เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 กาลครั้งหนึ่ง มีโอกาสทองกองอยู่ตรงหน้าเจ้า...

บทที่ 47 กาลครั้งหนึ่ง มีโอกาสทองกองอยู่ตรงหน้าเจ้า...

บทที่ 47 กาลครั้งหนึ่ง มีโอกาสทองกองอยู่ตรงหน้าเจ้า...


บทที่ 47 กาลครั้งหนึ่ง มีโอกาสทองกองอยู่ตรงหน้าเจ้า...

ทุกครั้งที่จัวอี้ได้ยินหัวข้อเกี่ยวกับคลื่นสัตว์อสูรคลั่งเมื่อหกปีก่อน เขาจะอดตัวสั่นไม่ได้ ในงานเลี้ยงประจำปี ผู้บริหารขี้เมาไม่กี่คนนั้นมักจะลากเขาไปโชว์วิชากระบี่อากาศ จิตใจของจัวอี้ตอนนี้ บาดแผลลึกยิ่งกว่ามหาสมุทร สูงยิ่งกว่าขุนเขา...

ดังนั้นพอได้ยินซุนต๋าคังรื้อฟื้นเรื่องเก่า จัวอี้แทบจะเดาได้เลยว่าประโยคต่อไปของท่านเลขาฯ จะพูดว่าอะไร

และก็เป็นไปตามคาด ท่านผู้นำรุ่นเก๋าผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหลือบตามองจัวอี้ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย: "ได้ยินว่า กระบี่อากาศของรองฯ จัวเป็นท่าไม้ตายเด็ดดวง วันงานแลกเปลี่ยนกระบี่วิญญาณ ทำไมไม่ลองเอาออกมาโชว์สักหน่อยล่ะ?"

"......"

จัวอี้เงียบไปนาน ไม่พูดอะไรสักคำ

ในงานเลี้ยงประจำปี ถ้าพวกผู้บริหารขี้เมาจะให้เขาแสดง เขาจะหาข้ออ้างบ่ายเบี่ยงก็ยังง่าย เพราะอีกฝ่ายเป็นแค่คนเมาขาดสติ แต่ตอนนี้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ยื่นข้อเสนอแบบนี้ จัวอี้หาเหตุผลปฏิเสธไม่ได้จริงๆ...

หนึ่งคือ เขาไม่กล้า

สองคือ เขาทำไม่เป็นจริงๆ... ไอ้วิชากระบี่อากาศบ้าบอนั่น หลายปีมานี้จัวอี้แอบฝึกแทบตาย แต่จนป่านนี้ยังไม่สำเร็จสักนิด...

"ทำไม มีปัญหาหรือ?"

เห็นจัวอี้เงียบไปนาน ซุนต๋าคังทำหน้ายิ้มกริ่ม: "ถ้าไม่สะดวกจริงๆ เจ้าถือว่าข้าไม่ได้พูด ข้าก็แค่นึกสนุกขึ้นมาเฉยๆ ข้าคิดว่าในฐานะเจ้าเป็นรุ่นพี่จากมัธยมหกสิบ และเป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่ ถ้าได้แสดงความสามารถและพรสวรรค์ในที่สาธารณะแบบนี้ น่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว!"

"......ท่านผู้นำอย่าเข้าใจผิด ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ข้า..."

"อ้อ ไม่ได้หมายความแบบนั้นก็ดีแล้ว" ซุนต๋าคังตอบสวนทันควัน อุดประโยคครึ่งหลังของจัวอี้ลงคอไปทันที

เดิมทีจัวอี้กะจะขอเปลี่ยนการแสดง... ไม่เอากระบี่อากาศได้ไหม ต่อให้เป็นโชว์หน้าอกทุบหินใหญ่ก็ยังดีกว่า!

แต่ท่าทีเด็ดขาดชนิดห้ามปฏิเสธของซุนต๋าคัง ทำให้จัวอี้ต้องล้มเลิกความคิดนั้นไปโดยสิ้นเชิง

...คราวนี้ หนีไม่พ้นของจริงแล้ว!

