- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในเกมออนไลน์
- บทที่ 8 ดวงสมพงศ์กับสุนัข
บทที่ 8 ดวงสมพงศ์กับสุนัข
บทที่ 8 ดวงสมพงศ์กับสุนัข
บทที่ 8 ดวงสมพงศ์กับสุนัข
เกมแดนศักดิ์สิทธิ์นั้น เมื่อออกจากหมู่บ้านมือใหม่ได้นั่นแหละถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่แท้จริง
ภายนอกหมู่บ้านมือใหม่มีเมืองหลักอยู่ 4 เมือง ได้แก่ เมืองมังกรเขียว เมืองเสือขาว เมืองหงส์แดง และเมืองเต่าดำ ซึ่งตั้งอยู่ประจำทิศทั้งสี่ ตะวันออก ตะวันตก ใต้ และเหนือตามลำดับ
เมื่อพันปีก่อนหลังจบสงครามศักดิ์สิทธิ์ นครศักดิ์สิทธิ์ถูกความมืดเข้าปกคลุมจนล่มสลาย โชคดีที่สี่สัตว์เทพผู้พิทักษ์ตื่นขึ้น แม้ไม่อาจพลิกผลการรบได้ แต่ก็ยังรักษาเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังของแดนศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ได้
ฝ่ายเผ่ามารผู้รุกรานแม้จะได้รับชัยชนะ แต่ก็บอบช้ำสาหัสเช่นกัน หลังจากฟื้นฟูตัวเองมานานพันปี ในช่วงปีหลังมานี้พวกมันเริ่มมีความเคลื่อนไหว หวังจะกำจัดเผ่ามนุษย์ให้สิ้นซาก เพื่อครองความเป็นใหญ่ในแดนศักดิ์สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
เจิ้งอี้เลือกเมืองเสือขาว เพราะเป็นเมืองที่เขาคุ้นเคยที่สุด ที่ที่คุ้นเคยย่อมดีที่สุดเสมอ อันที่จริงทั้งสี่เมืองก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก เป็นเพียงการกระจายผู้เล่นไม่ให้แออัดจนเกินไป
เมื่อมาถึงเมืองเสือขาว เจิ้งอี้ไม่ได้โอ้เอ้อยู่ตรงจุดวาร์ปนานนัก ตอนนี้ผนึกหมู่บ้านมือใหม่ถูกคลายแล้ว อีกไม่ถึงชั่วโมงผู้เล่นจำนวนมหาศาลคงแห่ตามมา
ในเมื่อมีบัฟคูณประสบการณ์ 15% อยู่ เจิ้งอี้ย่อมไม่อยากเสียเวลาเปล่า
เขารีบจ้ำอ้าวไปร้านขายยา ตุนน้ำยาเพิ่มมานาระดับต้นและระดับกลางไว้เพียบ ส่วนน้ำยาเพิ่มเลือดซื้อติดตัวไว้แค่นิดหน่อย
เพราะเขาเล่นอาชีพนักเวท แถมยังมั่นใจในสเต็ปการหลบหลีกของตัวเอง การพกยาเลือดจึงมีไว้แค่เผื่อกรณีฉุกเฉินเท่านั้น
เป้าหมายต่อไปคือหอตรวจสอบ จะทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง อุปกรณ์ต้องพร้อม ของที่ดรอปมาจากบอสผู้พิทักษ์ค่ายกลต้องเอาไปส่องดูเสียหน่อย ดูจากรูปทรงแล้วไม่ใช่ของธรรมดาแน่
"น่าเสียดายจัง นักตรวจสอบที่หมู่บ้านมือใหม่บอกจะลดราคาให้ด้วย แต่คงไม่ได้กลับไปเร็วๆ นี้แน่"
แม้บอสจะดรอปเหรียญทองมาให้พอสมควร แต่เจิ้งอี้ก็ยึดคติประหยัดไว้ก่อนเป็นดี
ผู้พิทักษ์ค่ายกลดรอปอุปกรณ์ออกมา 3 ชิ้น สองชิ้นเป็นระดับบรอนซ์ คือรองเท้ากับกางเกง ส่วนอีกชิ้นเป็นดาบยาวระดับโกลด์ เสียดายที่เขาเป็นนักเวทเลยใช้อาวุธนี้ไม่ได้
ในช่วงต้นเกมที่อุปกรณ์ขาดแคลนแบบนี้ นอกจากอาวุธระดับเทพจริงๆ แล้ว อุปกรณ์ป้องกันส่วนใหญ่มักจะใส่ได้ทุกอาชีพ
รองเท้าผ้าเนื้อดี ระดับ บรอนซ์ เลเวล 10 พลังป้องกัน +28 ความว่องไว +20 คุณสมบัติพิเศษ ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 3%
กางเกงขายาวเนื้อดี ระดับ บรอนซ์ เลเวล 10 พลังป้องกัน +40 ความอดทน +10 คุณสมบัติพิเศษ พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 1%
เจิ้งอี้สวมใส่อุปกรณ์ทั้งสองชิ้น แม้จะไม่ใช่ของระดับเทพเจ้า แต่ก็ดีกว่าชุดผ้ามือใหม่ที่ใส่อยู่แบบคนละเรื่อง
ส่วนดาบยาวระดับโกลด์ เจิ้งอี้ตั้งใจจะเก็บไว้ขาย อาวุธเป็นอุปกรณ์ที่ราคาแพงที่สุดในช่วงต้นเกม ยิ่งอาชีพนักรบเป็นที่นิยมมากที่สุด อาวุธประเภทดาบจึงแพงระยับ
"เก็บไว้ก่อน เดี๋ยวตอนล็อกออฟไปกินข้าวค่อยตั้งขาย"
เจิ้งอี้ที่เคยชินกับการฉายเดี่ยว เริ่มติดนิสัยพูดคนเดียวอีกแล้ว
ตอนผู้เล่นล็อกออฟ สามารถเลือกตั้งแผงลอยขายของในเขตปลอดภัยได้ ซึ่งเป็นระบบอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่งของเกม
แน่นอนว่าสำหรับผู้เล่นระดับวีไอพีที่ใช้เครื่องเกมรุ่นท็อปและออนไลน์ยาวนานจนไม่มีเวลามานั่งเฝ้าแผง ก็สามารถฝากขายในโรงประมูลของระบบได้ แต่จะโดนหักค่าธรรมเนียม
ทันทีที่เจิ้งอี้เดินออกจากหอตรวจสอบ เขาก็ได้ยินเสียงเห่าดังมาจากแทบเท้า ลูกสุนัขตัวน้อยน่ารักขนสีขาวปลอดไม่มีสีอื่นเจือปน เห่าทักทายเขาครั้งหนึ่งแล้วกระดิกหางรัวๆ ด้วยความตื่นเต้น
"อะไรกันเนี่ย ชาตินี้ฉันมีดวงสมพงศ์กับหมาหรือไง" เจิ้งอี้บ่นพึมพำ
เขาย่อตัวลงไปลูบหัวเจ้าตูบน้อย ถึงเขาจะไม่ได้รักสัตว์อะไรมาก แต่เจ้าตัวเล็กนี่ก็น่าเอ็นดูไม่หยอก
"ฮันนี่! วิ่งซนไปทั่วอีกแล้ว กลับมานี่นะ!"
หญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งปรากฏตัวที่หัวมุมถนน ตะโกนเรียกเจ้าตูบที่อยู่ข้างเจิ้งอี้
เจ้าลูกหมาไม่ยอมกลับไปหาเจ้าของ แต่กลับวิ่งวนรอบตัวเจิ้งอี้ แล้วหันไปเห่าใส่เจ้านายของมัน
"ไม่เชื่อฟังอีกแล้ว เดี๋ยวกลับบ้านไปโดนดีแน่" หญิงสาวบ่นพลางขมวดคิ้วเดินเข้ามาหา
เจิ้งอี้ลุกขึ้นยืนพิจารณาหญิงสาว แวบแรกก็รู้เลยว่าเป็น NPC แม้หน้าตาจะไม่ได้สวยสะกดวิญญาณ แต่เปี่ยมไปด้วยความสดใสมีชีวิตชีวา ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง
"หมาของคุณน่ารักดีนะ" เจิ้งอี้ทักทายด้วยรอยยิ้ม
หญิงสาวมองสำรวจเจิ้งอี้อย่างละเอียด พยักหน้าแล้วพูดว่า "มิน่าล่ะฮันนี่ถึงชอบ กลิ่นสาบหมาแรงหึ่งเลย ที่บ้านเลี้ยงหมาเหรอ?"
เจิ้งอี้รู้สึกเหมือนโดนด่าอยู่กลายๆ เขาไปเลี้ยงหมาตอนไหนกัน หรือยัยนี่จะด่าว่าเขาเป็น ไอ้หมาหัวเน่า หรือคนโสดกันแน่
"อ๋อ เข้าใจละ เสื้อนั่นทำจากหนังทิเบตัน มาสทิฟฟ์สินะ" หญิงสาวพูดต่อ
"เอ่อ... ครับ"
เจิ้งอี้เพิ่งจะเก็ท เสื้อเกราะของเขาดรอปมาจากบอสทิเบตัน มาสทิฟฟ์จริงๆ แต่มันดูเป็นโลหะมันวาวจนเขาลืมไปเลยว่าชื่อมันมาจากหมา
"พอดีเลย ปู่ฉันกำลังหาลูกมืออยู่ สนใจจะไปช่วยไหม?" หญิงสาวพูดรัวเร็ว
"งานลูกมืออะไรเหรอ?"
"จะไปหรือไม่ไป? ลีลาจริง ถ้าไม่ใช่เพราะฮันนี่ชอบนาย ใครจะอยากคุยด้วย!"
เจิ้งอี้ถึงบางอ้อ ที่แท้เป็นเพราะคุณสมบัติพิเศษ ข่มขวัญ ของเกราะอกทิเบตันที่ดึงดูดความสนใจของเจ้าหมาน้อย และแม่สาวคนนี้ก็เห็นแก่หน้าหมาตัวเอง ถึงยอมเสนองานให้
ใจจริงเจิ้งอี้อยากปฏิเสธ เพราะตอนนี้มีบัฟคูณประสบการณ์อยู่ ควรจะรีบไปเก็บเลเวลจะคุ้มกว่า แต่หญิงสาวคนนี้ดูปราดเดียวก็รู้ที่มาของชุดเกราะเขา แสดงว่าต้องไม่ใช่ NPC ธรรมดาแน่
ภารกิจในแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเกิดขึ้นแบบสุ่มตามเวลาจริง NPC ต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง เฉพาะตอนที่พวกเขาเจอปัญหาหรือยุ่งจนทำเองไม่ได้เท่านั้น ถึงจะสุ่มเลือกผู้เล่นมาช่วย
"ตกลง ไปสิ หวังว่าฉันจะช่วยปู่เธอได้นะ"
เจิ้งอี้เดินตามหญิงสาวลัดเลาะไปตามตรอกซอยของเมืองเสือขาว ไม่นานก็มาถึงบ้านหลังเล็กที่มีลานบ้านดูเก๋ไก๋แปลกตาที่มุมหนึ่งของเมือง
"ปู่คะ หนูกลับมาแล้ว แถมหาลูกมือมาให้ด้วยคนนึง" หญิงสาวพาเจิ้งอี้เข้ามา อารมณ์ดูดีขึ้นผิดหูผิดตา
"นังหนูนี่ วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่น รีบมาช่วยปู่วิจัยเดี๋ยวนี้เลย" ชายชราเดินออกมาจากตัวบ้าน บ่นหลานสาวอย่างไม่จริงจังนัก
"ปู่ดูสิ หมอนี่เป็นนักเวทพอดีเป๊ะ ให้เขาช่วยปู่สิเหมาะเลย"
"รู้แต่เล่น เมื่อไหร่จะเก่งเหมือนพ่อแม่เอ็งบ้างนะ"
"โธ่ปู่ ดูเขาก่อนสิ ถึงพลังเวทจะอ่อนด้อย แต่ธาตุในตัวเขามีเพียบเลยนะ อาจจะช่วยงานใหญ่ของปู่ได้ก็ได้!"
ชายชราได้ยินดังนั้นจึงหันมามองเจิ้งอี้อย่างตั้งใจ ปากก็พึมพำอะไรบางอย่างไปด้วย
เจิ้งอี้โดนจ้องจนขนลุก ขณะที่กำลังคิดว่าตาแก่คนนี้เพี้ยนหรือเปล่า ชายชราก็เอ่ยปากขึ้น
"ข้าชื่อ ซุนซือเจ๋อ คนแถวนี้เรียก ขรัวเฒ่าซุน ข้ากำลังวิจัยเรื่องการผสานเวทมนตร์อยู่ ข้าเห็นพลังเวทในตัวเจ้ามันตีกันยุ่งเหยิง หรือว่าเจ้าเรียนเวทมนตร์ระดับต้นครบทุกธาตุมาแล้ว?"
แม้ซุนซือเจ๋อจะอายุมาก แต่การพูดจานุ่มนวลเป็นกันเอง แถมยังแนะนำตัวก่อนถามอย่างมีมารยาท
"นี่พวกคุณดูออกด้วยเหรอ?" เจิ้งอี้ตกใจมาก
"แค่นักเวทฝึกหัดกระจอกๆ แบบนาย อย่าว่าแต่ปู่เลย ฉันใช้แค่นิ้วก้อยนิ้วเดียวก็ซัดนายร่วงได้แล้ว" หญิงสาว NPC พูดจาดูถูกเจิ้งอี้
"หลิงเอ๋อร์ อย่าเสียมารยาท ถึงเจ้าจะเป็นจอมเวทระดับกลางแล้ว ก็ไม่ควรดูแคลนผู้อื่น ความอ่อนน้อมถ่อมตนจะทำให้เจ้าไปได้ไกลนะ" ซุนซือเจ๋อดุหลานสาว
เจิ้งอี้เองก็ไม่พอใจเช่นกัน ถึงเขาจะเพิ่งเลเวล 10 แต่ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาดูถูกไม่ได้
"ไม่ต้องใช้นิ้วก้อยหรอก มาดวลกันแฟร์ๆ สักตาก็ได้ ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าจอมเวทระดับกลางจะแน่สักแค่ไหน"
เจิ้งอี้ท้ากลับอย่างไม่เกรงกลัว ท่วงท่าและวาจาฉายแววโอหังดั่งราชสีห์ เหมือนสมัยที่เขาเป็นยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานในชาติก่อนไม่มีผิด