- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 63 สหายจัวอี้สุดยอด!
บทที่ 63 สหายจัวอี้สุดยอด!
บทที่ 63 สหายจัวอี้สุดยอด!
บทที่ 63 สหายจัวอี้สุดยอด!
ข่าวจับกุมสาวน้อยต้องสงสัยว่าเป็นหัวหน้าเงาพรายได้ สร้างความฮือฮาไม่น้อย
นึกย้อนกลับไปตอนเงาพรายส่งนักฆ่าผ้าคาดแดงมาตายยกทีมที่มัธยมหกสิบ คราวนี้มัธยมหกสิบมาแลกเปลี่ยนที่มัธยมห้าสิบเก้า... ผลคือนักฆ่าผ้าคาดทองที่กะจะฉวยโอกาสป่วนงานแลกเปลี่ยน ยังไม่ทันได้ก้าวขาเริ่มแผน ก็โดนจับขังคุกไปซะแล้ว
ที่สำคัญคือ คนที่จับสาวน้อยคนนี้ได้ ดันเป็นพี่ชายของนักเรียนมัธยมหกสิบคนหนึ่ง...
เป็นมัธยมหกสิบอีกแล้ว...
ทุกคนนึกย้อนถึงเหตุการณ์เกี่ยวกับเงาพรายช่วงหลังๆ นี้ เรื่องที่กรมตำรวจผู้บำเพ็ญเพียรระดับชาติออกหมายแดงสั่งสอบสวนมาตั้งหลายปีแต่ไม่มีความคืบหน้า กลับกลายเป็นว่าในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังเปิดเทอม คดีกลับมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องโดยมีโรงเรียนมัธยมธรรมดาๆ เล็กๆ เป็นจุดศูนย์กลาง... โรงเรียนนี้มันมีพิษรึไงฟะ!?
และเรื่องนี้ ก็จุดประเด็นให้ผู้คนถกเถียงกันอีกครั้ง
ทำไมสาวน้อย 36D ผู้งดงาม ถึงกลายเป็นจอมมารกระหายเลือดฆ่าคนไม่กะพริบตา? แผนการที่เตรียมมาอย่างดี ทำไมถึงถูกมองทะลุตั้งแต่ยังไม่เริ่ม? เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้ คือความบิดเบี้ยวของศีลธรรมหรือความเสื่อมทรามของจิตใจมนุษย์? คือการต่อสู้ระหว่างแสงสว่างกับความมืด? หรือเป็นการชิงไหวชิงพริบระหว่างกลอุบายกับสติปัญญา... คำถามมากมายที่เกิดขึ้นเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ช่างชวนให้ขบคิดจนหัวแตก
ตอนนี้ สาวนักฆ่าที่ถูกจับยังไม่ฟื้น ส่วนหวังเสี่ยวเอ้อร์ ฮีโร่ผู้หยุดยั้งเหตุร้าย ก็ถูกนำตัวไปหลังจากเข้าสถานีตำรวจได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง... เหตุการณ์ต่อเนื่องเหล่านี้ ราวกับมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างดิบดี
เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของหวังหมิง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ผู้บำเพ็ญเพียรแห่งชาติจึงชี้ทางสว่างให้ตำรวจที่กำลังงงๆ —— ไปถามสำนักงานรวมร้อยโรงเรียนผู้บำเพ็ญเพียรเมืองซงไห่สิ
ดังนั้น หลังจากคุยสัพเพเหระกับท่านเลขาฯ ซุนต๋าคังในห้องทำงานมาหลายชั่วโมง จัวอี้เพิ่งจะกลับถึงบ้าน โทรศัพท์บ้านก็ดังระงมอีกรอบ
จัวอี้เหลือบมองเบอร์โทร สายที่ไม่ได้รับเพียบ และสายที่กำลังโทรเข้ามาตอนนี้ คือซุนต๋าคัง...
แม้จะคุยกับท่านผู้นำรุ่นเก๋ามาทั้งบ่ายจนเริ่มหงุดหงิด แต่จัวอี้รู้ดีว่า... เขาไม่มีทางเลือก
หลายปีที่นั่งเก้าอี้นี้ จัวอี้ได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะ และสรุปเป็นกฎเหล็กการเอาตัวรอดของข้าราชการสี่ข้อ: หนึ่ง พูดมั่วไม่ได้ ผายลมมั่วไม่ได้; สอง ตื่นก่อนไก่ นอนหลังสุนัข; สาม ทำงานหนักกว่าลา กินน้อยกว่าหมู; และข้อสี่ ข้อที่สำคัญที่สุด... โทรศัพท์เจ้านาย... ห้าม! ห้าม! ห้ามไม่รับเด็ดขาด!
แม้จะไม่รู้ว่าท่านผู้นำที่คุยกันมาทั้งบ่ายจะมีเรื่องอะไรมาคุยอีก แต่จัวอี้ก็ยกหูโทรศัพท์บ้านขึ้นมา
โทรศัพท์บ้านสมัยนี้เป็นแบบฉายภาพโฮโลแกรม ทันทีที่รับสาย ใบหน้าของซุนต๋าคังพลันลอยเด่นขึ้นมากลางอากาศ
จัวอี้พักอยู่ในอพาร์ตเมนต์ข้าราชการที่รัฐจัดให้ ตอนนี้รัฐบาลรณรงค์เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งความอดทนและรับใช้ประชาชนอย่างสุดหัวใจของข้าราชการ อพาร์ตเมนต์ข้าราชการจึงไม่มีการใช้เทคโนโลยีขยายมิติใดๆ
ซึ่งนั่นนำไปสู่ปัญหาโดยตรง... พื้นที่ค่อนข้างแคบ ทำให้ภาพโฮโลแกรมดูใหญ่ยักษ์อลังการ!
พอรับสาย จัวอี้แทบหลุดขำ ภาพโฮโลแกรมของซุนต๋าคัง... รูจมูกใหญ่กว่าหัวเขาซะอีก!
"เหวย เสี่ยวจัวเหรอ?"
เสียงของซุนต๋าคังดังมาจากปลายสาย ทำเอาจัวอี้สะดุ้ง
เสี่ยว... เสี่ยวจัว? (จัวน้อย)
คำเรียกนี้ฟังดูสนิทสนมเกินไปหน่อยนะ!
พูดตามตรง จัวอี้รู้สึกเกรงใจจนทำตัวไม่ถูก: "...ดึกป่านนี้แล้ว ท่านเลขาฯ ซุน มีธุระอะไรอีกหรือขอรับ?"
"เสี่ยวจัว ดูไม่ออกเลยนะว่าเจ้าจะแสดงเก่งขนาดนี้? เมื่อบ่ายตอนข้าอยู่กับเจ้าที่ห้องทำงาน เห็นเจ้าหน้านิ่งไม่เปลี่ยนสี ที่แท้ก็แอบวางแผนซุ่มดูอยู่เงียบๆ กะจะเซอร์ไพรส์ข้าใช่ไหมล่ะ?"
จัวอี้: "???"
"เอาน่า อย่าปฏิเสธเลย! รีบบอกมา สาวน้อยที่สงสัยว่าเป็นหัวหน้าเงาพรายคนนั้น เจ้าเป็นคนวางแผนจับใช่ไหม?"
จัวอี้: "!!!"
"เรื่องนี้ข้าต้องตำหนิเจ้าหน่อยนะ... นั่นมันนักฆ่าระดับทอง ถึงเจ้าจะรู้เส้นทางของอีกฝ่ายล่วงหน้า แต่อย่างน้อยก็น่าจะรายงานมาก่อนสิ แถวนั้นมีแต่นักเรียน แถมเป็นเวลาเลิกเรียนด้วย อันตรายจะตาย"
ฟังถึงตรงนี้ จัวอี้พอเดาออกแล้วว่าท่านผู้นำพูดเรื่องอะไร ระหว่างทางกลับบ้าน เขาได้รับข้อความจากท่านเลขาธิการใหญ่ แจ้งว่าตำรวจเขตเผยหยวนจับนักฆ่าระดับทองที่สงสัยว่าเป็นหัวหน้าเงาพรายได้ที่มัธยมห้าสิบเก้า
เดิมทีจัวอี้กะว่าจะกลับไปตรวจสอบข้อมูลที่อพาร์ตเมนต์ก่อนค่อยตอบกลับ แต่นึกไม่ถึงว่าเพิ่งก้าวเท้าเข้าบ้าน ท่านผู้นำรุ่นเก๋าก็โทรมาตัดหน้าซะก่อน
แต่ฟังไปฟังมา จัวอี้รู้สึกว่าสถานการณ์มันแปลกๆ... รู้สึกเหมือนเหตุการณ์เมื่อหกปีก่อนเปี๊ยบ ทำไมถึงรู้สึกเหมือนส้มหล่นใส่ แล้วโดนยัดเยียดความดีความชอบให้ยังไงไม่รู้?
"ท่านเลขาฯ ซุน ข้า..."
"พอๆ ไม่ต้องอธิบายแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น เลยแอบส่งยอดฝีมือเข้าไปในมัธยมห้าสิบเก้า กะจะจับตะพาบในไหใช่ไหมล่ะ?"
"......"
"ข้าจะบอกให้นะ ครั้งนี้เจ้าสร้างผลงานใหญ่หลวง! จากการสอบสวนเบื้องต้น สาวน้อยที่ถูกจับคนนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นน้องสาวของหัวหน้าเงาพราย! เซอร์ไพรส์ไหม! คาดไม่ถึงล่ะสิ! ตื่นเต้นไหม!?"
"......"
"แม้หัวหน้าเงาพรายตัวจริงจะยังไม่ปรากฏตัว แต่ข้าเชื่อว่าด้วยเบาะแสสำคัญนี้ หนทางสู่การไขคดีเงาพรายและทลายรังโจรข้ามชาติของประเทศเราคงอยู่อีกไม่ไกล! สหายจัวอี้ อายุแค่นี้แต่มีข้อมูลและทักษะการปฏิบัติงานขนาดนี้... ทำให้ข้าที่เป็นสหายรุ่นเก่าคนนี้ นับถือจริงๆ!"
"...ข้าขอถามท่านเลขาฯ ซุนหน่อยได้ไหม เรื่องนี้หลุดออกมาจากไหน?"
"ผู้อำนวยการฉีแห่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ผู้บำเพ็ญเพียรโทรมาอธิบายให้ข้าฟังด้วยตัวเอง จะผิดได้ยังไง? ข้ารู้ว่าเสี่ยวจัวเจ้าอยากทำตัวโลว์โปรไฟล์ แต่บางทีทำความดีก็ไม่จำเป็นต้องปิดทองหลังพระหรอกนะ"
จัวอี้สูดปากด้วยความหนาวเหน็บ: "......" ไม่รู้ตัวเลยว่าไปมีความสัมพันธ์กับองค์กรระดับบิ๊กเบิ้มขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่
"เสี่ยวจัว นึกไม่ถึงเลยนะ ว่าเจ้าจะลุ่มลึกขนาดนี้..."
ปลายสาย ซุนต๋าคังยิ้มกว้าง: "เดิมทีเบื้องบนลังเลว่าจะเลื่อนตำแหน่งให้เจ้าดีไหม... กลัวว่าเจ้ายังเด็กเกินไปจะคุมไม่อยู่ แถมจะเป็นเป้าสายตา แต่คิดไม่ถึง นอกจากเจ้าจะทำงานแบบปิดทองหลังพระแล้ว เมื่อกี้เราลองเช็กประวัติเจ้าดู พบว่าชื่อเสียงของเจ้าในหมู่ข้าราชการเมืองซงไห่อยู่ในระดับแถวหน้า วางใจเถอะ มีผลงานครั้งนี้เป็นฐาน เตรียมตัวเลื่อนตำแหน่งได้เลย!"
จัวอี้: "......"
"อ้อ แล้วก็ อย่าลืมเตรียมการแสดงให้ดีล่ะ งานแลกเปลี่ยนกระบี่วิญญาณพรุ่งนี้ ข้ารอดูวิชากระบี่อากาศของเจ้าอยู่นะ!"
"......"