เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ยี่สิบสี่

บทที่ 37 ยี่สิบสี่

บทที่ 37 ยี่สิบสี่


บทที่ 37 ยี่สิบสี่

คนพาลในสังคมมักชอบแสร้งทำตัวเป็นผู้อ่อนแอเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ และฉกฉวยผลประโยชน์จากจุดนั้น

ชัดเจนว่ายายแก่ต่งที่อยู่ตรงหน้า คือคนประเภทนั้น

วิธีจัดการยายแก่ต่งมีตั้งมากมาย

ด้วยระดับพลังปัจจุบันของหวังลิ่ง เขาสามารถเตะยายแก่ส่งขึ้นชั้นบรรยากาศได้ในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที!

ทะลุอวกาศ!

มุ่งสู่ทางช้างเผือก!

ให้บั้นปลายชีวิตของนางได้เคียงบ่าเคียงไหล่กับดวงอาทิตย์!

หรือวิธีง่ายกว่านั้น เปิดเนตรสวรรค์ เรียกเพลิงแก่นสุริยะ... โชว์เผาศพเป็นเถ้าถ่านสดๆ ตรงนี้เลย

แต่หวังลิ่งไม่อยากก่อเรื่อง

นอกจากนักฆ่าเงาพรายที่เห็นชีวิตคนเป็นผักปลาพวกนั้น หวังลิ่งไม่เคยลงมือฆ่าใครด้วยตัวเอง พ่อแม่สกุลหวังสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กว่า นักเรียนก็ควรทำตัวให้สมเป็นนักเรียน อย่าทำตัวเด่น ตั้งใจเรียน และที่สำคัญที่สุด... ต้องยึดมั่นในค่านิยมหลักของผู้บำเพ็ญเพียร

ยุคนี้เป็นยุคสารสนเทศพลังวิญญาณ ในบริบทของยุคบำเพ็ญเพียรเชิงวิทยาศาสตร์ การฆ่าคนแก้ปัญหาอะไรไม่ได้!

...

...

สุดท้าย ยายแก่ต่งก็สะบัดแขนเสื้อ ไม่เอาเมฆหมอกไปสักก้อน แต่กอดกระเป๋าหนังใบหนึ่งเดินจากไปอย่างพึงพอใจ

"นึกไม่ถึงว่าวัยรุ่นสมัยนี้จะใจป้ำขนาดนี้!" ยายแก่ต่งตื่นเต้นดีใจสุดขีด ห้าล้านเหนาะๆ! ต่อนางจะหากินด้วยการชนแล้วไถที่ถนนเส้นนี้ไปอีกสิบปี... ก็ยังได้ไม่เท่าคืนนี้คืนเดียว

หวังลิ่งมองส่งยายแก่ต่งด้วยสายตาเรียบเฉย แก๊งชนแล้วไถอาจจะดูรับมือยาก แต่สุดท้ายก็แพ้ภัย "มหาเวทลวงตา" ของเขาอยู่ดี...

ยายแก่ต่งนึกว่าตัวเองกอดกระเป๋าหนังที่เต็มไปด้วยเงินสด แต่ความจริงแล้ว มันก็แค่ก้อนหินหนักอึ้งก้อนหนึ่งเท่านั้น

ทำตัวให้เจียมเนื้อเจียมตัว จัดการอย่างระมัดระวัง...

ในเมื่อเป็นปัญหาที่แก้ได้ด้วยอิทธิฤทธิ์

คติประจำใจของหวังลิ่งคือ ถ้าไม่ต้องลงมือได้ก็จะไม่ลงมือ

ไม่อย่างนั้นถ้าต้องสู้กันจริงจัง เบาะๆ ก็เมืองพัง หนักหน่อยคงโลกแตก... นั่นไม่ใช่สิ่งที่หวังลิ่งอยากจะเห็น

