- หน้าแรก
- มหาศึกดวงดาว กำเนิดอารยธรรมตำนานเทพบรรพกาล
- บทที่ 48 เผ่าโลหิตมาถึงแล้ว
บทที่ 48 เผ่าโลหิตมาถึงแล้ว
บทที่ 48 เผ่าโลหิตมาถึงแล้ว
บทที่ 48 เผ่าโลหิตมาถึงแล้ว
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว ความมืดมิดค่อยๆ กลืนกินผืนโลก สรรพชีวิตต่างเริ่มเข้าสู่ห้วงนิทรา
ณ ทวีปประจิม ภายในท่อระบายน้ำใต้ดินของจักรวรรดิแห่งหนึ่ง เงาร่างหลายสิบสายเคลื่อนไหวว่องไวราวกับภูตผีในราตรีกาล
เงาร่างเหล่านี้เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่วางไว้ล่วงหน้าอย่างเงียบเชียบ จนมาถึงเบื้องล่างของสนามบิน พวกเขาอาศัยความสามารถอันแข็งแกร่งเข้าจู่โจมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจนสลบไปในพริบตา ก่อนจะเข้ายึดเครื่องบินขนส่งสินค้าลำหนึ่ง!
พวกเขาบินมุ่งตรงไปยังจักรวรรดิเหยียนหวงตามเส้นทางการบินที่วางแผนไว้ล่วงหน้า
ถูกต้อง!
ตัวตนของพวกเขาก็คือ “สมาชิกเผ่าโลหิต” ที่กำลังหลบหนีการไล่ล่าจากเหล่าผู้ใช้พลังเหนือสามัญ ทำให้ต้องซ่อนตัวอยู่ในท่อระบายน้ำใต้ดินอันมืดมิดและโสโครกมาโดยตลอด
จนกระทั่งฟ้าย่างเข้าสู่ความมืดสนิท พวกเขาถึงกล้าออกมาปฏิบัติการยึดเครื่องบิน
จุดประสงค์นั้นเรียบง่ายยิ่งนัก นั่นคือการใช้เครื่องบินเป็นพาหนะเพื่อสลัดทิ้งการไล่ล่าของเหล่าผู้ใช้พลังเหนือสามัญ!
ทว่าการกระทำอันอุกอาจระหว่างการยึดเครื่องบิน ทำให้ข่าวรั่วไหลไปยังหน่วยงานบริหารการบินอย่างรวดเร็ว
บรรดากองกำลังที่ยังไม่สามารถชิงตัวอย่างของเผ่าโลหิตมาได้ ต่างก็เดือดดาลและสบถออกมาอย่างหัวเสีย
“บัดซบ! พวกมันหนีไปได้รึ?!”
“ให้ตายสิ! ติดต่อสนามบินที่ถูกปล้นเดี๋ยวนี้ ข้าต้องการตำแหน่งของพวกมัน!”
“คิดจะอาศัยเครื่องบินหนีรึ ฝันไปเถอะ! ทันทีที่พวกเจ้าลงจอด นั่นคือเวลาสิ้นสุดอิสรภาพของพวกเจ้า!”
“แจ้งให้ทุกคนทราบ ทันทีที่เครื่องบินของเผ่าโลหิตลงจอด ให้ลงมือทันที จับเป็นหรือจับตาย!”
“…”
องค์กรผู้มีอิทธิพลหลายแห่งต่างออกคำสั่งจับกุม! ทว่าไม่นานหลังจากที่ได้ตำแหน่งของเครื่องบินมา พวกเขาก็ต้องสบถออกมาอย่างเดือดดาลอีกครั้ง
“เจ้าพวกสารเลว! กล้าดียังไงถึงมุ่งหน้าไปจักรวรรดิเหยียนหวง! นี่มันการทรยศชาติชัดๆ! พวกมันสมควรถูกประหาร!”
“บ้าเอ๊ย! พวกมันกำลังไปจักรวรรดิเหยียนหวง!”
