- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 54 โจรลักพาตัวปัญญาอ่อน
บทที่ 54 โจรลักพาตัวปัญญาอ่อน
บทที่ 54 โจรลักพาตัวปัญญาอ่อน
บทที่ 54 โจรลักพาตัวปัญญาอ่อน
เจียงหลิวอิ่งใช้เวลาราวๆ ครึ่งนาทีในการประมวลผลข้อมูลที่หวังหมิงบอกมา
จากนั้น นางก็บีบคางหวังหมิงแน่น พินิจพิจารณาอย่างละเอียด จนแน่ใจว่าชายตรงหน้าไม่ได้แปลงโฉมหรือใช้วิชาลวงตา เป็นหวังหมิงตัวจริงเสียงจริง ถึงได้ถอนหายใจโล่งอก
ในฐานะลูกพี่ลูกน้อง หวังหมิงหน้าตาคล้ายหวังลิ่งอยู่บ้าง ถ้าไม่นับการแต่งตัวแบบนักพรตแก่ๆ หวังลิ่งคิดว่าหมอนี่ก็จัดว่าหน้าตาดีใช้ได้เลยแหละ แต่ความต่างคือหวังลิ่งไม่เคยหลงตัวเอง ส่วนหวังหมิงวันๆ เอาแต่ส่องกระจกชมความงามของตัวเอง จนสถาบันวิจัยต้องเปลี่ยนของทุกอย่างที่สะท้อนแสงได้ออก เพื่อไม่ให้หวังหมิงเสียสมาธิเวลาทำงาน
หวังหมิงเป็นคนบ้าบอ และความบ้าบอนี้สะท้อนออกมาในทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่อง "หลงตัวเอง" นี่ชัดเจนที่สุด
"เจ้ารู้ไหม ข้าเกิดมาจนป่านนี้ เพิ่งเคยโดนสาวน้อยเชยคางเป็นครั้งแรก..."
โดนมือเล็กๆ ของสาวสวยบีบคางจ้องตาแป๋ว หวังหมิงเริ่มใจเต้นตึกตัก: "แต่พี่สาว ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาจีบกันนะ ข้าให้เวลาสามนาที ปล่อยข้าออกไปซะ ไม่งั้นโลกแตกแน่ ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่แผนแก้แค้นเลย แม้แต่เถ้ากระดูกตัวเอง เจ้าอาจจะหาไม่เจอด้วยซ้ำ"
"...ใครเขาจีบเจ้ามิทราบ!" เจียงหลิวอิ่งหลุดปากสบถ ตัวสั่นด้วยความโกรธ
นางเงียบไปนาน เริ่มสงสัยอย่างหนักว่าจับมาผิดคนรึเปล่า ไม่ได้จับสมองที่ฉลาดที่สุด แต่จับคนปัญญาอ่อนที่สุดมาแทน...
"......"
คิดไปคิดมา เจียงหลิวอิ่งจู่ๆ นึกอะไรบางอย่างออก
ด้วยสถานะของหวังหมิง บวกกับความเครียดจากการทำงาน... บางที... สมองเขาอาจมีปัญหาจริงๆ!
คนทำงานวิจัยมักมีความคิดฟุ้งซ่าน คนพวกนี้เป็นโรคระแวงได้ง่ายที่สุด! คิดได้ดังนั้น เจียงหลิวอิ่งย่อตัวลง บอกหวังหมิงว่า: "ขอโทษนะ เมื่อกี้ข้าพูดแรงไปหน่อย มีเรื่องหนึ่งอยากจะเช็กให้แน่ใจ..."
ในฐานะโจรลักพาตัวมืออาชีพ เจียงหลิวอิ่งคิดว่าจำเป็นต้องใส่ใจสุขภาพจิตของตัวประกัน ไม่งั้นถ้าตัวประกันเป็นบ้าไปก่อนจะได้ใช้งาน คงแย่แน่ แถมตัวประกันรายนี้ยังมีอาการโรคระแวง อาจฆ่าตัวตายได้ทุกเมื่อ
"เรื่องอะไร?" หวังหมิงขยับตัวหนีไปขดอยู่มุมห้องแต่งตัว
"เจ้าเป็นโรคระแวงใช่ไหม? พูดง่ายๆ คือ สมองมีปัญหา"
"...สมองเจ้าสิมีปัญหา!"
"ไม่ต้องแกล้งแล้ว ข้ารู้หมดแล้ว" เจียงหลิวอิ่งเท้าคาง มองหวังหมิงอย่างใจเย็น: "ข้าเคยเรียนพื้นฐานจิตวิทยามาบ้าง อาการหนักขนาดจินตนาการว่าโลกจะแตกแบบเจ้าเนี่ย... เรียกว่าเข้าขั้นวิกฤตแล้วนะ เจ้าควรใส่ใจตัวเองหน่อย สถาบันวิจัยไม่ดูแลบ้างเหรอ? เจ้าต้องการความรักนะ!"
"...โลกแตกจริงๆ นะเว้ย! ถ้าเจ้าไม่ปล่อยข้าออกไป!"
"เห็นไหม กำเริบอีกแล้ว..." เจียงหลิวอิ่งลูบหัวหวังหมิง: "วางใจเถอะ นักฆ่าเงาพรายของเรามีความเป็นมืออาชีพ เพื่อรักษาคุณค่าของตัวประกัน ก่อนจะได้ใช้งาน เราจะไม่ให้ตัวประกันได้รับอันตรายใดๆ ไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ!"
พูดจบ เจียงหลิวอิ่งก็กุมมือหวังหมิงแน่น: "เชื่อข้าสิ ข้าจะรักษาเจ้าเอง!"
"......" หวังหมิงพูดไม่ออก
"เอางี้ เพื่อแสดงความจริงใจ... เอาอ้อมกอดแห่งรักไปก่อนแล้วกัน!"
สิ้นเสียงสาวน้อย หวังหมิงก็รู้สึกถึงแขนคู่หนึ่งโอบรัดเอวเขาจากด้านหลัง รัดแน่นจนขยับไม่ได้ จากนั้นก็สัมผัสได้ถึงเงามหึมาทาบทับลงมา กดทับใบหน้าของเขาจนมิด...
หวังหมิง: "......" บัดซบ! นี่มันใหญ่เกินไปแล้ว! หายใจไม่ออกโว้ย!
สาวน้อยกอดหวังหมิงอยู่นานถึงสองนาทีกว่าจะปล่อยมือ แล้วนางก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า หวังหมิงสลบเหมือดไปแล้ว เลือดกำเดาไหลเป็นทางสองสาย...
วินาทีนี้ เจียงหลิวอิ่งตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหา นางรีบกดโทรศัพท์จากนาฬิกาข้อมือทันที
"พี่สาว จับตัวมาได้แล้ว..."
"แต่ว่า คนคนนี้... เหมือนสมองจะมีปัญหาเจ้าค่ะ!"
"จากการวินิจฉัยเบื้องต้น เขามีอาการโรคระแวงขั้นรุนแรง เมื่อกี้หนูลองปฐมพยาบาลเบื้องต้น นึกไม่ถึงว่าเขาจะเลือดกำเดาไหล..."
ปลายสาย เสียงเย็นชาแต่แฝงความหวานถามกลับมา: "...เจ้ารักษายังไง?"
"ก็ให้กอดแห่งรักไงเจ้าคะ โรคทางใจร้ายแรงแบบนี้ ต้องการการเยียวยาด้วยความรักและความเข้าใจ!"
"......"
ผู้หญิงปลายสายสูดหายใจลึกอย่างชัดเจน: "ข้าเข้าใจแล้ว..."
"พี่สาวเข้าใจอะไรเหรอเจ้าคะ?"
"ไม่ใช่เขาสมองมีปัญหา... เจ้าต่างหากที่สมองมีปัญหา..."
"......"
...
...
หวังลิ่งยืนอยู่ที่หน้าหอพักมัธยมห้าสิบเก้า มองเหม่อไปไกลด้วยสายตาลุ่มลึก เปลือกตากระตุกเป็นจังหวะสม่ำเสมอมาเกิน 5 นาทีแล้ว
ระดับความหายนะพุ่งจากสองดาวเป็นสามดาว... ดูจากแนวโน้ม สัญญาณเตือนภัยนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
หวังลิ่งพอเดาได้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น ยันต์ผนึกรุ่นเก่าใกล้หมดอายุเต็มที อย่างมากก็อีกชั่วโมงเดียว ผนึกจะคลายออกโดยสมบูรณ์ แต่จนป่านนี้ ยังไร้วี่แววของหวังหมิง
หวังลิ่งหลับตา แผ่จิตสัมผัสพยายามค้นหากลิ่นอายของหวังหมิง แต่กลับไม่พบอะไรเลย
ชัดเจนว่าก่อนหน้านี้เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของหวังหมิง และรู้ว่าหวังหมิงก้าวเท้าเข้ามาในมัธยมห้าสิบเก้าแล้ว
กะเวลาว่าหวังหมิงใกล้จะถึง หวังลิ่งเลยมารอหน้าหอพัก แต่ที่แปลกคือ พอหวังลิ่งลองจับสัญญาณอีกครั้ง กลิ่นอายของหวังหมิงกลับหายวับไป! เหมือนระเหยหายไปจากโลก!
แน่นอน ถ้าพลังของเขาถูกปลดผนึกโดยสมบูรณ์ ไม่ว่ากลิ่นอายของหวังหมิงจะอยู่ที่ไหน เขาก็หาเจอได้ทันที แต่ถึงตอนนั้น ทุกอย่างคงสายไปแล้ว...
ไอ้ตัวน่ารำคาญนั่น... คงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกนะ?
หวังลิ่งจ้องมองความว่างเปล่า ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด
ชัดเจนว่าหวังหมิงเจอดีเข้าแล้ว
และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะถูกของวิเศษบางอย่างปิดกั้นกลิ่นอายไว้
แม้จะไม่รู้พิกัดที่แน่นอนของหวังหมิง แต่หวังลิ่งมั่นใจว่าหวังหมิงยังอยู่ในมัธยมห้าสิบเก้า ยังไม่ออกไปจากเขตนี้
ในเมื่อใช้จิตสัมผัสหาไม่ได้... ตอนนี้ วิธีเดียวที่หวังลิ่งคิดออก...
หวังลิ่งเดินไปในเงามืดที่ไม่มีคน หูแมวคู่หนึ่งงอกออกมาบนหัว ตามด้วยร่างกายที่หดเล็กลง กลายร่างเป็นแมวเปอร์เซียสีขาวดำ
ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ หวังลิ่งนึกถึงฝูงแมวจรจัดในป่าซากุระของมัธยมห้าสิบเก้าเป็นอันดับแรก
ตอนนี้ ถ้าอยากหาหวังหมิงให้เจอโดยเร็วที่สุดและเงียบเชียบที่สุด หวังลิ่งคิดว่าคงต้องพึ่งพาพลังมวลชนกลุ่มพิเศษกลุ่มนี้แล้วล่ะ