เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 328 หอวิญญาณ

ตอนที่ 328 หอวิญญาณ

ตอนที่ 328 หอวิญญาณ


ฟงโฉ่วเข้าไปโดยไม่ลังเล

ปิงจ้องมองประตูบรอนซ์ต่อหน้าเขาและยินดีเล็กน้อย

จะเรียกว่าประตูก็ไม่ถูกความจริงมันเป็นห้องคุมขังเรียกว่าหอวิญญาณ  ตลอดทั้งอาคารสร้างด้วยบรอนซ์ของดาวกางเขนใต้  และสูตรที่สร้างในรุ่นนั้นมักจะเป็นความลับ

รอบๆผนังหอวิญญาณปกคลุมด้วยลายข่ายรูปแบบที่เป็นวิชาจักรกล  มีมากมายและชิดติดกันมองดูเหมือนกับลายเส้นบนใบไม้ หอวิญญาณแต่เดิมมาจากผนังวิทยายุทธและเป็นสถานที่ผลิตเทคนิคจักรกลของกลุ่มดาวกางเขนใต้  เนื่องจากการฝืนต่อสู้ทำให้นายทหารหลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัสและความคิดอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจของผู้บัญชาการโดยใช้ผนังวิทยายุทธสร้างขุนพลวิญญาณผู้นำทหารเพื่อคลี่คลายวิกฤติ

หลังจากนั้น ต่อจากผนังวิชาวิทยายุทธก็มีความก้าวหน้าปรากฏเป็นหอวิญญาณขึ้น มีประสิทธิภาพและผลลัพธ์ดีขึ้นด้วยระยะเวลาที่สั้นกว่า ผนังวิชาวิทยายุทธคือการชำระขุนพลวิญญาณและต้องใช้เวลาในการกินการ์ดวิญญาณนาน  แต่หอวิญญาณเป็นกระบวนการที่รีบเร่ง  ในช่วงเวลาสงคราม  ศัตรูจะไม่ยอมให้เวลาท่านมากนัก

ในค่ายทหารทุกแห่งจะมีหอวิญญาณถูกสร้างไว้  เพียงแค่ในกรณีฉุกเฉินกำลังพลไม่เพียงพอ แม้ว่าขุนพลวิญญาณจะไม่แข็งแกร่งเท่ากับผู้นำทหาร  แต่ว่าในยามที่ต้องการ ถือว่าทดแทนกันได้ดี

ในประตูบรอนซ์ลายเส้นที่ทั้งไม่ชัดและชัดขึ้นเป็นรูปสี่เหลี่ยม ทุกแถวจะมีรูปสี่เหลี่ยมสามรูป รวมแล้วสิบแปดระดับ  สิบแปดระดับแสดงว่าระดับทหารสิบแปดระดับของกองทัพดาวกางเขนใต้และในทุกระดับจำเป็นต้องใช้การ์ดวิญญาณสามใบ

ทหารมีสามระดับจ่ามีสี่ระดับ, นายกองร้อยมีสี่ระดับ, ผู้การมีสามระดับ และนายพลมีสามระดับระดับสูงที่สุดคือเป็นนายพล

ถังอี้เป็นจ่าตรีชั้นทองและอยู่ในขั้นที่หก

ยศทหารของปิงซึ่งถังเทียนยังไม่รู้ก็คือพลตรีระดับสิบห้า

สีหน้าของปิงเคร่งเครียด  เขาเอากระเป๋าเอกสารออกมาและเปิดออก  ข้างในเต็มไปด้วยการ์ดวิญญาณ  เขาเอาการ์ดออกมาทั้งหมด  ในอดีตเขาเคยใช้หอวิญญาณมากมายหลายครั้ง  สมควรจะบอกว่าเป็นสิ่งที่เขาทำเป็นประจำในอดีต  และจะไม่มีความแปรปรวนทางอารมณ์  แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกกังวลบ้างเล็กน้อย?