“จะทำอย่างไรดี? จักรวรรดิเหยียนหวงเป็นเขตหวงห้ามของผู้ใช้พลังเหนือสามัญ เรายังจะส่งคนไปสกัดพวกมันอีกรึ?”
“บัดซบ! ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม จงสกัดกั้นพวกมันไว้นอกเขตแดนของจักรวรรดิเหยียนหวงให้ได้! ต่อให้ต้องกำจัดพวกมันทิ้งทั้งหมด ก็อย่าให้พวกมันเหยียบแผ่นดินเหยียนหวงได้แม้แต่ก้าวเดียว!”
“ขอรับ! ข้าจะสั่งให้เครื่องบินรบออกปฏิบัติการเดี๋ยวนี้ และยิงพวกมันให้ร่วงก่อนที่จะเข้าสู่เขตแดนของจักรวรรดิเหยียนหวง!”
“…”
ในเวลาไม่นาน ฝูงบินรบล้ำยุคหลายสิบลำก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งตรงไปยังเครื่องบินที่เผ่าโลหิตโดยสาร หมายจะสกัดกั้นอีกฝ่ายให้ได้ก่อนที่จะล่วงล้ำเข้าสู่เขตแดนของจักรวรรดิเหยียนหวง
ทว่าข้อมูลที่พวกเขาได้รับนั้นล่าช้าไปก้าวหนึ่ง กว่าจะไล่ตามจนมองเห็นเครื่องบินเป้าหมาย อีกฝ่ายก็ได้ล่วงเข้าสู่น่านฟ้าเหนือทะเลของจักรวรรดิเหยียนหวงไปแล้ว
“บัดซบ! พวกมันเข้าสู่น่านฟ้าเหนือทะเลของจักรวรรดิเหยียนหวงแล้ว เราจะยังโจมตีต่อหรือไม่?”
“ขอคำสั่งจากเบื้องบน! สอบถามว่าควรทำอย่างไร?”
“ขอรับ!”
ในไม่ช้า พวกเขาก็ได้รับคำสั่ง ให้ทำลายล้างสมาชิกเผ่าโลหิตที่น่าชังเหล่านี้ให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!
เมื่อได้รับคำสั่งแล้ว เหล่านักบินของเครื่องบินรบก็ไม่ลังเลอีกต่อไป พวกเขาเล็งไปยังเครื่องบินเป้าหมายแล้วระดมยิงกระสุนปืนใหญ่เข้าใส่อย่างต่อเนื่อง!
ตูม!
ในชั่วพริบตา!
กระสุนปืนใหญ่หลายนัดพุ่งเข้าถล่มปีกของเครื่องบินที่บรรทุกสมาชิกเผ่าโลหิตจนเกิดเพลิงลุกท่วม เครื่องบินเสียการทรงตัวทันทีและกำลังดิ่งหัวลงสู่ท้องทะเลเบื้องล่าง
“แย่แล้ว! ปีกเครื่องบินเสียหาย เครื่องบินกำลังเสียการควบคุม พวกเราต้องลงจอดฉุกเฉิน!”
สมาชิกเผ่าโลหิตที่ทำหน้าที่นักบินรีบแจ้งข่าวร้ายให้สมาชิกคนอื่นๆ ทราบ เพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมอพยพได้ทุกเมื่อ
จากนั้น เขาก็พยายามอย่างสุดชีวิตที่จะควบคุมเครื่องบินที่กำลังร่วงหล่น เพื่อนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินบนชายฝั่ง
หากไม่ต้องการให้เครื่องบินตกทะเล การนำเครื่องร่อนลงจอดฉุกเฉินบนชายฝั่งจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
จักรวรรดิเหยียนหวง
บนชายฝั่ง
กองกำลังติดอาวุธครบมือหน่วยหนึ่งได้เตรียมพร้อมมาเนิ่นนานแล้ว!
จากรูปลักษณ์และการเตรียมพร้อมของพวกเขา บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาเฝ้ารอการมาถึงของเครื่องบินลำนี้อยู่แล้ว!
