- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 16 สายลมวันนี้ช่างอึกทึกนัก
บทที่ 16 สายลมวันนี้ช่างอึกทึกนัก
บทที่ 16 สายลมวันนี้ช่างอึกทึกนัก
บทที่ 16 สายลมวันนี้ช่างอึกทึกนัก
ณ ห้องทำงานอธิการบดี อธิการบดีเฉินประสานสิบนิ้วไว้ใต้คาง จ้องมองสาส์นท้าดวลบนโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด: “ตรวจสอบสถานการณ์ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่?”
“ท่านอธิการบดีเฉิน ตรวจสอบชัดเจนแล้วเจ้าค่ะ ตราประทับของเงาพรายมีความพิเศษเฉพาะตัว หลังจากนำไปให้กรมตำรวจผู้บำเพ็ญเพียรพิสูจน์แล้ว ยืนยันว่าสาส์นท้าดวลฉบับนี้ถูกส่งมาจากเงาพรายจริงๆ เจ้าค่ะ” ผู้อำนวยการซือขมวดคิ้ว พูดตามตรงนางเองก็นึกไม่ถึงว่าเงาพรายจะกล้าส่งสาส์นท้าดวลมายังโรงเรียนมัธยมปลายอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ แถมยังประกาศว่าจะสังหารสหายนักเรียนซุนหรงภายในโรงเรียน เพื่อล้างแค้นเรื่องที่คฤหาสน์ใหญ่สกุลเซียวเมื่อวันก่อน
“ดูเหมือนสถานการณ์จะยุ่งยากซะแล้วสิ” อธิการบดีเฉินจุดบุหรี่สูบ แล้วอัดควันเข้าปอดเบาๆ
“หากเงาพรายส่งยอดฝีมือที่แข็งแกร่งพอมา ด้วยกำลังอาจารย์ของเราในตอนนี้ คงยากที่จะจำกัดการเคลื่อนไหวของเงาพรายได้... สหายนักเรียนซุนหรงกำลังตกอยู่ในอันตราย”
“แล้วทางเบื้องบนว่ายังไงบ้าง?”
“เบื้องบนต้องการให้เราส่งตัวสหายนักเรียนซุนหรงไปรับการคุ้มครองนอกโรงเรียนก่อน นอกจากนี้ให้ยื่นเรื่องไปยังสำนักงานรวมร้อยโรงเรียนผู้บำเพ็ญเพียร เพื่อขออัปเกรดมาตรการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนเราในระยะใกล้นี้แบบยกชุดเจ้าค่ะ”
“ผู้อำนวยการซือรู้หรือไม่ว่า เหลือเวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงงานรวมพลร้อยโรงเรียนครั้งหน้า?”
“ประมาณหนึ่งเดือนเห็นจะได้เจ้าค่ะ...”
“เมืองซงไห่มีทั้งหมดสิบสองเขตใหญ่ สามสิบหกโรงเรียนมัธยมปลายทั่วไป ปัจจุบันในบรรดาสามโรงเรียนมัธยมปลายทั่วไปของเขตเผยหยวน เราอยู่อันดับสาม”
ผู้อำนวยการซือ: “......” โรงเรียนมัธยมที่หกสิบรั้งท้ายเป็นประจำจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วสินะ?
อธิการบดีเฉินถอนหายใจ: “ถ้าเรายอมรับความเห็นของเบื้องบน ก็เท่ากับยอมรับว่าผู้บริหารโรงเรียนเราไร้ความสามารถ ถ้าตาแก่สองคนจากมัธยมห้าสิบแปดกับห้าสิบเก้าอยากหาเรื่อง พวกมันต้องเอาเรื่องนี้มาเล่นงานเราแน่ๆ แล้วเราก็จะยิ่งห่างไกลจากเป้าหมายการเป็นโรงเรียนระดับท็อปของเมืองไปอีก...”
“งั้น... ท่านอธิการบดีหมายความว่า?”
