เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 411 พลังของสายเลือด

ตอนที่ 411 พลังของสายเลือด

ตอนที่ 411 พลังของสายเลือด


หมอกสีเขียวครอบคลุมหน้าของถังเทียนและครอบคลุมทั้งตัวเขาภายในพริบตาทันที

ในหมอกเขียวจะบรรจุรังสีมีดบางๆนับไม่ถ้วนเหมือนกับทรายแต่แหลมคมมันล้อมรอบถังเทียนเหมือนทรายดูดหมุนปั่นด้วยความเร็วสูงจนดูเหมือนสัตว์ประหลาดสีเขียว

อาวุธลับทั้งสิบมีพลังที่ไม่ซ้ำกันแฝงอยู่ในหมอกเขียว

ฟุ่บฟุ่บ ฟุ่บ

พวกเขาชำเลืองมองกันเองพร้อมกันและท่าทีโล่งอกปรากฏในสายตาของแต่ละคน ความจริงเจ้าเด็กน้อยนี่เกทับเราจนเกือบถูกหลอกแล้ว

แม้แต่มือธนูบนกำแพงค่ายก็ยังรู้สึกโล่งใจ

พวกเขาทั้งสองคนผสานทักษะสังหารเข้าด้วยกัน  ฝ่ายตรงข้ามไม่มีทางหลบได้ ซึ่งก็หมายความว่าเขาต้องตายแน่นอนแม้ว่าเขาจะถูกวางไว้ในสถานการณ์เช่นนั้น เขาก็ยังไม่มีโอกาสรอด

มันจบแล้ว

เขามองดูอาวุธจักรกลวิญญาณทันใดนั้น เขาชำเลืองมองเห็นบางอย่างจากหางตาของเขา

แย่แล้ว!

เขาหันหน้าไปดูทันที

หมอกเขียวเริ่มโรยตัวลงช้าๆเหมือนกับทรายดูด  เดี๋ยวก่อน...

ไม่มีภาพอะไรอื่นในหมอกใบมีดเขียว

มือธนูปากอ้าค้างอย่างเหลือเชื่อ เขามั่นใจว่าเขามองเห็นว่าหมอกเขียวกำลังกลืนถังเทียนอย่างไร  มือธนูถูกฝึกมาให้มีใจและสายตายอดเยี่ยม  เขาไม่เคยพบกับภาพลวงตาและมันไม่มีทางหลบพ้นจากสายตาที่ทรงพลังของเขาได้

หมอกเขียวเหมือนจะถูกดูดลงไปด้านล่างมากขึ้นเหมือนทรายดูด

“ระวัง!”

มือธนูตะโกนบอกคนอื่นทันทีหลังจากเขาสงบอารมณ์จากอาการตกใจ

รังสีเยือกเย็นฉายผ่านออกมาในอากาศเหมือนกับกรงเล็บหมาป่าที่คม

ยอดฝีมืออาวุธลับสังเกตได้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา เขาซัดอาวุธลับในมือไปด้านหลังและร่างของเขาถูกดันไปข้างหน้าอย่างควบคุมมิได้

โลหิตสาดกระจายแขนข้างหนึ่งปลิวขึ้นไปในท้องฟ้า

ยอดฝีมืออาวุธลับร้องโหยหวนหลังจากสูญเสียแขนของตน  แต่เขารู้ว่าเป็นช่วงความเป็นความตาย  เขากัดฟันวิ่งตะบึงไปข้างหน้าเนื่องจากเป็นวิธีเดียวที่จะรักษาชีวิตไว้ได้โดยการเพิ่มระยะห่างจากพวกเขา

สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากขึ้นก็คืออาวุธลับที่เขาซัดออกไปในทุกตำแหน่งและกระจายตัวอย่างสมบูรณ์แบบ  แต่ไม่มีชิ้นใดทำร้ายฝ่ายตรงข้ามได้เลย

เป็นไปไม่ได้!

ระยะใกล้ขนาดนั้นอาวุธลับของเขาไม่เคยพลาด

แต่ยังมีรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงไล่ตามเขามาติดๆ เขารู้สึกสั่นไปตามกระดูกสันหลังตะลึงกับความรู้สึกถูกเกาะติดโดยไม่ต้องหันหลังไปดู

มือธนูบนกำแพงสายตายอดเยี่ยมมองเห็นทุกอย่างชัดเจน

บุรุษหนุ่มคล่องแคล่วว่องไวถึงขนาดที่เขาดูไม่คล้ายมนุษย์ ขณะที่ตะบึงไปข้างหน้า

จากเริ่มต้นจนถึงที่สุดบุรุษหนุ่มไม่ลังเลหยุดอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อเขาประสบความสำเร็จได้อาวุธชิ้นแรกเขาใช้พลังได้อย่างสมบูรณ์ไม่ต้องลังเล และอาวุธทั้งหมดรวมอยู่ในมือของเขา ฉากภาพที่งดงามน่าชม เมื่อเห็นพลังที่ระเบิดออกด้วยการผสมผสานพลังธาตุที่แตกต่างเข้าด้วยกัน มันมีผลกระทบที่สะดุดตาที่สุด

เขาค้นพบวิธีการโจมตีของศัตรูอยู่ก่อนแล้วหรือ?