ปิงหัวเราะให้กับตนเองจากนั้นอารมณ์ที่ปรากฏในสีหน้าเขาก็หายไป

หลังจากใช้หอวิญญาณหลายครั้งคราเขาย่อมมีประสบการณ์เป็นธรรมดา ฟงโฉ่วคือขุนพลวิญญาณระดับแปด ดังนั้นเขาจึงเริ่มจากระดับแปด  เขาเลือกการ์ดวิทยายุทธระดับแปดออกมาสามใบและวางไว้ในแถวล่างสุดที่ประตูหอวิญญาณ  กรอบสี่เหลี่ยมทุกรูปจะมีการ์ดวิญญาณวางไว้หนึ่งใบ  และการ์ดวิญญาณจะถูกสูบพลังไว้  และแสงสีเงินสว่างนวลตา แสงสีเงินนี้จะผสานเข้ากับลายเส้นบนผนังอย่างรวดเร็ว

ตาของปิงแวววาว  แสงสีเงินแทรกซึมเข้าไปอย่างรวดเร็ว

นั่นคือสัญญาณที่ดี  ปิงสังเกตว่าความมุ่งมั่นของฟงโฉ่วกล้าแข็งมากกว่าเขา นิ้วของเขาขยับอย่างรวดเร็ว และการ์ดเงินอีกสามใบถูกวางไว้ในรูปสี่เหลี่ยมแถวที่สอง

แสงสีเงินของการ์ดสามใบเปล่งออกมาพร้อมกัน  และซึมเข้าไปในผนังโดยรอบ

สีหน้าของปิงเคร่งเครียด  นิ้วของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว  และการ์ดทั้งหมดถูกวางเข้าในช่องเหลี่ยมประตู  การ์ดทั้งหมดนี้ปิงเลือกมาไว้เตรียมการเป็นพิเศษ หลังจากนั้นการ์ดก็ส่องแสง

ในช่วงเวลาสั้นๆสิบนาที ปิงใส่การ์ดไปแล้วถึงสิบห้าใบ นั่นหมายความว่าฟงโฉ่วในตอนนี้เป็นจ่าเอกซึ่งมีระดับต่ำกว่าถังอี้หนึ่งระดับ

ครั้งนี้ความเร็วของแสงเงินที่กำลังซึมซาบเริ่มช้าลงและหลังจากผ่านไปอีกสิบนาทีการ์ดอีกสามใบก็เริ่มเปล่งแสง  ฟงโฉ่วแสดงออกถึงพลังที่กล้าแข็งกว่า   หอวิญญาณมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งกว่าผนังวิทยายุทธและการ์ดวิญญาณที่อยู่ในมือปิงก็มากกว่าในอดีต  แต่ที่สำคัญที่สุดฟงโฉ่วเป็นขุนพลวิญญาณนักสู้ขณะที่กรงเล็บภูตพรายเหลือเพียงแค่ปราณระดับเงิน

วิญญาณนักสู้ของฟงโฉ่วยังไม่สมบูรณ์นัก แต่เมื่อเทียบกับกรงเล็บภูตพรายที่เหลือแต่ปราณเงิน  เขายังนับว่าแกร่งกว่ามาก

ที่ระดับเจ็ด รอบๆหอวิญญาณดูเหมือนจะถูกคลุมไปด้วยข่ายเงินดูงดงามมาก  แต่ก็หมายความว่าแสงสีเงินนั้นเต็ม  ปิงไม่พบว่าเป็นเรื่องแปลก  เนื่องจากเขารู้ว่าที่ระดับเจ็ดถึงแปดเป็นเรื่องยากมาก

ที่ระดับเจ็ดก็คือระดับจ่าสิบเอก  ขณะที่ระดับแปดก็คือระดับจ่าสิบเอกพิเศษ

เกี่ยวกับพลังสั่งการจ่าสิบเอกสามารถสั่งการได้ร้อยคน  ขณะที่จ่าสิบเอกพิเศษสั่งได้สองร้อยคน แต่ความแตกต่างไม่เพียงแค่จำนวนหนึ่งร้อยเท่านั้น  แต่ในเรื่องเกี่ยวกับความรู้ในเรื่องกลยุทธ์ของทั้งสองยังแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวงเมื่อถึงระดับร้อยโท ผู้นำทหารจะเริ่มเปลี่ยนแปลง บางรายจะแข็งแกร่งขึ้นหรือบางรายอาจกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญควบคุมพลังรังสือและบางรายอาจเป็นผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมกลยุทธ์

