- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 28 กระบี่ไม้เล่มน้อยของหวังลิ่ง
บทที่ 28 กระบี่ไม้เล่มน้อยของหวังลิ่ง
บทที่ 28 กระบี่ไม้เล่มน้อยของหวังลิ่ง
บทที่ 28 กระบี่ไม้เล่มน้อยของหวังลิ่ง
วินาทีนี้ สกิลติดตัว 'ทำให้วงแตก' ของหวังลิ่งทำงานอีกครั้ง กลุ่มวีแชตตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าพิศวง
แม้แต่ตาแก่โบราณเห็นรูปแล้วยังพูดไม่ออก บ่งบอกถึงอานุภาพทำลายล้างของรูปนี้ได้เป็นอย่างดี
ในฐานะสหายร่วมโต๊ะของหวังลิ่ง อาจารย์เอ้อร์ตั้นกัวหาวรู้สึกมาตลอดว่าสกิลวงแตกของหวังลิ่ง ร้ายแรงพอๆ กับอาวุธทำลายล้างสูง น่ากลัวจริงๆ
เห็นได้ชัดว่าทุกคนตกตะลึงกับกระบี่ไม้เล่มนี้ จนเริ่มตั้งคำถามกับชีวิต
...
...
ตาแก่โบราณก็คือตาแก่โบราณ ในฐานะชายผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชน ห้านาทีอันยาวนานผ่านไป รูม่านตาก็เริ่มโฟกัสได้อีกครั้ง จ้องมองแป้นพิมพ์เสมือนกลางอากาศ แล้วพิมพ์ข้อความด้วยความพูดไม่ออก: "นักเรียนหวังลิ่ง... เจ้า เอาจริงดิ?"
"อืม" คำตอบของหวังลิ่งยังคงสั้นกระชับ ได้ใจความ
"......" คราวนี้ตาแก่โบราณหมดคำจะพูดจริงๆ
ส่วนเพื่อนๆ คนอื่น ความคิดในใจแตกกระสานซ่านเซ็น
เฉินเชา: นึกไม่ถึงว่าฐานะทางบ้านของนักเรียนหวังลิ่งจะยากจนข้นแค้นขนาดนี้... มิน่าล่ะปกติถึงทำตัวเงียบๆ แล้วนักเรียนซุนก็คอยห่วงใยเขา ที่แท้ข้าก็คิดมากไปเอง นักเรียนหวังลิ่งขาดความรักจริงๆ ด้วย!
อาจารย์เอ้อร์ตั้น: นึกไม่ถึงว่าภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่เย็นชา นักเรียนหวังลิ่งจะมีจิตใจที่เข้มแข็งขนาดนี้... กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ง่ายเลยจริงๆ! ต่อไปต้องใส่ใจเขาให้มากขึ้นแล้ว!
หลินเสี่ยวอวี่: ถึงเวลาหาแฟนหนุ่มมาดูแลนักเรียนหวังลิ่งแล้วสินะ!
ซุนหรงกำลังเท้าคางครุ่นคิดว่าจะใช้ชื่อเครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียนระดมทุนบริจาคดีไหม —— ระดมทุนซื้อกระบี่วิญญาณอันใหญ่สีชมพูฟรุ้งฟริ้งให้นักเรียนหวังลิ่งผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ชานเมือง!
หวังลิ่ง: พวกเจ้าพอได้แล้วโว้ย!
...
กระบี่วิญญาณไม้ท้อ อาจจะฮิตเมื่อสิบปีก่อน แต่ตอนนี้มันคือสินค้าตกยุคโดยสมบูรณ์ ด้วยวัสดุสร้างกระบี่ประสิทธิภาพสูงที่ทะลักเข้าสู่ตลาด กระบี่ไม้ท้อจึงกลายเป็นของราคาถูกเหมือนผักปลา ปัจจุบันมีโรงงานไม่กี่แห่งที่ยังผลิตออกมาจำนวนจำกัดทุกปี เพื่อขายส่งให้สถาบันการศึกษา เอาไว้สอนวิชากระบี่วิญญาณเบื้องต้นในโรงเรียนอนุบาลและประถม...
ดังนั้นเมื่อเห็นหวังลิ่งโชว์กระบี่ไม้เล่มน้อย ตาแก่โบราณจึงรู้สึกว่า ชีวิตวัยเด็กของนักเรียนหวังลิ่งจำต้องระทมทุกข์มากเป็นแน่แท้!
ผู้ปกครองปกติ ควรจะใส่ใจกับกระบี่วิญญาณเล่มแรกของลูกอย่างจริงจัง ดูอย่างเฉินเชา ซุนหรง สิ
เมื่อเทียบกันแล้ว กระบี่ไม้ท้อมันดูด้อยค่าเกินไปจริงๆ
ลำบากแค่ไหนก็ห้ามลำบากลูก จนแค่ไหนก็ห้ามจนการศึกษา
นี่มันยุคไหนแล้ว ผียังวิวัฒนาการไปถึงไหนต่อไหน นี่ยังจะใช้กระบี่ไม้ท้ออยู่อีกรึ? เอาไปแขวนหัวเตียงยังกันผีไม่ได้เลยมั้ง!
มองดูรูปฉายกลางอากาศ ตาแก่โบราณถอนหายใจในใจ: ดูท่าเรื่องนี้ ต้องรายงานอาจารย์พาน ให้ไปเยี่ยมบ้านนักเรียนหวังลิ่งอย่างจริงจังซะแล้ว!
หวังลิ่ง: "......"
...
เช้าวันอังคาร สัปดาห์ที่สามของการเปิดเทอม เวลาแปดโมงเช้า
ทุกคนมาพร้อมกันที่หน้าโรงเรียนตามนัด ขึ้นรถบัสเดินทางไปยังโรงเรียนมัธยมที่ห้าสิบเก้า เพื่อร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนสภานักเรียนเป็นเวลาสี่วัน
ทุกคนแต่งตัวทะมัดทะแมง ของที่ต้องเตรียมก็ยัดใส่กระเป๋าเสื้อนักเรียนเรียบร้อย
หวังลิ่งขึ้นรถ หาที่นั่งแถวหลังสุดนั่งลง
เอ้อร์ตั้นกับเฉินเชาขึ้นรถมา เห็นหวังลิ่งนั่งหลังสุด ทั้งสองสบตากันแวบหนึ่ง แล้วก็เข้าไปนั่งประกบซ้ายขวาหวังลิ่งเหมือนทวารบาล
หวังลิ่ง: "......"
ตั้งแต่เมื่อวานที่หวังลิ่งโชว์กระบี่ไม้ เฉินเชากับเพื่อนๆ ก็ลงความเห็นว่าควรเริ่มใส่ใจนักเรียนหวังลิ่งจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
ทำเอาหวังลิ่งหวาดผวาจากก้นบึ้งหัวใจ
ชีวิตมัธยมปลายอันเรียบง่ายไม่ได้ดำเนินไปตามพล็อตที่เขาจินตนาการไว้ ผิดแผนไปไกลลิบ ต้องรู้ก่อนนะว่า คนที่นั่งรถบัสคันเดียวกับเขาตอนนี้ คือคนที่เขาขึ้นบัญชีดำว่าต้องระวังตัวแจ
สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่านี่มันกรรมเวรอะไร...
หวังลิ่งคิดว่าปีนี้เขาคงต้องปีชงแน่ๆ
เหลือบมองซุนหรงกับหลินเสี่ยวอวี่ที่นั่งจับมือกันอยู่ไม่ไกล หวังลิ่งไม่ต้องอ่านใจก็รู้ว่า ยัยสาววายตัวแม่หลินเสี่ยวอวี่ต้องกำลังจิ้นจับคู่พวกเขาสามหนุ่มอยู่แน่นอน
รถบัสห้าสิบที่นั่งอันกว้างขวาง แต่ห้าคนกลับไปกระจุกอยู่แถวหลัง ปล่อยให้ตาแก่โบราณนั่งข้างคนขับอยู่ข้างหน้าคนเดียว โชคดีที่ตาแก่โบราณไม่ถือสา ขอแค่รับประกันความปลอดภัยของนักเรียนก็พอ เหงาหน่อยไม่เป็นไร ในกระเป๋าเสื้อยังมีขนมในสต็อกรอให้เขาค่อยๆ ละเลียดอยู่
...
เป็นครั้งแรกที่ถูกห้อมล้อมแน่นหนาขนาดนี้ หวังลิ่งยังคงรักษาความเงียบ ฟังหัวข้อสนทนารอบข้างอย่างเงียบๆ
เพราะเกิดมาไม่ถูกกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลเรียลไทม์ที่หวังลิ่งรับรู้ได้ ส่วนใหญ่มาจากการอ่านใจ เพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองจะไม่ตกยุคเกินไป
อาจารย์เอ้อร์ตั้นกับเฉินเชาคุยกันอย่างออกรส
อาจารย์เอ้อร์ตั้นขยับแว่น: "ได้ยินไหม ไม่นานมานี้ที่เขตก่อสร้างแห่งหนึ่ง ขุดพบสุสานโบราณ ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแล้วว่าเป็นไปได้สูงที่จะเป็นสุสานลวงของหนึ่งในสองยอดฝีมือยุคบรรพกาล"
ยอดฝีมือยุคบรรพกาล...
หวังลิ่งฟังปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าต้องหมายถึงฮั่นลี่กับหวังหลิน สองจอมมารเฒ่าแห่งโลกบำเพ็ญเพียร
ก่อนประเทศหัวซิ่วจะก่อตั้ง สองคนนี้คือบุคคลระดับตำนาน แม้แต่ในตำราโบราณยังบันทึกไว้ก่อนยุคมหาปราณยุทธ์ เป็นระดับปรมาจารย์ผู้บุกเบิก แต่ตอนนี้เกียรติประวัติในอดีตได้เลือนหายไปพร้อมกับกาลเวลา กลายเป็นหัวข้อฮอตฮิตในวิชาประวัติศาสตร์ทฤษฎีของตาแก่โบราณ ส่วนทฤษฎีบำเพ็ญเพียรของฮั่นลี่และวิธีคำนวณระดับพลังของหวังหลิน ก็กลายเป็นข้อสอบคณิตศาสตร์ขั้นสูงที่ทำให้นักเรียนทั้งรักทั้งเกลียด
มีข่าวลือมาตลอดว่า จอมมารเฒ่าฮั่นกับจอมมารเฒ่าหวังยังไม่ตาย เพราะจนถึงตอนนี้ สุสานโบราณที่พบทั่วประเทศหัวซิ่วล้วนเป็นสุสานปลอม ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าเป็นกลลวงที่สองคนนี้ทิ้งไว้
แต่ทฤษฎีนี้ไม่มีมูลความจริง เพราะตามบันทึกประวัติศาสตร์ ยอดฝีมือทั้งสองล้มเหลวในการก้าวสู่ความเป็นอมตะขั้นสุดท้าย และดับสูญไปตามลิขิตสวรรค์แล้วทั้งคู่
"เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่นะ" เฉินเชาพยักหน้า เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เขาต้องเคยได้ยินมาบ้าง
"ใหญ่แน่นอน! เพราะเรื่องนี้มีจุดน่าสงสัยอยู่เพียบ"
อาจารย์เอ้อร์ตั้นทำท่าลึกลับ: "ผู้เชี่ยวชาญยืนยันแล้วว่าสุสานนี้เป็นของจอมมารเฒ่าหวัง แต่ที่แปลกคือ ในสุสานของจอมมารเฒ่าหวัง ดันไปเจอเศษชิ้นส่วนขวดน้ำเต้าจ่างเทียน (ขวดสวรรค์) ที่จอมมารเฒ่าฮั่นเคยใช้ รู้จักขวดน้ำเต้าจ่างเทียนไหม? ตามประวัติศาสตร์ นี่คือของวิเศษคู่กายจอมมารเฒ่าฮั่น ที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของสมุนไพรวิญญาณได้ในเวลาสั้นๆ"
"แล้วทำไมไปโผล่ในสุสานลวงของจอมมารเฒ่าหวังได้ล่ะ?" ซุนหรงได้ยินบทสนทนา ก็อดถามด้วยความสงสัยไม่ได้
"นั่นแหละที่แปลก"
อาจารย์เอ้อร์ตั้นผายมือ: "ตอนนี้ แฟนคลับกองทัพตระกูลฮั่นของจอมมารเฒ่าฮั่นยืนยันว่าสุสานลวงนี้จริงๆ แล้วเป็นของจอมมารเฒ่าฮั่น แต่แฟนคลับกองทัพตระกูลหวังของจอมมารเฒ่าหวังไม่ยอม บอกว่าเศษชิ้นส่วนนี้อาจเป็นของที่จอมมารเฒ่าหวังทำปลอมขึ้นมาตอนมีชีวิตอยู่ เพื่อตบตาคน"
"แต่นี่มันแค่สุสานลวง จะเถียงกันไปทำไม?" หลินเสี่ยวอวี่ไม่เข้าใจ
"นี่เจ้าไม่เข้าใจสินะ..."
อาจารย์เอ้อร์ตั้นผายมือ: "นี่มันก็เหมือนสงครามระหว่างลัทธิเต้าหู้น้ำขิงหวานกับเค็ม เถียงกันมาเป็นพันปีก็ไม่จบ เหมือนกองทัพตระกูลฮั่นกับกองทัพตระกูลหวังตอนนี้แหละ รู้ทั้งรู้ว่าเถียงไปก็ไม่ได้อะไร แต่ก็ต้องฉะกันสักหน่อยเพื่อเกาะกระแสให้ไอดอลตัวเอง หรือแค่ได้สร้างซีน ก็ถือว่าไม่ขาดทุนแล้ว"
ทุกคน: "......"