มือธนูตกใจมากจนเขาแทบจะหมดความรู้สึก

ยอดฝีมือผู้ใช้ดาบฟันเลื่อยมีส่วนร่วมในการต่อสู้และได้รับผลกระทบอย่างมากและมีปฏิกิริยาที่รวดเร็วมาก  เขาไม่อาจค้นพบได้ว่าถังเทียนหลบหนีออกมาจากวิชาสังหารของพวกเขาได้อย่างไร   แต่เขารู้ว่าเขาไม่ยินดีจะช่วยคู่หูหลังจากคู่หูของเขาตาย

ข้อมือของเขากลายเป็นนุ่มและอ่อนหยุ่นและดาบฟันเลื่อยที่เขาถือยิงรังสีออกไป

ดาบนางแอ่นเหิน

รังสีดาบเริ่มโปรยลงมาทั้งหมดมีขนาดเท่าฝ่ามือ ดาบลอยลงมาอย่างสง่างามเหมือนกับนางแอ่นเขียว  ความเร็วของมันน่าทึ่งขณะที่มันโถมโฉบเข้าหาถังเทียนจากทุกตำแหน่ง

ในฐานทัพตวนมู่ที่ถูกมัดอย่างแน่นหนามีสีหน้าเปลี่ยนไปครั้งแรก

“เจ้าสังเกตอะไรได้บ้าง?”  เซรีนถามทันทีขณะที่นางสังเกตเห็นว่าตวนมู่มีความเข้าใจการต่อสู้ลึกซึ้งมากกว่านาง

“เขากำลังจะชนะ!”  ตวนมู่พูดด้วยน้ำเสียงต่ำ  แต่ไม่เคยหันสายตาไปจากจอภาพเลย

“ใครกัน?” เซรีนกระตือรือร้นต้องการรู้

“เจ้านายเจ้า” ตวนมู่มีอารมณ์ที่แปลกประหลาดบนใบหน้า

เกือบจะทันทีหลังจากตวนมู่ตอบ  พวกเขามองดูจอภาพขณะที่ร่างของถังเทียนงอเหมือนพระจันทร์เสี้ยว ทันใดนั้นเขามาปรากฏตัวด้านหลังนักสู้ผู้ใช้อาวุธลับทันทีเหมือนกับภูตผีและใช้ฝ่ามือโจมตีจากด้านหลัง

พลังเกลียวที่รุนแรงระเบิดออก

แรงกระแทกทำให้ยอดฝีมืออาวุธลับปลิวกระเด็นเหมือนถูกฟ้าผ่า

ยอดฝีมือดาบฟันเลื่อยตกใจและควงดาบทันทีและหมุนดาบเป็นวงกลมในอากาศพร้อมกับสร้างรังสี  พลังนั้นดึงดูดเขาเหมือนแม่เหล็กและลากร่างของเขาห่างออกไปสามสิบเมตร

ถังเทียนไม่ได้ไล่ตามเขาแต่หยุดและมองดูเหมือนสูญเสียบางอย่าง

ปัง,ร่างของยอดฝีมืออาวุธลับกระแทกลงกับพื้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเลือด ไร้ลมหายใจ ทุกส่วนในร่างกายถูกถังเทียนทำลาย

ยอดฝีมือดาบฟันเลื่อยมองดูถังเทียนตกใจเหลือเชื่อ

“ยอดเยี่ยม!”

ในฐานใต้ดินเซรีนต่อยตวนมู่อย่างตื่นเต้น ตวนมู่มองนางโดยไม่พูดสักคำ หมัดของเซรีนอ่อนแอเหมือนขนนกและไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวด

เซรีนมองดูอย่างรวดเร็วยิ้มกว้างและถาม “เจ้ารู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ยังไง?”

