เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 430 ทางเลือกของเยี่ยนหย่งเลี่ย

ตอนที่ 430 ทางเลือกของเยี่ยนหย่งเลี่ย

ตอนที่ 430 ทางเลือกของเยี่ยนหย่งเลี่ย


ภายในวังที่กว้างขวางและว่างเปล่า ดูเงียบวังเวง

บนราชบัลลังก์ เยี่ยนหย่งเลี่ยอยู่ในอาการมึนงงในช่วงไม่กี่วันนี้ ผมหงอกของเขาเพิ่มมากขึ้น รอยเหี่ยวย่นปรากฏอยู่ทั่วใบหน้า แม้แต่ในตาเขาก็ฝ้าฟาง

ดัฟฟ์ยืนอยู่ด้านข้างมองดูฝ่าบาทหัวใจของเขาขมขื่น นอกจากนักสู้พญาหมีเขาอ่อนแอที่สุดและเขาไม่เคยได้รับโอกาสให้ปกป้องฝ่าบาท  แต่นักสู้พญาหมีคนอื่นๆถูกฝ่าบาทส่งไปโจมตีกลุ่มดาวอันโดรเมดา มีแต่เขาที่อ่อนแอที่สุดเหลืออยู่เคียงข้างฝ่าบาท

เมื่อเห็นฝ่าบาทกับตัวเองแล้วดัฟฟ์มองดูเขาแก่ขึ้นในแต่ละวัน เพื่อประโยชน์ในการรักษาเสถียรภาพของพลังกลุ่มดาวหมีใหญ่ ฝ่าบาทยอมเผาผลาญพลังชีวิตของพระองค์ ใครจะคิดกันว่าชายชราที่นั่งอยู่บัลลังก์ก็คือบุรุษผู้นำกลุ่มดาวหมีใหญ่ขึ้นเทียบเท่าสิบกลุ่มดาวระนาบกลางเขาเป็นพญาหมีที่เหี้ยมหาญและมีชื่อเสียง

ดัฟฟ์นับถือฝ่าบาทและประทับอยู่ในดวงใจอย่างลึกซึ้ง

นิ้วของเยี่ยนหย่งเลี่ยวางอยู่ที่เท้าแขนขยับเล็กน้อยเหมือนกับว่าเขาถูกปลุกให้ตื่น “ดัฟฟ์ มีข่าวอะไรบ้างไหม?”

ดัฟฟ์เก็บความรู้สึกเจ็บปวดใจและตอบด้วยความเคารพ  “ถังเทียนและสหายอีกสองคนเข้ามาในกลุ่มดาวหมีใหญ่แล้วและวันนี้ พวกเขาจะพบกับท่านเส้าเต๋อ”

“โอว, งั้นข้าสามารถพักได้อย่างวางใจแล้ว”  เยี่ยนหย่งเลี่ยมีสีหน้าดูอบอุ่น “แม้ว่าอาเต๋อและข้าจะพบกันน้อยมากและไม่ค่อยติดต่อกัน  แต่เขาจะไม่นั่งมองดูเฉยๆ เป็นแน่”

ดัฟฟ์กล่าวทันที “ฝ่าบาทมีพระปรีชาญาณ  มีท่านเส้าเต๋อถังเทียนและคนของเขาจะไม่สามารถเดินหน้าได้”

“ไม่ง่ายนักหรอ” ใบหน้าชราของเยี่ยนหย่งเลี่ยดูเคร่งขรึมเล็กน้อย “ถังเทียนและคนของเขาจะสามารถมองเห็นโอกาสตรงนี้ได้และพวกเขาจะเคลื่อนไหวลงมือกับเราแน่นอน เราไม่มีที่ให้ถอย นั่นคือเหตุผล?”

ดัฟฟ์ตอบอย่างมั่นใจ “มีใต้เท้าหลายท่านคอยรับมือจะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน!”

“ข้าหวังว่าพวกเขาจะสามารถหยุดกองทัพหมาป่าไว้ได้”  เยี่ยนหย่งเลี่ยผงกศีรษะ “แต่จุดสำคัญของการรบในครั้งนี้ก็คือท่านถู  ก่อนหน้านี้พวกเขาสามารถยึดกลุ่มดาวนายพรานนั่นคือข้อได้เปรียบก่อนของเรา มีรายงานอะไรจากผู้บัญชาการไหม?”

