เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 350 ทางน้ำจี้ชิว

ตอนที่ 350 ทางน้ำจี้ชิว

ตอนที่ 350 ทางน้ำจี้ชิว


“ที่นี่คืออะไร?”  ถังเทียนปากอ้าค้างขณะเขามองดูถ้ำหินขนาดมหึมาต่อหน้าเขา

อาเฮ่อมีสติปัญญาฉลาดสังเกตเห็นตัวหนังสือบนผนังและจำได้  เขาตอบ “นี่คือทางน้ำโบราณ เรียกว่าทางน้ำจี้ชิว  ข้าเคยได้ยินชื่อทางน้ำนี้มาก่อน  แต่ไม่คิดเลยว่าจะอยู่ที่นี่”

“ทางน้ำโบราณ!”

ถังเทียนตะลึง  คนที่เหลือก็ตื่นเต้นเช่นกัน มองดูรอบๆด้วยความตื่นเต้น

“ใหญ่โตมโหฬารมาก!”  หัวหม่าเอ๋ออุทานนางเป็นชาวกลุ่มดาวหมาป่าโดยกำเนิด แต่ไม่เคยได้ยินชื่อทางน้ำจี้ชิวเลย “ทางน้ำนี้จะพาเราไปที่ไหน?”

อาเฮ่อส่ายหัว  “ข้าไม่แน่ใจเหมือนกัน  ข้าจำไม่ได้ว่าข้าเคยเห็นจากที่ไหน”

เผียะ!

ทุกคนสะดุ้งตกใจเสียงนั้น  แต่เป็นถังเทียนตบหน้าผากตนเอง  เขาทำสีหน้าหงุดหงิด  “ว้า..ข้าลืมแผนที่กลุ่มดาวเสียสนิท!  ข้าได้ยินว่าแผนที่นี้ปรมาจารย์ท่านหนึ่งได้สร้างไว้  ขอข้าตรวจดูก่อน”

ถังเทียนล้วงแผนที่กลุ่มดาวออกมาอ่านดู  หลังจากนั้นชั่วครู่ เขาตะโกนอย่างตื่นเต้น“เจอแล้ว”

ถังเทียนอ่านทีละคำ

“ทางน้ำจี้ชิวเป็นทางน้ำโบราณและขึ้นชื่อซึ่งเชื่อมขอบฟ้าเหนือกับขอบฟ้าใต้  ปรากฏขึ้นเมื่อห้าพันปีที่แล้ว และเคยเป็นที่นิยมมากที่สุดในเวลานั้น  ได้รับการยกย่องว่าเป็นธารหลั่งไหลแห่งพลังงานและความจริงก็คือเป็นแม่น้ำลับของกลุ่มดาว  เซียนจี้ชิวเป็นผู้พบและสำรวจทางน้ำนี้และเรียกทางน้ำนี้ว่าทางน้ำจี้ชิวตำแหน่งของมันจะเปลี่ยนไปทุกๆ ห้าร้อยปี และมักจะเชื่อมโยงกลุ่มดาวขอบฟ้าใต้เข้ากับกลุ่มดาวขอบฟ้าเหนือดังนั้นจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสะพานลับเชื่อมใต้สู่เหนือ”

“นั่นหมายความว่าทางน้ำนี้จะนำเราไปยังสิบเก้ากลุ่มดาวขอบฟ้าเหนือใช่ไหม?”  อาเฮ่อสรุป

“นั่นคือสิ่งที่เขียนไว้ในแผนที่”  ถังเทียนชี้แผนที่กลุ่มกลุ่มดาว

“ธารหลั่งไหลแห่งพลังหมายความว่ายังไง?”  หลิงซิ่วพบบางอย่างที่น่าสนใจสำหรับเขา

“มีพลังมากมายนักหรือ?”  ถังเทียนไม่แน่ใจเช่นกัน

ขณะที่ทุกคนกำลังปรึกษากันเสียงดังครืนครันสะท้อนก้องดังออกมาจากส่วนลึกของถ้ำ  ขณะที่กองทัพกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขา  ทุกคนหยุดคุยและหันหน้าไปดู

กองทัพปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วมาก  โดยมีหยาหยานำหน้า

หยาหยาสกปรกไปทั้งตัวและเมื่อเห็นถังเทียน ตาของมันเป็นประกาย และเริ่มส่งเสียงครางหงุงหงิงมันกางแขนในอากาศและพุ่งเข้าหาถังเทียนทันที

ร่างสีเทาพุ่งวาบปรากฏตัวอยู่หน้าพวกเขาทันที

ลูกเตะด้านข้างที่ทรงพลังยิงออกมาคมเหมือนมีดปะทะใส่หยาหยาทันที

ปัง!

ร่างของหยาหยากระแทกเข้าไปในผนังเกิดรูโหว่เป็นรูปตัวของมันพอดี สีหน้าของมันชะงักแข็งค้าง

ดูเหมือนถังเทียนเพิ่งตื่นจากภวังค์และรีบขอโทษมันทันที  “ขอโทษที  ข้ามีปฏิกิริยาเร็วเกินไปหน่อย..”

หลิงซิ่วกับอาเฮ่อเข้ามาถึงที่เกิดเหตุ  มันเกิดขึ้นเร็วเกินไป! แค่หลังจากหยาหยากระแทกเข้าไปในผนัง พวกเขาเพิ่งจะรู้สึกตัว นี่ความเคลื่อนไหวของเขาไวมากขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?

ทั้งสองมองหน้ากันเอง  เมื่อต่างฝ่ายต่างเห็นแววตกใจในดวงตา  พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าดูเหมือนว่าเจ้าคนผิดมนุษย์มนาผู้นี้จะแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว

ถังเทียนทำเป็นห่วงใยและวิ่งไปที่ผนังและดึงหยาหยาออกมา นิ้วของเขาที่ดึงหยาหยาออกมามีแรงกดดันบางอย่าง  โชคดีที่มันไม่ได้รับบาดเจ็บ  โอวก็แค่มีฝุ่นมากมาย....เขาอุ้มหยาหยาออกมาจากผนังและปัดฝุ่นให้มัน เหมือนกับว่าเขากำลังถือไม้กวาดที่มีฝุ่นเกาะเต็มไปหมด

ภายในฝุ่นฟุ้งหยาหยากำลังถูกตบเหมือนพายเนื้อ มันมีสีหน้าซึมเซา

“เฮ้,ครั้งต่อไป  อย่าทำอะไรที่อันตรายแบบนี้ตามลำพังอีก”

ถังเทียนทำท่าห่วงใยลึกซึ้งและสั่งสอนขณะที่หยาหยามองเห็นดาวเต็มไปหมด

หลิงซิ่วจ้องมองดูกองทัพอสูรจักรกลและถาม  “มีอันตรายอยู่ข้างหน้าบ้างไหม?”

อสูรจักรกลทุกตัวมองทอดระยะออกไป  พวกมันหลายตัวมีบาดแผลอยู่บนร่างกาย  และมองดูท่าทางตกใจ หลิงซิ่วจำได้ว่ากองทัพอสูรจักรกลของหยาหยามีราวๆ 200-300 ตัว  แต่ตอนนี้เหลืออยู่เพียง 60-70 ตัวเป็นไปได้ว่าลึกลงไปคงมีอันตรายกระมัง?

หลิงซิ่วกระตือรือร้นจะเข้าไปค้นดู  เนื่องจากยิ่งอันตราย ก็ยิ่งทำให้เขาตื่นเต้น

และมันคือทางน้ำที่มีชื่อเสียงจากประวัติศาสตร์  ใครจะรู้ว่ามีสมบัติอะไรเก็บไว้ข้างใน

“รอให้จิ่งหาวออกมาก่อนจากนั้นเราค่อยเข้าไปดูกัน” อาเฮ่อเสนอแนะทันที

หลิงซิ่วไม่คัดค้าน  เขานับถือจิ่งหาวมาก  ถังเทียนพยักหน้าเช่นกัน  “ตกลง!”

พี่จิ่งหาวได้รับบาดเจ็บหนักกว่าทุกคน  และยังไม่ออกมาจากห้องฝึกฝน ความจริงเขาขัดคำสั่งของอาจารย์และเดินทางมาช่วยเขาทำให้ถังเทียนซาบซึ้งใจมาก

“ปล่อยให้ถังอี้ประจำการอยู่ที่นี่”  เสียงปิงดังออกมา

เขาเสร็จงานต่างๆของเขาแล้วจึงตามออกมา และเมื่อเห็นทางน้ำโบราณ เขาอดประหลาดใจไม่ได้

ทุกคนเห็นด้วยกับคำแนะนำของปิง โบราณสถานหักพังอย่างนั้นมักจะมีสมบัติและความมั่งคั่งอยู่  ใครจะรู้ว่ามีคนมากมายเพียงไหนต้องการจะยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง

หลังจากที่ทุกอย่างเกิดขึ้น ถังเทียนลืมเรื่องที่เขาต้องการสู้กับอาเฮ่อและหลิงซิ่ว

ก่อนจะแยกย้ายกลับข่าวร้ายที่ทำให้สีหน้าทุกคนเขียวคล้ำก็มาถึง

“ประตูดวงดาวสู่กลุ่มดาวโลมาถูกปิดและนอกจากประตูดวงดาวเข้าสู่กลุ่มดาวกา ประตูดวงดาวเข้าสู่กลุ่มดาวต่างๆ ปิดหมดและประตูดวงดาวเข้าสู่กลุ่มดาวกาก็ถูกปิดด้วยเช่นกัน  ไม่มีการเตือนหรือบอกกล่าวและเราไม่ได้รับข่าวสารอื่นใดด้วย” หัวหม่าเอ๋อพูดไปสั่นไป นางไม่สามารถนึกภาพออกจะต้องเป็นคนที่มีอิทธิพลอำนาจมากขนาดไหนถึงสั่งให้ปิดประตูดวงดาวได้มากมายขนาดนี้

“ฮึ่ม...เจ้าพวกไร้ยางอายพวกนั้น  ข้าจะแทงพวกมันให้ตายในไม่ช้านี้แหละ”  หลิงซิ่วโกรธ

“ข้าจะไปหาดูว่าใครทำเรื่องนี้”ปิงกล่าวและหายไปทันที ถังเทียนรู้ว่าปิงไปหาติงตัง

“กระเป๋าหนาอย่างนั้นก็สามารถทำเช่นนั้นได้”  อาเฮ่อกล่าวจริงจัง  “ศัตรูต้องการทำให้เราถูกกักไว้ที่นี่”

หลังจากผ่านไปไม่นาน  ปิงวิ่งกลับมาหน้าดำคร่ำเครียด  “เป็นฝีมือเย่จิ่ว ตระกูลเย่มีผู้อาวุโสนักสู้ระดับเซียนอยู่คนหนึ่ง  จู่ๆ ก็โผล่ออกมาฆ่าผู้อาวุโสสำนักของสมาพันธ์ชาวยุทธที่ล้อเลียนตระกูลเย่  เย่จิ่วส่งจดหมายไปให้ผู้มีอำนาจของกลุ่มดาวขอให้พวกเขาปิดประตูดวงดาวที่เชื่อมกับกลุ่มดาวหมาป่า”

ดวงตาของทุกคนมีแววโกรธโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหม่าเอ๋อที่เริ่มด่าทอ “เขาต้องการบีบคั้นให้เราตาย”

กลุ่มดาวหมาป่ามิได้มีประตูดวงดาวเชื่อมโยงกับกลุ่มดาวอื่นมากนัก  และถ้าประตูดวงดาวถูกผนึกอย่างนั้นกลุ่มดาวหมาป่าจะกลายเป็นกรงขัง

“เขากำลังอวดศักดากับเรา”  อาเฮ่อเข้าใจวิธีที่สมาชิกตระกูลใหญ่และมีอำนาจแข็งแกร่งแสดงออกมา  เขากล่าว “เขากำลังใช้เวลาที่เราสะสมอำนาจทำให้เรากังวล ดังนั้นการกดดันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้  ตระกูลเย่มีนักสู้ชั้นเซียนคนหนึ่งตอนนี้เราลำบากแล้ว ยอดฝีมือขอบเขตชั้นเซียน แข็งแกร่งทรงพลังมาก และไม่ใช่ผู้ที่คนในกลุ่มดาวขอบฟ้าเหนือจะขัดขืนได้เสียด้วย”

ยอดฝีมือขอบเขตเซียน!

คำพูดเหล่านี้เหมือนมนต์วิเศษจากฝันร้ายกดดันหัวใจพวกเขาอย่างหนักหน่วง

ไม่มีใครคาดเลยว่าตระกูลเย่จะมีเซียนนักสู้คนหนึ่งอยู่ด้วย  นั่นเป็นข้อมูลภายในจากตระกูลระดับสูง

ขณะที่ทุกคนอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัว  ถังเทียนกลับไม่กังวลแม้แต่น้อย  และตอบง่ายๆ “ถ้าเป็นนักสู้ชั้นเซียนแล้วไงต่อ?  เขามีสี่ขาหรือเปล่า? วางใจน่ะทุกคน นักสู้เซียนทำเงินได้มากหลายแสนในหนึ่งนาทีหรือเปล่า ทำไมพวกเขาจะต้องเสียเวลาอันมีค่ากับคนอย่างพวกเราด้วย? เราอาจจะสู้กับนักสู้ระดับเซียนไม่ได้ก็จริง  แต่ถ้าเย่จิ่วคิดว่าเราจะก้มหัวให้และขลาดกลัวเพราะเรื่องนี้และเขาทำตัวเหนือกว่า บอกได้เลยว่าเขาคิดผิด”

พอสายตาทุกคนมองดูถังเทียน  อารมณ์ของพวกเขาสงบกันทุกคน  เมื่อคิดดูแล้ว  แม้ว่าถังเทียนจะพูดขวานผ่าซาก  แต่เขาก็พูดถูก  นักสู้ระดับเซียนจะมาเสียเวลากับพวกเขาไปทำไม?

หลิงซิ่วลอบตั้งเป้าเขาต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และใช้หอกแทงเซียนเฒ่าให้ตาย!

อาเฮ่อเริ่มคิดอย่างใจเย็น  ยอดฝีมือขอบเขตเซียนไม่น่าจะหยาบกร้าน ใช่ว่าทุกคนจะรักหลงใหลเงินเหมือนอย่างถังเทียน...

ปิงถอนหายใจ  ความโง่ ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี...

เมื่อเห็นว่าทุกคนสงบแล้วเขารู้สึกภูมิใจ  “นอกจากนี้เรายังมีทางน้ำจี้ชิวไม่ใช่หรือ? เนื่องจากมันถูกสร้างมาให้เชื่อมกับกลุ่มดาวขอบฟ้าเหนือ  อีกด้านหนึ่งก็ต้องเป็นหนึ่งในกลุ่มดาวของพวกเขาแน่หึ หึ บอกข้าที เย่จิ่วต้องการอวดอำนาจตัวเองผนึกเราไว้และเอาชนะเรา  และถ้าเราไปโผล่ในขอบฟ้าเหนือ  เขาจะไม่หวาดกลัวเชียวหรือ?  โอว.. ข้ารอเห็นสีหน้าของเขาไม่ไหวแล้วฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

ทุกคนเริ่มรู้สึกกระตือรือร้น

“ขณะเดียวกัน ก็กำจัดความหยิ่งยโสของเขาไปด้วย!”  หลิงซิ่วเลียริมฝีปาก  นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน

“จะดีที่สุดล่อให้เย่เฉาเกอมาที่นี่เลย”  อาเฮ่อพูดเย็นชา  “เราสามารถซุ่มโจมตีได้”

“เป็นความคิดที่ดี!”  ถังเทียนนัยน์ตาเป็นประกาย  “เราจะรวมหัวเล่นงานเขาอีกครั้ง  และครั้งนี้ต้องฆ่าเขาให้ได้”

หยาหยาที่กำลังงัวเงียก็ค่อยๆตื่นขึ้นจากเสียงคุยปรึกษาและได้ยินแผนการรบของพวกเขา  เลือดลมของมันพลุกพล่านทันที  มันยกหมัดน้อยๆ ของมันร้องเสียงดังลั่น “ยิ ย้ายิ ย้า!”

ไม่มีใครสนใจมัน

ช่วงเวลานี้เย่จิ่วรู้สึกพอใจ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อตอนที่เขาพ่ายแพ้ เขาสามารถรู้สึกได้ว่าสายตาทั้งอิจฉาและนับถือจากผู้อาวุโสสำนักคนอื่นๆ  ขณะที่ความตกต่ำของตระกูลเย่หายไป และบรรยากาศของพวกเขาเปลี่ยนไป

ทั้งหมดนี้เกิดเพราะความเคลื่อนไหวกระบวนท่าเดียวของลุงใหญ่ของเขา

ลุงใหญ่ของเขาเพียงแต่ตักเตือนสมาพันธ์ชาวยุทธว่าเขายังไม่ตาย

เพียงข้ามคืนเย่จิ่วกลายเป็นคนหยิ่งลำพอง และบ้านตระกูลเย่เริ่มคึกคักขึ้น ความเคลื่อนไหวต่อไปจะทำให้ชื่อของเขาแพร่กระจายกว้างไกล ในสายตาของผู้มีอำนาจเบื้องบน พวกเขารู้สึกว่าจะทำให้เรื่องแย่ลงไปเนื่องจากราชินี  แต่ด้วยการจัดการของเย่จิ่ว  ราชินีจะไม่มีการเคลื่อนไหวแน่นอน

ไม่ฆ่าและไม่ทำร้ายนั่นคือส่วนที่ยาก

ความยืดหยุ่นของเขาหมายถึงกระทำการหลายเรื่องเพื่อเปลี่ยนมุมมองของเบื้องบนที่มีต่อเขา  และถ้าไม่มีอุบัติเหตุอะไรในปลายปีเขาจะมีตำแหน่งแน่นอน ถ้าเขาเลื่อนขึ้นตำแหน่งอื่น นั่นหมายความว่าเขาจะเป็นอิสระจากการเป็นผู้อาวุโสระดับกลางและก้าวขึ้นไปสู่ระดับที่สูงกว่า ถึงเวลานั้นด้วยการสนับสนุนจากลุงใหญ่ เขาเชื่อว่าตระกูลเย่จะผงาดขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง

สำหรับสายตาคนทั่วไปอำนาจของตระกูลเย่เพิ่มมากขึ้น สามารถสั่งให้กลุ่มดาวปิดประตูดวงดาวได้อำนาจของตระกูลเย่นับว่าน่ากลัวมาก

ตระกูลเย่ที่เก็บตัวเงียบมาหลายปี  พลังอำนาจแผ่กระจายแล้วหลังจากเย่จิ่วใช้เงินครั้งใหญ่

นั่นคือครั้งแรกที่เย่จิ่วรู้สึกว่าขอบเขตเซียนแท้จริงแล้วแข็งแกร่งมากแค่ไหน

เขากำลังถูกความลุ่มหลงอำนาจเผาผลาญ เขาเพิ่งตระหนักว่าตนเองไร้เดียงสาและโง่เพียงไหน  ไม่ว่าเฉาเกอจะเป็นหมาป่าเดียวดายหรือไม่ก็ตาม  ตราบเท่าที่เขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียน  เขาจะกลายเป็นสัญลักษณ์ปกป้องของตระกูลเย่  เย่เฉาเกอไม่จำเป็นต้องลงมือ  ความคงอยู่ของเขาก็เพียงพอขู่ขวัญศัตรูแล้ว

ไม่ว่ายังไงก็ตามข้าต้องเคี่ยวเข็ญให้เฉาเกอเข้าสู่ขอบเขตเซียนให้ได้

เย่จิ่วตัดสินใจกำหนดเป้าหมายของเขาเอง

เรื่องของถังเทียนและพวกเขาถูกโยนไปชั่วคราว  สำหรับเขาเรื่องนี้ได้ผลสรุปแล้ว

สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือคู่ต่อสู้ต่อไปที่ตระกูลเย่เข้าไปเกี่ยวข้องนั้นน่ากลัวขนาดไหน

จบบทที่ ตอนที่ 350 ทางน้ำจี้ชิว

คัดลอกลิงก์แล้ว