ครั้งนี้ หวังลิ่งใช้อิทธิฤทธิ์ไปสองอย่าง

อย่างแรกคือ "มหาเวทลวงตา" ใส่ยายแก่ต่ง

และอย่างที่สองคือ "มหาเวทสัจจะ" ใส่ก้อนหินในอ้อมกอดของยายแก่ต่ง

วิชานี้มีพลังในการล้างสมองขั้นรุนแรง

ทันทีที่ยายแก่ต่งเอาก้อนหินกลับไปที่แก๊ง ค่านิยมหลักของผู้บำเพ็ญเพียรที่หวังลิ่งสลักไว้ในหินจะทำงานทันที

มั่งคั่ง เข้มแข็ง ประชาธิปไตย อารยะ กลมเกลียว อิสระ เสมอภาค ยุติธรรม นิติธรรม รักชาติ ทุ่มเท ซื่อสัตย์ เป็นมิตร... ถึงตอนนั้น สมาชิกแก๊งชนแล้วไถทุกคนจะถูกชำระล้างด้วยสัจธรรมยี่สิบสี่ประการนี้!

มองดูแผ่นหลังของยายแก่ต่งที่หายลับไปสุดถนน หวังลิ่งอดถอนหายใจในใจไม่ได้: เพื่อมวลมนุษยชาติ ข้านี่มันลำบากจริงๆ พับผ่าสิ!

...

"เอ๊ะ? ทำไมยายแก่นั่นถึงกอดก้อนหินกลับไปล่ะ?"

ภาพที่เห็นทำเอาเพื่อนๆ งงเป็นไก่ตาแตก

"บางทีหลังจากโดนสั่งห้ามเต้นแอโรบิก บวกกับลูกหลานไม่กตัญญู ชีวิตบั้นปลายไม่มีความสุข... จิตใจเลยกระทบกระเทือนมั้ง" หลินเสี่ยวอวี่วิเคราะห์อย่างจริงจัง

"ถ้าคนแก่มีสุขภาพจิตที่ดี ใครจะแกล้งชนแล้วไถเพื่อหาความตื่นเต้นล่ะ" ซุนหรงส่ายหน้าเห็นด้วย

ดังนั้น หลังจากการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน ทุกคนก็ได้ข้อสรุปว่า —— ท้ายที่สุดแล้ว มันคือความผิดของระบบ เป็นความผิดของโลกใบนี้!

...

เช้าวันพุธ สัปดาห์ที่สามของการเปิดเทอม เวลาแปดโมงเช้า

เหลียงเวยกลับมาที่ห้องสภานักเรียนในสภาพหน้าบวมปูด สาเหตุเพราะโดนพวกคนแก่ในแก๊งชนแล้วไถรุมสกรัม

หัวปูดเป็นลูกมะนาวซ้อนกันหลายลูก

แม้แต่ถังจิ้งเจ๋อเห็นสภาพแล้วยังตะลึงไปครู่ใหญ่: "สหายนักเรียน เจ้ามาหาใคร?"

เหลียงเวย: "......"

ฟางหัวชิงขยับแว่น แม้ตอนนี้หน้าตาเหลียงเวยจะดูไม่ได้ หัวปูดเป็นลูกระนาด แต่ฟางหัวชิงก็ยังมองทะลุเปลือกนอก จำริมฝีปากหนาอันเป็นเอกลักษณ์ของเหลียงเวยได้: "ท่านไปโดนอะไรมา?"

เหลียงเวยกุมหน้า อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ร้องโหยหวนด้วยความคับแค้น: "ข้าโดนกระทืบ"

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?" ถังจิ้งเจ๋อถาม

เหลียงเวยหยิบหนังสือพิมพ์เช้าท้องถิ่นฉบับหนึ่งออกมา ตบลงบนโต๊ะ จากนั้นถังจิ้งเจ๋อก็เห็นพาดหัวข่าวตัวไม้เป้งบนหน้าหนังสือพิมพ์ที่เต็มไปด้วยตัวอักษร —— เมื่อคืนแก๊งชนแล้วไถสาขาเขตเผยหยวนก่อกบฏ เหล่าคนชราแห่มอบตัวพร้อมของกลาง สดุดีลัทธิผู้บำเพ็ญเพียร...

