เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 ขีดสังหาร

บทที่ 32 ขีดสังหาร

บทที่ 32 ขีดสังหาร


บทที่ 32 ขีดสังหาร

เจิ้งอี้มองดูบอสที่ล้มลงด้วยความพึงพอใจ ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขาทั้งหมด ฉากหน้าที่เห็นว่าปล่อยมหาบอลไฟออกไป แท้จริงแล้วในชั่วพริบตาที่ร่ายคาถาจบและลูกไฟพุ่งออกไป เขาได้กดใช้สกิล 'หยุดเวลา' ทันที จากนั้นก็จัดการยัดเยียดบอลธาตุที่ผสานแบบไม่เสถียรตามเข้าไป

บอสสายความว่องไวเลเวล 20 มี HP ประมาณ 200,000 หน่วย ด้วยประสบการณ์และการประเมินดาเมจของเจิ้งอี้ บอสที่ติดสถานะอ่อนแรงไม่มีทางต้านทานบอลธาตุที่เกิดจากการผสานย้อนหลักธาตุทั้งสี่ชนิดของเขาได้แน่

มหาบอลไฟเป็นแค่ฉากบังหน้า การร่ายเวทด้วยบทสวดสุดขลังยิ่งช่วยฉีกกรอบความเชื่อเดิมๆ ของผู้เล่น ทำให้พวกไทยมุงที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่พากันเชื่อสนิทใจว่าอาชีพที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนศักดิ์สิทธิ์คือนักเวท

นอกจากการฆ่าบอสในพริบตาแล้ว ความเร็วในการร่ายเวทราวกับปืนกล และพฤติกรรมการลากมอนสเตอร์หลังจากนักรบตาย ล้วนสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่จิตใจของผู้เล่นรอบข้างอย่างรุนแรง

ทว่าเจิ้งอี้สังเกตเห็นสองกิลด์ใหญ่ที่ซุ่มรอจังหวะอยู่ด้านหลังนานแล้ว หนึ่งในนั้นคือ 'กิลด์หมาป่าตะกละ' ส่วนอีกกิลด์เป็นกิลด์ที่ชาติก่อนเจิ้งอี้ไม่ได้สนใจนัก ดูจากชื่อ ID ของสมาชิกที่ส่วนใหญ่นำหน้าด้วยคำว่า 'หงเฉิน' คาดว่าในอนาคตคงตั้งชื่อกิลด์เกี่ยวกับคำนี้แน่

เจตนาของสองกิลด์นี้ที่เลือกจะลงมือปิดท้ายนั้นชัดเจนมาก อย่างแรกคือยืมมือพวกเจิ้งอี้ทดสอบรูปแบบการโจมตีของบอส อย่างที่สองคือถ้าจังหวะนั้นแย่งแอกโกรมาได้และจัดการดีๆ บอสอาจจะไม่ทันได้ฟื้นเลือด พวกเขาก็จะชุบมือเปิบไปกินสบายๆ

แต่ใครจะไปคิดว่าบอสที่เลือดเหลือเยอะขนาดนั้นจะตายกะทันหัน ในเมื่อบอสตายไปแล้ว ใครก็ไม่อยากทำตัวเป็นผู้ร้าย จึงได้แต่หยุดเท้า ยืนมองกองไอเทมที่ดรอปเกลื่อนกลาดด้วยความอิจฉาตาร้อน

คนที่ตกใจยิ่งกว่ากลับเป็นเพื่อนร่วมทีมของเจิ้งอี้เอง เดิมทีคิดว่าเมื่อพี่ใหญ่ตาย การล่าบอสครั้งนี้คงล้มเหลวไม่เป็นท่า ใครจะนึกว่าหนทางที่มืดมนกลับสว่างไสวขึ้นมาอีกครั้ง

เทียนเจี้ยงเจิ้งอี้ผู้นี้ราวกับเทพจุติ สร้างปาฏิหาริย์ด้วยตัวคนเดียว ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน แม้แต่เยี่ยเม่ยที่เคยปากเสียใส่เขาก่อนหน้านี้ ยังต้องเอ่ยปากชมว่า 'พี่ชาย พี่แม่งโหดจริงๆ'

"อย่ามัวแต่อึ้ง รีบเก็บของ แล้วแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง!" เจิ้งอี้สั่ง

"หือ? เก็บของ? ตีเสร็จแล้วเหรอ?" อิ่นฉิงที่เพิ่งพ้นสถานะอ่อนแอและกำลังรีบวิ่งกลับมาถามด้วยความประหลาดใจ

"ใช่ จบแล้ว น่าเสียดายที่ไม่มีของนักเวทเลย ในเมื่อตกลงกันแล้วว่าแบ่งตามสายอาชีพ ของพวกนี้ผมไม่เอาแล้วกัน" เจิ้งอี้พูดอย่างเซ็งๆ

