- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 76 การเรียนทำให้ข้ามีความสุข
บทที่ 76 การเรียนทำให้ข้ามีความสุข
บทที่ 76 การเรียนทำให้ข้ามีความสุข
บทที่ 76 การเรียนทำให้ข้ามีความสุข
หวังลิ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ บนโต๊ะกองพะเนินไปด้วยหนังสือแบบฝึกหัด แม้เขาจะเป็นตัวแทนโรงเรียนไปร่วมงานแลกเปลี่ยนกระบี่วิญญาณสี่วัน แต่หลักการส่งการบ้านของอาจารย์พานไม่มีข้อยกเว้น งานที่ต้องส่งก็ต้องส่ง ขาดเท่าไหร่ก็ต้องชดเชยให้ครบ
ปีศาจปากกาและภูตยางลบเชื่อมโยงสติปัญญากับหวังลิ่ง หวังลิ่งสามารถสั่งให้พวกมันทำการบ้านแทนได้ แต่มีข้อแม้ว่าความรู้ในแบบฝึกหัดนั้นหวังลิ่งต้องเข้าใจแล้ว ขาดเรียนไปสี่วันเต็ม สิ่งที่หวังลิ่งต้องทำตอนนี้คือเติมเต็มความรู้ที่ขาดหายไป ส่วนงานเขียนค่อยให้ปีศาจปากกากับภูตยางลบจัดการทีหลัง
หวังลิ่งใช้เวลาสองนาทีสรุปรายการเนื้อหาการเรียนสัปดาห์นี้ พบว่าความรู้ที่ขาดหายไปมีไม่น้อย โดยเฉพาะวิชาฟิสิกส์ผู้บำเพ็ญเพียรและคณิตศาสตร์ขั้นสูงผู้บำเพ็ญเพียรที่เวอร์วังอลังการมาก แค่สุดสัปดาห์เดียว อาจารย์สองท่านนี้สั่งข้อสอบคนละห้าชุด!
คำเดียวสั้นๆ คือ โหดสัสรัสเซีย!
อีกคำคือ โรคจิตชัดๆ!
...นี่คงเป็นปฏิกิริยาแรกของนักเรียนส่วนใหญ่เมื่อเห็นการบ้านกองโต
แต่ตรงกันข้าม หวังลิ่งเป็นคนรักการเรียน ตั้งแต่เด็ก วิชาเซียนต่างๆ หวังลิ่งเรียนรู้ได้เองโดยไม่ต้องมีครูสอน รวมถึงสามพันมรรคาวิถีด้วย เหมือนกับเด็กทารกที่เกิดมามีอวัยวะครบสามสิบสอง ความรู้เหล่านี้ฝังลึกอยู่ในสมองเขาตั้งแต่เกิด... แต่ภาษาและวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่หวังลิ่งต้องเรียนรู้เพิ่มเติม และเขาก็สนุกกับกระบวนการเรียนรู้นี้
มีเพียงการเรียนเท่านั้น ที่ทำให้เขามีความสุข!
หน้าโต๊ะหนังสือ หวังลิ่งเปิดตำรา ใส่ที่อุดหู เข้าสู่โหมดเรียนรู้ด้วยตนเองเต็มรูปแบบ ก่อนหน้านี้มีคนสงสัยว่าทำไมที่อุดหูถึงตัดเสียงรบกวนจาก "ทิพยโสต" ได้ เหตุผลง่ายๆ... เพราะที่อุดหูนี้มีส่วนผสมเดียวกับที่ใช้ทำยันต์ผนึก และเป็นสิ่งประดิษฐ์ของหวังหมิง
...
...
นี่คือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่สงบสุข เพราะเปลือกตาของหวังลิ่งไม่กระตุกเตือนภัยล่วงหน้าเลย...
ประมาณเกือบเที่ยง รถบ้านหรูสีเทาจอดอยู่ไกลๆ ไม่ห่างจากวิลล่าตระกูลหวังนัก
"คุณหนูขอรับ เราถึงแล้ว ที่นี่แหละขอรับ"
ในรถ พ่อบ้านชราแต่งกายภูมิฐานหันไปบอกสาวน้อยคนหนึ่ง
สาวน้อยนั่งไขว่ห้าง ดูอายุประมาณสิบสองขวบ ตัวเล็ก สวมกางเกงยีนส์ขาสามส่วนกับเสื้อฮิปฮอปตัวโคร่ง ใส่หมวกอาราเล่ที่มีปีกเล็กๆ สองข้างดูเด่นสะดุดตา
นี่คือโลลิน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มราวกับดาราเด็ก ถ้าไม่ใช่เพราะแถววิลล่าตระกูลหวังคนน้อย สาวน้อยคงโดนคนจำได้ไปนานแล้ว
แน่นอนว่าปกติสาวน้อยจะชอบความรู้สึกโดดเด่นเป็นเป้าสายตา แต่มาอยู่ในที่รกร้างผู้คนแบบนี้ นางก็เลิกหวังว่าจะมีใครจำได้ ถอนหายใจเบาๆ มองผ่านหน้าต่างไปยังวิลล่าหลังเล็กของตระกูลหวังที่อยู่ไม่ไกล: "ผู้ชายที่พี่สาวถูกใจ อยู่ในวิลล่าหลังนั้นเหรอ?"
"ใช่ขอรับ สืบมาเรียบร้อยแล้วขอรับ คุณหนู..."
"เอ๊ะ!? สืบผิดรึเปล่า? พี่เขยในอนาคตของข้า จะเป็นยาจกที่อาศัยอยู่ในชานเมืองกันดารแบบนี้ได้ยังไง?"
"ไม่ผิดแน่นอนขอรับคุณหนู ข้าถามมาจากลู่เจา คนขับรถส่วนตัวของคุณหนูใหญ่" พ่อบ้านชราตอบอย่างตรงไปตรงมา: "แต่ข้าต้องเตือนคุณหนูสักหน่อย ตอนนี้จะเรียกว่าพี่เขยคงเร็วเกินไป แม้สมัยนี้จะนิยมความรักเสรี แต่เรื่องแต่งงานของคุณหนูใหญ่ซับซ้อนมาก ตอนที่คุณหนูใหญ่เกิด..."
"พอแล้วๆ ไม่ต้องพูดเรื่องพวกนี้ น่ารำคาญ..." สาวน้อยกลอกตาบน: "ก็แค่วิบากกรรมหยินหยางไม่ใช่เหรอ? เรื่องนี้ข้ารู้มานานแล้ว! แถมข้ายังรู้วิธีแก้เคล็ดที่ไอ้หมอผีจอมลวงโลกนั่นทิ้งไว้ด้วย"
พ่อบ้านชราเหงื่อตก: "คุณหนูระวังคำพูดหน่อย นั่นคือเซียนผู้วิเศษจากปราสาทโม๋เซียนเชียวนะ"
สาวน้อยยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้: "นี่มันยุคบำเพ็ญเพียรเชิงวิทยาศาสตร์แล้วนะ! ไปเอาความเชื่องมงายพวกนี้มาจากไหนกัน หืม?! ข้าว่าวิธีแก้เคล็ดของไอ้หมอผีเฒ่านั่นเชื่อถือไม่ได้สักนิด... อะไรนะ รอจนหยินหยางวิปโยค ใช้เลือดข้าย้อมฟ้าคราม ฟังดูเพ้อเจ้อชะมัด"
พ่อบ้านชรายิ้มแห้งๆ ส่ายหน้า: "เชื่อไว้ไม่เสียหายนะขอรับ! อีกอย่าง นั่นเป็นคำพูดของเซียนผู้วิเศษจากปราสาทโม๋เซียน(ปราสาทเยื่อหุ้มเซียน)... คุณหนูใหญ่ต้องตามหาคนแปลกประหลาดที่สามารถใช้โลหิตโม๋(เยื่อหุ้มเซลล์) ย้อมท้องฟ้าได้ ถึงจะแก้คำสาปมรณะได้"
สาวน้อยขี้เกียจเถียงกับพ่อบ้านหัวโบราณ จัดเสื้อผ้าเตรียมลงรถ หันไปถามพ่อบ้าน: "ของขวัญเตรียมพร้อมหรือยัง?"
แม้จะเป็นการพบกันครั้งแรก แต่ก็ต้องมีของติดไม้ติดมือ จะให้เสียชื่อเครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียนไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ตระกูลสอนซุนอวี้มาตั้งแต่เด็ก
พ่อบ้านชรายื่นถุงสมบัติเฉียนคุนให้ซุนอวี้: "คุณหนูครับ ในถุงมีท้อสวรรค์หมื่นปีสองลูก กินแล้วอายุยืน ขับถ่ายคล่อง; ยาคงโฉมบำรุงผิวสองเม็ด กินแล้วผิวสวย ขับถ่ายคล่อง; ยาแก้พิษเสวียนหวงสองเม็ด กินแล้วขับพิษ ขับถ่ายคล่อง; ยาบำรุงแปดเซียนสองเม็ด กินแล้วบำรุงกระเพาะ ขับถ่ายคล่อง นอกจากนี้ยังมี..."
"...พอแล้ว!"
ซุนอวี้ไม่รอให้พ่อบ้านขี้บ่นพูดจบ แย่งถุงสมบัติมาอย่างหงุดหงิด แล้วรีบลงจากรถไป
...
...
สาวน้อยยืนอยู่หน้าวิลล่าตระกูลหวัง ไม่รู้เลยว่ามีชายหนุ่มผู้จริงจังคนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาเรียนหนังสืออยู่บนชั้นสอง
เดินวนเวียนอยู่หน้าประตูสักพัก ซุนอวี้ระดมสมองคิดคำทักทาย ตอนนี้เป็นวันหยุด... คนมาเปิดประตูอาจไม่ใช่ผู้ชายที่พี่สาวเล็งไว้ อาจเป็นพ่อแม่ของเขาก็ได้
แล้วตอนเปิดประตู จะบอกชื่อจริง หรือชื่อในวงการดีนะ?
ชื่อในวงการของนางคือเสวี่ยเถา ซุนอวี้มั่นใจว่าชื่อตัวเองดังพอตัว แต่ก็ไม่แน่ใจว่าชื่อเสียงจะดังมาถึงชานเมืองกันดารแบบนี้หรือเปล่า... ถ้าบอกชื่อวงการไปแล้วเขาไม่รู้จัก คงหน้าแตกน่าดู
ขณะที่ซุนอวี้รวบรวมความกล้า เตรียมจะเคาะประตู ทันใดนั้น เงาร่างวูบไหว สองชายฉกรรจ์สูงสิบศอกกระโดดลงมาจากคานบ้าน...
"บัดซบ! พวกเจ้าเป็นใคร?" ซุนอวี้ตกใจแทบสิ้นสติ
"ขออภัยแม่นาง"
หนึ่งในชายฉกรรจ์มองสาวน้อย พูดด้วยสีหน้าจริงจัง: "...ห้ามใครรบกวนเวลาเรียนของนายท่านเด็ดขาด!"