"......" ถังจิ้งเจ๋ออ่านแล้วมุมปากกระตุก

ไม่มีใครรู้ว่าคนแก่พวกนี้เป็นบ้าอะไร... จู่ๆ ก็กลับตัวกลับใจกลางดึกภายใต้การนำของยายแก่ต่ง

คืนของกลางก็คืน... มอบตัวก็มอบ... ตอนนี้แก๊งชนแล้วไถสาขาเขตเผยหยวน ภายใต้การนำของยายแก่ต่ง ถึงขั้นประกาศจะแยกตัวจากแก๊งใหญ่ เปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานความปรองดอง...

และพอนึกถึงเรื่องเมื่อคืน เหลียงเวยที่เป็นผู้ชายอกสามศอก ขอบตาพลันร้อนผ่าวด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

ในฐานะผู้จ้างวาน เหลียงเวยนัดเจอเมื่อเช้านี้ตั้งแต่ตอนจ้างยายแก่ต่งเมื่อวาน กะว่าจะไปรับผลงานด้วยตัวเอง

แต่สิ่งที่เหลียงเวยคาดไม่ถึงคือ เพิ่งเดินไปได้ครึ่งทาง เขาก็โดนยายแก่ต่งพาตาแก่กล้ามโตกลุ่มหนึ่งมาล้อมไว้ในมุมมืด

เวลานี้ รังสีอำมหิตของยายแก่ต่งเปลี่ยนไปจากเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง แขนผูกผ้าแดงเขียนคำว่า "ปรองดอง" จ้องเหลียงเวยตาเขม็ง ปากพึมพำสัจธรรมยี่สิบสี่ประการ...

เหลียงเวยจำไม่ได้แล้วว่า ตอนนั้นยายแก่ต่งพูดอะไรบ้าง

เห็นแค่ว่าพอยายแก่ต่งท่องสัจธรรมจบ นางก็ควักสมุดเล่มแดงออกมาอ่านประกาศเสียงดัง: "เนื่องด้วยพฤติกรรมของสหายนักเรียนเหลียงเวยที่จ้างวานคนมาชนแล้วไถ ก่อความวุ่นวายแก่สังคม ต่อไปนี้ขออ่านคำพิพากษา!" จากนั้น ยายแก่ต่งก็โบกมือ ตัดสินโทษอย่างไม่เกรงใจ —— "มีความผิดฐานบ่อนทำลายความปรองดองของผู้บำเพ็ญเพียร!"

จากนั้น ตาแก่กล้ามโตหลายคนก็กรูเข้ามา...

ถ้ายายแก่ต่งมาคนเดียว เหลียงเวยยังพอรับมือได้ แต่น่าเสียดาย... ตาแก่แปดคนที่ล้อมเขาอยู่ ล้วนเป็นขอบเขตสร้างรากฐานทั้งสิ้น!

จากนั้น เอ่อ… ก็ไม่มีจากนั้นอีก

เหลียงเวยยังไม่ทันได้ร้องขอชีวิต เขาก็โดนตาแก่แปดคนรุมยำตีนจนน่วม กลับโรงเรียนมาในสภาพหน้าเขียวหน้าเหลือง

ถังจิ้งเจ๋อ: "......"

ฟางหัวชิง: "......"

ตอนนี้ ถังจิ้งเจ๋อกับฟางหัวชิงเริ่มรู้สึกว่าเจอดีเข้าให้แล้วจริงๆ

ตั้งแต่พวกมัธยมหกสิบมาถึง รู้สึกมีเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อน

ตอนนี้ แม้แต่พวกคนแก่หัวรั้นในแก๊งชนแล้วไถ ก็ยังกลับตัวกลับใจได้ในชั่วข้ามคืน!

—— แบบนี้จะให้เล่นต่อยังไงฟะ!