จัวอี้ถอนหายใจในใจ รู้สึกปวดตับสุดขีด

สถานการณ์ตอนนี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนขี่หลังเสือ ถ้าทำได้ดี ซุนต๋าคังพอใจ เขาอาจได้เลื่อนตำแหน่ง บอกลาเก้าอี้รองเลขาฯ ที่ทำหน้าที่รับแขกมาหลายปีไปสู่ชีวิตใหม่ แต่ถ้าทำพลาด จัวอี้รู้ดีว่าเขาคงต้องบอกลาเก้าอี้นี้จริงๆ... แบบถาวร

"อายุน้อยๆ ก็ได้นั่งเก้าอี้นี้ ไม่ง่ายเลยจริงๆ นะ"

"......"

พูดไปพลาง ซุนต๋าคังก็ลุกขึ้นยืน ตบไหล่จัวอี้เบาๆ อย่างให้ความหวัง ทำเอาจัวอี้สะดุ้งเกือบตกเก้าอี้

"ข้ารู้ว่าเจ้าอาจมีความกังวล คงคิดว่าตัวเองยังเด็ก ไม่อยากทำตัวอวดเก่ง อยากทำตัวโลว์โปรไฟล์เพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตา ใช่ไหม?"

"......"

"ข้าจะเล่าอะไรให้ฟัง เรื่องราวจากสมรภูมิผู้บำเพ็ญเพียรโบราณ" ซุนต๋าคังเอ่ย

จัวอี้เงยหน้าขึ้น แววตามีประกายความสนใจ

"สมัยนั้น... การรบครั้งสุดท้ายก่อนก่อตั้งประเทศ ยุทธการสือเหมิน..."

เรื่องราวเกี่ยวกับสมรภูมิผู้บำเพ็ญเพียรโบราณ สำหรับคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เป็นแค่ตำนาน ประวัติศาสตร์ช่วงที่ถูกปิดผนึกไว้นี้ ไม่มีสอนในตำราเรียนมัธยม ต้องเข้ามหาวิทยาลัยถึงจะได้เรียนรู้เบื้องต้น จัวอี้ไม่ได้จบเอกประวัติศาสตร์ แต่ก็พอมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ "ยุทธการสือเหมิน" อยู่บ้าง

ศึกนั้น... ดังกระฉ่อนโลกจริงๆ

ซุนต๋าคังเล่าเรื่องราวอย่างออกรส ขอบตามีน้ำรื้นขึ้นมา เหมือนนึกถึงอดีตอันยาวไกล: "ศึกครั้งนั้น เจ็ดราชาอสูรจากประตูมิติบุกโจมตี อานุภาพสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ข้ากับรัฐมนตรีสืออวี้เหลียงแห่งกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบัน ต่อสู้ต้านทานอย่างสุดกำลัง ปักหลักสู้ตายที่หน้าประตูศิลาแห่งต้ากูหลิง"

จัวอี้เบิกตากว้าง ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ การได้ฟังประวัติศาสตร์จากปากผู้ร่วมเหตุการณ์ ไม่ใช่โอกาสที่จะหาได้ง่ายๆ

"นั่นมันระดับราชาอสูรเชียวนะ... แข็งแกร่งสุดขีด พลังเสียดฟ้า ปลดปล่อยกฎเกณฑ์นับไม่ถ้วน ฟ้าดินมืดมัว เกิดอาเพศไปทั่ว แม้แต่ดวงอาทิตย์ยังถูกกดจนอับแสง มองเห็นเปลวเพลิงแห่งกฎเกณฑ์ลุกโชนเหนือประตูศิลาได้ไกลหลายร้อยลี้..."

"หัวหน้าของพวกมันแข็งแกร่งมาก แค่ขยับมือขยับเท้า แสงก็สว่างจ้าไปทั่วร่าง ตบมือทีเดียวฟ้าดินยังสั่นสะเทือน รัฐมนตรีสือสู้ด้วยตัวคนเดียว ทุ่มสุดตัวแล้วก็ยังต้านไม่อยู่ แต่ศึกนี้เป็นศึกสุดท้าย! ยุทธการสือเหมิน คำสั่งจากเบื้องบนคือต้องรักษาด่านไว้ให้ได้ ต่อให้ไม่ชนะ ก็ห้ามถอยแม้แต่ก้าวเดียว!"