“กำลังรบโดยรวมของอาจารย์เราอาจจะไม่แข็งแกร่ง แต่! เราก็ยังมีสหายบางคนที่เก่งกาจอยู่นะ!” อธิการบดีเฉินครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะขยี้บุหรี่ดับ: “ฉันไม่สนว่าหลังจากสหายนักเรียนซุนหรงออกจากโรงเรียนไปแล้ว เครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียนกับกรมตำรวจผู้บำเพ็ญเพียรจะมีมาตรการคุ้มครองยังไง แต่เรื่องความปลอดภัยภายในโรงเรียน เราต้องรับผิดชอบเต็มร้อย และต้องทำให้ไม่มีข้อผิดพลาดเด็ดขาด”
“แล้ว... ตอนนี้เราควรทำยังไงเจ้าคะ?”
“ปฏิเสธความเห็นเรื่องส่งตัวออกนอกโรงเรียนของเบื้องบนไป พาตัวสหายนักเรียนซุนหรงไปไว้ในห้องเรียนแยก แล้วทิ้ง 'คนคนนั้น' ไว้คุ้มกันก็พอ บอกเบื้องบนไปว่า ถ้าสหายนักเรียนซุนหรงขนร่วงแม้แต่เส้นเดียว ให้มาตัดหัวฉันไปได้เลย!”
อธิการบดีเฉินยิ้มเย็น: “ก็แค่พวกนักเลงกระจอกในเงามืด ถ้ากล้ามา ก็จัดให้หนัก!”
เหงื่อเย็นไหลซึมออกมาจากหน้าผากผู้อำนวยการซือ: “......” นางย่อมรู้ดีว่า ‘คนคนนั้น’ ที่อธิการบดีเฉินพูดถึงคือใคร... แต่ถ้าต้องให้อาจารย์ท่านนั้นลงมือจริงๆ ผู้อำนวยการซือรู้สึกว่ามันออกจะขี่ช้างจับตั๊กแตนไปหน่อยมั้ง?
...
ไม่นานหลังจากสาส์นท้าดวลลอบสังหารของเงาพรายถูกส่งมา ทางโรงเรียนมัธยมที่หกสิบก็ดำเนินมาตรการคุ้มกันสหายนักเรียนซุนหรงอย่างเต็มรูปแบบทันที ถึงขนาดยกโต๊ะเรียนของซุนหรงเข้าไปไว้ในห้องพักอาจารย์เลยทีเดียว
แน่นอนว่าซุนหรงไม่เต็มใจอย่างยิ่ง เพราะแบบนี้ก็อดเห็นหน้าหวังลิ่งน่ะสิ
แต่ด้วยแรงกดดันจากทั้งทางโรงเรียนและเครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียน สุดท้ายซุนหรงก็ต้องจำยอม
หวังลิ่งคาดไม่ถึงเลยว่า หลังจากผ่านการเดตที่ไม่ค่อยจะอภิรมย์นักที่คฤหาสน์ใหญ่สกุลเซียว การแทนที่ความทรงจำไม่ได้ช่วยลดความรู้สึกดีๆ ที่ซุนหรงมีต่อเขาลงเลย กลับยิ่งเพิ่มพูนขึ้นไปอีก เพราะจากผลการสืบสวนของเครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียน แผนลอบสังหารครั้งก่อนที่คฤหาสน์ใหญ่สกุลเซียวมีการเตรียมการมาอย่างดี ตามแผนเดิมของเงาพราย ซุนหรงไม่มีทางหนีรอดได้แน่ๆ แต่น่าเสียดายที่มีตัวแปรอย่าง "ยอดฝีมือลึกลับ" โผล่มา
ซุนหรงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีสุดๆ และทึกทักเอาเองว่าโชคดีครั้งนี้หวังลิ่งเป็นคนมอบให้... สำหรับสาวน้อยช่างมโนที่จีบตัวเขาเองเก่งขนาดนี้ หวังลิ่งรู้สึกปวดหัวตึ้บบอกไม่ถูกจริงๆ
...
...
วันศุกร์ของสัปดาห์ที่สองหลังเปิดเทอม เวลาที่ระบุไว้ในสาส์นท้าดวลของเงาพรายก็มาถึง
วันนี้ เงาพรายจะส่งนักฆ่ามือหนึ่งเข้ามาลอบสังหารซุนหรงถึงในโรงเรียน
นักเรียนทั้งโรงเรียนถูกกักบริเวณเพื่อความปลอดภัย แม้แต่จะไปเข้าห้องน้ำยังมีอาจารย์ตามประกบ หวังลิ่งแบ่งร่างแยกออกมาหนึ่งร่างให้นั่งเรียนแทนตัวเองในห้อง ส่วนร่างจริงใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาขึ้นไปนอนอาบแดดชิลๆ บนดาดฟ้าตึกเรียนของโรงเรียนมัธยมที่หกสิบ
สบายๆ ขี้เกียจ เรียบง่าย และธรรมดา... นี่แหละชีวิตมัธยมปลายที่หวังลิ่งถวิลหา
สายตาของเขามองทอดไปยังทิวทัศน์โรงเรียนนอกหน้าต่างอย่างลึกล้ำ มุมนี้มองเห็นรูปปั้นหินเก่าคร่ำครึที่หน้าประตูโรงเรียนได้พอดี สายลมพัดผ่านใบปาล์มเบาๆ แต่ที่ไม่เหมือนปกติคือ ในสายลมวันนี้มีกลิ่นอายแปลกปลอมเจือปนอยู่อย่างชัดเจน
หวังลิ่งอดถอนหายใจในใจไม่ได้ ชีวิตมัธยมปลายไม่ได้สงบสุขอย่างที่คิดไว้เลย มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแทบจะวันเว้นวัน
แต่สำหรับเรื่องสาส์นท้าดวลของเงาพรายครั้งนี้ หวังลิ่งรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องถึงมือเขาหรอก
เพราะเขาค้นพบว่า โรงเรียนมัธยมที่หกสิบไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นภายนอก
เห็นชัดๆ ว่าเป็นแค่โรงเรียนมัธยมขอบเขตสร้างรากฐานธรรมดา แต่ในหมู่คณะอาจารย์กลับเป็นพยัคฆ์ซ่อนเล็บมังกรซ่อนกาย
นี่คือการค้นพบล่าสุดหลังจากหวังลิ่งเข้าเรียนที่นี่
และในบรรดายอดฝีมือเหล่านั้น หวังลิ่งพบว่าคนที่อยู่ใกล้ตัวเขาที่สุด ก็คือตาแก่โบราณที่สอนวิชาประวัติศาสตร์ทฤษฎีนั่นเอง
แต่ทว่า...
ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่า ไอ้พวกนักฆ่าเงาพรายที่จู่ๆ ก็มารวมตัวกันอยู่ใต้เท้าเขานี่มันสถานการณ์อะไรกัน?
ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยเหรอว่าเขาก็อยู่ตรงนี้ด้วย?
...ช่างเป็นพวกตาถั่วจริงๆ!
...
บนดาดฟ้าโรงเรียนมัธยมที่หกสิบ กลุ่มนักฆ่าชุดดำปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ผ้าคาดสีแดงที่แขนเสื้อเป็นเครื่องพิสูจน์ที่สะดุดตาว่าพวกเขาคือยอดฝีมือชั้นหนึ่งของเงาพราย
“หัวหน้า สายลมวันนี้ช่างอึกทึกนัก...”
“หัวหน้า ข้าว่าลูกพี่ใหญ่เวอร์เกินไปรึเปล่า? ก็แค่เด็กนักเรียนหญิงคนเดียว ถึงกับต้องให้พวกเราลงมือเองเลยเรอะ?”
“เป้าหมายวันนี้คือคุณหนูใหญ่แห่งเครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียน ตามข้อมูลข่าวกรอง ข้างกายนางน่าจะมีมือดีแฝงตัวคอยคุ้มกันอยู่ ไม่อย่างนั้นภารกิจของเงาพรายที่คฤหาสน์ใหญ่สกุลเซียวเมื่อวันก่อนคงไม่ล้มเหลว” นักฆ่าที่เป็นหัวหน้าเอ่ยปาก บนผ้าคาดสีแดงของเขามีลวดลายดิ้นทองปักอยู่ แสดงสถานะผู้บัญชาการสูงสุดของภารกิจลอบสังหารครั้งนี้
“ยอดฝีมือที่คุ้มกันนาง ฝีมือระดับไหนกันแน่?”
“เรื่องนี้ยังตรวจสอบไม่แน่ชัด” หัวหน้านักฆ่าตอบด้วยความละอายใจ “นักฆ่าผ้าคาดดำสองคนที่ส่งไปวันนั้น มีอัตราความสำเร็จภารกิจร้อยเปอร์เซ็นต์ ขาดอีกแค่ภารกิจเดียวก็ได้เลื่อนขั้นเป็นผ้าคาดแดงแล้ว แต่เรากลับหาศพไม่เจอด้วยซ้ำ เป็นไปได้สูงว่าถูกทำลายไปพร้อมกับจินตัน(แก่นทองคำ) ในร่างเลย”
“......” มารดามัน!? ไม่เหลือแม้แต่กระดูก?!
เหล่านักฆ่าผ้าคาดแดงต่างพากันเหงื่อตก
“ดังนั้น ห้ามประมาทการต่อสู้ครั้งนี้เด็ดขาด และจำไว้ เป้าหมายของเรามีแค่ซุนหรง เจอเป้าหมายเมื่อไหร่ให้ลงมือสังหารแล้วถอนตัวทันที ห้ามแตกแถวไปก่อเรื่องยุ่งยากอื่นเด็ดขาด”
“ฟึ่บ” สิ้นเสียง หัวหน้านักฆ่าสะบัดมือ กลุ่มนักฆ่าชุดดำก็กระจายตัวหายวับไปกับพื้นทันที
...
ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของปฏิบัติการครั้งนี้ และเป็นนักฆ่าระดับท็อปที่ติดอันดับที่สิบสามของโลก
เขาเคยผ่านภารกิจโหดหินมานับไม่ถ้วนเพื่อเงาพราย ฝ่าฟันกองภูเขาดาบทะเลเพลิง เหยียบย่ำซากศพและวิญญาณมากมายจนมายืนอยู่จุดนี้ได้ คิดไม่ถึงว่าภารกิจสุดท้ายก่อนเลื่อนตำแหน่ง จะง่ายดายขนาดนี้...
“ขอแค่ทำภารกิจนี้สำเร็จ ข้าก็จะได้เข้าสู่ระดับบริหารผ้าคาดทองของเงาพรายแล้ว”
สวีอิ่งยืนอยู่ในมุมมืดของดาดฟ้า มองลงไปยังเขตโรงเรียนที่ทั้งเล็กและเก่าซอมซ่อ แล้วหัวเราะหึๆ ก็แค่โรงเรียนมัธยมปลายธรรมดาที่ไม่มีแม้แต่ค่ายกลรวบรวมวิญญาณ ต่อให้มีทีมรักษาความปลอดภัยจากเครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียนมาช่วย แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทีมนักฆ่ามือหนึ่งของเงาพราย อาจารย์และยามของที่นี่จะเก่งสักแค่ไหนเชียว?
สวีอิ่งยิ้มเยาะตัวเอง แล้วผูกผ้าปิดหน้าให้แน่นอย่างตั้งใจ... นี่น่าจะเป็นภารกิจสุดท้ายของเขาแล้ว
ในฐานะชาวราศีกันย์ ต่อให้ภารกิจสุดท้ายนี้จะดูไร้ความท้าทายแค่ไหน สวีอิ่งก็ตั้งใจจะทำให้มันออกมาสวยงามสมบูรณ์แบบเหมือนทุกครั้ง!
“สายลมวันนี้... ช่างอึกทึกนัก...”
ทันใดนั้น เสียงถอนหายใจแผ่วเบาก็ดังขึ้นมาจากเหนือหัวของสวีอิ่ง
สวีอิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หันขวับไปมอง ก็พบเข้ากับเด็กหนุ่มผมหน้าม้าสีดำในชุดเครื่องแบบโรงเรียนมัธยมที่หกสิบ กำลังนั่งอาบแดดอย่างสบายอารมณ์อยู่บนหลังคาห้องเก็บของ
ก่อนจะขึ้นมาบนดาดฟ้า สวีอิ่งตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่าที่นี่ไม่มีคนอยู่แน่นอน!
งั้นคำถามคือ...
ไอ้หมอนี่มันโผล่มาจากไหนฟะ?