- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 49 ป้าจวนจากวงการอาหารทมิฬ
บทที่ 49 ป้าจวนจากวงการอาหารทมิฬ
บทที่ 49 ป้าจวนจากวงการอาหารทมิฬ
บทที่ 49 ป้าจวนจากวงการอาหารทมิฬ
วันนี้ บรรยากาศในมัธยมห้าสิบเก้าดูผิดปกติพิกล...
สายลมพัดผ่านโรงเรียน ที่ใดเล่าจะไร้ลมฝน...
รุ่นพี่เหอปู้เฟิงผู้ครองสถิติคะแนนรวมสามปี 8823 กลับมาเข้าเรียนแล้ว!
เพื่อนเห็นแล้วเงียบกริบ อาจารย์เห็นแล้วน้ำตาไหล...
ไม่มีใครรู้ว่านักเลงคนนี้ไปเจออะไรมาในยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
ถังจิ้งเจ๋อรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล และต้องมีเบื้องหลังแน่ๆ เรื่องนี้มันน่าตกใจยิ่งกว่าเรื่องผู้อำนวยการเซี่ยมีความรักเสียอีก
แม้ถังจิ้งเจ๋อจะไม่รู้รายละเอียดว่าเหอปู้เฟิงเจออะไรมา... แต่ดูจากอาการแล้ว ถังจิ้งเจ๋อพอเดาได้ว่าในการประชันกับไอ้หน้าอ่อนแสนเศร้าจากมัธยมหกสิบคนนั้น เหอปู้เฟิงคงพ่ายแพ้ยับเยิน ไม่อย่างนั้นด้วยทัศนคติต่อการเรียนของเหอปู้เฟิง คงไม่มีทางตกต่ำถึงขั้นยอมแพ้แล้วกลับไปตั้งใจเรียนหรอก
และจากเรื่องของเหอปู้เฟิง ถังจิ้งเจ๋อก็มองทะลุถึงแก่นแท้ของปัญหา
คนกลุ่มนี้จากมัธยมหกสิบ... มันเป็นตัวซวยสำหรับมัธยมห้าสิบเก้าชัดๆ นับเป็นคนมีพิษจริงๆ!
นับตั้งแต่พวกมันมาถึง ความเสียหายต่อทรัพย์สินโรงเรียนไม่ต้องพูดถึง แม้แต่ผู้อำนวยการเซี่ยและหัวโจกนักเลงอย่างเหอปู้เฟิงก็โดนสอยร่วงไปทีละคน... สองคนนี้ในใจถังจิ้งเจ๋อ เปรียบเสมือนป้อมปราการหน้าฐานทัพที่ไม่มีวันแตก แต่พอมัธยมหกสิบมาถึง ป้อมปราการเหล่านั้นก็พังทลายลงในพริบตา
ถังจิ้งเจ๋อคิดตกแล้ว คนพวกนี้เขาแหยมไม่ได้
เขาเป็นแค่ประธานนักเรียนธรรมดาๆ ไม่คุ้มที่จะเอาชีวิตไปแลกกับคนพวกนี้...
...
พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของงานแลกเปลี่ยนนักเรียนระหว่างมัธยมห้าสิบเก้าและหกสิบ งานแลกเปลี่ยนกระบี่วิญญาณครั้งสำคัญกำลังจะเปิดฉากขึ้น
เมื่อเวลาใกล้เข้ามา เพื่อนๆ จากมัธยมหกสิบเริ่มนั่งไม่ติดที่
จะไม่ให้ตื่นเต้นก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะนี่คือเกียรติยศของโรงเรียน ฝีมือทุกคนพอๆ กัน วัดกันที่สมาธิ... แต่เรื่องแบบนี้มันพูดยาก ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจล้วนๆ
ปกติฝึกซ้อมกันในที่ปิด แต่วันพรุ่งนี้ต้องโชว์การควบคุมกระบี่วิญญาณต่อหน้าสายตานับพันคู่ ในนามตัวแทนโรงเรียน... ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำลายความมั่นใจจนกู่ไม่กลับ
แน่นอนว่างานแลกเปลี่ยนกระบี่วิญญาณยังไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวที่สุด
เรื่องที่สยองขวัญที่สุดคือ บ่ายวันนี้ ตาแก่โบราณประกาศข่าวร้ายอีกเรื่อง —— ป้าจวนมาแล้ว...
ข่าวนี้สร้างความหวาดผวามากกว่างานแลกเปลี่ยนกระบี่วิญญาณหลายเท่า
พูดถึงป้าจวน นางคือผู้อาวุโสแห่งมัธยมหกสิบ ทำงานในโรงอาหารอย่างขยันขันแข็งมาเป็นร้อยปี แม้แต่อาจารย์รุ่นแรกๆ ของโรงเรียนก็ยังเคยกินข้าวหม้อใหญ่ฝีมือป้าจวน
ป้าจวนมีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำคือ เวลาตักข้าว มือจะไม่สั่น โดยเฉพาะเวลาตักเนื้อ นางจะตักให้พูนๆ ด้วยความเต็มใจ อยากให้นักเรียนกินเยอะๆ
ดังนั้นจนถึงตอนนี้ ข้าวหม้อใหญ่ยุคป้าจวนยังคงเป็นความทรงจำของใครหลายคน ศิษย์เก่าหลายคนที่กลับมาเยี่ยมโรงเรียนมักจะขอชิมฝีมือป้าจวนอีกครั้ง... ในสมัยนั้น อาหารทุกจานของป้าจวนถือเป็นระดับตำนาน
แต่... นั่นมันแค่อดีต
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ป้าจวนขออนุญาตอธิการบดีเฉินเพื่อปั้นลูกศิษย์สองคนขึ้นมาทำหน้าที่แทน ส่วนตัวเองจะถอยไปอยู่เบื้องหลังเพื่อคิดค้นเมนูใหม่... อธิการบดีเฉินนึกว่าเป็นเรื่องดี แต่ใครจะไปคิดว่านับแต่นั้น ป้าจวนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางสายมืดแห่งวงการอาหารทมิฬอย่างกู่ไม่กลับ
ป้าจวนเป็นคนรุนแรง ความรุนแรงนี้ไม่เพียงสะท้อนผ่านการคิดค้นเมนูใหม่ แต่ยังรวมถึงด้านอื่นๆ ด้วย... ตอนที่เงาพรายบุกโรงเรียน นักฆ่าคนหนึ่งก็โดนป้าจวนเอาทัพพีตบตายคาที่...
ตั้งแต่รุ่นจัวอี้จบการศึกษา ยุคทองของข้าวหม้อใหญ่ป้าจวนก็จบลงอย่างถาวร
ลูกศิษย์สองคนของป้าจวนตอนนี้ ฝีมือทำอาหารธรรมดามาก เทียบไม่ได้กับป้าจวนสมัยท็อปฟอร์มแม้แต่หนึ่งในสิบ นี่คือคำวิจารณ์จากตาแก่โบราณ นักชิมชื่อดังแห่งมัธยมหกสิบ
แน่นอนว่าแม้ลูกศิษย์จะทำอาหารไม่อร่อย... แต่สิ่งที่ทำให้ครูและนักเรียนมัธยมหกสิบหวาดผวาที่สุด คือช่วงเวลาแห่ง "ข้าวกล่องแห่งความรัก" ของป้าจวนในมื้อเที่ยงวันศุกร์
งานอดิเรกสูงสุดของป้าจวนคือการผนึกอาหารทมิฬที่นางคิดค้นลงในข้าวกล่องแห่งความรัก แล้วแจกจ่ายให้ครูและนักเรียนทุกคนในวันศุกร์ด้วยความร่าเริง
เรื่องนี้ทำเอาทุกคนทุกข์ระทมจนพูดไม่ออก...
อธิการบดีมัธยมหกสิบเปลี่ยนไปห้าคน แต่ป้าจวนยังคงอยู่มาตั้งแต่รุ่นแรก คุมโรงอาหารมาหลายร้อยปี ถือเป็นระดับปรมาจารย์ แม้แต่อธิการบดีเฉินหรือผู้อำนวยการซือยังต้องเกรงใจ ไม่มีใครกล้าร้องเรียน
แน่นอน ข้าวกล่องที่ผนึกอาหารทมิฬนี้ ป้าจวนก็เคยเอาให้อธิการบดีเฉินกิน
ตอนนั้นอธิการบดีเฉินต้องฝืนยิ้มสู้หน้าป้าจวน กล้ำกลืน "ขนมไหว้พระจันทร์ผัดพริก" จนหมดจาน...
เพราะการเตรียมข้าวกล่องเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความใส่ใจอย่างมาก แม้อาหารจะมืดมน... แต่เจตนาของป้าจวนช่างสดใส
เส้นทางการค้นคว้าอาหารย่อมเต็มไปด้วยขวากหนาม
ดังนั้น แม้ครูและนักเรียนจะขมขื่นเพียงใด ก็เลือกที่จะอดทนเงียบๆ หวังเพียงว่าป้าจวนจะคิดค้นเมนูใหม่ได้สำเร็จสักที ให้อาหารทมิฬเลิกดำมืดเถิด
...
แน่นอนว่า วันงานแลกเปลี่ยนกระบี่วิญญาณตรงกับวันศุกร์พอดี วันพฤหัสบดีป้าจวนเตรียมเมนูข้าวกล่องแห่งความรักตามปกติ แต่ตอนเช็กยอดคน พบว่าวันศุกร์คนหายไปหกคน
ป้าจวนตบหน้าผาก นึกขึ้นได้ว่ามีงานแลกเปลี่ยนนักเรียนที่มัธยมห้าสิบเก้า เลยรีบทำข้าวกล่องพิเศษหกชุด แล้วขี่กระบี่บินแบรนด์หลุยส์ วิตตอง ออกเดินทางส่งข้าวกล่องทันที
จากนั้น ก็เกิดภาพเหตุการณ์นี้ขึ้น...
ในหอพักที่เงียบสงัด หวังลิ่ง ซุนหรง เฉินเชา หลินเสี่ยวอวี่ กัวหาว และตาแก่โบราณ หกคนนั่งเรียงหน้ากระดาน ตรงหน้าแต่ละคนมีข้าวกล่องแห่งความรักฝีมือป้าจวนวางอยู่
กล่องข้าวสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง สะท้อนหัวใจสาวน้อยของป้าจวนอย่างเปิดเผย
ตรงหน้าพวกเขา หญิงวัยกลางคนในชุดเชฟสีขาวสะอาด สวมผ้ากันเปื้อนสีเหลืองอ่อน ผมดัดลอนมัดเป็นจุกซ่อนไว้ใต้หมวกเชฟ คือป้าจวนนั่นเอง
ป้าจวนเท้าเอว ประกาศก้อง: "ทุกคนรีบกินตอนร้อนๆ นะ! ข้าวกล่องหกชุดนี้เป็นรุ่นลิมิเต็ด ส่งตรงล่วงหน้า! อุดมด้วยสารอาหารครบถ้วน ช่วยให้ทุกคนพร้อมลุยงานแลกเปลี่ยนกระบี่วิญญาณพรุ่งนี้!"
"......"
หวังลิ่งสูดหายใจลึก
จมูกเขาไวกว่าคนทั่วไปมาก... แม้ "ผนึกทมิฬ" ของข้าวกล่องแห่งความรักจะยังไม่ถูกเปิดออก เขาก็ได้กลิ่นประหลาดที่พิสดารกว่าน้ำผักผลไม้ของถังจิ้งเจ๋อหลายเท่าตัว
...ขืนกินเจ้านี่เข้าไป พรุ่งนี้คงได้ตายหมู่ยกทีมแน่!
"ทุกคนกินเถอะ... อย่าให้เสียน้ำใจป้าจวน" ตาแก่โบราณสมกับเป็นตาแก่โบราณ แม้ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ก็ยังรักษาความนิ่งไว้ได้
ตาแก่โบราณกัดฟันเปิดกล่องข้าวเป็นคนแรก ปรากฏว่าทุกคนต้องตะลึง... อาหารวันนี้ ดูเหมือนจะปกติ?
"นี่คือผัดมันฝรั่ง?" ตาแก่โบราณคีบมันฝรั่งเส้นใสแจ๋วขึ้นมาถาม
ป้าจวนส่ายหน้า: "ไม่จ้ะ นี่คือมันฝรั่งไหมฟ้า"
ซุนหรงชี้มะเขือเทศฝานข้างๆ มันฝรั่ง: "แล้วจานนี้ล่ะเจ้าคะ คืออะไร?"
"อ้อ จานนี้เหรอ~"
ป้าจวนยิ้ม: "จานนี้เรียกว่า มะเขือเทศบัดซบ!"
ทุกคน: "......"