จัวอี้ฟังเพลิน จินตนาการล่องลอยไปตามคำบอกเล่า เห็นภาพสมรภูมิโบราณที่ไฟสงครามลุกท่วมฟ้า พลังเทพกดทับลงมาอย่างน่าสะพรึงกลัว

และตอนนี้ คนที่ยืนเล่าเรื่องอยู่ตรงหน้า ชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐาน คือฟอสซิลมีชีวิตที่ผ่านกาลเวลามานับพันปี เขาคือคนที่ก้าวเดินมาจากยุคนั้น ทีละก้าว ทีละก้าว เป็นสักขีพยานการพัฒนาของยุคสมัย ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ จนได้มานั่งเก้าอี้ตัวนี้...

บทสนทนานี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งกาลเวลา ทำให้จัวอี้รู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง

"สุดท้าย พวกเราหมดแรง ล้มลงหน้าประตูศิลา มีแค่รัฐมนตรีสือคนเดียวที่ลุกขึ้นยืน เขาเผาผลาญโลหิตเทพของตัวเอง ยอมสละกระดูกราชันย์ในกาย อัญเชิญพิณสวรรค์เก้าฟ้าออกมา บรรเลงบทเพลงแห่งเทพ ไม่เพียงฟื้นฟูพลังให้ทุกคน! ยังยกระดับศักยภาพของตัวเองจนถึงขีดสุด... สุดท้าย เขาไล่ฟันเจ็ดราชาอสูรเรียบวุธ! รักษาประตูศิลาไว้ได้! วางรากฐานสำคัญให้กับการก่อตั้งประเทศหัวซิ่ว..."

"แต่สุดท้ายรัฐมนตรีสือก็รอดมาได้..." จัวอี้พูด

ท่านเลขาฯ ยิ้ม: "ใช่! เขารอด ตอนนั้นป้ายหลุมศพก็ทำเสร็จแล้ว ฝังลงไปเรียบร้อย ใครจะไปรู้ว่านกแก้วสัตว์เลี้ยงของหมอนั่นคาบหญ้าเซียนมาทิ้งไว้บนหลุมศพ ช่วยหล่อเลี้ยงพลังชีวิต จนสุดท้ายหมอนั่นตะเกียกตะกายขึ้นมาจากหลุมเอง ตลกไหมล่ะ..."

จัวอี้: "......"

ในโลกนี้ คนที่กล้าเรียกท่านรัฐมนตรีผู้เฒ่าว่า "หมอนั่น" คงมีแค่นับนิ้วได้

"ฟังจบแล้ว เจ้าได้ข้อคิดอะไร?" ซุนต๋าคังมองจัวอี้แล้วถาม

เรื่องเล่าของท่านเลขาฯ ไม่ได้เล่าเล่นๆ บทสรุปสำคัญที่สุด จัวอี้ฟังจบก็ซาบซึ้งใจ: "ท่านเลขาฯ เล่าเรื่องนี้เพื่อสอนข้าว่า ทำอะไรต้องมีความอดทนและมุ่งมั่น อย่าเพิ่งยอมแพ้ถ้ายังไม่ถึงวินาทีสุดท้าย ให้เอาแบบอย่างท่านรัฐมนตรีสือ สรรเสริญพลังชีวิตอันเหนียวแน่นของท่าน ใช่ไหมขอรับ?"

"......เจ้าคิดมากไปแล้ว"

ซุนต๋าคังมองบน: "ข้าแค่อยากจะบอกว่า มีของดีอะไรก็รีบๆ โชว์ออกมา อย่ามัวแต่กั๊ก... อย่าทำตัวเหมือนรัฐมนตรีสือ มีท่าไม้ตายก็ไม่ยอมใช้ ต้องรอจนวินาทีสุดท้าย เกือบเอาชีวิตไปทิ้ง! พวกเจ้าไม่ใช่อุลตร้าแมนนะ! กาลครั้งหนึ่ง มีโอกาสโชว์พาวกองอยู่ตรงหน้าเจ้า ถ้าโชว์ได้ ก็โชว์ซะ! อย่ารอให้เสียโอกาสไปแล้วค่อยมานั่งเสียใจทีหลัง!"

จัวอี้: "......"

จบบทที่ บทที่ 47 กาลครั้งหนึ่ง มีโอกาสทองกองอยู่ตรงหน้าเจ้า...

คัดลอกลิงก์แล้ว