- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 97 ช่วงเวลาเมาท์มอยของตาแก่โบราณ
บทที่ 97 ช่วงเวลาเมาท์มอยของตาแก่โบราณ
บทที่ 97 ช่วงเวลาเมาท์มอยของตาแก่โบราณ
บทที่ 97 ช่วงเวลาเมาท์มอยของตาแก่โบราณ
19 พฤษภาคม วันอังคาร สัปดาห์ที่สี่ของการเปิดเทอม ถึงเวลาวิชาประวัติศาสตร์ทฤษฎีของตาแก่โบราณที่ทุกคนคุ้นเคย
ชายร่างท้วม อ้วนกลมเหมือนลูกบอล เดินนวยนาดเข้ามาในห้อง ปรากฏตัวบนหน้าชั้นเรียนปีหนึ่งห้องสามตรงเวลาเป๊ะ
ตาแก่โบราณไม่ค่อยพกหนังสือมาสอน เพราะเนื้อหาที่ต้องสอบ เขาจำได้ขึ้นใจหมดแล้ว
หวังลิ่งคิดว่าในแง่หนึ่ง การสอนโดยไม่ใช้หนังสือแต่สามารถทำให้บรรยากาศในห้องเรียนสนุกสนานจนทุกคนยอมรับได้ เป็นเรื่องยากมาก ในมัธยมหกสิบ ตาแก่โบราณถือเป็นอาจารย์ตัวอย่างที่ทำเรื่องนี้ได้ดีเยี่ยม และการสอนปากเปล่าแบบนี้ ก็เป็นการวัดกึ๋นอาจารย์ผู้สอนได้เป็นอย่างดี
ผ่านไปแค่สุดสัปดาห์กับวันจันทร์ สามวันสั้นๆ ดูเหมือนตาแก่โบราณจะขยายร่างขึ้นอีก... เรื่องความรักระหว่างตาแก่โบราณกับผู้อำนวยการเซี่ยแห่งมัธยมห้าสิบเก้าไม่ใช่ความลับอีกต่อไป ในฐานะผู้ชายมีความรัก หวังลิ่งเดาได้เลยว่ารูปแบบการเดตของตาแก่โบราณ ต้องเป็นการพากันไปตระเวนกินแหลกแน่นอน
หวังลิ่งคิดว่าไม่ใช่แค่ตาแก่โบราณ ผู้อำนวยการเซี่ยก็น่าจะอ้วนขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย...
"สองสามวันมานี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ไม่รู้ว่าพวกเจ้ารู้จักองค์กรที่ชื่อ 'กองทัพอัศวินศักดิ์สิทธิ์' กันไหม?"
พอตาแก่โบราณเปิดประเด็น เสียงฮือฮาในห้องก็ดังขึ้น ชัดเจนว่าแก๊งขายนมผงปลอมแบบลูกโซ่ที่เพิ่งโดนสื่อแฉนี้ ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างล้นหลามในเวลาอันสั้น
แสงวิญญาณวาบขึ้นในมือตาแก่โบราณ กระป๋องเหล็กใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ: "นมผงปลอมกระป๋องนี้ อาจารย์ซื้อมาจากสมาชิกนมอัศวินคนหนึ่ง ตอนนั้นเขายังพยายามชวนอาจารย์เป็นตัวแทนจำหน่ายด้วยนะ"
"อาจารย์ แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ?" หลินเสี่ยวอวี่ถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
"หลังจากนั้นเหรอ... อาจารย์ก็กล่อมจนได้นมผงกระป๋องนี้มาฟรีๆ โดยไม่เสียเงินสักแดง... ส่วนพ่อค้าคนนั้น พอฟังคำสอนของอาจารย์จบ ก็ตัดสินใจกลับตัวกลับใจ เป็นคนดีของสังคม!"
พอตาแก่โบราณเล่าจบ นักเรียนหลายคนหัวเราะ นึกว่าตาแก่โบราณโม้ตามเคย มีแต่ซุนหรงกับหวังลิ่งที่สะดุดกึก... ตอนที่ตาแก่โบราณบอกว่าจะดีดเศษชอล์กฆ่าคน ใครๆ ก็นึกว่าล้อเล่น แต่ดันฆ่าได้จริง
ดังนั้น เรื่องนี้... ก็น่าจะเป็นเรื่องจริงเหมือนกันสินะ?
ครั้งนี้ตาแก่โบราณยกเรื่องนมผงปลอมขึ้นมาเปิดประเด็น เห็นได้ชัดว่ามีนัยแฝง หลังจากจบบท 《วิวัฒนาการและการรีเมคละครย้อนยุคของหัวซิ่ว》 บท 《ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของหัวซิ่ว》 ก็เป็นเนื้อหาหลักของวิชาประวัติศาสตร์ และเป็นหัวข้อบังคับสอบกลางภาคและปลายภาคของตาแก่โบราณ เนื้อหาครอบคลุมกว้างขวางมาก
ก่อนหน้านี้ ตาแก่โบราณแค่ยกตัวอย่างเพื่อกระตุ้นความสนใจนักเรียน
และเมื่อห้องเรียนกลับมาเงียบสงบ ทุกคนก็รู้ว่า ของจริงเริ่มแล้ว...
"ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของหัวซิ่ว ต้องเริ่มจาก 'สงครามเปลือกแตงครั้งที่หนึ่ง' นี่เป็นประวัติศาสตร์แห่งความอัปยศอดสูของชาติที่เต็มไปด้วยหายนะ" ตาแก่โบราณพูดนิยามแล้วถอนหายใจ: "พอได้เสพเข้าไปคำหนึ่ง ก็จะอดไม่ได้ที่จะทำตัวงี่เง่า แล้วเสพคำที่สอง จากนั้นไอคิวก็จะลดต่ำลงเรื่อยๆ"
ทุกคน: "......"
"ที่สำคัญที่สุดคือ พอเสพเปลือกแตงแล้ว จะเสพติด"
ทุกคน: "......"
ตาแก่โบราณยิ้ม: "ในสมัยนั้น กองทัพเปลือกแตงเติบโตเร็วมาก ไม่แพ้กองทัพอัศวินศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้เลย รัฐบาลเลยกังวลมากว่าแก๊งนมผงจะซ้ำรอยกองทัพเปลือกแตง แม้ตอนนี้จะยืนยันแล้วว่าสารในนมผงปลอมไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชาตินั้นรุนแรงมาก"
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย คนที่อ่านล่วงหน้ามารู้ดีว่า กองทัพเปลือกแตงตอนเริ่มก่อตั้ง ก็ใช้วิธีขายตรงแบบลูกโซ่ระดมคนจนขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ตอนนั้นรูปแบบการขายตรงยังไม่เป็นที่สนใจของรัฐบาลหัวซิ่ว กว่าจะรู้ตัว เรื่องก็บานปลายจนควบคุมไม่อยู่แล้ว
ตามสไตล์การสอนของตาแก่โบราณ ก่อนเริ่มบทเรียน เขาจะสรุปโครงสร้างคร่าวๆ ให้ฟังก่อน
จนถึงทุกวันนี้ ในข้อสอบประวัติศาสตร์ทุกปี หัวข้อนี้ยังเป็นข้อสอบบังคับ เพื่อให้นักเรียนจดจำประวัติศาสตร์และไม่ลืมความอัปยศของชาติ
หลังจากสรุปสาเหตุของสงครามเปลือกแตงครั้งที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว ก็ถึงเวลาเมาท์มอยของตาแก่โบราณ
และเป้าหมายการนินทาครั้งนี้ คือ 'จอมมารกัวผี่ (จอมมารเปลือกแตง แสลงว่าคนอ่อนหัด, มือใหม่, หรือคนที่ยังไม่เก่ง)'
"ไม่รู้นักเรียนรู้จักจอมมารกัวผี่กันแค่ไหน?" ตาแก่โบราณยืนถามหน้าชั้น
รอสักพัก เห็นทั้งห้องเงียบกริบ ตาแก่โบราณก็ยิ้มตาหยี: "ลือกันว่าจอมมารกัวผี่คนนี้เก่งกาจมาก ยกตัวอย่างง่ายๆ ท่านแม่ทัพอี้ หนึ่งในสิบแม่ทัพผู้ก่อตั้งประเทศหัวซิ่ว เคยประมือกับจอมมารกัวผี่มาก่อน ตอนนั้นทั้งสองคนประฝ่ามือกัน จอมมารกัวผี่นิ่งสนิทไม่ไหวติง แต่ท่านแม่ทัพอี้กลับถอยหลังไปถึงสามก้าว"
ทั้งห้องฮือฮา!
ท่านแม่ทัพอี้เก่งแค่ไหน?
—— นั่นคือเทพกระบี่เชียวนะ! ตำนานที่ยังมีชีวิต!
"แต่เท่าที่อาจารย์รู้ จริงๆ ตอนนั้นจอมมารกัวผี่บาดเจ็บหนัก แค่ฝืนทนไว้เฉยๆ ดังนั้นหลังจบสงครามเปลือกแตงครั้งที่หนึ่ง จอมมารกัวผี่ก็หายสาบสูญไป ไม่มีใครรู้ร่องรอย" ตาแก่โบราณเล่า
"ตายไปแล้วรึเปล่าครับ?" มีคนถาม เพื่อนส่วนใหญ่ก็สงสัยเหมือนกัน
"มีข่าวลือว่าตายแล้ว ตั้งแต่เริ่มสงครามเปลือกแตงครั้งที่สอง กองทัพเปลือกแตงเดิมก็ตกไปอยู่ในความดูแลของ 'เซียนแท้เสอผี่' ศิษย์เอกของจอมมารกัวผี่ แต่ที่แปลกคือ จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีข่าวยืนยันการตายของจอมมารกัวผี่หลุดออกมาเลย อาจารย์สงสัยว่า เป็นไปได้ไหมที่เซียนแท้เสอผี่คนนี้ อาจจะจับอาจารย์ที่บาดเจ็บไปขังไว้ แล้วยึดอำนาจซะเอง" ตาแก่โบราณตั้งข้อสันนิษฐาน
(เสอผี่ แปลตรงตัวว่า หนังงู หรือจะแปลว่า ผลสละที่เป็นผลไม้ก็ได้)
อาจารย์เอ้อร์ตั้นร้องลั่น: "จับขังแล้วเล่นบทซาดิสม์?! บัดซบ!? จอมมารกัวผี่เป็นมาโซเหรอ?"
"คู่จิ้นศิษย์อาจารย์น่าสนใจที่สุด!" หลินเสี่ยวอวี่หน้าแดงด้วยความตื่นเต้น ในหัวจินตนาการนิยายวายไปแล้วแสนคำ
"แน่นอน ยังมีข่าวลือที่น่าเชื่อถืออีกอย่าง บอกว่าจอมมารกัวผี่เพื่อหนีการตามล่าของศิษย์ ได้ผนึกวิญญาณตัวเองไว้ในของวิเศษชิ้นหนึ่ง ลือกันว่าเป็นหน้ากากที่มีพลังคำสาป..."
พอตาแก่โบราณพูดถึงตรงนี้ หวังลิ่งที่ก้มหน้าอยู่ตลอด พลันเงยหน้าขวับขึ้นมาทันที