ถูกต้อง!
พวกเขาคือสมาชิกองครักษ์เงาที่ได้รับพระราชโองการจากองค์จักรพรรดิ!
ตั้งแต่ตอนที่เผ่าโลหิตขึ้นเครื่องบิน พวกเขาก็ได้รับข่าวกรองที่เกี่ยวข้อง ทำให้ล่วงรู้เส้นทางการเดินทางของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
เนื่องจากอีกฝ่ายยังไม่ได้อยู่ในเขตแดนของจักรวรรดิเหยียนหวง แม้จะรู้ว่ามีคนกำลังไล่ล่าสกัดกั้นพวกเขาอยู่ แต่ก็ยังไม่ได้เลือกที่จะให้ความช่วยเหลือ
องค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่งว่า หากยังไม่อยู่ในอาณาเขตของจักรวรรดิ ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ!
บัดนี้!
อีกฝ่ายได้ล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนของจักรวรรดิเหยียนหวงแล้ว ก็ย่อมไม่อาจปล่อยให้ฝูงบินรบที่ไล่ล่าพวกมันทำตามอำเภอใจได้อีกต่อไป!
“ออกปฏิบัติการ!”
หัวหน้าองครักษ์เงาโบกมือเป็นสัญญาณ สั่งให้สมาชิกองครักษ์เงาที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วออกเคลื่อนไหว เพื่อช่วยชีวิตสมาชิกเผ่าโลหิต
“ขอรับ!”
เงาร่างหลายสิบสายพลันหายลับไปในความมืด
ครู่ต่อมา เครื่องบินรบขององครักษ์เงาหลายลำก็ทะยานขึ้นสู่ฟ้า เข้าปะทะกับฝูงบินรบจากต่างแดนที่ล่วงล้ำน่านฟ้าเหยียนหวง
สำหรับองครักษ์เงาผู้พิทักษ์จักรวรรดิเหยียนหวงแล้ว เครื่องบินลำใดก็ตามที่ล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของจักรวรรดิโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกนับว่าเป็นศัตรูทั้งสิ้น
ในเมื่อเป็นศัตรู ก็สมควรถูกกำจัด!
“บัดซบ! เครื่องบินรบขององครักษ์เงาแห่งจักรวรรดิเหยียนหวงปรากฏตัวแล้ว! รีบหนีเร็ว! หากถูกพวกมันตามติด พวกเราจบเห่แน่!”
ฝูงบินรบล้ำยุคที่เดิมทีคิดจะระดมยิงอีกระลอก เมื่อเห็นเครื่องบินรบขององครักษ์เงาแห่งจักรวรรดิเหยียนหวงทะยานขึ้นมา ก็พากันแตกฮือราวกับหนูเห็นแมว รีบบินหนีกลับไปยังทวีปตะวันตกอย่างไม่คิดชีวิต เพราะเกรงว่าหากชักช้าแม้เพียงนิด อาจต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ตลอดกาล!
“เหอะ! พวกกระจอก!”
“ฝีมือแค่นี้ยังกล้าไล่ล่าเผ่าโลหิตมาถึงเขตแดนของจักรวรรดิเหยียนหวงรึ ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย!”
“พวกชาวฟาราซีนี่โง่เง่าจริงๆ ถึงกับบีบคั้นให้เผ่าโลหิตต้องจากไป ช่างเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองแท้ๆ!”
“เจ้าพวกกระจอกน่ารังเกียจ กล้าดีอย่างไรมาทำอหังการในเขตแดนเหยียนหวง! เห็นทีต้องสั่งสอนบทเรียนให้พวกมันเสียหน่อย!”
“เผ่าโลหิตรึ?! หึหึ มาถึงจักรวรรดิเหยียนหวงของข้าแล้ว ก็จงอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเสีย มิฉะนั้นดาบศึกของพวกเราเหล่าองครักษ์เงาก็ไม่ใช่ของประดับ!”
“อย่าไปใส่ใจนักเลย ในเมื่อมาถึงจักรวรรดิเหยียนหวงแล้ว ก็จงทำคุณประโยชน์ให้จักรวรรดิอย่างเชื่อฟังก็พอ!”
เมื่อฝูงบินรบล้ำยุคถูกขับไล่ออกไป เครื่องบินรบขององครักษ์เงาก็พากันลงจอด และสมาชิกเผ่าโลหิตที่ลงจอดฉุกเฉินบนชายฝั่งก็ได้รับการช่วยเหลือจนปลอดภัย!
สิบนาทีต่อมา
สมาชิกเผ่าโลหิตกว่ายี่สิบคนล้วนถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ และถูกควบคุมตัวไว้โดยองครักษ์เงา
สำหรับพวกเขาแล้ว องครักษ์เงายังคงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง!
ในไม่ช้า หัวหน้าองครักษ์เงาก็เดินออกมาจากกลุ่ม มองไปยังเคานต์เต๋อเค่อลี่และคนอื่นๆ ที่ถูกควบคุมตัวไว้แล้วพลางเอ่ยว่า “ยินดีต้อนรับสู่จักรวรรดิเหยียนหวง!
เพื่อให้แน่ใจว่าพวกท่านไม่ได้มีเจตนามาสร้างความวุ่นวายในจักรวรรดิเหยียนหวงของข้า พวกท่านคงต้องลำบากสักพักหนึ่ง เมื่อพวกข้ามั่นใจแล้วว่าพวกท่านไม่มีเจตนาร้ายใดๆ ก็จะปลดพันธนาการเหล่านี้ให้!”
“เข้าใจแล้ว!”
เต๋อเค่อลี่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอสถานการณ์เช่นนี้เมื่อตัดสินใจมายังจักรวรรดิเหยียนหวง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ขัดขืนและแสดงท่าทีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี!
หัวหน้าองครักษ์เงาพยักหน้า แล้วกล่าวต่อ “เรื่องราวของพวกท่าน ข้าทราบทั้งหมดแล้ว และข้าก็ขอแสดงความเห็นใจด้วย
วางใจเถอะ จักรวรรดิเหยียนหวงของข้าจะไม่นำพวกท่านไปทำการทดลองอันไร้มนุษยธรรมเช่นที่องค์กรอื่นทำเป็นแน่
แน่นอนว่า การจะพำนักในจักรวรรดิเหยียนหวงของข้าก็มีเงื่อนไข ข้าหวังว่าพวกท่านจะยินยอมมอบโลหิตของเผ่าโลหิตให้แก่พวกข้าในปริมาณที่เหมาะสม
วางใจได้ พวกข้าจะไม่บังคับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสมัครใจของพวกท่าน มอบให้เท่าที่ให้ได้ก็พอ
นี่คือความจริงใจที่จักรวรรดิเหยียนหวงมอบให้ หากพวกท่านยอมรับ พวกข้าจะจัดหาที่พำนักเป็นการเฉพาะให้ รวมถึงจัดหาโลหิตให้เพียงพอต่อการประทังชีวิตในแต่ละวัน
แต่หากพวกท่านยอมรับไม่ได้ ก็เชิญออกจากจักรวรรดิเหยียนหวงไปได้ทุกเมื่อ!”
หัวหน้าองครักษ์เงาได้กล่าวสิ่งที่องค์จักรพรรดิรับสั่งไว้ทั้งหมด นี่คือเงื่อนไขในการให้ที่พักพิงแก่เผ่าโลหิต หากพวกเขายอมรับก็จะให้พวกเขาอยู่ต่อ หากยอมรับไม่ได้ก็ให้กลับไปที่ที่จากมา จักรวรรดิเหยียนหวงไม่ใช่สถานลี้ภัยของพวกเขา
เต๋อเค่อลี่และคนอื่นๆ เมื่อได้ยินเงื่อนไขที่หัวหน้าองครักษ์เงาเสนอ สีหน้าก็พลันเคร่งเครียดขึ้นมา พวกเขาเคยคิดไว้แล้วว่าเมื่อมาถึงจักรวรรดิเหยียนหวงจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ ก็ยังยากที่จะยอมรับได้อยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่กลับตอบตกลงในทันที!
ผู้ใช้พลังเหนือสามัญทั่วโลกกำลังไล่ล่าพวกเขา นอกจากจักรวรรดิเหยียนหวงแล้ว พวกเขาก็ไม่มีที่อื่นให้ไปอีก
เคานต์เต๋อเค่อลี่สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยว่า “เงื่อนไขที่พวกท่านเสนอนั้นยอดเยี่ยมเกินไป พวกเราไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ!
แต่ข้ามีคำขอเล็กๆ น้อยๆ ไม่ทราบว่าจักรวรรดิเหยียนหวงจะยอมรับได้หรือไม่?”
“โอ้!” หัวหน้าองครักษ์เงาได้ยินดังนั้น ก็กล่าวอย่างประหลาดใจ “ลองว่ามา”
“ข้าได้ยินมาว่าในจักรวรรดิเหยียนหวงของท่าน มีสถานศักดิ์สิทธิ์นามว่าถ้ำมารชือโหยว ที่นั่นรวบรวมเหล่าผู้ที่เป็นมาร พวกข้าเองก็จัดเป็นมารจำพวกหนึ่ง ไม่ทราบว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขอเข้าร่วมกับพวกเขา?” เต๋อเค่อลี่กล่าวถึงความคิดในใจของเขาออกมาอย่างประหม่า
เขาไม่รู้ว่าจักรวรรดิเหยียนหวงจะเห็นด้วยหรือไม่ หากเห็นด้วย พวกเขาก็ยังมีโอกาสที่จะแก้แค้น หากไม่เห็นด้วย ก็คงต้องใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาไปตลอดกาล!
“เรื่องนี้ข้าต้องทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากองค์จักรพรรดิก่อน ตอนนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบใดๆ แก่ท่านได้!” หัวหน้าองครักษ์เงาลังเลเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าเคานต์เต๋อเค่อลี่จะเสนอคำขอเช่นนี้ ช่างเหนือความคาดหมายของเขาอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม เขาก็พอจะเดาเหตุผลที่เต๋อเค่อลี่และคนอื่นๆ ต้องการเข้าร่วมถ้ำมารชือโหยวได้ คงไม่พ้นต้องการอาศัยพลังของถ้ำมารชือโหยวเพื่อแก้แค้น!
ลูกคิดรางแก้วของพวกมันช่างดีนัก!
น่าเสียดายที่พวกมันคำนวณผิดไป!
เงื่อนไขการเข้าร่วมถ้ำมารชือโหยวนั้นมีเพียงข้อเดียว คือต้องเป็นสามัญชนชาวเหยียนหวงเท่านั้น! ต่อให้เป็นผู้ใช้พลังเหนือสามัญก็เข้าร่วมไปก็ไร้ประโยชน์!
แต่คำพูดเช่นนี้ย่อมไม่อาจพูดออกไปตรงๆ ได้ รอให้ทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากองค์จักรพรรดิในภายหลังแล้วค่อยแจ้งให้พวกเขาทราบ!
เคานต์เต๋อเค่อลี่แสดงความเข้าใจ รีบพยักหน้ากล่าวว่า “ไม่เป็นไร พวกเราไม่รีบ!
และในอนาคต พวกเราจะเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของจักรวรรดิเหยียนหวง และหลอมรวมเข้าเป็นชาวเหยียนหวงอย่างสมบูรณ์!”
“ดี!”
เมื่อหัวหน้าองครักษ์เงาเห็นว่าเต๋อเค่อลี่และคนอื่นๆ ไม่ได้คัดค้าน ก็ได้กำชับข้อควรระวังอีกเล็กน้อย แล้วจึงพาพวกเขาจากไป