เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 พวกเจ้ามาเล่นตลกกันใช่ไหม

บทที่ 23 พวกเจ้ามาเล่นตลกกันใช่ไหม

บทที่ 23 พวกเจ้ามาเล่นตลกกันใช่ไหม


บทที่ 23 พวกเจ้ามาเล่นตลกกันใช่ไหม

เหตุการณ์ลอบสังหารจากเงาพราย จบลงด้วยความพ่ายแพ้ราบคาบของเงาพราย โดยที่โรงเรียนมัธยมที่หกสิบไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว

นักฆ่าผ้าคาดแดงสิบสองคน สามคนกัดยาพิษฆ่าตัวตาย ส่วนอีกเก้าคนตายก่อนจะได้ทันกัดแคปซูลยาพิษที่ซ่อนไว้ในฟันกรามด้วยซ้ำ

เรื่องนี้สร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศหัวซิ่ว และด้วยอิทธิพลของสื่อ ข่าวก็แพร่กระจายไปถึงต่างประเทศ

ทุกคนต่างคิดว่าสำนักงานรวมร้อยโรงเรียนผู้บำเพ็ญเพียรวางแผนมาอย่างดี ส่งยอดฝีมือมาดักซุ่ม จนทำให้เงาพรายพ่ายแพ้ยับเยิน...

...

เช้าตรู่ ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ผ่านไปไม่ถึงสิบสองชั่วโมงหลังเกิดเหตุ โทรศัพท์ในสำนักงานรวมร้อยโรงเรียนผู้บำเพ็ญเพียรแทบไหม้ อธิการบดีจากโรงเรียนต่างๆ โทรมาแสดงความยินดีกับรองเลขาธิการจัวอี้ด้วยตัวเอง ชื่นชมความสำเร็จในการปกป้องโรงเรียนเก่า

ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายอย่างหนักให้เงาพราย และปูทางให้โรงเรียนมัธยมที่หกสิบได้รับการพิจารณาเป็นโรงเรียนมัธยมสาธิตขอบเขตสร้างรากฐานระดับเมืองในปีหน้า แต่ยังสร้างมาตรฐานและเป็นกรณีศึกษาชั้นเยี่ยมในการป้องกันการก่อการร้ายให้กับโรงเรียนอื่นๆ อีกด้วย!

แต่ความจริงแล้ว จัวอี้รู้สึกน้อยใจมาก

เพราะเรื่องนี้ มันไม่เกี่ยวกับเขาเลยสักกะผีกเดียว! ข่าวออกมั่วซั่วแบบนี้ เขาแบกรับความรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ!

แม้เขาจะส่งคนไปลาดตระเวนรอบโรงเรียนมัธยมที่หกสิบในนามสำนักงานฯ จริงๆ แต่คนพวกนั้นอยู่แค่รอบนอก ไม่ได้เฉียดเข้าไปในโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ!

จ้องมองรายงานผลการชันสูตรศพบนโต๊ะ จัวอี้จมอยู่ในห้วงความคิด รายงานฉบับนี้เพิ่งวางอยู่บนโต๊ะเมื่อชั่วโมงก่อน

เริ่มจากผลชันสูตรของ "สามคุณชายแห่งแก๊งซังไอ่" ผู้โด่งดัง...

"สวีอิ่ง ชาย สถานะ: หัวหน้านักฆ่าผ้าคาดแดงระดับหนึ่งของเงาพราย ขอบเขตแก่นทองคำขั้นปลายระดับสูงสุด สาเหตุการตาย: จินตันแตกละเอียด..."

"สวีเฟิง ชาย สถานะ: สมาชิกนักฆ่าผ้าคาดแดงระดับหนึ่งของเงาพราย ขอบเขตแก่นทองคำขั้นปลายระดับสูงสุด สาเหตุการตาย: อาวุธลับเจาะทะลุ หัวใจห้องล่างระเบิด (พบผงชอล์กในบาดแผลฉกรรจ์)..."

"สวีเจี้ยน ชาย สถานะ: สมาชิกนักฆ่าผ้าคาดแดงระดับหนึ่งของเงาพราย ขอบเขตแก่นทองคำขั้นปลายระดับสูงสุด สาเหตุการตาย: ไม่พบบาดแผลภายนอกที่ชัดเจน สีหน้าซีดเผือด บิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว ตายเพราะตกใจสุดขีด..."

อ่านถึงตรงนี้ จัวอี้สูดหายใจเข้าลึกๆ

สามคุณชายแห่งแก๊งซังไอ่... ตัวตึงแห่งวงการนักฆ่า ตายง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?

โดยเฉพาะสาเหตุการตายของสวีเจี้ยน จัวอี้มีข้อสันนิษฐานของตัวเอง

เพราะเขาเป็นคนไปเก็บศพสวีเจี้ยนเอง สวนหย่อมของโรงเรียนเป็นมุมอับสายตา ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในสถานที่สวยงามร่มรื่นแบบนั้น นักฆ่ามากประสบการณ์จะตกใจตายได้ยังไง? จัวอี้จำได้ว่าเขาค้นรอบสวนอยู่นาน พอนึกย้อนกลับไป เขาสงสัยเจ้าสุนัขอาคิตะขนเขียวตัวนั้นตะหงิดๆ...

ครั้งนี้สำนักงานฯ เก็บกู้ศพได้ทั้งหมดเก้าศพ นอกจากสามคุณชายแล้ว คนอื่นๆ ก็ตายพิสดารไม่แพ้กัน

เช่น มีคนแอบเข้าไปในห้องแล็บเคมี แล้วเผลอไปกระตุ้นยันต์ระเบิดจนร่างเละตุ้มเป๊ะ

หรือคนที่แอบเข้าห้องสมุด แล้วโดนบรรณารักษ์ใช้บัตรยืมหนังสือปาดคอขาด

ยังมีอีกคน แอบเข้าโรงอาหารแล้วโดนจับได้ เลยโดนป้าโรงอาหารเอาทัพพีตบตายคาที่...

อ่านรายงานจบ จัวอี้แข็งทื่อไปทั้งตัว อารมณ์สับสนปนเป สงบสติอารมณ์ไม่ได้เลย

ปฏิบัติการลอบสังหารครั้งนี้จะเรียกว่าล้มเหลวก็ยังน้อยไป ต้องเรียกว่าวิปโยค!

โรงเรียนมัธยมที่หกสิบนี่พยัคฆ์ซ่อนมังกรหมอบจริงๆ... ผีเท่านั้นที่รู้ว่านักฆ่าพวกนี้ต้องเจอกับอะไรบ้างในโรงเรียนเก่าของเขา?

จัวอี้รู้สึกว่าคนพวกนี้ตั้งใจมาเล่นตลกให้ดูชัดๆ

...

เช้าวันจันทร์ของสัปดาห์ที่สามหลังเปิดเทอม ผ่านไปสองวันเต็มๆ หลังเหตุการณ์ลอบสังหาร

หวังลิ่งเดินเข้าห้องเรียนอย่างสงบเหมือนทุกวัน

เป็นไปตามคาด ในห้องเรียนกำลังคุยกันให้แซ่ด

ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ลอบสังหารของเงาพรายที่กำลังเป็นข่าวดัง

สรุปได้คำเดียว: อนาถ!

"...ได้ยินมาไหม? นักฆ่าเงาพรายคนที่ซวยที่สุดเมื่อวาน"

"เขาว่ากันว่าหมอนั่นจะมุดท่อจากลานกว้างข้างๆ เข้ามาในสนามกีฬาโรงเรียน แต่ยังไม่ทันเข้าโรงเรียนก็โดนตาแก่หลี่ หัวหน้า รปภ. จับได้ซะก่อน"

"โดนบาทาไร้เงาของตาแก่หลี่เข้าไปก่อนดอกนึง แล้วโดนหมัดเจ็ดดาราคอมโบกลางอากาศอีกชุด ปลิวว่อนไปครึ่งชั่วโมง ก่อนจะโดนฝ่ามือยูไลตบลงมากองกับพื้น..."

ทุกคนฟังแล้วขนลุกซู่ แค่ฟังก็เจ็บแทนแล้ว!

ในฐานะผู้เกี่ยวข้อง ซุนหรงอดถอนหายใจไม่ได้: "คนคนหนึ่ง ก่อนตายได้เห็นวรยุทธ์ชั้นสูงขนาดนี้กับตา นับเป็นเกียรติสูงสุดจริงๆ นะเนี่ย"

"......"

หวังลิ่งก้มหน้า นึกไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวจะถูกใส่สีตีไข่ไปไกลขนาดนี้

"ตาแก่หลี่ หัวหน้า รปภ. เป็นใครกันแน่ ทำไมเก่งขนาดนี้? นั่นมันนักฆ่าผ้าคาดแดงระดับหนึ่งของเงาพรายเลยนะ..." มีคนถามขึ้น

อาจารย์เอ้อร์ตั้นขยับแว่น ยิ้มมุมปาก: "พวกเจ้าไม่รู้อะไรซะแล้ว ก่อนจะมาทำงานที่โรงเรียน ตาแก่หลี่เคยเป็นหัวหน้าหน่วยรบพิเศษผู้บำเพ็ญเพียรเจ็ดดาราเชียวนะ"

สิ้นเสียง ทั้งห้องอุทาน "บัดซบ" กันระงม

หลายคนคิดเหมือนหวังลิ่งตอนเจอตาแก่หลี่ครั้งแรกเปี๊ยบ คิดไม่ตกว่าทำไมยอดฝีมือระดับนี้ถึงมาเป็นหัวหน้า รปภ. ในโรงเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ ได้?

หน่วยรบพิเศษผู้บำเพ็ญเพียรเจ็ดดารา?

นี่คือหน่วยรบพิเศษที่ประเทศหัวซิ่วร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสำนักเจ็ดดาราก่อตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ! ทุกปีจะคัดเลือกนักศึกษาระดับหัวกะทิที่มีพรสวรรค์และฝีมือดีที่สุดจากสำนักเจ็ดดารามาฝึกฝนพิเศษ และระหว่างการฝึก ผู้โชคดีเหล่านี้จะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจำนวนมหาศาลจนน่าตกใจ!

ความแข็งแกร่งเฉลี่ยของหน่วยรบพิเศษเจ็ดดารา จะอยู่ที่ขอบเขตแก่นทองคำขั้นปลายระดับสูงสุด

ตาแก่หลี่ที่เป็นถึงหัวหน้าหน่วย... อย่างน้อยต้องระดับขอบเขตทารกวิญญาณแล้วมั้ง!

คนในห้องไม่กล้าคิดต่อ สำหรับทุกคนที่นี่ ขอบเขตทารกวิญญาณมันไกลเกินเอื้อม อาจจะทั้งชีวิตก็ไปไม่ถึง...

อีกทั้งยอดฝีมือระดับขอบเขตทารกวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่ กลับมาเป็นยามเฝ้าโรงเรียนมัธยมขอบเขตสร้างรากฐาน?

เบื้องหลังของผู้ชายคนนี้ ต้องมีเรื่องราวที่บรรยายไม่ได้ซ่อนอยู่แน่ๆ!

"สำนักเจ็ดดารา อีกสามปี ข้าต้องใส่มันลงในรายชื่อคณะที่อยากเข้าให้ได้!" เฉินเชาตื่นเต้น!

"ข้าจำได้ว่าปีที่แล้วคะแนนสอบเข้าสำนักเจ็ดดาราอยู่ที่สองแสนคะแนน..."

"สอบไม่ติด ก็ขอฝันไว้ก่อนไม่ได้รึไง"

อาจารย์เอ้อร์ตั้นผายมือ: "ถ้าข้าเก่งเหมือนตาแก่หลี่ สอบติดสำนักเจ็ดดารา เข้าหน่วยรบพิเศษ ฝึกจนถึงขอบเขตทารกวิญญาณ ข้าไม่มีทางยอมมาเป็นยามหรอก!"

หลินเสี่ยวอวี่หัวเราะคิกคัก: "นั่นสินะ ถ้าเจ้าฝึกถึงขอบเขตทารกวิญญาณ เจ้าคงไปจับสัตว์อสูรเทพๆ มาขายเป็นสัตว์เลี้ยง จูงผีซิ่ว(ปี่เซียะ) เดินตลาด โคตรเท่!"

"เท่กับผีน่ะสิ! พวกเจ้าไม่รู้อะไร ธุรกิจสัตว์เลี้ยงวิญญาณช่วงนี้ซบเซาจะตาย"

อาจารย์เอ้อร์ตั้นส่ายหน้า ถอนหายใจอย่างปลงตก: "ข้าว่าขายสัตว์เลี้ยงสู้ไปขายอาหารทะเลไม่ได้หรอก กุ้งกั้งเดี๋ยวนี้แพงกว่าหนูสายฟ้าพันธุ์แท้ระดับสองที่บ้านข้าอีก ถ้าข้าฝึกถึงขอบเขตทารกวิญญาณ มีวิชาพลิกทะเล ตักทีเดียวได้เป็นหมื่นกิโล รวยเละ!"

หลินเสี่ยวอวี่มองบนใส่กัวหาว ความคิดแม่งไร้อนาคตสิ้นดี!

...

หวังลิ่งนั่งเงียบๆ อยู่ข้างๆ แอบเอามือวางบนสมุดการบ้าน

หนึ่งในสามพันมรรคาวิถี มหาเวทชะตาฟ้าลิขิต มีกระบวนท่าหนึ่งเรียกว่า "อ่านชะตา" นี่นับเป็นความสามารถหนึ่งของหวังลิ่ง วิธีร่ายก็ง่ายๆ แค่มีสมุดโน้ตหรือสมุดการบ้าน ใช้มือข้างเดียวก็ทำนายได้ ความแม่นยำสูงกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์

แต่หวังลิ่งไม่ชอบวิชานี้ เพราะเขาอ่านชะตาตัวเองไม่ได้

แต่ตอนนี้ หวังลิ่งกะจะใช้วิชานี้ดูอนาคตของกัวหาวสักหน่อย...

ไม่ถึงสองนาที การทำนายก็เสร็จสิ้น

หวังลิ่งเปิดสมุดการบ้านดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น...

อีกหกร้อยปีข้างหน้า อาจารย์เอ้อร์ตั้นได้ก่อตั้งตลาดค้าส่งอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศหัวซิ่ว และมีชื่อว่า…

...

...

...

...

...

...

...

...

...

...

...

ไหตี่เลา (Haidilao)

จบบทที่ บทที่ 23 พวกเจ้ามาเล่นตลกกันใช่ไหม

คัดลอกลิงก์แล้ว