ตั้งแต่กลับชาติมาเกิด เขาตีบอสมาก็หลายตัว แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเท่าไหร่ ไม่เคยดรอปของที่เขาใช้ได้เลยสักชิ้น

บางทีสวรรค์อาจจะยุติธรรม ที่มอบสกิลสุดโกงและหนทางแห่งความรุ่งโรจน์มาให้ แต่แลกไปกับดวงในการดรอปของที่กุดลงนิดหน่อย

"พี่ใหญ่ อีตานี่ใช้มหาบอลไฟลูกเดียวลดเลือดบอสไป 67,000 หน่วย เป่าบอสหายไปในพริบตาเลย" ลวี่เทียนเวยพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

"ทีเดียวตาย?" อิ่นฉิงแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ช่วงต้นเกมจะมีใครทำดาเมจได้เว่อร์ขนาดนั้น?

"สรุปว่าจะรับซื้ออุปกรณ์ไหม รีบตีราคามา ผมต้องไปเก็บเลเวลต่อ เลเวลน้อยเดี๋ยวจะโดนคนดูถูกเอา" เจิ้งอี้เร่งเร้าในช่องปาร์ตี้

"..."

ช่องปาร์ตี้เงียบกริบ สุดท้ายคนผูกเงื่อนก็ต้องเป็นคนแก้ เยี่ยเม่ยจึงเป็นคนเปิดปากก่อน

"ผู้ชายอะไรเจ้าคิดเจ้าแค้นชะมัด ก็ชมไปแล้วไงว่าพี่ชายโหดจริง ก่อนหน้านี้หนูตาถั่วเองแหละ" แม้น้ำเสียงของเยี่ยเม่ยจะไม่ได้สำนึกผิดเต็มร้อย แต่ก็ถือว่ายอมลงให้แล้ว

"ในเมื่อจัดการบอสเสร็จแล้ว ทุกคนกลับไปเจอกันที่เมืองเถอะ เดี๋ยวพวกขี้อิจฉาจะหาเรื่องอีก" อิ่นฉิงสั่งการ

เจิ้งอี้กำลังจะกดวาร์ปกลับเมืองพร้อมคนอื่น แต่ถูกผู้เล่นคนหนึ่งเรียกไว้เสียก่อน

"เทียนเจี้ยงเจิ้งอี้ พอจะคุยกันสักหน่อยได้ไหม?" ผู้เล่นชื่อ ID 'หมาป่าตะกละ·เทียนฮาน' เอ่ยทัก

"หือ? มีอะไร?" เจิ้งอี้ตอบกลับ

"ก็ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรหรอก คือว่า..."

"ไม่มีอะไรไว้คุยวันหลังนะ" เจิ้งอี้กดใช้วาร์ปกลับเมืองทันที

"เดี๋ยวๆๆ พี่ชาย ผมเป็นรองหัวหน้ากิลด์หมาป่าตะกละ อยากถามว่าพี่ชายสนใจจะเข้าร่วมกิลด์เราไหม?" หมาป่าตะกละ·เทียนฮาน รีบพูดเข้าประเด็น

เจิ้งอี้ไม่ได้กดยกเลิกการวาร์ป เพียงแค่ส่ายหน้าและตอบเรียบๆ ว่า "ยังไม่คิดเรื่องนี้"

หมาป่าตะกละ·เทียนฮานมองดูเจิ้งอี้ที่หายวับไปกับแสงวาร์ปด้วยความไม่สบอารมณ์ บ่นพึมพำอย่างหัวเสียว่า "เก่งแค่คนเดียว จะไปสู้หมาหมู่ได้ยังไง ก็แค่ตัวเลขดาเมจสูง เจอคนรุมถ่มน้ำลายใส่ก็จมน้ำตายแล้ว"

บ่นระบายอารมณ์เสร็จ เขาก็สะบัดอาวุธในมือแก้เก้อ ก่อนจะหันหลังพาสมาชิกกิลด์จากไป

เจิ้งอี้ปฏิเสธทั้ง 'กิลด์โถงรวมธรรม' และ 'กิลด์หมาป่าตะกละ' ซึ่งเป็นกิลด์อันดับหนึ่งและสองในชาติก่อน ไม่ใช่เพราะเขาหยิ่งผยองหรือถือตัว แต่เพราะกิลด์ใหญ่พวกนี้แม้สวัสดิการจะดี แต่กฎระเบียบและข้อผูกมัดก็เยอะตามไปด้วย การเป็นสมาชิกกิลด์พวกนี้แทบไม่ต่างอะไรกับการทำงานประจำ

ได้ของดีต้องส่งเข้าส่วนกลาง มีกิจกรรมกิลด์ต้องเข้าร่วม เวลาวอร์หรือล่าบอสก็ต้องเป็นหน่วยกล้าตาย

แม้เจิ้งอี้จะมั่นใจว่าตัวเองไต่เต้าไปถึงระดับสูงของกิลด์ได้ แต่การต้องก้มหัวให้คนอื่นสั่งการ ไม่ใช่ชีวิตที่เขาต้องการ

เมื่อกลับมาถึงเมืองเสือขาว อิ่นฉิงก็พาทุกคนมารวมตัวกัน พอเห็นดาบใหญ่สันหนาระดับโกลด์เลเวล 20 กับหนังสือสกิลนักรบระดับเทพอีก 2 เล่มที่เจิ้งอี้เอาออกมา ตาก็ลุกวาวด้วยความตื่นเต้น

"นายจะขายเท่าไหร่?" อิ่นฉิงถามอย่างระมัดระวัง ไม่กล้าเสนอราคาก่อน เพราะเคยล่วงเกินเจิ้งอี้ไว้

"เห็นแก่ที่พวกคุณรักพวกพ้อง ไม่ทิ้งผมไว้กลางทาง คิดไป 40,000 เหรียญดวงดาว ถือว่าลดให้ แต่รอบนี้ห้ามติดหนี้นะ!"

เจิ้งอี้ไม่ได้โก่งราคา ถ้าเอาไปขายคนอื่น อย่างน้อยก็น่าจะได้เพิ่มอีกสัก 10,000 เหรียญดวงดาว แต่อาจเพราะเขาอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ หรืออาจเพราะอีกฝ่ายเป็นสาวสวย?

"ตกลง ดีล! งั้นแลกเปลี่ยนเลยไหม?" อิ่นฉิงรีบตอบรับทันที เธอกระหายอยากได้ของใหม่ใจจะขาด

เจิ้งอี้นอนพักอยู่ที่สตูดิโอของพวกเธออยู่แล้ว จึงไม่กลัวว่าจะโดนเบี้ยว กดแลกเปลี่ยนของไปให้อย่างรวดเร็ว

"นายออฟไลน์ไปกินข้าวก่อนเถอะ เหลียงรุ่ยเอาข้าวไปให้ที่ห้องแล้ว เดี๋ยวฉันจะโอนเงินยอดนี้รวมกับ 20,000 รอบที่แล้วเข้าบัตรดวงดาวของนายให้นะ" อิ่นฉิงพูดด้วยความดีใจหลังจากได้ของ

"อืม รบกวนด้วยนะ"

หลังจากพูดคุยตามมารยาทเล็กน้อย เจิ้งอี้ก็กดออกจากเกม

พอถอดหมวกกันน็อค เจิ้งอี้ก็ได้ยินเสียงคนคุยกันในห้อง ดูเหมือนกำลังวิจารณ์เรื่องในเกมกันอยู่

"โอ้โห... วันนี้ห้องคึกคักจังนะ!" เจิ้งอี้พยุงตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมรอยยิ้ม แม้ร่างกายจะยังระบมไปหมด แต่ก็พอจะขยับตัวได้บ้างแล้ว

"ก็คนเขาอยากมาเห็นหน้าพี่ชายจอมโหดหน่อยนี่นา มาๆ ขอหนูดูหน่อยซิว่าโหดแค่ไหน ฮ่าๆๆ"

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น จะเป็นใครไปได้นอกจากยัยตัวแสบที่ชอบกัดเขาในเกม

เจิ้งอี้รู้สึกเย็นวาบที่ลำตัว ผ้าห่มผืนบางถูกเปิดออก มือเล็กๆ คู่หนึ่งสัมผัสลงบนหน้าอกที่พันผ้าก๊อซของเขา

"เฮ้ยๆ แม่นาง คุยกันดีๆ ก็ได้ ผมเป็นคนดีนะ... อย่าหยุด..."

มือน้อยๆ ลูบไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงรอยช้ำที่หน้าท้อง แล้วกดลงไปเต็มแรง เล่นเอาเจิ้งอี้เจ็บจนตัวงอเป็นกุ้ง

"ฮ่าๆๆๆ โหดแค่นี้เองเหรอคะ?"

เสียงหัวเราะร่าเริงค่อยๆ ห่างออกไป ยัยตัวแสบวิ่งหนีออกจากห้องไปทันทีหลังก่อเหตุสำเร็จ

"เยี่ยเม่ยใช่ไหม! รอฉันหายดีก่อนเถอะ จะจัดให้ไม่ได้หลับได้นอนเลยคอยดู!" เจิ้งอี้ตะโกนไล่หลังด้วยความเจ็บใจ

จบบทที่ บทที่ 32 ขีดสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว