เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 361 - เอาเงินมาให้ถึงที่

บทที่ 361 - เอาเงินมาให้ถึงที่

บทที่ 361 - เอาเงินมาให้ถึงที่


บทที่ 361 - เอาเงินมาให้ถึงที่

จางเสียมองจางตงด้วยสายตาน่าสงสาร นางงัดไม้ตายบีบน้ำตาออกมาใช้ จางตงกัดฟันกรอด ก่อนจะควักเงินสิบหยวนออกมา แล้วเดินกลับไปที่บ้านเพื่อถอดกระจกหน้าต่างมาหนึ่งบาน

"ดึกมากแล้ว แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ" อู๋เจิ้นตงเอ่ยปากบอกทุกคน

ฟางหยวนเปลี่ยนกระจกบานใหม่เสร็จเรียบร้อย เขาก็ปิดประตูแล้วฝึกฝนวิชากายาเหล็กต่อ จักรยานของเขาจอดอยู่ในห้อง จึงไม่ต้องกังวลว่าจะโดนใครแอบปล่อยลมยาง เจาะยาง หรือขโมยล้อ ปกติเวลาออกไปซื้อของเขาก็มักจะปั่นจักรยานไปเสมอ คนในบ้านพักรวมที่มีเรื่องขัดแย้งกับเขาจึงไม่มีโอกาสลงมือ

ภายในห้องที่มืดสนิทดั่งน้ำหมึก ฟางหยวนฝึกวิชากายาเหล็กอย่างขะมักเขม้น จางตงกับอู๋เฉียงที่เพิ่งเจ็บตัวไปหมาดๆ ย่อมไม่มีความคิดที่จะมาปาก้อนหินใส่กระจกอีก อย่างน้อยก็ต้องรอให้เรื่องเงียบไปสักพัก

ดึกดื่นป่านนี้พวกเขาคงคาดไม่ถึงว่าฟางหยวนยังไม่นอน ความจริงอู๋เฉียงหลับไปแล้ว แต่พอจางตงปาหินใส่กระจก อู๋เฉียงก็สะดุ้งตื่น เด็กชายที่เต็มไปด้วยความแค้นรอเวลาอยู่กว่าครึ่งชั่วโมง จึงอ้างว่าจะออกไปเข้าห้องน้ำ แล้วแอบหยิบก้อนหินมาปาใส่กระจก ใครจะไปรู้ว่าฟางหยวนยังไม่หลับ เลยโดนจับได้คาหนังคาเขา

ถึงแม้จางตงจะเป็นคนชดใช้ค่ากระจกและค่าเสียหาย แต่อู๋เฉียงที่โดนฟาดไปหนึ่งทีก็ยังคงคับแค้นใจไม่หาย

เพียงชั่วข้ามคืน วิชากายาเหล็กของฟางหยวนก็เลื่อนระดับเป็นปรมาจารย์ขั้นต้น เขาลองเอาสันมีดทำครัวถูกับท่อนแขนแล้วออกแรงกด ปรากฏว่าคมมีดบิ่นไปเลย แต่ผิวหนังของเขากลับไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย

"หนังเหนียวฟันแทงไม่เข้า? น่าจะยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกมั้ง"

"ถ้าเอาคมมีดจ่อที่ผิวหนังแล้วออกแรงเฉือน ก็น่าจะยังเรียกเลือดได้อยู่"

"แต่ถ้าเป็นการฟันปะทะตรงๆ คมมีดทำครัวคงเจาะเกราะป้องกันของฉันไม่เข้าแล้ว"

ในชาติก่อน ผู้ฝึกวิชากายาเหล็กบางคนอาจจะทนแรงฟันได้ แต่ถ้าโดนลากมีดเฉือนก็มักจะเสร็จทุกราย

"รอให้วิชากายาเหล็กของฉันขึ้นถึงระดับปรมาจารย์ขั้นสูงก่อนเถอะ ต่อให้ต้องเจอกับเสือตัวเป็นๆ ฉันก็มั่นใจว่าจะชนะได้เกินเก้าส่วน"

ฟางหยวนเก็บตัวเงียบอยู่หลายวัน นอกจากกินกับนอน เขาก็ทุ่มเทฝึกฝนแต่วิชากายาเหล็ก ด้วยความช่วยเหลือจากระบบความชำนาญ แค่ทุบตีตัวเองหนึ่งครั้งค่าความชำนาญก็เพิ่มขึ้นหนึ่งแต้ม เมื่อสะสมจนครบกำหนด วิชาจะเลื่อนระดับทันที

เมื่อค่าความชำนาญหนึ่งแสนแต้มถูกใช้ไปจนหมด วิชากายาเหล็กก็ทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ขั้นสูง

"ไม่ได้ไปสถานพักฟื้นวีรชนกับสถานเด็กกำพร้าแสงตะวันมาหลายวันแล้วแฮะ"

ฟางหยวนปลุกใจตัวเองให้คึกคัก ก่อนจะปั่นจักรยานมุ่งหน้าไปยังป่านอกเมือง เขาใช้มีดดายหญ้าขว้างใส่ไก่ป่า กระต่ายป่า และกวางรูซา จนได้เหยื่อมาเพียบ แถมยังจัดการหมูป่าได้อีกหนึ่งตัว

หลังจากล่าสัตว์อยู่สามชั่วโมงกว่า ฟางหยวนก็ลงจากเขาพร้อมผลงานเต็มไม้เต็มมือ เขาใช้เชือกมัดหมูป่าตัวหนักสองร้อยกว่าจินไว้กับจักรยาน หัวหมูพาดอยู่บนแฮนด์รถ ลำตัวมัดติดกับคานกลาง แม้จะบังวิสัยทัศน์ไปบ้างแต่ก็ยังพอปั่นได้

เขาเอาหมูป่าครึ่งซีกพร้อมเครื่องในไปส่งที่สถานพักฟื้นวีรชน ตัดขาหมูเก็บไว้เองหนึ่งข้าง ส่วนเนื้อหมูที่เหลือทั้งหมดนำไปมอบให้สถานเด็กกำพร้าแสงตะวัน

ตอนที่กลับมาถึงบ้านพักรวม เขาบังเอิญเจอกับเถี่ยอิงที่อาศัยอยู่เรือนหน้าพอดี

"เสี่ยวฟาง ไปเอาขาหมูใหญ่ขนาดนี้มาจากไหนน่ะ?" เถี่ยอิงเอ่ยถาม

"ผมกับเพื่อนช่วยกันวางกับดักจับหมูป่าได้ตัวนึงครับ" ฟางหยวนไม่ได้ปิดบัง

"พวกนายจับหมูป่าได้เหรอ?" เถี่ยอิงมองด้วยความอิจฉา

"ครับ" ฟางหยวนพยักหน้า

"เสี่ยวฟาง ช่วงนี้อากาศร้อนนะ..." เถี่ยอิงเปรยขึ้นมา

ฟางหยวนคิดว่าอีกฝ่ายพูดถูก แต่อย่าลืมว่าเขามีแหวนมิติ การที่เขาหิ้วขาหมูป่ากลับมา ก็เพื่อหาข้ออ้างในการกินเนื้อทุกวันเท่านั้นเอง

เมื่อเห็นเถี่ยอิงจ้องขาหมูตาไม่กะพริบ ฟางหยวนชั่งใจอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะเฉือนเนื้อหมูแบ่งให้อีกฝ่ายไปสามจินกว่า การใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ศัตรูมีอยู่รอบทิศ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องระแวดระวังภัย การที่มีคนตระกูลเถี่ยคอยช่วยสอดส่องดูแลในบ้านพักรวมเดียวกัน ย่อมช่วยลดโอกาสที่จะโดนใส่ร้ายป้ายสีลงไปได้บ้าง

เถี่ยอิงเป็นครูสอนหนังสือ มีฉายาว่า "ไก่เหล็ก" หรือคนขี้เหนียว แต่ถ้าเลือกได้ใครจะอยากเป็นคนขี้เหนียวกันเล่า? เงินเดือนของเถี่ยอิงแค่สามสิบกว่าหยวน แต่ต้องเลี้ยงปากท้องภรรยากับลูกอีกห้าคน ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบาก เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ถึงไม่อยากเป็นไก่เหล็กก็จำต้องเป็น

ขาหมูป่ายี่สิบกว่าจิน เฉือนออกไปสามจินกว่า ก็ยังเหลืออีกตั้งยี่สิบจิน

เถี่ยอิงที่ได้รับเนื้อหมูป่าฟรีๆ ดีใจจนเนื้อเต้น กล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ฟางหยวนพูดคุยตามมารยาทไม่กี่คำ ก็เข็นจักรยานกลับเข้าห้อง เขาโยนเนื้อหมูป่าไว้บนโต๊ะ แล้วหยิบกวางรูซาที่ลอกหนังแล้วออกมา มีดในมือตวัดฉับไว หั่นเนื้อกวางเป็นชิ้นๆ แล้วลงมือปรุงหม้อใหญ่

ฟางหยวนปิดประตูหน้าต่างมิดชิด นั่งกินมื้อเย็นคำโตอย่างเอร็ดอร่อย กลิ่นเนื้อหอมฟุ้งลอยอบอวลออกไปด้านนอก เพื่อนบ้านบางคนอิจฉาตาร้อน บางคนด่าทอสาปแช่ง เด็กๆ ร้องงอแงอยากกิน

ฟางหยวนทำหูทวนลม เก็บเนื้อกวางที่กินไม่หมดเข้าแหวนมิติ แล้วยืนฝึกหมัดพยัคฆ์ในห้องอย่างตั้งใจ วิชานี้ประกอบด้วย ท่ายืนม้าพยัคฆ์ ท่าก้าวเท้าพยัคฆ์ และท่าหมัดพยัคฆ์

การยืนม้าหนึ่งครั้ง ค่าความชำนาญท่าม้าพยัคฆ์เพิ่มขึ้นหนึ่งแต้ม ด้วยสมรรถภาพร่างกายที่เหนือมนุษย์ในตอนนี้ ฟางหยวนสามารถปั๊มค่าความชำนาญได้ชั่วโมงละสามพันกว่าแต้ม

เขาไล่เพื่อนบ้านหน้าด้านที่มาขอแบ่งเนื้อกลับไปจนหมด รอจนไม่มีใครมารบกวนแล้ว จึงค่อยเก็บขาหมูป่าเข้าแหวนมิติ การวางขาหมูไว้บนโต๊ะ ก็เพื่อให้พวกเพื่อนบ้านที่ไร้ยางอายและชาชินพวกนั้นได้เห็นเป็นขวัญตา เมื่อพวกนั้นเห็นแล้ว ขาหมูก็หมดหน้าที่ เก็บเข้าแหวนมิติได้

ส่วนเรื่องที่อู๋เจิ้นตง จางเสีย และจางตงวางแผนจะแก้แค้นนั้น ฟางหยวนไม่ได้ใส่ใจ ในฐานะคนยุคปัจจุบันและผู้ข้ามมิติที่มีระบบ แผนการตื้นๆ ของพวกอู๋เจิ้นตงไม่ได้น่ากลัวเลย ไม่ว่าจะใส่ร้ายหรือป้ายสี ฟางหยวนที่ดูหนังแนวสืบสวนสอบสวนมาเยอะ ย่อมมีวิธีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง

ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เขาจะปิดหน้าต่างและล็อกประตูอย่างแน่นหนา การงัดแงะกุญแจหรือหน้าต่างย่อมทิ้งร่องรอยไว้ แค่ใช้เทคนิคนิดหน่อย รอยนิ้วมือที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็จะปรากฏชัดเจน

ประมาณตีหนึ่ง ฟางหยวนหยุดฝึกวิชาแล้วล้มตัวลงนอน

"อากาศดีจัง ไปฝึกยุทธ์ริมแม่น้ำดีกว่ามั้ยนะ?"

เขาตรวจสอบประตูหน้าต่าง ยกจักรยานออกมา แล้วล็อกประตูห้อง ปั่นจักรยานไปที่ริมแม่น้ำ หาทำเลสงบๆ เพื่อฝึกท่ายืนม้าพยัคฆ์เก็บค่าความชำนาญต่อ

เก้าโมงเช้า อู๋เจิ้นตงกับจางเสียลางานกลับมาที่บ้านพักรวม อู๋เฉียงวัยสิบขวบผู้เชี่ยวชาญการงัดแงะ ใช้ลวดเพียงเส้นเดียวก็สะเดาะกลอนหน้าต่างบ้านฟางหยวนได้อย่างง่ายดาย

อู๋เจิ้นตงกัดฟันกรอด ควักเงินหนึ่งพันหยวนที่ทำตำหนิไว้ ส่งให้อู๋เฉียงเอาไปซ่อนในบ้านฟางหยวน อู๋เฉียงปีนหน้าต่างเข้าไป รื้อค้นจนทั่วแต่ก็ไม่เจอทั้งเนื้อและเงิน

เมื่อได้ยินเสียงแม่เรียกเบาๆ อู๋เฉียงจึงจำต้องถอยออกมา

ใกล้เที่ยง ฟางหยวนกลับมาถึงบ้าน ก้มมองพื้นก็เห็นรอยเท้าเปื้อนฝุ่น เมื่อมองไปที่หน้าต่างก็พบร่องรอยการงัดแงะ เขาเดินตามรอยเท้าไปที่เตียง พลิกฟูกขึ้นมาดู ก็พบธนบัตรใบละสิบหยวนปึกใหญ่

"เงินเยอะขนาดนี้ แถมยังมีตำหนิด้วย?"

เขาโยนเงินปึกนั้นเข้าแหวนมิติอย่างไม่ไยดี จากนั้นก็หยิบเงินของตัวเองออกมาห้าร้อยกว่าหยวน แล้วยัดไว้ใต้เสื่อสีน้ำตาล

"ต้องมีคนพยายามใส่ร้ายฉันแน่ๆ แต่เงินที่เอามาประเคนให้ถึงที่แบบนี้ ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธนี่นา"

กินมื้อเที่ยงเสร็จ ยังไม่มีใครเคลื่อนไหว ฟางหยวนจึงออกไปฝึกยุทธ์ที่ริมแม่น้ำอีกรอบ

พลบค่ำ เสียงโวยวายของอู๋เจิ้นตงก็ดังลั่น

"ลุงใหญ่ เกิดอะไรขึ้นครับ?"

"เงินฉันโดนขโมย!"

"หายไปเท่าไหร่ครับ?"

"หนึ่งพันหยวน"

"เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? รีบไปแจ้งตำรวจเถอะครับ"

"จางตง นายวิ่งเร็ว ช่วยไปแจ้งตำรวจให้ที"

ฟางหยวนแอบชมการแสดงของอู๋เจิ้นตงในใจ เขาแทะเมล็ดแตงโมรอดูละครฉากเด็ด

"ปู่อู๋ครับ ตอนบ่ายผมกลับมา เห็นพี่ฟางหยวนเดินออกมาจากห้องปู่ด้วยครับ" อู๋เฉียงพูดแทรกขึ้นมา

"เสี่ยวฟาง ต่อให้นายร้อนเงิน นายก็ไม่ควรขโมยของนะ" อู๋เจิ้นตงแสร้งทำเป็นโกรธจัด

"ตาเฒ่าแซ่อู๋ เอาอะไรมาพูดว่าฉันขโมยเงินแก?" ฟางหยวนสวนกลับอย่างไม่ไว้หน้า

"อู๋เฉียงเห็นนายออกมาจากบ้านฉัน เงินฉันไม่ได้อยู่ที่นาย แล้วจะไปอยู่ที่ใคร?" อู๋เจิ้นตงตะคอก

"เอาเถอะ เดี๋ยวตำรวจก็มาแล้ว ใครเป็นขโมย เดี๋ยวตำรวจก็สืบรู้เองแหละ" ฟางหยวนทำท่าไม่ยี่หระ

สิบกว่านาทีต่อมา จางตงก็พาตำรวจสองนายมาถึง โดยมีอู๋เฉียงรับบทพยานปากเอก ตำรวจจึงเริ่มค้นบ้านฟางหยวน ไม่นานนักก็เจอเงินห้าร้อยกว่าหยวน

"คุณตำรวจ นี่แหละเงินของผม" อู๋เจิ้นตงรีบแสดงตัว

"คุณมีหลักฐานไหม?" ตำรวจนายหนึ่งถาม

"บนธนบัตรมีตำหนิที่ผมทำไว้อยู่ครับ..." อู๋เจิ้นตงแสยะยิ้มในใจ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 361 - เอาเงินมาให้ถึงที่

คัดลอกลิงก์แล้ว