เมื่อแสงสีเงินเปล่งความสว่างเต็มที่  ปิงมีการ์ดทองอยู่หนึ่งใบเป็นการ์ดวิชาระดับแปด

ปิงวางการ์ดทองลงในช่องสี่เหลี่ยมแรกของระดับที่แปด  เมื่อเสียบเข้าไปแล้วแสงสว่างก็ถูกปลดปล่อยออกมา และแสงสีทองเข้มก็เริ่มซึมซาบไปตามข่ายเส้นเงิน  ข่ายเส้นเงินนี้ดูเหมือนใยแมงมุมที่มีด้ายสีทองเส้นหนึ่งอยู่ในนั้น

สองชั่วโมงต่อมา  แสงสีทองของการ์ดค่อยๆ หมองลง

จากนั้นนั้นปิงหยิบการ์ดใบที่สองซึ่งยังคงเป็นการ์ดทองระดับแปด เมื่อวางการ์ดลงไป แสงสีทองเหมือนกันก็ถูกปล่อยออกมาแต่การดูดซึมแสงสีทองในข่ายเส้นเงินช้าลงอย่างมาก

หลังจากผ่านไปเจ็ดชั่วโมงเต็มแสงจากการ์ดวิญญาณใบที่สองก็ถูกดูดซึมซับได้สำเร็จ

ปิงรู้ว่าฟงโฉ่วกลืนกินจนเต็มพิกัดแล้ว  แต่ยังวางการ์ดทองใบที่สามลงไป

ใช้เวลาอีกยี่สิบสี่ชั่วโมงสำหรับดูดซับการ์ดทองอย่างเต็มที่และมันคงที่โดยไม่มีการขยับอะไรทั้งนั้น ปิงโล่งใจ เป็นความรู้สึกที่เร้าใจมาก

ทันใดนั้นการ์ดทั้งยี่สิบสี่ใบบนผนังสลายหายไปกลายเป็นควัน

ประตูบรอนซ์ค่อยๆเปิดออก

ร่างผอมบางร่างหนึ่งปรากฏ  ขุนพลวิญญาณที่ดูสุภาพคนหนึ่งเดินออกมาช้าๆจากกลางประตู และคำนับปิง “ข้าพเจ้าจ่าสิบเอกพิเศษถังโฉ่วขอรายงานตัวรับภารกิจขอรับ!”

ลักษณะของถังโฉ่วดูไม่เหมือนตอนที่เขาเป็นฟงโฉ่วมิเพียงแต่ไม่อัปลักษณ์อีกต่อไป แต่เขายังดูหล่อขึ้นเหมือนคนอายุสี่สิบปี เขามีร่างผอม นัยน์ตาเต็มไปด้วยพลังกระตือรือร้น  ให้ความรู้สึกว่างามสง่าเพียงแต่มือของเขาว่างเปล่าปราศจากอาวุธ

ปิงไตร่ตรองชั่วขณะและถาม  “จ่าสิบเอกพิเศษ, เชิญแนะนำตัวเอง!”

ถังโฉ่วคำนับ  “ขอรับท่าน, ข้าพเจ้าถังโฉ่ว, ระดับแปด,ความสามารถในการสู้ไม่ดีนัก, ความสามารถทางวิทยายุทธธรรมดา,ความฉลาดใช้กลยุทธอยู่ในระดับดี”

ปิงประหลาดใจความจริงกลับกลายเป็นว่าเขาขาดความสมดุลอย่างมากนี่เป็นกรณีทั่วไปของผู้ช่วยนายกอง ประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาคืออยู่ในห้องวางแผนรบมากกว่าอยู่ในสนามรบ