ความรู้สึกของถังจิ้งเจ๋อตอนนี้ซับซ้อนมาก

แผนการหักหน้าที่วางไว้อย่างดี โดนคู่ต่อสู้แก้ทางได้หมด แม้แต่แผนล้างแค้น ยังโดนพลังลึกลับบางอย่างทำลายย่อยยับ... นี่มันถิ่นของมัธยมห้าสิบเก้าพวกเขาชัดๆ แต่พวกมัธยมหกสิบไม่เพียงเดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย ยังมาปักธงประกาศชัยชนะบนที่ของพวกเขาอีก!

เรื่องนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาด!

ถังจิ้งเจ๋อมองออกไปนอกหน้าต่าง ถอนหายใจเบาๆ: "มาถึงขั้นนี้แล้ว คงต้องเชิญรุ่นพี่คนนั้นออกโรงแล้วล่ะ..."

"...เขาคนนั้น?"

พอพูดถึง "รุ่นพี่คนนั้น" ฟางหัวชิงและเหลียงเวยพลันเข้าใจทันที

นั่นเพราะสถานการณ์แบบนี้ คงมีแต่ต้องเชิญรุ่นพี่คนนั้นมาช่วย ถึงจะเป็นทางเดียวที่มัธยมห้าสิบเก้าจะกู้หน้าคืนมาได้

...

...

ทุกโรงเรียนย่อมมีนักเลงประจำถิ่น มัธยมหกสิบมี มัธยมห้าสิบเก้าย่อมมีเช่นกัน

เห็นว่าเหลือเวลาแลกเปลี่ยนอีกแค่สองวัน แผนการ "ฉีกหน้า" ที่ถังจิ้งเจ๋อเตรียมไว้เล่นงานพวกมัธยมหกสิบ ไม่เพียงไม่สำเร็จสักอย่าง กลับกลายเป็นบูมเมอแรงซัดหน้าตัวเองจนบวมเป่ง

ไม่ว่าจะยังไง เหลืออีกสองวัน ถังจิ้งเจ๋อรู้สึกว่าจำเป็นต้องกู้หน้าคืนมาให้ได้...

ตอนสาย กลุ่มสภานักเรียนมัธยมห้าสิบเก้านำโดยถังจิ้งเจ๋อ ก็ไปหา "เหอปู้เฟิง" (ไร้สายลมแซ่เหอ) รุ่นพี่นักเลงในตำนาน

"สายลมพัดผ่านโรงเรียน ที่ใดเล่าจะไร้ลมฝน" ...นี่คือความหมายที่แฝงอยู่ในชื่อของรุ่นพี่เหอ

อืม...

โดยรวมแล้ว ถือว่าเข้ากับสไตล์ของนักเลงผู้นี้มาก ฟังแค่ชื่อก็รู้แล้วว่ารุ่นพี่คนนี้ชอบหาเรื่องก่อกวน นับเป็นตัวป่วนขั้นเทพ

สำหรับที่มาที่ไปของรุ่นพี่เหอ ถังจิ้งเจ๋อก็รู้แค่คร่าวๆ รู้แค่ว่ารุ่นพี่เหอปู้เฟิงมีรหัสลับว่า "8823"

ตัวเลขนี้ไม่ใช่รหัสนักเรียน และไม่ได้หมายถึงสิ่งของอะไร แต่มันคือคะแนนรวมทุกวิชาที่รุ่นพี่เหอทำได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนจนถึงตอนนี้สามปี รวมกันได้แค่ 8823 คะแนน สร้างสถิติต่ำสุดในประวัติศาสตร์มัธยมห้าสิบเก้า และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครทำลายสถิตินี้ได้

ต้องรู้ก่อนนะว่า... สมัยนี้คะแนนสอบทุกวิชาเต็มหนึ่งพันคะแนน ตั้งแต่เข้าเรียน สอบย่อยสอบใหญ่สารพัด คะแนนรวมยังไม่ถึงหมื่น ฟังดูน่ากลัวพิลึก

ปีนี้ เป็นปีที่สามแล้วที่รุ่นพี่เหอปู้เฟิงซ้ำชั้นอยู่ปีสาม...

สรุปสั้นๆ นี่คือตังเมเหนียวหนึบที่แม้แต่ผู้อำนวยการเซี่ยยังปวดหัว ถ้าครั้งนี้ถังจิ้งเจ๋อไม่จนตรอกจริงๆ เขาคงไม่ไปเชิญ "เทพองค์นี้" มาช่วยระบายแค้นให้สภานักเรียนหรอก

ตอนสาย ถังจิ้งเจ๋อค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของรุ่นพี่นักเลงจากทะเบียนประวัตินักเรียนในห้องสภานักเรียน แล้วก็นัดสถานที่เจอกัน

ห้องน้ำชายชั้นสอง อาคารเรียน คือถิ่นของรุ่นพี่นักเลงคนนี้ นักเรียนที่รู้ธรรมเนียมจะไม่เดินเข้าไปในนั้นเด็ดขาด ไม่งั้นอาจโดนรุ่นพี่จับหัวกดชักโครก

ในฐานะประธานนักเรียน ถังจิ้งเจ๋อได้รับเรื่องร้องเรียนมานับไม่ถ้วน แต่เขาก็ทำเหมือนอาจารย์ส่วนใหญ่ คือแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

เหตุผลหลักคือภูมิหลังของรุ่นพี่นักเลงคนนี้ เพราะปู่ของเหอปู้เฟิง คือผู้บริหารโรงเรียนคนปัจจุบัน เจ้าของโรงพยาบาลขลิบจู๋นั่นเอง!

และเป็นเพราะเส้นสายนี้ มัธยมห้าสิบเก้าถึงไม่เคยไล่นักเลงคนนี้ออก...

"พวกเจ้าเหรอที่อยากมาเจอรุ่นพี่เหอ?" ถังจิ้งเจ๋อกับพวกเพิ่งเดินขึ้นมาถึงชั้นสอง จู่ๆ ก็มีเด็กหนุ่มใส่เสื้อกล้ามลายกราฟิตี้เรียกไว้

ถังจิ้งเจ๋อกวาดตามองการแต่งตัวของคนคนนี้ สูงประมาณร้อยเจ็ดสิบ เสื้อคลุมนักเรียนก็ไม่ใส่ดีๆ เอาแขนเสื้อผูกเอวไว้เป็นปม ที่สะดุดตาที่สุดคือผมทรงตั้งเด่สูงสิบเซ็นต์... ช่วยชดเชยส่วนสูงที่ขาดหายไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทรงผมแบบนี้ แม้แต่ในหมู่เด็กแว้นสก๊อยซิ่ง ยังถือเป็นระดับแรร์ไอเทม น่ากลัวสุดๆ...

"......" ถังจิ้งเจ๋อ ฟางหัวชิง และเหลียงเวย เห็นแล้วพร้อมใจกันสูดปาก —— รสนิยมการแต่งตัวช่างจ้าแสบตาเสียเหลือเกิน!

"ตอนนี้รุ่นพี่... สะดวกไหม?" ถังจิ้งเจ๋อถามเสียงเบา เขาคิดว่าปกติตัวเองก็ร้ายพอตัว รังแกคนมาไม่น้อย แต่ต่อหน้ารุ่นพี่นักเลงคนนี้ เขาไม่กล้าทำกร่างจริงๆ

เด็กแว้นแค่นเสียงหัวเราะ ชี้ไปที่ห้องน้ำชายข้างๆ: "รุ่นพี่รออยู่นานแล้ว เข้าไปสิ"

ท่าทางอวดดีแบบนี้ทำเอาถังจิ้งเจ๋อและพวกมุมปากกระตุก พวกเขามองประตูห้องน้ำชายที่ปิดสนิทอย่างลึกซึ้ง ราวกับกำลังจะก้าวผ่านประตูนรกสู่โลกใบใหม่...

จบบทที่ บทที่ 37 ยี่สิบสี่

คัดลอกลิงก์แล้ว