“ท่านจอมพลนำกองทัพไปล้อมวังเจ้ากลุ่มดาวแล้ว  แต่การป้องกันของศัตรูแข็งแกร่ง  กองกำลังพญาหมียังไม่สามารถรุกคืบได้  สมาพันธ์ชาวยุทธทุ่มกำลังโจมตีด้วยพลังทุกอย่างที่พวกเขามีและทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียมาก และ..” หน้าของดัฟฟ์มีความกังวลใจ

สีหน้าของเยี่ยนหย่งเลี่ยเคร่งขรึม และถาม “และอะไร?”

ดัฟฟ์ได้แต่พูดความจริง “กลุ่มดาวนายพรานยังมีนักสู้ระดับเซียนอีกคนนามหลีตั้งเขาปรากฏตัวที่วังเจ้าดวงดาวและฆ่าคนฝ่ายเราไปหลายคน”

สิ่งที่ทำให้ดัฟฟ์ประหลาดใจก็คือฝ่าบาทของเขาไม่ประหลาดใจ  แต่กลับหัวเราะออกมาแทน

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ในที่สุดราชสีห์ก็อดเข้ามาพัวพันไม่ได้สินะ?” นัยน์ตาฝ้าฟางของเยี่ยนหย่งเลี่ยมีแววประหลาด  “สามารถทำให้ราชสีห์ลงมือได้นั่นเป็นสิ่งที่คาดหวังไว้อย่างแท้จริงหลีตั้งได้รับการสนับสนุนจากเลโอนเมื่อในอดีต และปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นคนโปรดอยู่”

เยี่ยนหย่งเลี่ยพึมพำกับตนเอง  “หลีตั้งเป็นคนตรงไปตรงมาและเที่ยงธรรม  เขาใช้ชีวิตตอบแทนความไว้วางใจนับว่าเป็นคนดีแท้จริง”

ทันใดนั้นเขาถาม“เหล่านักสู้ระลอกแรกเข้ากลุ่มดาวนายพรานไปนานเท่าใดแล้ว?”

“ตามที่พวกเขาเดินทางไปพรุ่งนี้เช้านักสู้ระลอกแรกจะสามารถเข้าสู่กลุ่มดาวนายพรานได้” ดัฟฟ์ตอบทันที “ประตูดวงดาวอยู่ภายใต้การควบคุมของสมาพันธ์ชาวยุทธ  แต่ที่ตั้งนั้นอยู่ห่างจากวังหลวงกลุ่มดาวนายพรานราวยี่สิบวัน”

“อาเจ๋ออยู่ที่ไหน?” เยี่ยนหย่งเลี่ยถามทันที

ดัฟฟ์รายงานทันที “องค์ชายเจ๋อตอนนี้กำลังเตรียมพร้อม”

เยี่ยนเจ๋อเป็นผู้สืบทอดลำดับที่สอง เทียบกับเยี่ยนถูแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องความใจสู้ หรือความแข็งแกร่ง เขายังอ่อนด้อยกมากจึงไม่เป็นที่โปรดปรานของเยี่ยนหย่งเลี่ย

เยี่ยนหย่งเลี่ยแค่นเสียง “ด้วยฝีมืออย่างเขา เขาจะทำอะไรได้”

ดัฟฟ์ไม่กล้าตอบ

เยี่ยนหย่งเลี่ยพูดทันที “พาอาเจ๋อตามนักสู้ชุดสุดท้ายไป และไปพบกับท่านถูที่กลุ่มดาวนายพราน

ดัฟฟ์ตื่นเต้นทันที “ฝ่าบาท!”

เพราะฝ่าบาทส่งใครบางคนออกไปตามลำพัง นั่นหมายความถึง...

“ลุกขึ้น” น้ำเสียงของเยี่ยนหย่งเลี่ยเย็น “พวกเจ้าอาจจะไม่มีโอกาสกลับมากลุ่มดาวหมีใหญ่ ถังเทียนเป็นคนที่ลึกซึ้งและจนถึงตอนนี้ข้ายังไม่สามารถเข้าใจได้เขาปล้นสมบัติดวงดาว กระดูกหมีเดียวดายได้อย่างไร เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว นี่เป็นความผิดพลาดประการเดียวที่เขาทำข้าคาดไม่ถึงเลยว่ากลุ่มดาวอันโดรเมดาจะมีสัตว์ร้ายซ่อนตัวอยู่”

“ไม่ว่าอาเต๋อสามารถจับเขาได้หรือไม่ก็ตามข้าชักจะไม่แน่ใจ” สายตาของเยี่ยนหย่งเลี่ยเหม่อมองไกลออกไปทันทีและพึมพำ  “ข้าไม่รู้ว่าถังเทียนแข็งแกร่งมากเพียงไหนบริวารของเขามีพลังมากเพียงไหน ดังนั้นถ้าพวกเขาตลบหลังข้า พวกเขาจะล้มเหลวได้อย่างไร?”

“ฝ่าบาท สถานการณ์จะไม่แย่ขนาดนั้น” ดัฟฟ์ปลอบโยนอย่างเจ็บปวด

เยี่ยนหย่งเลี่ยดูเหมือนกับคิด เขาไม่ได้ยินคำพูดนั้น  และยังคงพูดต่อไป  “สัตว์ร้ายย่อมจะทำร้ายผู้คน  ตอนนี้ข้ารู้ตัวแล้ว  เราประมาทคนอื่นมากเกินไป  แม้แต่ตำแหน่งที่ข้าอยู่ในก่อนนั้นก็ยังดูถูกพวกเขา  เจ้าไปและพาอาเจ๋อไปพบท่านถูมีแต่ท่านถูจึงจะสามารถโจมตีวังได้และจากนั้นกลุ่มดาวนายพรานจะตกอยู่ในเงื้อมมือของเรา  กลุ่มดาวนายพรานอยู่ในตำแหน่งยุทธศาสตร์ด้วยความสามารถของอาเจ๋อ พวกเขาจะไม่สามารถทนอยู่ได้ แต่สมาพันธ์ชาวยุทธจะไม่ยอมนั่งดูเฉยๆ แน่ พวกเขาจะต้องช่วยต่อไป และด้วยความสามารถของท่านถู พวกเขาจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้”

ยิ่งดัฟฟ์ได้ฟัง ก็ยิ่งไม่สบายใจ เขามีน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปแฝงด้วยความเศร้า “อย่างนั้นฝ่าบาททำไมไม่มากับเรา!  เราจะไปยังกลุ่มดาวนายพรานด้วยกันและกลับมา”

เยี่ยนหย่งเลี่ยนส่ายหน้า “ข้าจำเป็นต้องอยู่ในวังนี้และรักษาเสถียรภาพของพลังดวงดาว ไม่มีมันทุกคนจะพินาศ”

“ฝ่าบาท!”  ดัฟฟ์ร้องไห้

เยี่ยนหย่งเลี่ยหัวเราะ “เจ้าควรจะมีความสุขกับข้า ในฐานะผู้นำสามารถตายในวังตัวเอง วิธีการอย่างนั้นเทียบกับตายบนเตียง ข้าสงสัยว่าข้าแข็งแกร่งเพียงไหนถึงได้ตายอย่างนั้น”

เยี่ยนหย่งเลี่ยยืนขึ้นช้าๆ น้ำเสียงของเขาดังสนั่นขณะที่ผมของเขาลุกชัน “ข้าจำเป็นต้องแจ้งให้นักสู้ของกลุ่มดาวหมีใหญ่ของข้าทราบ แม้ว่าข้าจะไม่สามารถขอนักสู้ระดับเซียนคนอื่นมาช่วยพวกเขาได้  แต่ข้าเยี่ยนหย่งเลี่ยกษัตริย์ของพวกเขาจะขอต่อสู้เคียงข้างพวกเขาตลอดไป!  ร่วมตายกับพวกเขาตลอดไป!”

ศีรษะพญาหมีที่อยู่บนศีรษะเขาเปล่งแสงวาบรัศมีแพรวพราวทันทีเกิดลำแสงพุ่งขึ้นท้องฟ้าตรงขึ้นสู่สวรรค์

วังเจ้ากลุ่มดาวนายพราน

ถูชิงชะงักชั่วขณะ เงยหน้าขึ้นมองกลุ่มดาวหมีใหญ่ในอากาศเหนือหัวเขาเปล่งแสงวาบเป็นวงสีขาวเหมือนหิมะ  รังสีแสงฉายลงมาที่สมบัติของพวกเขา

คู่สงครามที่ร่วมรบพากันหยุดทั้งหมด

ทุกคนมองดูเหนือศีรษะของพวกเขาเหมือนกับจะเข้าใจความหมายนั่นคือการสันดาปของกลุ่มดาว หมายความว่าเจ้ากลุ่มดาวสมบัติชั้นเซียนสละจิตวิญญาณยุทธ และเริ่มเผาไหม้กลุ่มดาว

กลุ่มดาวหมีใหญ่จะเผาไหม้เป็นจุลภายในสามเดือน และภายในสามเดือนพลังของสมบัติของกลุ่มดาวหมีใหญ่จะเพิ่มขึ้นมากมาย

เจ้ากลุ่มดาวตายแล้ว

ถูชิงมองดูกลุ่มดาวหมีใหญ่ในท้องฟ้าด้วยท่าทีงุนงงน้ำตาเริ่มไหลพรากอย่างมิอาจระงับได้

ฝ่าบาท, พระองค์พยายามบอกเราว่าเราไม่มีทางถอยอีกแล้วใช่หรือไม่?

ฝ่าบาท, พระองค์พยายามจะบอกเราว่าพระองค์จะต่อสู้เคียงข้างพวกเราใช่หรือไม่?

ฝ่าบาท, พระองค์พยายามจะบอกพวกเราว่าพระองค์ต้องการชนะให้ได้แม้ต้องสละชีวิตของพระองค์ใช่หรือไม่?

ถูชิงปาดน้ำตาและชูกรงเล็บหมีปีศาจในมือ   สายตาของเขามีความมุ่งมั่นขึ้น

ฝ่าบาท, ชัยชนะจะเป็นของพระองค์!

ถูชิงตวาดลั่น “ฆ่า!”

“ฆ่า!”

กองทัพพญาหมีตะโกนพร้อมเพรียงกัน

วังเจ้ากลุ่มดาวนายพรานล่มสลายในวันนั้น

ฝ่ามือของอาเฮ่อร้อนขึ้น เขาพร้อมกับกระบี่กระเรียนปลิวออกไปราวยี่สิบเมตรก่อนจะยืนได้มั่นคงอาเฮ่อลอบประหลาดใจ เส้าเต๋อยังไม่ได้ชักดาบของเขาเองแต่ก็สร้างสถานการณ์ที่ยากลำบากให้กับเขา

เส้าเต๋อก็ประหลาดใจ “ข่าวลือว่าแม้องค์ชายอาเฮ่อไม่ได้เรียนวิชาจากราชินี แต่วิชาของสำนักกระเรียนของเจ้ามีความสำเร็จอย่างลึกซึ้ง  ได้เห็นประจักษ์วันนี้นับว่าสมคำร่ำลือจริงๆ”

เขาลอบประหลาดใจและไม่ได้เสแสร้ง ดาบที่เขาปล่อยออกไปก่อนหน้านั้นแฝงเจตนาฆ่าและเขาไม่มีความปราณีแต่อย่างใด เขาคาดไม่ถึงว่าอาเฮ่อจะเข้ามาลงมือจริงๆซึ่งทำให้เขาประหลาดใจ  เมื่อบรรลุถึงระดับอย่างเขาจะมีดาบหรือไม่ก็ไม่มีความแตกต่างกัน

สำหรับอาเฮ่อสามารถรับพลังโจมตีได้ก็หมายความว่าเขาไม่อ่อนแอแม้แต่น้อย

“ท่านเส้ายกยอข้าเกินไป” อาเฮ่อไม่ถ่อมตัวหรือยกตนข่ม

เส้าเต๋อกวาดตามองดูคนทั้งสามและพบว่าเริ่มชอบคนพวกนี้อยู่ในใจ เขากล่าว “ถ้าพวกเจ้าทั้งสามคนยินดีมาร่วมเราผู้เฒ่านั่งสนทนากันที่นี่สักหนึ่งเดือน  เราผู้เฒ่าเต็มใจจะให้คำสอนแนะนำ  แม้ว่าจะเป็นเรื่องตื้นๆแต่ข้าว่าจะเป็นประโยชน์ต่อน้องชายทั้งสาม”

อาเฮ่อส่ายศีรษะ “ขอบคุณท่านเส้า  ข้าวาสนาน้อยไม่สามารถรับน้ำใจเช่นนี้ได้”

หน้าเส้าเต๋อเขียวคล้ำ “เราผู้เฒ่าแค่หาเรื่องสนุกกับพวกเจ้าทุกคน ไม่ต้องการจะให้พวกเจ้าตายกันหมด”

จากนั้นมีลำแสงฉายขึ้นไปในท้องฟ้าทันที  หน้าของเส้าเต๋อตกตะลึงทันที ขณะที่เขาหันมามอง

“เราทุกคนล้วนแก่มากแล้วและยังคงมีความทะเยอทะยานมากยอมกระทั่งทอดทิ้งชีวิต” เส้าเต๋อถอนหายใจ  “ข้าไม่เคยคิดว่าข้าออกมาแล้วก็ยังไม่สามารถช่วยชีวิตเจ้าได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะเอาสมองของเด็กพวกนี้เซ่นวิญญาณเจ้า”

สายตาของเส้าเต๋อเปลี่ยนเฉยชา  “พวกเจ้าทั้งสามคนบุกเข้ามาพร้อมกันได้เลย”

“เดี๋ยวก่อน!”  ถังเทียนกระโดดเข้ามาทันที  เขาถูหมัดกับฝ่ามือ “เฮ้,  พวกเจ้าสองคนผ่านไปแล้ว  ข้ายังไม่ลองฝีมือกับเขาเลย”

เส้าเต๋ออารมณ์ไม่ดี เขามองดูถังเทียน สายตาของเขาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตคิดจะฆ่า

ถังเทียนไม่สนใจแม้แต่น้อย นัยน์ตาเขาเต็มไปด้วยความลุ่มหลงท้าทายขณะที่เขามองดูเส้าเต๋อ

นักสู้ระดับเซียน เขาคือนักสู้ระดับเซียนนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ท้าทายนักสู้ระดับเซียนหรือนี่?  ตื่นเต้นมาก

“ข้ามาแล้ว!”

ถังเทียนตะโกน เท้าของเขาระเบิดพลังออกทันที เขาพุ่งเข้าหาเส้าเต๋อ

เส้าเต๋อหรี่ตาพลังที่ระเบิดออกมาของถังเทียนเป็นท่าเท้าพื้นฐาน แต่ความเร็วนั้นสุดยอด  ไม่,ความเร็วนั่นเกินกว่าท่าเท้าพื้นฐานแน่นอน

วิ่งมาได้ครึ่งทาง ถังเทียนรวบรวมพลังได้พอและยิงหมัดออกไป

เส้าเต๋อหรี่ตาอีกครั้ง วิชาหมัดพื้นฐาน

หมัดของถังเทียนปรากฏในสายตาเขา เต็มไปด้วยช่องว่าง แต่...

ร่างของเส้าเต๋อถอย นับเป็นครั้งแรกที่เส้าเต๋อถอย

ปัง!

ระลอกอากาศระเบิดข้างหน้าของเส้าเต๋อ  เส้าเต๋อรีบตัดสินใจทันที

หมัดรวดเร็วขนาดนั้น หนักหน่วงขนาดนั้นเชียว

ขณะเดียวกัน เขาหรี่ตาอีกครั้ง ร่างของเขาถอยอีกครั้ง

ปัง ปัง ปัง!

ระลอกอากาศกดดันใส่เขาเป็นชุดทั้งหมดระเบิดออกมาอย่างเข้มข้นเหมือนเป็นเสียงเดียวกัน

ถี่และไวมาก

หัวใจของเส้าเต๋อแข็งยะเยือก  วิชาหมัดพื้นฐาน ภายใต้ความถี่สูงขนาดนั้นทำให้เขาต้องถอยครั้งแล้วครั้งเล่า

กระแสอากาศที่แหลมคมกวาดผ่านหน้าของเส้าเต๋อ

ทันใดนั้น สายตาของเส้าเต๋อเคร่งเครียด

เส้นผมที่หน้าผากของเขาขาดเป็นสองส่วน

จบบทที่ ตอนที่ 430 ทางเลือกของเยี่ยนหย่งเลี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว