- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 56 ตามหาเจิ้งทั่น
บทที่ 56 ตามหาเจิ้งทั่น
บทที่ 56 ตามหาเจิ้งทั่น
บทที่ 56 ตามหาเจิ้งทั่น
หวังลิ่งกระโดดขึ้นไปบนต้นรวบรวมวิญญาณอย่างคล่องแคล่ว หรี่ตาจ้องมองไปไกล ร่างแมวมีความเบา เวลาลงพื้นอุ้งเท้าจะช่วยลดแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ไม่อย่างนั้นถ้าอยู่ในร่างคน หวังลิ่งคงไม่กล้ากระโดดโลดเต้นซี้ซั้วแบบนี้แน่
แต่ก็มีเรื่องที่ไม่ชินอยู่บ้าง
พอแปลงเป็นแมว มุมมองของหวังลิ่งแคบลงไปเยอะ แต่แน่นอนว่าการควบคุมร่างกายในร่างแปลงนี้ หวังลิ่งทำได้ดีกว่าเหอปู้เฟิงหลายขุม
เหอปู้เฟิงใช้วิชาแปลงร่างขั้นสูง แต่หวังลิ่งใช้ "มหาเวทแปลงกาย" หนึ่งในสามพันมรรคาวิถี
สองวิชานี้ผลลัพธ์เหมือนกัน แต่ประสบการณ์หลังร่ายต่างกันราวฟ้ากับเหว วิชาแปลงร่างขั้นสูง เวลาจะแปลงเป็นอะไรต้องใช้เวลาฝึกฝนและทำความคุ้นเคยนาน ยิ่งสิ่งที่แปลงมีขนาดเล็ก ระยะเวลาคงสภาพยิ่งสั้น ส่วนมหาเวทแปลงกายอยู่ได้นานมาก ไม่ว่าขนาดสิ่งที่แปลงจะเป็นยังไงก็ไม่ส่งผลต่อระยะเวลา และที่สำคัญ ไม่ทำให้วิญญาณรู้สึกอึดอัดด้วย
พูดง่ายๆ วิชาหนึ่งมาจากตำราวิชาขั้นสูง อีกวิชามาจากสามพันมรรคาวิถี ความต่างมันอยู่ตรงนี้แหละ
ยืนอยู่บนยอดไม้รวบรวมวิญญาณ หวังลิ่งแผ่จิตสัมผัสออกไปค้นหากลิ่นอายของพวกแมว หวังลิ่งเคยได้ยินแมวบางตัวคุยกันว่า แมวที่เป็นใหญ่ในแถบนี้ชื่อเจิ้งทั่น ถ้าอยากจะสั่งการแมวจรจัดแถวนี้ นอกจากเจิ้งทั่นแล้ว ก็ไม่มีใครสั่งได้
การจัดการแมวจรจัดนั้นเข้มงวดมาก และกฎระเบียบที่เข้มงวดเหล่านี้ ล้วนมาจากระบบการจัดการทีมที่หวังลิ่งเคยสอนให้พวกแมวจรจัดเมื่อนานมาแล้ว แต่ที่ทำให้หวังลิ่งประหลาดใจคือ แม้เขาจะวางมือจากยุทธภพแมวเหมียวไปนาน แต่พวกแมวเหล่านี้ยังคงรักษากฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ระหว่างกลุ่มใหญ่กลุ่มน้อยอาจมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้างเพื่อแย่งชิงอาณาเขตและอาหาร แต่ในยามคับขัน ความสามัคคีของพวกมันช่างเหนียวแน่น ร่วมแรงร่วมใจต้านศัตรู
เรื่องพวกนี้ปกติหวังลิ่งไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะเขามักจะได้รับรู้สถานการณ์ผ่านทางวิชาอ่านใจจากแมวจรจัดตามมุมถนนตอนเดินไปโรงเรียนทุกวัน
แน่นอน หวังลิ่งยิ่งคาดไม่ถึงว่า สิ่งที่เขาทำไปโดยไม่ตั้งใจในอดีต วันนี้กลับผลิดอกออกผล... กลายเป็นกุญแจสำคัญในการกอบกู้โลก
เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมงก่อนโลกจะแตก
การหาตัวเจิ้งทั่นให้เจอ แล้วใช้กำลังพลของเจิ้งทั่นตามหาตัวหวังหมิง จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด
บางที อาจไม่มีใครคาดคิด...
ว่าผู้ที่จะกอบกู้โลกใบนี้ กลับเป็นเหล่าแมวจรจัดที่ผู้คนเคยทอดทิ้ง
...
...
สมัยนั้น หลังจากเผยแพร่แนวคิดการจัดการทีมให้แมวจรจัดในเขตเผยหยวน และแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่ อาหารการกิน และอื่นๆ ให้พวกมันเสร็จ หวังลิ่งก็วางมือ บรรดาแมวพี่เบิ้มในเขตนั้น หวังลิ่งยังจำได้หลายตัว ส่วนใหญ่เป็นแมวรุ่นบุกเบิก
ที่หวังลิ่งจำได้แม่นที่สุด คือ "แก๊งสามพยัคฆ์" อันเลื่องลือ พยัคฆ์สายฟ้าถังซือ, พยัคฆ์หล่อซ่งฉือ, และพยัคฆ์แสนดีหยวนฉวี่ (ล้อเลียนชื่อกวีเอกสมัยราชวงศ์ถัง ซ่ง และหยวน)
สามแมวซ่าในอดีต ตอนนี้คงกลายเป็นแมวเฒ่านั่งสั่งการอยู่เบื้องหลัง ดูจากการเติบโตในช่วงหลายปีมานี้ หวังลิ่งคิดว่าเจ้าสามตัวนี้คงมีกองทัพแมวในสังกัดตัวละกองพลแล้วมั้ง
ส่วนระดับเจิ้งทั่น แม้จะยังเด็ก แต่ในฐานะลูกพี่ใหญ่แมวจรจัดย่านมัธยมห้าสิบเก้า น่าจะถือว่าเป็นผู้บริหารระดับกลางตัวหนึ่ง
มีคำกล่าวว่า อย่ามองข้ามผู้ใหญ่บ้าน หวังลิ่งไม่เหยียดผู้ใหญ่บ้าน และก็ไม่เหยียดแมวด้วย...
กลับมาที่ใต้ต้นซากุระ ตอนนี้เลิกเรียนแล้ว มีนักเรียนประปรายมาชมดอกไม้ หวังลิ่งได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวแห่งความรักลอยคลุ้งในอากาศ
เขาตามกลิ่นไป ไม่นานก็เจอแมวกลุ่มเมื่อวานที่กลิ้งเกลือกอยู่ใต้ต้นซากุระ ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร
แมวพวกนี้เป็นแมวพันทาง ถูกทิ้งตั้งแต่ยังเล็ก หวังลิ่งไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านแมว ดูแค่ภายนอกบอกไม่ได้หรอกว่าเป็นพันธุ์อะไรผสมอะไร
แต่ช่างเถอะ อยากจะหาเจิ้งทั่นให้เจอ หวังลิ่งต้องให้พวกนี้พาไป เขาไม่เคยเจอเจิ้งทั่นมาก่อน ไม่รู้ว่ากลิ่นอายของมันเป็นยังไง ไม่งั้นคงใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาไปหาได้เลย
คิดอยู่ครู่หนึ่ง หวังลิ่งก็เดินนวยนาดเข้าไปหาพวกมัน
แต่พอเข้าใกล้ หวังลิ่งก็ได้ยินเสียงในใจของพวกมันอีกแล้ว
แมวพี่เบิ้มตัวหน้าสุด: "พวกเอ็งดูสิ มีสาวเดินมาทางนี้ด้วยว่ะ!"
แมวสอง: "ว้าว! แมวเปอร์เซียขาวดำด้วย!"
แมวสาม: "ขนสวยชะมัด ต้องเป็นแมวงามอันดับหนึ่งแน่ๆ!"
แมวสี่: "หรือว่ามันจะมาจีบลูกพี่?"
แมวพี่เบิ้มยิ้มกริ่ม: "แหงอยู่แล้ว! แมวงามต้องคู่กับแมวแกร่งสิวะ!"
หวังลิ่ง: "......" มารดามันเถอะ! ข้าเป็นตัวผู้โว้ย!
ตอนนี้หวังลิ่งเริ่มรู้สึกว่า การเลือกแปลงร่างเป็นแมวเปอร์เซียแสนสวยนี่มันคิดผิดมหันต์
เห็นหวังลิ่งเดินเข้ามาใกล้ แมวพี่เบิ้มกลัวว่าขนจะเปื้อนดินจนดูไม่งามสง่า เลยนั่งลงแล้วเริ่มเลียขนตัวเองยกใหญ่ เลียไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่รูตูด
บัดซบ! นั่นมันดูไม่งามสง่ายิ่งกว่าเดิมอีกนะเฮ้ย!?
โชคดีที่หวังลิ่งไม่อยากถือสาหาความกับแมว เขาจ้องพวกมันแล้วส่งกระแสจิตถามตรงๆ: "เจิ้งทั่น อยู่ที่ไหน?"
เสียงทุ้มต่ำของหวังลิ่งดังขึ้นในสมองของแมวทั้งสี่ ทำเอาพวกมันหน้าแตกยับเยิน —— บัดซบ! ดูเพศผิดซะงั้น!
แมวตัวนี้ ดันเป็นตัวผู้!
แมวพี่เบิ้มทำหน้าผิดหวังสุดขีด เหมือนโดนแมวสาวปฏิเสธรัก คอตกหมอบลงกับพื้น: "...ทำไม เป็นตัวผู้ฟะ?"
"......"
เอ็งจะผิดหวังอะไรเบอร์นั้น!
แล้วก็นั่นไม่ใช่ประเด็นโว้ย!
ประเด็นคือเจิ้งทั่นอยู่ที่ไหน!
หวังลิ่งรู้สึกว่าแมวพวกนี้ความรู้สึกช้าชะมัด ถึงขนาดมองข้ามเรื่องที่เขาใช้กระแสจิตคุยด้วยไปเฉยเลย
แมวพี่เบิ้มยกอุ้งเท้าขึ้นอย่างหมดแรง คร่ำครวญ: "ชีวิตแมวที่ไร้แมวงามเคียงข้าง จะมีความหมายอะไร!"
หวังลิ่งพูดไม่ออก: "......"
แต่โชคดีที่เขาเตรียมการมาพร้อม
แสงสว่างวาบขึ้นที่พื้น ปรากฏบะหมี่อบแห้งกินดิบรสปลาเค็มที่หวังลิ่งเตรียมไว้ล่วงหน้า
นี่คือสมบัติทั้งหมดที่ติดตัวหวังลิ่งมา เดิมทีเขากะจะแอบกินเงียบๆ ตอนดึกๆ
"ว้าว! บะหมี่อบแห้งกินดิบรสปลาเค็มรุ่นลิมิเต็ด!"
ตาของพวกแมวเป็นประกายทันที แมวพี่เบิ้มกระโดดผางขึ้นจากพื้น ตบหัวหวังลิ่งปุๆ อย่างไม่เกรงใจ: "ฮ่าๆๆๆ! สหายรู้ธรรมเนียมดีนี่! ในเมื่อสหายถามมาด้วยความจริงใจ ข้าก็จะพาไปหาลูกพี่เอง!"
"......" เป็นแมวที่เปลี่ยนสีเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่าจริงๆ
หวังลิ่งถอนหายใจ ใครบอกว่าแมวจรจัดตะกละ เห็นท่าจะจริง
เห็นแมวพี่เบิ้มเก็บซองบะหมี่รุ่นลิมิเต็ดสามห่อเข้าถุงหน้าท้องมิติ หัวใจหวังลิ่งเหมือนโดนกรีด...
พร้อมกันนั้น เขาก็เริ่มสงสัยในจริยธรรมของวงการแมวสมัยนี้ เพิ่งจากไปไม่กี่ปี เจ้าหน้าที่ระดับล่างถึงกับรับสินบนกันอย่างเปิดเผยแล้วรึ! เรื่องนี้ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด ต้องปฏิรูปองค์กรซะแล้ว!
...
ประมาณห้านาที หวังลิ่งตามแมวสี่ตัวนี้มุดผ่านรูเล็กๆ ที่มุมสวนซากุระ รูนี้ถูกต้นซากุระใหญ่สองต้นบังไว้มิดชิด คนทั่วไปมองไม่เห็นแน่
พอมุดรูออกมา หวังลิ่งก็พบว่าเป็นตรอกในย่านที่พักอาศัย ปากตรอกฝั่งตะวันออกมีป้ายถนนเขียนว่า "ถนนต้าฮวง"
ตามหลังแมวพี่เบิ้มไป หวังลิ่งมาหยุดที่ใต้ต้นหลิวแก่ที่ต้องใช้คนห้าหกคนโอบถึงจะรอบ
ต้นไม้ต้นนี้หยั่งรากอยู่ที่นี่มาอย่างน้อยหลายร้อยปี ได้ยินว่าเคยโดนฟ้าผ่าด้วย แต่ก็ยังยืนต้นตระหง่านไม่โค่นล้ม
พวกแมวปีนขึ้นต้นไม้อย่างชำนาญ แล้วหันมามองหวังลิ่ง สายตาชี้ไปที่ทิศทางหนึ่ง ตรงนั้นมีโพรงไม้เล็กๆ ฐานทัพแมวจรจัดของเจิ้งทั่น อยู่ในโพรงไม้นี้นี่เอง...