- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในเกมออนไลน์
- บทที่ 1 NPC จะไปมีเจตาร้ายอะไรได้?
บทที่ 1 NPC จะไปมีเจตาร้ายอะไรได้?
บทที่ 1 NPC จะไปมีเจตาร้ายอะไรได้?
บทที่ 1 NPC จะไปมีเจตาร้ายอะไรได้?
[กริ๊งงงงง~]
เสียงนาฬิกาปลุกดังรัวเร็วปลุกเจิ้งอี้ให้ตื่นขึ้น "เอ่อ... นี่มัน..." เขามองไปรอบห้องเช่าอันแสนคับแคบด้วยความตกตะลึง
ใช่แล้ว เจิ้งอี้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ วันที่ 18 มีนาคม ปี 2077 เวลา 8:30 น. หากไม่มีอะไรผิดพลาด อีกสิบนาทีเขาจะได้รับพัสดุชิ้นสำคัญ มันคือหมวกกันน็อคสำหรับเล่นเกมที่เขาอุตส่าห์อดออมเก็บเงินซื้อมา และวันนี้ก็เป็นวันเปิดโอเพ่นเบต้าของเกม 'แดนศักดิ์สิทธิ์' อีกด้วย
เกม 'แดนศักดิ์สิทธิ์' คือสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของเจิ้งอี้ไปตลอดกาล จากคนยากจนข้นแค้นสู่ความรุ่งโรจน์มั่งคั่ง และสุดท้ายก็ต้องมาทิ้งชีวิตเพราะมัน ในชาติก่อนเขาถือเป็นคนดังช่วงท้ายเกม มีความแข็งแกร่งติดท็อป 10 ของเซิร์ฟเวอร์ แต่ในภารกิจแย่งชิงมหาศาสตราวุธ เขาไปขัดผลประโยชน์ขององค์กรหนึ่งเข้าจนถูกจ้างวานฆ่าในโลกจริง แต่เจิ้งอี้ยังดวงแข็ง เพราะเจ้ามหาศาสตราวุธชิ้นนั้นคือ 'นาฬิกาทรายแห่งกาลเวลา' ซึ่งมีอำนาจวิเศษจนส่งผลกระทบต่อโลกแห่งความจริง ทำให้เขาได้ย้อนเวลากลับมาพร้อมความทรงจำที่ครบถ้วนสมบูรณ์
"มหาศาสตราวุธนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลา... มหัศจรรย์จริงๆ ที่ส่งผลถึงโลกจริงได้ ให้ตายเถอะ ในเกมสู้ไม่ได้เลยมาเล่นงานกันนอกจออย่างนี้เรอะ ฉันจะต้องลากคอคนบงการออกมา แล้วล้างแค้นให้ตัวเองให้ได้"
"พัสดุทำไมยังไม่มาอีกนะ..." ในช่วงสิบนาทีสั้นๆ ก่อนพัสดุจะมาถึง เจิ้งอี้พึมพำไม่หยุด มีทั้งความตื่นเต้น ความตกใจ และความแค้นฝังลึกที่ไม่ยอมจางหาย
[ปัง ปัง ปัง~]
เสียงทุบประตูดังโครมคราม เจิ้งอี้รีบกระชากประตูเปิดออกทันทีโดยไม่ถือสาความไร้มารยาทของพนักงานส่งของ พร้อมยิ้มรับพัสดุอย่างอารมณ์ดี
"อยู่รูไหนเนี่ย หาโคตรยาก"
"ลำบากแล้วๆ"
เจิ้งอี้กล่าวขอบคุณส่งๆ สองคำก่อนจะกระแทกประตูปิดดังปัง แกะกล่อง ประกอบเครื่อง ทุกอย่างเสร็จสรรพในรวดเดียว หลังจากล้างหน้าแปรงฟันแบบลวกๆ เขาก็หันมาพูดกับถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบนโต๊ะว่า "วันนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะกินบะหมี่ถ้วย" พูดจบก็โซบะหมี่เข้าปากคำโต
เกมจะเปิดเซิร์ฟเวอร์ตอนเที่ยงตรง เจิ้งอี้จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยและยังมีเวลาเหลืออีกหนึ่งชั่วโมงเต็ม บริษัทเกมก็นับว่าเข้าใจผู้เล่น แม้เซิร์ฟเวอร์จะยังไม่เปิดแต่ก็อนุญาตให้สร้างตัวละครล่วงหน้าได้
[ยินดีต้อนรับสู่แดนศักดิ์สิทธิ์]
[ระบบสแกนเสร็จสิ้น]
[ผู้ผูกมัดบัญชี: เจิ้งอี้ (เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย ได้ทำการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วขณะสั่งซื้ออุปกรณ์)]
[เพศ: ชาย]
[กรุณาปรับแต่งรูปลักษณ์ของท่าน]
แม้ชีวิตความเป็นอยู่ของเจิ้งอี้จะขัดสนไปบ้าง แต่หน้าตาของเขานับว่าเป็นหนุ่มหล่อคนหนึ่งเลยทีเดียว ชาติก่อนเพราะเขาทำตัวโดดเด่นเกินไป ข้อมูลส่วนตัวเลยรั่วไหลจนถูกลอบสังหาร ครั้งนี้เจิ้งอี้ตั้งใจแล้วว่าจะทำตัวให้โลว์โปรไฟล์ที่สุด
[ลดระดับหน้าตาลง 15%]
[กรุณาตั้งชื่อตัวละครของท่าน]
[เทียนเจี้ยงเจิ้งอี้]
[ตัวละคร: เทียนเจี้ยงเจิ้งอี้ สร้างเสร็จสิ้น กรุณารอเกมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าสู่ระบบ]
การสร้างตัวละครในเกมแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเรียบง่ายมาก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างผู้เล่นต้องไปค้นหาเอาเองหลังจากเข้าเกมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิธีได้รับมรดกเผ่าพันธุ์อื่นๆ นอกเหนือจากอาชีพพื้นฐานในเมืองหลัก หรือทำอย่างไรถึงจะค้นพบอาชีพลับและเปลี่ยนอาชีพได้สำเร็จ ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยวาสนาและฝีมือ ซึ่งเจิ้งอี้ไม่เคยขาดแคลนฝีมือ ส่วนเรื่องวาสนานั้น... แน่นอนว่าต้องพึ่งพาความทรงจำจากชาติก่อน
เขานั่งไถบอร์ดสนทนาในเว็บบอร์ดอยู่ครู่หนึ่ง ในนั้นเต็มไปด้วยคนว่างงานที่รอเซิร์ฟเปิด หัวข้อที่ถกเถียงกันมากที่สุดหนีไม่พ้นเรื่อง 'อาชีพไหนเทพที่สุด' และ 'อาชีพลับในเกมจะเป็นยังไง' เรื่องการเลือกอาชีพนั้นขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ระบบการต่อสู้ในแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นสมจริงมาก ถ้าคิดจะยืนขาตายร่ายสกิล รับรองได้โดนมอนสเตอร์ตบตายคาที่แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นด้วยระบบจำลองที่สมจริงขั้นสุด เวลาสู้กับมอนสเตอร์จะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง ดังนั้นพวกใจเสาะไม่ควรเล่นสายโจมตีระยะประชิด ส่วนพวกบ้าพลังมุทะลุก็ไม่ควรเล่นนักธนูหรือนักฆ่า มีเพียงอาชีพที่เข้ากับนิสัยตัวเองเท่านั้นถึงจะดึงศักยภาพสูงสุดของอาชีพนั้นๆ ออกมาได้
และเจิ้งอี้ยังเข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่งที่หลายคนไม่รู้ นั่นคือ 'อาชีพลับ' ไม่ได้แปลว่าเป็น 'อาชีพที่เก่งที่สุด' เสมอไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการพัฒนาของผู้เล่นเอง
เวลาไม่กี่สิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการนับถอยหลังเปิดเซิร์ฟเวอร์ เจิ้งอี้ล็อกอินเข้าเกมตรงเวลาเป๊ะ หมู่บ้านมือใหม่ของแดนศักดิ์สิทธิ์นับเป็นเมืองขนาดย่อมและเป็นพื้นที่เดียวที่ไม่สามารถ PK ได้
[ยินดีต้อนรับสู่ 'หมู่บ้านแห่งสันติ']
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น แม้เจิ้งอี้จะล็อกอินตรงเวลา แต่รอบตัวเขาก็เต็มไปด้วยผู้เล่นคนอื่นๆ ที่มือไวไม่แพ้กัน แต่แค่เข้าเกมเร็วอย่างเดียวไม่มีประโยชน์ สิ่งสำคัญคือขั้นตอนหลังจากนี้ต่างหาก
ทันทีที่เท้าแตะพื้น เจิ้งอี้ก็พุ่งตัวตรงไปยังผู้แนะนำอาชีพทันที ในช่วงมือใหม่ผู้เล่นต้องได้รับการยอมรับจากผู้แนะนำอาชีพเบื้องต้น ยิ่งได้รับสกิลอาชีพเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งทิ้งห่างจากคนส่วนใหญ่ได้มากเท่านั้น ขณะที่ผู้เล่นคนอื่นกำลังงมอยู่กับเควสต์แนะนำมือใหม่ เจิ้งอี้ก็วิ่งมาถึงโถงผู้แนะนำอาชีพเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว
อาชีพเบื้องต้นมีทั้งหมด 5 สาย ได้แก่: นักรบ, นักเวท, นักธนู, นักฆ่า, นักบวช
ชาติที่แล้วเจิ้งอี้เล่นเป็นนักเวทธาตุน้ำ ชาตินี้เขาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนใจไปเล่นสายอื่น เพราะสิ่งที่คุ้นมือย่อมดีที่สุดเสมอ เจิ้งอี้เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไต่เต้าจนติดอันดับยอดฝีมือได้ด้วยอาชีพธรรมดาๆ ในชาติก่อน
"ฉันจะเรียนเวทน้ำแข็ง ส่งภารกิจเปลี่ยนอาชีพมาให้ที" เจิ้งอี้ไม่พูดพร่ำทำเพลง วิ่งไปหยุดตรงหน้าผู้แนะนำอาชีพนักเวทเบื้องต้นทันที
"ข้ามีเส้นทางแห่ง ไฟ, น้ำ, น้ำแข็ง, ลม, สายฟ้า และดิน เจ้าแน่ใจหรือว่าจะเลือกเส้นทางแห่งน้ำแ..." ผู้แนะนำอาชีพท่องบทตามสคริปต์
"พูดมากน่า ฉันก็บอกแล้วไงว่าจะเอาสายน้ำแข็ง!" เจิ้งอี้อุตส่าห์นำคนอื่นมาได้ ไม่อยากจะเสียเวลาเพราะ NPC ถ่วงความเจริญ ยังไงซะหมู่บ้านมือใหม่ก็คงไม่ได้กลับมาเหยียบอีกแล้ว จะล่วงเกินผู้แนะนำอาชีพกิ๊กก๊อกสักคนจะเป็นไรไป
"ไอ้หนูคนนี้ไร้มารยาทสิ้นดี นักเวทไม่เหมือนอาชีพอื่น แต่ละธาตุก็มีความแตกต่าง..."
"ฉันจะเอาสายน้ำแข็ง ฟังรู้เรื่องไหม?" เจิ้งอี้เห็นผู้แนะนำอาชีพชักช้าลีลา ก็เริ่มขึ้นเสียงด้วยความหงุดหงิด
"เออๆๆ เอาภารกิจเปลี่ยนอาชีพสายน้ำแข็งไป" ผู้แนะนำอาชีพนักเวททำหน้าเอือมระอา แม้จะหมั่นไส้ไอ้เด็กไร้มารยาทคนนี้แค่ไหน แต่ด้วยหน้าที่ก็ไม่อาจบันดาลโทสะได้
เจิ้งอี้รับภารกิจเสร็จก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกจากโถง ยิ่งเปลี่ยนอาชีพเร็วยิ่งได้เปรียบ
"เดี๋ยวก่อน เรียนแค่ธาตุน้ำธาตุเดียวมันจืดชืดไปหน่อยมั้ย เจ้าไม่อยากเป็นนักเวททุกธาตุบ้างรึ?" ผู้แนะนำอาชีพกลอกตาเจ้าเล่ห์ พลันนึกสนุกขึ้นมา เปลี่ยนท่าทีจากความรำคาญเมื่อครู่เป็นยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างกะทันหัน
"นักเวททุกธาตุ?" เจิ้งอี้ชะงักฝีเท้าหันขวับกลับมาถาม
"เส้นทางของนักเวทนั้นมีหลากหลาย ข้าเห็นเจ้าหน่วยก้านดี มีพรสวรรค์ ทำไมไม่เรียนรู้มันหลายๆ ธาตุ เป็นยอดฝีมือสายนักเวททุกธาตุดูล่ะ"
ชาติก่อนเจิ้งอี้ไม่เคยเห็นใครเล่นสายนักเวททุกธาตุมาก่อน ทุกคนต่างบอกว่าต้องเน้นเชี่ยวชาญสายใดสายหนึ่ง ไม่งั้นจะไปไม่สุดสักทาง แต่ตอนนี้ NPC กลับเสนอมาแบบนี้ หรือว่านี่จะเป็นเงื่อนไขทริกเกอร์อาชีพลับ?
"ตกลง งั้นส่งภารกิจเปลี่ยนอาชีพนักเวททุกธาตุมาให้ฉันเลย" เจิ้งอี้เปลี่ยนคำพูดโดยไม่ลังเล
ผู้แนะนำอาชีพนักเวทโบกมือวูบหนึ่ง ภารกิจเปลี่ยนอาชีพของเจิ้งอี้ก็เปลี่ยนเป็นภารกิจ 'นักเวททุกธาตุ' ทันที ซึ่งความยากย่อมทวีคูณขึ้นไปอีกระดับ
มองดูแผ่นหลังของเจิ้งอี้ที่รีบร้อนวิ่งออกจากโถงเปลี่ยนอาชีพไป ผู้แนะนำอาชีพนักเวทก็แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ
"นี่ท่าน... มันทำนิสัยแย่ใส่ท่านขนาดนั้น ท่านยังมอบภารกิจสายทุกธาตุให้มันอีกรึ?"
"ในทวีปศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เจ้าเคยได้ยินชื่อนักเวททุกธาตุที่เก่งกาจบ้างหรือไม่เล่า?"
"ไม่เคย"
"ก็นั่นน่ะสิ ใครใช้ให้มันทำตัวไม่น่ารักเอง ภารกิจนี้ข้าแค่กุขึ้นมาแกล้งมันเล่น อีกไม่นานมันก็ต้องซมซานกลับมาขอร้องให้ข้าเปลี่ยนภารกิจให้ใหม่แน่นอน"
"อะแฮ่ม รักษาภาพพจน์หน่อย ไอ้หนูบ้านั่นก็เหลือเกิน ไปล่วงเกินใครไม่ล่วงเกิน ดันมาแหย่คนขี้ใจน้อยอย่างท่านได้"
"เจ้าว่าใครขี้ใจน้อยนะ?"
เหล่าผู้แนะนำอาชีพต่างจับกลุ่มคุยเล่นกันเพราะในโถงยังไม่มีผู้เล่นอื่นเข้ามา บรรยากาศเริ่มกลับมาเคร่งขรึมอีกครั้งเมื่อเห็นฝูงชนผู้เล่นเริ่มทยอยกันเข้ามา
ก็แค่ NPC คนหนึ่ง... จะไปมีเจตนาร้ายอะไรได้?