ตวนมู่ประหลาดใจ  เขารู้สึกสะท้านเสียวสันหลัง  เขาค่อยได้เห็นว่าสตรีนั้นสวยงดงามเพียงไหน

“จังหวะ, พวกเขาสูญเสียจังหวะของตนเองไป”  ตวนมู่อธิบาย “ประการแรกเจ้านายของเจ้าหลบออกมาจากวิชาสังหารของพวกเขาได้ซึ่งก็หมายความว่า  เขาได้เปรียบ จากนั้นทั้งสองคนประมาทเกินไปทำให้เขาไม่ฉวยโอกาสให้มากขึ้น  พวกเขาวางใจเกินไปและสับสนในตอนสุดท้าย  เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถทำงานร่วมกันได้”

เซรีนเดินยิ้มเข้าไปหาเขาและใช้เล็บแดงเหมือนเลือดของนางเกาคางตวนมู่และพูดอย่างนุ่มนวล  “ทำไมเจ้าทำเสียงเหมือนกับว่าคู่ต่อสู้ยอมแพ้การต่อสู้และทำเหมือนกับว่าการเอาชนะเจ้านายข้าเป็นเรื่องง่ายแทนที่จะเป็นเพราะเขาเอาชนะได้เพราะฝีมือที่โดดเด่นเล่า?  เจ้าควรจะคิดใหม่ให้ดี”

ตวนมู่ขนลุกหลังจากได้ยินเช่นนั้น  เนื่องจากเขารู้ว่าสตรีนี้จะทำอะไร

“เจ้านายของเจ้าฝีมือน่าทึ่งยอดเยี่ยมเกิดบรรยาย  เอาแค่วิธีที่เขาหลบออกมาจากวิชาสังหารได้ซึ่งข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อนแค่นั้นก็น่าประทับใจแล้ว ข้าคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับพลังสายเลือดของเขา  เขาลอบโจมตีจากด้านหลังและการไล่ล่าก็ทำได้ดี  และที่ไม่ลืมก็คือหมัดสุดท้ายมันเหลือเชื่อ เขาโจมตีได้สมบูรณ์แบบเมื่อคู่ต่อสู้เสียสมาธิ มันเป็นภัยร้ายแรงถึงตาย....”

“ช่างเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายนัก!” เซรีนหัวเราะและเอามือตบหน้าตวนมู่เบาๆนางรู้สึกถึงบางอย่างที่น่าทึ่ง เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เขาก็สามารถคาดการณ์ฝีมือของถังเทียนได้ว่าเป็นอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับพลังสายเลือด

น่าประทับใจ!

ตวนมู่ถอนหายใจโล่งอกลึกๆ ในใจของเขา เขาหยันตัวเองที่มีความซื่อสัตย์ต่ำและถูกสตรีคนหนึ่งขู่ขวัญได้

“ข้าจำยอดฝีมือดาบเลื่อยและคนศีรษะโล้นได้  พวกเขาคือบีชกับหรูไห่  พวกเขามาจากตระกูลของฮั่วฝู่หมัน  แต่อีกสองคนเป็นใคร?”  เซรีนถาม

“อวี้ฟงคือยอดฝีมืออาวุธลับและเป็นนักสู้ระดับทอง  นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาตายที่นี่”ตวนมู่รู้สึกมีอารมณ์พลุกพล่านเล็กน้อย “มือธนูชื่อชิวอวี้ เป็นนักสู้ระดับทองเช่นกัน”

ตวนมู่พูดไม่ออกทันทีเซรีนยังเยาว์วัย แต่เจ้านายที่เอาแต่ใจยังอายุเยาว์มาก แต่ภายใต้การลงมือของนักสู้ระดับทองถึงสองคน  เขากลับโค่นนักสู้ระดับทองได้คนหนึ่ง

แม้ว่าทั้งสองคนจะสะเพร่าและเลินเล่อก็ตาม

แต่ผลที่ปรากฏออกมาก็เป็นความจริง

เจ้าผู้นี้เขามีความสามารถฆ่านักสู้ระดับทองได้!

เขาเป็นใครกันแน่? มีนักสู้ไม่มากนักที่ยังอายุเยาว์และมีความสามารถ!  ตวนมู่เริ่มนึกไล่รายชื่อในสมองและทันใดนั้นเขาโพล่งออกมา“ถังเทียน! เขาคือถังเทียน!”

ติงตังดูเหมือนตื่นตัว  นางเป็นตัวแทนทำงานให้หน่วยข่าวกรองดังนั้นจึงมีความอ่อนไหวต่อข้อมูลเช่นนั้น

ตวนมู่รู้สึกได้ถึงรังสีฆ่าฟันของติงตัง เขาประหลาดใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ในวันนี้?  ทำไมเขาถึงได้ทำผิดพลาดโง่ๆ แบบนั้นได้?  เขาเปิดเผยสถานะของถังเทียนซึ่งจะทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก...

ช่วงเวลานี้เซรีนหันมายิ้มให้ด้วยสีหน้าท่าทางล้อเล่นของนาง

นั่นยิ่งทำให้เขาเสียวสันหลังอีกครั้ง

หยาหยามองดูมีท่าทางเก็บกดขณะที่เดินไปตามทางเดิน

มันอยู่ร่วมกับกลุ่มอสูรจักรกลทุกวันคอยขุดตลอดเวลา ความเบื่อกำลังจะฆ่ามัน มันไม่เห็นเจ้านายมาหลายวันแล้ว ลุงปิงก็สั่งงานมันเหมือนกับเป็นเจ้านาย ฝึกฝนจนตัวเป็นเกลียว ฝึกให้ทรงพลังเหมือนกับเจ้านายของมัน

ลุงปิงสอนให้หยาหยาและฝึกวิทยายุทธให้มัน  ซึ่งก็คือใช้หมัดกลืนแสงเพื่อขุด  ลุงปิงบอกว่าภูเขาทรายทั้งลูกจะถูกทำลายแล้วหมัดเหล็กกลืนแสงจะกลายเป็นวิชาที่น่าประทับใจแน่นอน

หมัดเหล็กกลืนแสงของข้าจะต้องดีขึ้น..แต่ ข้าไม่ได้พบเจ้านายมานานแล้ว...

นี่มันน่าเบื่อเหลือเกิน...นอกจากนี้ ตัวอ่อนขุนพลวิญญาณเกิดมาเพื่อสู้...

ข้าทรงพลังมาก...

ทำไมเจ้านายถึงได้ดูแคลนข้า...และเขาไม่ต้องการเล่นกับข้า...

หยาหยาเศร้าเตะก้อนหินเล็กๆบนทางด้วยความรำคาญ มันก้มหน้าเดินไปข้างหน้าก้าวเดินช้าๆ เหมือนกับเต่า

ทันใดนั้นร่างๆหนึ่งปรากฏตัวขึ้น  หยาหยาเงยหน้ามองสังเกตว่ามันคือแพะ, เต่าและกระรอกบรอนซ์นั่นเอง

แพะหมอบอย่างสง่างามเต่าก็ยืดหัวออกมาจากกระดองและกระรอกยืนไขว้แขนของมันมองดูหยาหยาด้วยท่าทางน่ารัก

อารมณ์หยาหยาค่อยแจ่มใสขณะที่มันกระโดดขึ้นไปบนหลังแพะ

“อา อา อา อา อา หยาหยา”

หยหยาจับเขาแพะตะโกนอย่างร่าเริงเหมือนเด็ก แพะรู้สึกได้ว่ามันอารมณ์ดีและพุ่งไปสุดฝีเท้าที่มันมี

เต่าตกใจและหดหัวกลับเข้าในกระดอง

ในท่ามกลางลมโกรกรุนแรงสิ่งที่เห็นคือใบหน้าที่น่ารักของกระรอกและหางของมันลู่ลมไปอีกด้านหนึ่ง

ไม่นานนักพวกมันก็เห็นทางเข้าเมืองสามวิญญาณ  หยาหยาเริ่มมีความสุขยิ่งขึ้น

เมืองสามวิญญาณมีเซรีนและสาวแฝด  แต่เซรีนน่ากลัวเกินไปและติงตังมักจะยุ่งอยู่เสมอ ดังนั้นผี่ผาดีที่สุด อย่างน้อยก็น่าสนใจมากกว่าขุดภูเขา

เมื่อหยาหยาผ่านทางเข้าและเตรียมจะเข้าไปในค่ายหน้าอ่อนๆ ของมันกลายเป็นเคร่งเครียดและตาของมันสว่างเหมือนดวงดาวยามราตรี

มีการต่อสู้เกิดขึ้น

มันได้ยินเสียต่อสู้เบาๆ

เจ้าแพะก็ยังตกใจและระมัดระวัง มันวิ่งไปตามทางด้วยความห่วงใยความปลอดภัยของเซรีน

ในไม่ช้าพวกมันก็มาถึงห้องเซรีนนางไม่พูดอะไรสักคำ เมื่อเห็นพวกมัน กลับหันหน้าไปดูการต่อสู้ต่อไป  ทุกคนให้ความสนใจการต่อสู้

หยาหยาเอียงหน้ามองตาของมันเป็นประกายขณะมองดูเจ้านายในจอภาพ

เจ้านายกำลังต่อสู้!

ความใฝ่ฝันตลอดชีวิตของตัวอ่อนขุนพลวิญญาณก็คือสู้ร่วมกันกับเจ้านายของมัน!

หยาหยากำหมัดสีดำของมัน

มันมองดูรอบๆ  หลังจากตระหนักว่าไม่มีใครมองดูมัน มันจึงค่อยๆย่องออกไปจากห้องอย่างเงียบกริบ

ตัวอ่อนขุนพลวิญญาณต้องการต่อสู้ด้วยเช่นกัน!

จบบทที่ ตอนที่ 411 พลังของสายเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว