดใจเจิ้งอี้ที่สุดคือหนังสือสกิลที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ มันคือสกิลธาตุไฟ "กำแพงไฟ"
นอกจากนั้นก็เป็นพวกน้ำยาและเหรียญทอง ซึ่งน้ำยาบางขวดเป็นระดับฟื้นฟูทันที รวมๆ แล้วถือว่าดรอปเยอะมาก
"ฉันขอหนังสือสกิล ส่วนที่เหลือพวกคุณจัดการกันเองเลย"
เจิ้งอี้คว้าหนังสือสกิลมาตรวจสอบคุณสมบัติ
กำแพงไฟ: จุดไฟอมตะในพื้นที่ที่กำหนด เปลวไฟจะลุกโชนดั่งความแค้นในใจนักเวท หากไม่รีบหนีออกมาจะได้รับความเสียหายรุนแรง กำแพงไฟคงอยู่ 15 วินาที คูลดาวน์ 15 วินาที นักเวทธาตุไฟเลเวล 25 สามารถเรียนรู้ได้
กำแพงไฟถือเป็นสกิลหากินของนักเวทไฟในช่วงต้นเกม ข้อดีคือร่ายเร็ว ดาเมจต่อเนื่องสูง เวลาฟาร์มมอนสเตอร์ถ้าเดินดีๆ สามารถลากมอนสเตอร์มาเผาในกองไฟได้ หรือจะใช้ใน PK เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวศัตรูก็ได้ผลดี
ข้อเสียคือระยะไม่กว้างเท่าไหร่ และคูลดาวน์เท่ากับระยะเวลาแสดงผล ถ้าไม่มีอุปกรณ์ลดคูลดาวน์ ก็ใช้ได้แค่ 15 วินาทีต่อครั้ง
แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว สำหรับเจิ้งอี้ที่มีสกิลสารพัดและจะยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ เรื่องคูลดาวน์หรือระยะสกิลไม่ใช่ปัญหาใหญ่
เจิ้งอี้กดเรียนสกิลกำแพงไฟทันที แล้วลองร่ายใส่หีบสมบัติมุมห้อง เพื่อทดสอบระยะและเผาใยแมงมุมที่พันอยู่ออกไปในตัว
ระยะของกำแพงไฟถือว่าใช้ได้ กว้างประมาณ 50 เซนติเมตร ยาวเกือบ 3 เมตร ที่สำคัญคือสูงถึง 2 เมตร บดบังทัศนวิสัยได้ดีเยี่ยม แถมดูจากความร้อนแรงของเปลวไฟ ดาเมจนน่าจะไม่ธรรมดา
ใยแมงมุมถูกเผาจนเกลี้ยง เผยให้เห็นหีบสมบัติขนาดใหญ่สามใบ แม้ผิวจะดูเก่าหมอง แต่ก็ยังพอมองเห็นความหรูหราในอดีต
"หีบใหญ่ขนาดนี้ ต่อให้ข้างในมีแต่เหรียญทอง พวกเราก็รวยเละแล้ว" ลวี่เทียนเวยพูดด้วยความดีใจ
คนอื่นๆ ในสตูดิโอก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน ใครบ้างจะไม่ชอบความรู้สึกของการล่าสมบัติแบบนี้?
เจิ้งอี้ยิ้มอย่างผู้รู้ "อย่าเพิ่งดีใจไป กล่องใหญ่ไม่ได้แปลว่าของจะเยอะ ปกติข้างในมีแค่ชิ้นสองชิ้นเท่านั้นแหละ และกล่องใหญ่ก็ไม่ได้การันตีว่าของจะดีเสมอไป"
"ทำไมนายรู้ไปซะทุกเรื่องเลยเนี่ย?" อิ่นฉิงถามด้วยความสงสัย
แดนศักดิ์สิทธิ์เพิ่งเปิดได้ไม่นาน อิ่นฉิงมั่นใจว่าตัวเองทำการบ้านมาดี หาข้อมูลเท่าที่หาได้ แต่แทบไม่เจออะไรที่เป็นประโยชน์ ผิดกับเจิ้งอี้ที่ดูรู้ลึกรู้จริงไปซะทุกอย่าง
เจิ้งอี้ใช้นิ้วชี้เคาะขมับตัวเองเบาๆ ตอบแบบกวนๆ ว่า "ไอคิวล้วนๆ ครับผม... เอาล่ะ พวกคุณใครคิดว่าตัวเองดวงดีบ้าง หีบพวกนี้ของข้างในจะสุ่มตอนเปิด ดวงใครดวงมันนะบอกก่อน"
"พี่ใหญ่ พี่เปิดเลย" อวี้หลิงปิงที่เงียบมานานเสนอขึ้น
ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ส่วนเจิ้งอี้ยังไงก็ได้ เพราะชาติก่อนเขาเปิดกล่องทีไรเกลือตลอด
อิ่นฉิงรับหน้าที่อย่างไม่เกี่ยงงอน เดินตรงไปที่หีบซ้ายสุด จับหูหิ้วแล้วกระชากฝาเปิดออกทันที
ไม่มีแสงสว่างวาบ ไม่มีเอฟเฟกต์อลังการ ทุกคนชะโงกหน้าเข้าไปดู แล้วอิ่นฉิงก็ยืนหน้าเจื่อน
ในหีบมีแค่เหรียญทองสิบกว่าเหรียญกลิ้งขลุกขลักอยู่ก้นกล่อง หีบเบ้อเริ่มเทิ่มแต่ข้างในโล่งโจ้ง เห็นแล้วหดหู่ชะมัด
"เปิดต่อเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ได้ว่างเปล่า" เจิ้งอี้พูดเหมือนชินชา
"ไม่เอาแล้ว วันนี้ฉันดวงกุดแน่ๆ อีกสองกล่องพวกเธอเปิดเถอะ" อิ่นฉิงรีบถอยออกมา
ความหวังอยู่ที่หีบสุดท้าย ยิ่งหีบแรกเปิดมาเกลือ ความกดดันก็ยิ่งตกอยู่ที่คนต่อไป จนไม่มีใครกล้าเสนอตัว
"ฉันเอง! อย่างมากก็แค่กล่องเปล่า กลัวอะไร!"
ตู้ซินเห็นไม่มีใครขยับ เลยอาสาเดินไปที่หีบกลางแล้วเปิดผัวะ
หีบที่สองเปิดออก ก็ยังไม่มีแสงสีอะไรเหมือนเดิม พอมองเข้าไปข้างใน ทุกคนก็ถึงกับหลุดขำ
มันไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันน่าเศร้ายิ่งกว่าหีบแรก เพราะมีเหรียญทองวางอยู่แค่เหรียญเดียวโดดๆ ตู้ซินถึงกับกระโดดลงไปในหีบ เคาะซ้ายเคาะขวาเผื่อมีช่องลับ แต่ก็คว้าน้ำเหลว
"ดูท่าพวกเธอจะดวงกุดเหมือนกัน งั้นตาฉันบ้าง"
เจิ้งอี้ถอนหายใจ นึกว่าตัวเองดวงซวยแล้ว เจอสองสาวนี้เข้าไปชิดซ้ายเลย
เจิ้งอี้เดินไปที่หีบขวาสุด ไม่ลีลาให้เสียเวลา เปิดฝาหีบทันที ทุกคนกลั้นหายใจลุ้นตัวโก่ง ทันใดนั้นแสงสีทองอร่ามก็สาดส่องกระทบใบหน้าเจิ้งอี้
ทุกคนรีบกรูเข้ามาดูว่าอะไรที่เปล่งแสงจ้าขนาดนี้
เมื่อแสงจางลง แหวนวงหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่ที่ก้นหีบ แสงสีทองที่แผ่ออกมาบ่งบอกว่านี่คืออุปกรณ์ระดับ 'อีปิค'
ในช่วงต้นเกมที่อุปกรณ์หายาก แค่ระดับโกลด์ก็แย่งกันแทบตาย ระดับอีปิคถือเป็นความฝันสูงสุด ยิ่งเป็นเครื่องประดับยิ่งล้ำค่า
เจิ้งอี้หยิบแหวนขึ้นมาด้วยมือสั่นเทาเล็กน้อย มันเป็นแหวนสีฟ้าดีไซน์เรียบหรูดูประณีต
แหวนรีเซ็ต
ระดับ: อีปิค
ข้อจำกัด: ไม่จำกัดเลเวลและอาชีพ
พละกำลัง: +100
สติปัญญา: +100
จิตวิญญาณ: +100
กายภาพ: +100
สกิลติดตัว: รีเซ็ตสกิล (กดใช้) เมื่อกดใช้จะรีเซ็ตคูลดาวน์สกิลทั้งหมดของตนเองทันที คูลดาวน์ 5 นาที
เจิ้งอี้ตาลุกวาว ค่าสเตตัสพื้นฐานถือว่าธรรมดามาก แต่สกิลติดตัวนี่สิของจริง สำหรับนักเวท การได้รัวสกิลอีกชุดหมายถึงดาเมจมหาศาล ยิ่งถ้าอนาคตมีสกิลโหดๆ แหวนวงนี้จะยิ่งทรงคุณค่ามากขึ้นไปอีก
"เอ่อ อันนี้..."
"เอาไปเถอะ นายสมควรได้มัน"
เจิ้งอี้ถือแหวนหันไปจะพูดอะไรสักอย่าง แต่อิ่นฉิงยิ้มบางๆ แล้วชิงตอบก่อนที่เขาจะทันได้ถาม