ฟงโฉ่วผู้กระหายการต่อสู้กลับกลายเป็นนายทหารผู้ช่วยช่างคาดไม่ถึงเลยจริงๆ

“ดีแล้ว จ่าสิบเอกพิเศษ,เชิญรอรับคำสั่งอยู่ข้างๆ ก่อน” ปิงผงกศีรษะ

“ขอรับ!”  ถังโฉ่วยืนอยู่ข้างๆ อย่างว่าง่าย

ปิงต้องการจะเตือนถังอี้บางอย่าง  แต่ถังอี้เดินเข้าประตูบรอนซ์ไปแล้ว  ปิงจึงค่อยเข้าใจชัด  รากฐานของถังอี้นั้นด้อยมาก  ถ้าเขาทำก่อนที่กรงเล็บภูตพรายจะหายไป ปิงคาดว่าความมุ่งมั่นของกรงเล็บภูตพรายมีแนวโน้มว่าอาจจะไปได้ถึงขั้นนายร้อยเอก แต่กรงเล็บภูตพรายเหลือแต่เพียงวิญญาณที่อ่อนแอเกินไป  แต่เพราะวิญญาณที่อ่อนนี่เองสามารถผลิตจ่าตรีชั้นทองออกมาได้  ปิงก็ประหลาดใจมากแล้ว

นั่นหมายความว่ามาตรฐานของถังอี้แทบจะเค้นออกมาหมด

แม้ว่าอัตราความสำเร็จของหอวิญญาณจะสูงมากกว่าผนังวิทยายุทธ  แต่ก็ยังมีอันตรายจากความล้มเหลว  ตราบใดที่ล้มเหลวอย่างนั้นทุกอย่างจะสลายกลายเป็นควันไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ให้ มีประสบการณ์ในอดีตซึ่งพวกเขาเคยผ่านการแปลงเหมือนถังอี้มาก่อน  แต่อันตรายและความเสี่ยงก็สูง

แต่ปิงรู้สึกถึงความมุ่งมั่นของถังอี้  ดังนั้นเขาจึงไม่ปฏิเสธ

ประตูบรอนซ์ปิดแน่นอีกครั้งและที่ระดับหนึ่งถึงระดับเจ็ด ช่องสี่เหลี่ยมทั้งหมดเป็นสีเทาหม่น

ปิงวางการ์ดเงินลงในช่องสี่เหลี่ยมแรกในระดับเจ็ด  การ์ดเงินปล่อยแสงทันทีและมีเสถียรภาพทำให้ปิงโล่งใจ

เมื่อแสงเงินจากการ์ดใบแรกหมองปิงวางการ์ดเงินใบที่สอง

แสงเงินฉายออกมาจากการ์ดเงินทันทีทำให้ปิงชักเครียด  ไม่ดีเลย!

เป็นไปตามคาดแสงเงินเริ่มหมองและใกล้จะดับ ครู่หนึ่งที่มันมีประกายแพรวพราวจากนั้นก็หมองจนแทบไม่เหลือแสงเหมือนกับว่าไม่มีพลังงานอีกต่อไป

ปิงมองดูการ์ดเงินอย่างกังวลและแสงที่กระพริบหมายความว่าถังอี้กำลังผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดกับจิตวิญญาณยุทธภายในการ์ด  แสงกระพริบนั้นหมายความว่าการต่อสู้ดุเดือดมาก

การกลืนกินเป็นกระบวนการที่โหดร้ายมาก

ความรู้สึกของปิงจุกอยู่ที่คอหอย  หรือนี่จะเป็นเหตุผล เพราะตอนนี้เขาคือขุนพลวิญญาณเช่นกัน? และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงได้เศร้าและอารมณ์เสีย?  เมื่อเขาใช้หอวิญญาณในอดีต  เขาไม่มีความรู้สึกเช่นนั้น...  เขากลับรู้สึกว่าบริวารของเขาอยู่ในห้วงความเป็นความตายมากกว่า...

อย่างนั้นข้าว่าข้าไม่ใช่คนหัวใจเย็นชา ข้าเป็นเหมือนในอดีต

ปิงหัวเราะเยาะตนเอง

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าแสงเงินที่กำลังกระพริบก็ค่อยๆ เสถียรขึ้น ผ่านไปอีกสามชั่วโมง แสงเงินของการ์ดวิทยายุทธก็เริ่มหมอง ผลกระทบของถังอี้เมื่อเทียบกับถังโฉ่วอ่อนกว่ามาก

แต่ปิงยังคงวางการ์ดเงินใบที่สามลงไป

แสงสีเงินกระจายออกการ์ดวิญญาณมั่นคงมากทำให้ปิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่เหมือนกับครั้งสุดท้ายที่กลายเป็นสภาพรุนแรง แต่การดูดกลืนครั้งนี้ใช้เวลาสิบชั่วโมงเต็ม

เขากลายเป็นจ่าสิบเอกแล้ว

แต่....

การ์ดวิญญาณบนประตูยังไม่ดับ  นั่นหมายความว่าการต่อสู้ยังไม่จบ

ถังอี้ปรารถนาจะไปต่อ

ปิงนิ้วสั่น  เจ้าบ้านี่ อารมณ์ของเขาช่างเหมือนกับกรงเล็บภูตพรายเสียจริง

แต่ชั่วขณะนั้นเขาไม่มีทางเลือกอื่น  ถ้าถังอี้ไม่ต้องการจบ  อย่างนั้นก็จบไม่ได้  ถ้าไม่อย่างนั้นจะถือว่าล้มเหลว  ปิงหายใจลึก นัยน์ตาเป็นประกายเจิดจ้า  เนื่องจากเจ้าต้องการทำต่อไป  อย่างนั้นก็เอาให้ดีที่สุดไปเลย

การ์ดทองระดับแปดถูกวางในช่องระดับแปดช่องแรก

แสงทองจากการ์ดเปล่งออกมาและเสถียรหลังจากผ่านไปชั่วโมงแรก แสงสีทองที่วาบออกมามีเสถียรภาพอย่างเห็นได้ชัด  ความเร็วจากการดูดซึมทำให้ปิงตกตะลึง

อะไร อะไร อะไรกัน...

ปิงสาบานได้ว่าเขาใช้หอวิญญาณมามากมายหลายครั้ง  แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นภาพเช่นนี้ การ์ดวิญญาณระดับเจ็ดอันตรายและอาจล้มเหลวได้  แต่การ์ดทองระดับแปดกลับมั่นคงมีเสถียรภาพ?

นี่มันเหตุผลบ้าอะไรกัน?

ลำแสงสีทองยังคงซึมผ่านไปตามเส้นข่ายเงินต่อไป

หนึ่งชั่วโมง

เขาใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงการ์ดทองระดับแปดก็ถูกดูดซับเข้าไปหมด

เมื่อปิงวางการ์ดทองใบที่สองลงไป  สมองของเขาก็ทำงานได้ไม่ดีอีกต่อไป

สองชั่วโมง!

นั่นคือเวลาที่ใช้ในการดูดซับพลังจากการ์ดทองใบที่สองและแสงจึงหมองลงในที่สุด

ปิงประหลาดใจอยู่ถึงสองชั่วโมงเต็มและเตรียมวางการ์ดใบที่สาม

เขาตื่นเต้นอย่างมาก  ถังอี้เลื่อนยศไปถึงระดับจ่าสิบเอกพิเศษแล้ว

ในชั่วขณะนั้นการ์ดทองใบแรกถูกทำลายทันทีและกลายเป็นควันหายไปฉากภาพที่ปรากฏต่อหน้าปิงกลายเป็นเรื่องแปลก การ์ดทองใบที่สองก็เริ่มอับแสงลง แต่พื้นที่ซ้ายและขวาของมันว่างเปล่า

ปิงตาแทบถลนสีหน้าของเขาราวกับกำลังเจอผีหลอก

เขาเหมือนกับรูปปั้นดินน้ำมันยืนอึ้งอยู่กับที่จ้องมองประตูบรอนซ์

นั่น...นั่นมัน....

จบบทที่ ตอนที่ 328 หอวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว