เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 423 กระดูกทอง

ตอนที่ 423 กระดูกทอง

ตอนที่ 423 กระดูกทอง


“เจ้ารู้ไหมทำไมเราถึงปล่อยให้เจ้ามีชีวิตต่อไป?” เซรีนกระพริบตาปริบๆ มองตวนมู่ ดวงตาที่สดใสของนางกลมขณะที่นางยิ้มหวาน

ตวนมู่พยักหน้าตามตรง  “ข้ารู้ในฐานะเป็นผู้สอนใช้อาวุธและเป็นผู้ฝึกซ้อมให้ด้วย”

“ถูกต้อง”เซรีนเสยผมพร้อมกับทำท่าทางยั่วยวน “วางใจได้ ด้วยงานควบคู่ของเจ้า แล้วข้าจะเพิ่มเงินเดือนให้เจ้าน่าเสียดายชี่กวงใช้งานได้จำกัด และดูเหมือนไม่มีใครชอบใช้ดาบแบบเขา เอ่..เราก็ปล่อยให้เขาเสียเปล่าไม่ได้เสียด้วย เขาเป็นคู่หูฝึกซ้อมที่ดี บางทีข้าอาจสร้างอาวุธจักรกลวิญญาณที่ใช้ดาบแบบนั้นบางจะดีหรือเปล่านะ?  โอว, ข้าควรจะไปปรึกษาเรื่องนั้นกับถังโฉ่วดู”

เมื่อมาถึงท้ายการสนทนา  นางมักพูดกับตัวเองเสมอ

ตวนมู่มักทำตัวเงียบ  คำพูดของนางปกติไม่ชอบถูกขัดคอ แต่น้ำเสียงของเซรีนทำให้เขารู้สึกเสียใจต่อชี่กวงเพราะชี่กวงอาจไม่รู้ว่าเขาถูกตรวจสอบอยู่แล้ว ถ้าเซรีนไม่เค้นเอาคุณค่าและประโยชน์จากเขา พวกเขาคงไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่

เซรีนจัดท่าทางและยิ้ม“นั่นสินะ เจ๊ผู้นี้ชอบเจ้าอยู่นะดังนั้นข้าจะส่งเจ้าไปอยู่หน่วยที่หนึ่งเป็นพิเศษ ชี่กวงจะอยู่หน่วยที่สอง อีกหนึ่งเดือนทั้งสองหน่วยจะต้องมาแข่งกัน  ใครแพ้ต้องปรับโทษ  เจ๊ขอเตือนไว้ก่อนนะ  เจ้าจะไม่ชอบถูกลงโทษแน่นอน”

เมื่อเห็นเซรีนยิ้มที่ดูเหมือนไม่ยิ้มตวนมู่สั่นโดยไม่รู้ตัว สตรีนางนี้ดูเหมือนจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

ตวนมู่จัดการแก้ปัญหาในใจ  ไม่ว่ายังไงก็ต้องให้หน่วยที่หนึ่งชนะเลิศให้ได้

เขาได้เห็นความแข็งแกร่งทั้งสองหน่วยแล้ว  ความเคลื่อนไหวทั่วทั้งร่างกายของพวกเขาสร้างความประทับใจลึกๆให้เขา เขารู้สึกว่าแผนที่เซรีนใช้เขากับชี่กวงนั้นเหมาะสมจริงๆ

แต่ศัตรูกี่คนถึงจะมีนักสู้ระดับทองมาฝึกให้พวกเขาเล่า?มันดูฟุ่มเฟือยเกินไปหรือเปล่า...

ในไม่กี่วันเขามักคิดเรื่องกองทัพจักรกล และตัดสินคาดเดา แต่เมื่อเขาโต้ตอบกับพวกเขาจริงๆ เขาพบว่าพวกเขามีระดับที่ต่ำมากอย่างน่าประหลาดใจ

ระดับหกนั่นคือระดับที่มาตรฐานสำหรับกองทัพ ซึ่งก็ยังต่ำมาก แต่สำหรับกลุ่มนักสู้ระดับต่ำที่ผสานพลังกันปลดปล่อยพลังที่น่าทึ่งเช่นนั้นได้มาตรฐานของหัวหน้าทหารของพวกเขาสร้างความประหลาดใจให้กับเขา

แต่ถ้านักสู้อาวุธจักรเพิ่มระดับได้หนึ่งถึงสองระดับอะไรจะเกิดขึ้น?

กองทัพจะกลายสภาพไปเป็นอะไร?

ความคิดเช่นนี้ผุดขึ้นมาเองและค้างอยู่ในใจของตวนมู่  เมื่อรู้จักพวกเขาดีขึ้นเขาจึงตระหนักว่าระดับของพวกเขายังต่ำอยู่ และมาตรฐานการเสริมและการฝึกระดับต่ำพวกเขายอมรับว่าเกี่ยวข้องกันโดยตรง

ไม่มีคำแนะนำที่ถูกต้อง  ทรัพยากรจำกัด..

ถ้าเงื่อนไขเหล่านี้ถูกจัดการอย่างเหมาะสมแล้ว  อย่างนั้นพลังของนักสู้จักรกลอาจจะเพิ่มขึ้นไปอีกระดับก็ได้  แม้ว่าพวกเขาจะยังอายุเยาว์และพวกเขาไม่ใช่อัจฉริยะ แต่ก็สามารถสำเร็จที่ระดับเจ็ดหรือแปดได้อย่างไม่มีปัญหา

นั่นคือความแตกต่างกันระหว่างตระกูลชนชั้นสูงที่ร่ำรวยและตระกูลคนธรรมดา  สำหรับตระกูลชนชั้นสูงที่ร่ำรวย  พวกเขาได้ค้นคว้าหาระบบการฝึกอบรมที่ดีที่สุดมานาน  พวกเขาไม่ต้องรอให้อัจฉริยะปรากฏตัว  แต่เพ่งไปที่วิธีการฝึกที่ได้ผลก็สามารถสร้างนักสู้ที่โดดเด่นออกมาได้

ครอบครัวชนชั้นสูงที่ร่ำรวยมีความมั่นคงมากกว่าซึ่งมีชีวิตชีวาและความเหนียวแน่นมากกว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญวิธีฝึกฝนของตระกูลชนชั้นสูงทุกตระกูลเป็นความลับทั้งหมดและไม่เปิดเผยกันง่ายๆ

อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งใช้วิธีการดังกล่าวเป็นพวกนักสู้ที่แข็งแกร่ง  พวกเขาแข็งแกร่งทรงพลังเข้าใจวิชาการต่อสู้อย่างลึกซึ้งมากกว่า การค้นคว้าวิจัยการฝึกฝนใดๆจะมีความลึกซึ้งมากกว่านักสู้ธรรมดา พวกเขาไม่อาจเทียบได้กับคนรุ่นแล้วรุ่นเล่าที่ผ่านการพัฒนาโดยตระกูลชั้นสูง  แต่มักจะมีอัจฉริยะโดดเด่นผู้สร้างสำนักของตนและสร้างตระกูลเป็นของตนเองได้

ตวนมู่เป็นนักสู้ประเภทที่เชี่ยวชาญในการใช้สมองของตนและนั่นคือเหตุผลที่เขาสามารถฆ่านักสู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเขาได้

เหตุผลที่เขาตอบตกลงนางจากเพื่อรักษาชีวิตของตัวเขาเองแล้วยังเป็นเพราะเขาสงสัยเรื่องนักสู้สายอาวุธจักรกล เพราะมาตรฐานโดยทั่วไปของนักสู้จักรกลระดับหกก็สามารถเอาชนะกลุ่มโจรสายลมได้นั่นคือสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าเป็นไปได้

เขาตระหนักถึงคุณค่าพวกเขา

เขาเริ่มคิดวิธีอะไรจะสามารถช่วยเพิ่มมาตรฐานของนักสู้จักรกล สถานะของนักสู้จักรกลต่ำกว่าถังไม้ ถ้าเขาสามารถเพิ่มขึ้นมาได้ อย่างนั้น..

“ทางด้านฮั่วฝู่หมัน เจ้าจะคิดว่ายังไง?”  เซรีนยังคงยิ้มต่อ

หัวใจของตวนมู่เย็นเย็นสงบเขาไม่หลบสายตาของเซรีน และตอบตามตรง “สิ่งที่ข้าสัญญาจะทำให้เขาข้าได้ทำไปทั้งหมดแล้ว ข้าไม่เป็นหนี้เขาอีกต่อไป และข้าทำสัญญาจิตวิญญาณยุทธกับเจ้านายไปแล้ว”

เซรีนยิ้มหวาน“อย่างนั้นตอนนี้ทุกคนก็คือครอบครัวเดียวกัน เจ้าทำให้ดีเลยนะอย่าให้ย่อหย่อนกว่าชี่กวง โอว..”

“ข้ารู้”

ตวนมู่ผงกศีรษะและหมุนตัวเดินออกไปข้างนอก

พอเดินออกมาจากห้องใต้ดินก็เป็นพื้นที่สว่างจ้ากึกก้องไปด้วยเสียงตะโกน ร่างขนาดใหญ่หลายร่างกำลังวิ่งอยู่ใต้แสง ที่อยู่ต่อหน้าเขาเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ทันใดนั้นตวนมู่ตื่นเต้นมากสำหรับสิ่งที่จะมาถึง

******

หน้าของอูเซี่ยเคร่งเครียด  ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในเงื้อมมือของเขา

แม้ว่าทาร์ตันได้เกณฑ์กองกำลังป้องกันวังเทพธิดาใหม่  แต่เขาไม่คิดว่าถ้าจะมีคนบุกโจมตี ก็จะไม่ใช่ระดับใหญ่  ด้วยการก่อสร้างวังเทพธิดาใหม่ การป้องกันต่างๆยังไม่หนาแน่นเพียงพอ

อูเซี่ยไม่ท้อถอยเขาผลักดันบริวารของเขาสุดกำลังจนเป็นกำลังที่ต่อต้านไม่ได้ กองพลทหารราบคาดไม่ถึงว่าจะเผชิญกับนักสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนั้นจึงไม่สามารถจัดการป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ็ดมือสังหารที่อยู่ใต้บังคับบัญชาอูเซี่ยพวกเขาสนิทกันเหมือนพี่น้องเข้ากันได้ดีและแข็งแกร่งมาก  เมื่อพวกเขาวางกำลังก็ไม่มีใครสามารถป้องกันพวกเขาได้ หลังจากปะทะกันสองสามระลอก พวกเขาก็ถูกทลายแนวป้องกันฉีกขาดกระเจิง

แอนเดรียนาหน้าซีดเผือด นางคาดไม่ถึงเลยว่าอูเซี่ยจะกล้าเสี่ยงจากการถูกประณามทั่วไปและต่อต้านนางทุกอย่าง

ห่วงนางฟ้าในมือของนางยังคงเงียบและเมื่อล่าสุดพลังของกลุ่มดาวอันโดรเมดาถูกใช้สร้างสมบัติมากขึ้น  ดังนั้นห่วงนางฟ้าจึงค่อนข้างเหนื่อยล้า  แอนเดรียนารู้ตัวเอง  แม้ว่าห่วงนางฟ้าไม่ได้รับความเสียหาย  นางก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักสู้ที่ดีที่สุดของอูเซี่ย เป็นคนที่มีชื่อเสียงความสามารถมีประสบการณ์และเหี้ยมหาญ  วิชาดาบของเขาแข็งแกร่งทรงพลังมาก เขาคนเดียวก็สามารถรับมือพลังป้องกันได้มากกว่าครึ่งทำให้คนที่เหลือทำงานได้ง่ายขึ้น

แนวป้องกันกำลังตกอยู่ในอันตราย

ทันใดนั้นระลอกคลื่นพลังระเบิดขึ้นแต่ไกล

นั่นคือ....

ทุกคนหยุดด้วยความสงสัย พลังงานที่แผ่ระลอกออกมาทำให้พวกเขาใจเต้นแรง  ทุกคนรู้สึกเลือดลมพลุกพล่าน

หน้าของอูเซี่ยเปลี่ยน  สมบัติที่ฝ่าบาทถือครองไว้...

ขณะเมื่อเขาสงสัยระลอกคลื่นพลังงานที่น่ากลัวหยุดลงทันที มันหายไปไม่เหลือร่องรอย  ราวกับว่าเป็นเพียงภาพลวงตา

อูเซี่ยวรู้สึกลมหายใจขาดห้วง  ความคิดน่ากลัวครอบงำตัวเขาทันที

ไม่...เป็นไปไม่ได้...

เวลาผ่านไปช้าๆ  แต่ระลอกพลังงานที่น่ากลัวไม่ปรากฏอีกต่อไป

หน้าของอูเซี่ยซีดเผือดราวกับกระดาษ  เสียงของเขาสั่นของตะโกน “ถอนกำลัง! เราจะถอนกำลัง!”

เหล่าบริวารของเขาตกตะลึง

“นายท่าน...”

อูเซี่ยมีสีหน้าบิดเบี้ยวแล้วตะโกนลั่น  “ถอนกำลัง!  เราจะถอนกำลังกันเดี๋ยวนี้!  ไปหาถังเทียน!”

นักสู้สองสามคนที่รู้สึกตัวสะดุ้งเฮือกทุกคนสีหน้าเปลี่ยน

เมื่อเห็นศัตรูถอนกำลังไปเหมือนคลื่น  แอนเดรียนาซึ่งแทบไม่อาจทนได้ตลอด  รู้สึกเหมือนกับว่านางอยู่ในความฝันและความกลัวเริ่มผุดขึ้นมาทำให้นางถึงกับเข่าอ่อน

ทำไมพวกเขาถอนกำลัง...

แอนเดรียนาคิดถึงสิ่งที่อูเซี่ยพูดก่อนจากไปและนางตระหนักได้ทันที “ถังเทียนตกอยู่ในอันตราย!  รีบแจ้งแม่ทัพเร็วเข้า ให้ไปสนับสนุนถังเทียน!”

เสร็จสิ้นการสั่งงานทุกอย่างจากนั้นนางทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น

หลังจากนั่งมึนงงอยู่นาน  นางค่อยๆ สงบจิตใจจากอาการตกใจ นางนั่งอยู่กับพื้นลูบผมนางในยามคิดอะไรไม่ออก

อูเซี่ยและพวกบ้าไปแล้วหรือ?  พวกเขาพยายามจะทำอะไรกันแน่?

กลุ่มดาวหมีใหญ่!

นางกัดฟันมือของนางกำกระโปรงแน่นจนกระทั่งมือซีดขาว

*******

เจี่ยนฟงหยวนจ้องมองสิ่งที่เหลือของดาบหัวปีศาจในมือของเขา  ความตายที่คุกคามทำให้ความตั้งใจสู้ของเขาหายไปไม่เหลืออยู่เลยพลังในร่างหายไปหมด เขาขาอ่อนและทิ้งตัวนั่งลงกับพื้น

หรงโหรวอยู่ในอาการมึนงงหน้าของเขาขาวซีด แววตาสิ้นหวัง เขารู้ว่าผู้เฒ่าเจี่ยนมักจะเจนโลกและเจ้าเล่ห์เสมอ แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าพลังใจของเขาบอบบางเหมือนกระดาษ

เขาคาดไม่ถึงอย่างมากก็คือพลังของทั้งสามคนแข็งแกร่งมากนัก

โดยเฉพาะถังเทียน...

สายตาของหรงโหรวมองดูถังเทียน  แม้จนถึงตอนนี้  เขาก็ยังไม่เข้าใจถังเทียนเอาชนะฝ่าบาทได้อย่างไร

การต่อสู้ส่งผลอย่างมากมาย

คฤหาสน์ที่ถังเทียนพักอาศัยพังทลาย  แม้รอบๆคฤหาสน์ก็ยังถูกทำลายได้รับความเสียหายหนัก

อาเฮ่อเดินเข้าหาเจี่ยนฟงหยวนและหรงโหรวแทงสกัดเส้นชีพจรพวกเขาไว้

พอเสร็จงานของเขาอาเฮ่อแบกหลิงซิ่วที่หมดสติและถือกระบี่ของเขาเดินเข้ามาหาถังเทียน และพูดอย่างสงบ“ถังเทียน ที่เหลือเจ้าจัดการเอาเอง”

พูดจบเพียงแค่นั้นก็นิ่งเหมือนท่อนไม้เขาล้มกับพื้นหมดสติทันที

หลังจากใช้เจ็ดกระบี่หมุนระบำกระเรียนต่อเนื่อง อาเฮ่อทำลายดาบหัวปีศาจของเจี่ยนฟงหยวนได้สำเร็จและยังทำลายพลังใจและความคิดต่อสู้ของเขา แต่พลังภายในและพลังภายนอกของอาเฮ่อก็หมดไปเช่นกัน

เขาอดทนมาตลอดจนกระทั่งงานเสร็จสิ้นสมบูรณ์  แต่ตอนนี้พอสภาพจิตใจผ่อนคลาย เขาจึงล้มลงหมดสติ

ถังเทียนตกใจกับอาการของอาเฮ่อเขารีบตรวจสอบดูทันทีก็รู้ได้ว่าอาเฮ่อใช้พลังมากเกินไปจึงค่อยรู้สึกเบาใจ  หลิงซิ่วก็เช่นกัน  ถังเทียนถอนหายใจโล่งอกและนั่งลงกับพื้น

การนั่งครั้งนี้กระทบกระเทือนบาดแผลบนร่างกายเขาทำให้เขาร้องครางด้วยความเจ็บปวด

ทันใดนั้นเขาสังเกตเห็นของที่เป็นทองสิ่งหนึ่งอยู่ใกล้ขาเขาจึงหยิบขึ้นมาดูเดิมทีเป็นมือของเยี่ยนถูก่อนนั้น หลังจากนึกถึงตอนต่อสู้ ถังเทียนก็ยังคงได้รับบาดเจ็บจากสิ่งนี้

มันน่าตื่นเต้นมาก  ถ้าเขาช้าไปหนึ่งก้าว  พลังก็จะถูกปล่อยออกมาและเขาเองต่างหากที่จะต้องตาย

หลังจากระลึกถึงระลอกพลังงานที่น่ากลัวแล้วหัวใจถังเทียนรู้สึกกลัว

หลังจากแขนขวาของเยี่ยนถูขาดกระเด็น  ก็มีไฟปะทุขึ้นมา และเผาผลาญจนเหลือแต่เถ้าถ่านทิ้งไว้แต่เพียงวัตถุนี้ ไม่ต้องบอกถังเทียนก็รู้ว่ามันคือสมบัติ

ถังเทียนมองดูวัตถุที่น่าสงสัยมันเหมือนกับกระดูกทอง รูปร่างของมันผิดปกติแต่เรียบเนียนมาก

คงจะเป็นสมบัติระดับทองกระมัง?  จากที่มองเห็น เหมือนกับว่ามันจะไม่มีพลังมากมันมีสัมผัสที่ร้อนและหนัก นอกจากนั้นไม่มีอะไรพิเศษ

ฝ่ามือของถังเทียนยังคงมีแผลสองสามแห่ง  แม้ว่าจะไม่ลึก แต่ก็ยังมีเลือดไหลออกมา

ถังเทียนละเลงเลือดบนกระดูกทองจากมือที่เปื้อนเลือดอยู่แล้วรอยเปื้อนเลือดหายเข้าไปในกระดูกทองอย่างรวดเร็วเหมือนเป็นหยดน้ำในทราย  มันหายไปไม่เหลือร่องรอย

ขณะนั้นเองเริ่มเกิดเหตุเปลี่ยนแปลง

จบบทที่ ตอนที่ 423 กระดูกทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว