เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24: เง็กเซียนฮ่องเต้ ข้าขอฟ้องร้องฝ่ายพุทธ!

บทที่ 24: เง็กเซียนฮ่องเต้ ข้าขอฟ้องร้องฝ่ายพุทธ!

บทที่ 24: เง็กเซียนฮ่องเต้ ข้าขอฟ้องร้องฝ่ายพุทธ!


บทที่ 24: เง็กเซียนฮ่องเต้ ข้าขอฟ้องร้องฝ่ายพุทธ!

ปีศาจหมีดำถึงกับบื้อใบ้ไปชั่วขณะ สิ่งที่มันเห็นอยู่ตรงหน้านี้คืออะไรกัน?

มหาเทพเหวินจง ผู้คุมทัณฑ์สวรรค์... เอ้อหลางเสิน หยางเจี่ยน... องค์ชายสามนาจา...

แล้วผู้อาวุโสสามท่านที่ยืนอยู่หน้าสุดนั่นล่ะ เหตุใดเพียงแค่มันเหลือบมอง ร่างกายก็สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจเช่นนี้? กลิ่นอายพลังระดับนี้ อย่างน้อยต้องเป็นระดับต้าหลัวจินเซียนใช่หรือไม่?

ทว่าสิ่งที่มันไม่ล่วงรู้ก็คือ ในฐานะ ‘มนุษยบรรพชน’ ผู้แบกรับชะตากรรมของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด พวกเขาได้ตัดสังโยชน์สามศพและบรรลุถึงจุดยอดของระดับกึ่งเซียนมานานแสนนานแล้ว!

ซุนหงอคงกระโดดตัวลอยเข้าไปหาผู้อาวุโสทั้งสามพลางฉีกยิ้ม “ท่านมหาอริยปราชญ์ ข้าพานามเจ้าหมีดำมาแล้ว”

“อืม... มหาเทพ ท่านถอยไปก่อนเถิด”

สุยเหรินซื่อพยักหน้า ส่งสัญญาณให้ซุนหงอคงถอยออกไป... ซุนหงอคงไม่กล้าเอ่ยขัด เขาฉีกยิ้มแห้งๆ แล้วถอยไปยืนข้างองค์ชายสามนาจา... เขารู้สึกถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยและผูกพันอย่างยิ่งจากมนุษยบรรพชน ดังนั้นนอกจากจะไม่หวาดกลัวแล้ว เขายังว่าง่ายอย่างถึงที่สุด

ทางด้านมนุษยบรรพชนเองก็ล่วงรู้ถึงที่มาของซุนหงอคงดี พวกเขาเห็นวานรตนนี้เป็นดั่งพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ ย่อมไม่มีทางเข้มงวดรุนแรงด้วยอยู่แล้ว

“เจ้าหมีดำ”

“ขะ... ข้าอยู่นี่แล้ว!”

ปีศาจหมีดำสะดุ้งสุดตัว รีบก้มลงกราบกรานอย่างขลาดเขลา...

แน่นอนว่ามันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขลาดเขลา... ด้วยขุมกำลังที่ชุมนุมอยู่บนหมู่เมฆในตอนนี้ ลำพังปีศาจหมีตัวหนึ่งจะกล้าตั้งคำถามได้อย่างไร?

“มหาเทพ ท่านมีสิ่งใดจะบัญชาข้า โปรดสั่งมาได้เลย!”

“ข้าจะถามเจ้าไม่กี่เรื่อง จงตอบตามความจริง! ชะตากรรมของเจ้าขึ้นอยู่กับสิ่งที่เจ้าได้กระทำลงไป”

“ข้อแรก เจ้าล่วงรู้เรื่องที่อารามกวนอิมดักปล้นฆ่าผู้เดินทางหรือไม่?”

“ข้า... ข้ารู้...” ปีศาจหมีดำเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดตนจึงถูกเชิญตัวมาพบเหล่าผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ มันรู้ซึ้งถึงการกระทำโฉดชั่วของอารามกวนอิมเป็นอย่างดี แต่ในฐานะปีศาจตนหนึ่ง มันจะไปหยุดยั้งมนุษย์ไม่ให้ทำชั่วได้อย่างไร?

“แต่ข้า... ข้าเป็นเพียงปีศาจ! ข้าคงไม่อาจห้ามมนุษย์ไม่ให้ทำชั่วได้ใช่หรือไม่? การติดต่อระหว่างข้ากับเจ้าอาวาสมีเพียงเรื่องของการบำเพ็ญเพียรเท่านั้น และในการปะทะส่วนใหญ่ ข้าก็เพียงแค่ชิงทรัพย์แต่ไม่เคยคิดเอาชีวิตคน! มหาเทพ ข้าเลื่อมใสในพุทธศาสนาและเชื่อในกฎแห่งกรรม ข้าไม่มีทางฆ่าแกงใครโดยง่าย ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่ข้าด้วย!”

เหล่ามนุษยบรรพชนสบตากัน... ปีศาจหมีดำตนนี้ไม่มีรังสีการฆ่าฟันของมนุษย์ติดตัวมามากนักจริงๆ... หากเทียบกับเหล่าภิกษุเบื้องล่างแล้ว มันแทบจะเรียกได้ว่าเป็นผู้ทรงศีลเลยทีเดียว!

“อย่าพูดมากความ บาปของเจ้าจะหนักหนาเพียงใดมิใช่เจ้าเป็นผู้กำหนด! จงตอบคำถามต่อไปแต่โดยดี!”

มหาเทพเหวินจงแค่นเสียงคำรามด้วยความโกรธ เปรี้ยง! สายฟ้าฟาดลงที่ปลายเท้าของปีศาจหมีดำจนดินแตกระแหง...

กระแสไฟฟ้าที่กระจายตัวทำเอาปีศาจหมีดำชาไปทั้งร่าง... มันไม่กล้าดิ้นรนหรือถามซ้ำอีก... ในสถานการณ์เช่นนี้ แค่รักษาชีวิตไว้ได้ก็นับว่าบุญโขแล้ว ส่วนความเจ็บปวดน่ะหรือ จะมาเท่าไหร่ก็เชิญ!

ขอเพียงไม่ตาย มันก็ไม่สนสิ่งใดทั้งสิ้น!

“คำถามที่สอง” สุยเหรินซื่อเอ่ยด้วยใบหน้าเย็นชา “เจ้าเห็นการกระทำของอารามกวนอิมมามากน้อยเพียงใด?”

“เกือบทั้งหมด... ข้าเห็นมาโดยตลอด”

“ดีมาก จงถ่ายโอนความทรงจำทั้งหมดที่เจ้ามีเกี่ยวกับอารามแห่งนี้ลงในหินฉายเงาเสีย... อย่าได้ปิดบังแม้เพียงนิดเดียว!”

“น้อมรับบัญชา!”

ปีศาจหมีดำรับหินฉายเงามาจากมือของนาจาด้วยอาการสั่นเทิ้มยิ่งกว่าเดิม... ปรากฏว่าองค์ชายสามนาจาผู้นั้น เป็นเพียงแค่ ‘ผู้ช่วย’ ในกลุ่มคนเหล่านี้เท่านั้นเองหรือ...

เมื่อบันทึกความทรงจำเสร็จสิ้น สุยเหรินซื่อก็สะบัดมือฉายภาพขึ้นสู่กลางเวหา... ภาพเหตุการณ์ปรากฏชัด เจ้าอาวาสจินฉือนาเหล่าภิกษุใช้พระนามของพระโพธิสัตว์กวนอิมบังหน้าเพื่อก่อกรรมทำเข็ญ

พวกมันบ้างก็บีบบังคับให้ราษฎรขายบุตรธิดา บ้างก็เข้ายึดครองที่ดินและทรัพย์สินโดยมิชอบ ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาถูกลากตัวไปยังที่ลับตาและสังหารทิ้งอย่างโหดเหี้ยม โครงกระดูกถูกทิ้งไว้กลางป่าช้าให้เน่าเปื่อยโดยไร้การฝัง... แม้แต่เจ้าที่เจ้าทางในแถบนั้นยังทนดูไม่ได้ ต้องคอยเก็บกวาดวิญญาณเหล่านั้นลงสู่ปรโลก...

ที่สำคัญที่สุด คือสิ่งที่พวกมันกระทำต่อหญิงสาวชาวบ้าน...

“อารามกวนอิม... สมควรถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก!”

ชิงล่วนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ นางเป็นตัวแทนจากวังวาคำประกาศของนางย่อมมีน้ำหนักมหาศาล!

มนุษยบรรพชนแค่นเสียงเย็นชาพลางสะบัดแขนเสื้อ... เหล่าภิกษุโฉดแห่งอารามกวนอิมทั้งหมดถูกดูดหายเข้าไปในแขนเสื้อของเขาทันที

จากนั้น เขาจึงหันมามองปีศาจหมีดำ “ข้าจะให้โอกาสเจ้าไถ่บาป จงตามข้าขึ้นสู่สรวงสวรรค์เพื่อเป็นพยานชี้ตัวกวนอิม!”

“เอ่อ... เรื่องนี้...” สีหน้าของปีศาจหมีดำเปลี่ยนไปทันที นั่นคือกวนอิมมหาโพธิสัตว์แห่งฝ่ายพุทธเชียวนะ! ยอดฝีมือระดับกึ่งเซียนเชียวนะ!

ทว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าเทพเทวานับร้อยบนท้องฟ้า โดยเฉพาะผู้นำอย่างมนุษยบรรพชน ปีศาจหมีดำก็ต้องจำใจยอมสยบ... ไม่ใช่ว่ามันอยากจะกล่าวโทษพระโพธิสัตว์ที่มันเลื่อมใส แต่มันจำเป็นต้องเอาชีวิตรอดในสถานการณ์นี้ให้ได้!

มันรีบยืดอกและประกาศกร้าว “มหาเทพโปรดวางใจ ข้าเจ้าหมีเฒ่าก็ไม่ชอบขี้หน้าพวกพระในอารามนั่นมานานแล้ว! การชำระล้างแผ่นดินให้สะอาดเป็นหน้าที่ของปีศาจทุกตน! มหาเทพ ข้าจะไปกับท่านเพื่อชี้ตัวพวกคนบาปเหล่านั้นเอง!”

“อืม ดีมาก ตามข้ามาเถิด เมื่อเรื่องนี้จบลง การจะรับเจ้าเข้าสู่ถ้ำเมฆาอัคคีในฐานะเทพารักษ์ก็ใช่ว่าจะเป๋นไปไม่ได้!”

คำมั่นสัญญาของสุยเหรินซื่อทำเอาปีศาจหมีดำดีใจจนแทบเนื้อเต้น หากได้เข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของมนุษย์ มันจะไม่เหลียวแลพุทธศาสนาอีกเลย! การเลื่อมใสในพุทธศาสนา ถ้าพูดกันตามตรงก็แค่ต้องการหาที่พึ่งพิงใหญ่ๆ เท่านั้นเอง!

แต่ฝ่ายพุทธจะมาเทียบกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้อย่างไร? นี่คือตัวเอกตลอดกาลของฟ้าดิน! แม้แต่เทพธิดาหนี่วาหรือเล่าจื๊อ ต่างก็บรรลุเป็นเซียนได้เพราะพึ่งพาบารมีของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งนั้น!

“เจ้าหมีดำขอบพระคุณมหาเทพที่ประทานโอกาส!”

“ไปกันเถอะ อย่าให้เสียเวลา! ซุนหงอคง เจ้าก็ตามมาด้วย...”

“ซุนหงอคงน้อมรับคำบัญชา!”

และแล้ว ขบวนเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่ยกมาอย่างอลังการ ก็ยกทัพกลับสู่สรวงสวรรค์อย่างยิ่งใหญ่เช่นกัน

ทางด้านอาราม เมื่อถึงเวลานัดหมาย เฉินเสวียนจ้างเดินออกจากห้องสมาธิพร้อมไม้เท้าขักขระในมือ เตรียมพร้อมจะเปิดฉากสังหารหมู่... ทว่าเขากลับพบว่าในอารามทั้งหลัง ไม่มีพระเหลืออยู่เลยแม้แต่รูปเดียว?

มารดามันเถอะ ใครมันมาแย่งคิลข้าไปวะ! ข้ากะจะอาละวาดให้ฝ่ายพุทธต้องสะเทือนเสียหน่อย!

เฉินเสวียนจ้างเดินกลับเข้าห้องด้วยอาการฟึัดฟัดแล้วทิ้งตัวลงนอน... เรื่องนี้ไม่ต้องเดาก็รู้ ต้องเป็นฝีมือของซุนหงอคงแน่ๆ! รอเจ้าลิงนั่นกลับมาเขาก็คงจะได้รู้ความจริงเอง!

ณ ตำหนักหลิงเซียวบนสรวงสวรรค์ เง็กเซียนฮ่องเต้จ้องมองเหล่าเทพเทวาที่มาชุมนุมกันเต็มวิมานด้วยอาการตาเขม่น... นี่... นี่มันคือการก่อกบฏหรืออย่างไร?

หรือว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะรู้สึกว่าใช้ชีวิตลำบากเกินไป เลยจะลากเหล่าเทพที่เป็นมนุษย์มาช่วยกันโค่นเขาลงจากบัลลังก์? มิเช่นนั้น เหตุใดมนุษยบรรพชนที่ไม่เคยปรากฏตัวเลยนับตั้งแต่สงครามจัวลู่ ถึงได้มาปรากฏตัวที่นี่ในตอนนี้?

คนเหล่านี้คือรากฐานที่แท้จริงของมนุษย์! บารมีของพวกเขาในหมู่มนุษย์นั้นยิ่งใหญ่เสียยิ่งกว่าตรีราชันเสียอีก!

“มนุษยบรรพชน... เหตุใดท่านจึงมาที่นี่?”

เง็กเซียนฮ่องเต้เอ่ยถามด้วยความระแวดระวัง โดยเฉพาะเมื่อเห็นเหล่าเทพมากมายที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง เขาก็ยิ่งรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า

เอ้อหลางเสิน หยางเจี่ยน เฝ้ามองเหตุการณ์นี้อย่างเงียบๆ และเริ่มรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ของเขากับเผ่าพันธุ์มนุษย์ดูจะแน่นแฟ้นขึ้นมาทันตาเห็น?

อย่างไรเสีย เขาก็เป็นลูกครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ มีเลือดมนุษย์อยู่ในกายครึ่งหนึ่ง! อีกทั้งบิดาก็เป็นมนุษย์ นามสกุลหยาง หากเขาจะบอกว่าตนเองเป็นมนุษย์ ก็คงไม่มีใครกล้าคัดค้านใช่หรือไม่?

“เง็กเซียนฮ่องเต้ ข้ามีเรื่องจะฟ้องร้องฝ่ายพุทธ!”

เง็กเซียนฮ่องเต้กะพริบตาปริบๆ ฟ้องร้องฝ่ายพุทธงั้นหรือ? แปลว่าไม่เกี่ยวกับเขาสินะ?

ทันใดนั้น เง็กเซียนฮ่องเต้ก็ยืดอกขึ้นทันที สีหน้ากลับมาเคร่งขรึมและทรงอำนาจอีกครั้ง!

“มีข้อหาใดบ้าง?”

“ข้อแรก ข้าขอประณามเหล่าภิกษุอารามกวนอิมที่ใช้พระนามของพระโพธิสัตว์บังหน้าเพื่อทำชั่ว เข่นฆ่าราษฎรมนุษย์ดั่งผักปลา ข้อสอง ข้าขอประณามฝ่ายพุทธที่หย่อนยานในการปกครอง ปล่อยให้คนโฉดแอบอ้างชื่อเสียง และข้อสาม ข้าขอประณามคำสอนของฝ่ายพุทธที่ทำให้เหล่าภิกษุหลงลืมเผ่าพันธุ์และบรรพชน ไปสมคบคิดกับพวกปีศาจจนไร้ซึ่งจิตสำนึกแห่งความเป็นมนุษย์!”

สิ้นคำกล่าวหาทั้งสามข้อ ทั่วทั้งตำหนักหลิงเซียวพลันตกอยู่ในความเงียบงัดทันที...

จบบทที่ บทที่ 24: เง็กเซียนฮ่องเต้ ข้าขอฟ้องร้องฝ่ายพุทธ!

คัดลอกลิงก์แล้ว