เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 315 หลังเสร็จศึก

ตอนที่ 315 หลังเสร็จศึก

ตอนที่ 315 หลังเสร็จศึก


กลุ่มดาววาฬ

กงชิ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ปลาวาฬฝ่ามือลูบคางคิดอย่างหนัก เขาอายุหกสิบปีแล้วแต่ยังดูเหมือนคนวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปีไม่มีท่าทางของคนเจ้าโทสะมีลักษณะเหมือนบัณฑิตผู้คงแก่เรียนเขาเป็นเจ้าปกครองกลุ่มดาววาฬมานานกว่าสิบปีแล้วเป็นที่เคารพรักและนับถืออย่างสุดซึ้งจากพลเมืองของเขา

ในตอนนี้ พลเมืองของเขาทุกคนโกรธ และรู้สึกเจ็บปวด

“ท่านประมุข,เราจะปล่อยไปอย่างนั้นไม่ได้นะ! กลุ่มดาววาฬของเราเป็นหนึ่งในสิบตำหนักระนาบกลาง  แม้ว่าเราจะไม่ชอบเดินทางไปที่ไกลๆ  แต่เราจะยอมทนทุกข์ทรมานได้อย่างไร?  ภายใต้การจับตาของทุกคน เขาย่างเท้าเข้ากลุ่มดาววาฬของพวกเราและสร้างสมบัติดวงดาวมืด  ฮึ่ม,กลุ่มดาวหมาป่านั่นก็แค่กลุ่มดาวขอบฟ้าใต้พวกมันไม่มีคุณสมบัติหิ้วรองเท้าให้เรา และเจ้าถังเทียนนั่น ก็แค่นักสู้ระดับแปด มันกล้าทำเหมือนกลุ่มดาววาฬของพวกเราเป็นหินหยั่งเท้า  คงจะเบื่อหน่ายชีวิตแล้วกระมัง...”

บุรุษผู้กล้าและทรงพลังแข็งแกร่งคนหนึ่งรูปร่างสง่างามกล่าว

ฝูเยี่ยนคือหนึ่งในบริวารฝ่ายขวาของกงชิ่ง  เขามีชื่อเสียงและแข็งแกร่งมากในกลุ่มดาววาฬ

คนอื่นๆ พากันผงกศีรษะของพวกเขา  การต่อสู้ในกลุ่มดาวหมาป่าเดิมทีไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาววาฬ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าในท้ายที่สุดถังเทียนจะต่อต้านกลุ่มดาววาฬและสร้างสมบัติดวงดาวมืด เหมือนกับว่าเป็นการทำร้ายจิตใจชาวกลุ่มดาววาฬและพวกเขาโกรธแค้นมาก

กงชิ่งไม่ได้เหลือบตาและถามเฉื่อยชา“พวกเจ้ามีความเห็นอะไรบ้าง? พวกเจ้าเป็นผู้ใหญ่กลุ่มใหญ่จะวิ่งออกไปหาคนกลุ่มน้อยแล้วเข่นฆ่าเด็กๆ น่ะหรือ  ถ้าข่าวแพร่ออกไปเราคงหนีข้อครหาว่าเป็นผู้เข้มแข็งรังแกผู้อ่อนแอกว่าไม่พ้น”

“เราสามารถไปที่สมาพันธ์ชาวยุทธเพื่อกดดันพวกเขา  และขอให้ถังเทียนวางมือจากสมบัติมืดซะ  ข้าน้อยพบว่าถังเทียนมีตำแหน่งไม่สูงในสมาพันธ์ชาวยุทธ แค่ระดับเดียวกับจิ่งหาว ข้าเชื่อว่าแค่กดดันสมาพันธ์ชาวยุทธได้ พวกเขาจะไม่คัดค้านเรา” บุรุษผู้คล้ายบัณฑิตก้าวออกมา เขาชื่อจี๋ชิว เป็นที่ปรึกษาผู้โดดเด่น

“นั่นเป็นความคิดที่ดี!”ฝูเยี่ยนกำหมัดแน่น และตอบด้วยความตื่นเต้น

กงชิ่งผงกศีรษะ  “นั่นสินะ,แต่ถ้าถังเทียนไม่ตอบสนองจะเกิดอะไรขึ้น? เราต้องไปหาเรื่องกับเขาหรือไม่? หนึ่งในตำหนักระนาบกลางไปหาเรื่องกับเด็กตัวแสบ  ต่อให้เราชนะ ก็เหมือนไม่ได้อะไรเลย”

จี๋ชิวกล่าวเฉลย “ข้าน้อยได้ยินมาว่า เดิมทีถังเทียนตั้งใจจะไปกลุ่มดาวกางเขนใต้  ถ้าถังเทียนไม่ยอมวางมือ เราสามารถปิดประตูดวงดาวระหว่างกลุ่มดาววาฬและกลุ่มดาวหมาป่าได้ถือเป็นการลงโทษตอบโต้”

กงชิ่งรู้สึกว่ามีเหตุผล กลุ่มดาววาฬเป็นทางลัดที่สุดเพื่อมุ่งสู่กลุ่มดาวกางเขนใต้  ถ้าถังเทียนและพวกไม่ปฏิบัติตาม  นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องเดินทางอ้อมกันขนานใหญ่ ต้องใช้เวลาอีกมากมายและบางทีต้องเผชิญอันตราย  เนื่องจากเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ไม่อยากขัดแย้งกับสมาพันธ์ชาวยุทธเช่นกัน และไม่มีใครสามารถพูดเรื่องนั้นได้

เขาผงกศีรษะ “งั้นก็ทำตามนั้น”

หน้าของถูหรูไห่เขียวคล้ำ เขารู้ว่าวันข้างหน้าคงไม่ดีแน่ เขาเสียหน้ามากหลังจากการต่อสู้ที่กลุ่มดาวหมาป่า หกองครักษ์ตระกูลถูคือผลงานที่เขาต้องทุ่มเทเลือด หยาดเหงื่อและน้ำตาเป็นสิ่งที่เขาต้องทุ่มเทค่าใช้จ่ายมหาศาลในการสร้าง  และเรื่องที่ทำให้เขาโกรธมากขึ้นก็คือการกระทำสุดท้ายของเหมิงเว่ย นังแพศยานั่นไม่รู้วิธีตายที่สมควรกลับถ่ายเทพลังทั้งหมดเข้าไปในกระบี่ชำรุดเล่มหนึ่ง

ตอนนี้มีข่าวลือมากมายพูดกันว่าสถานะของเขาในฐานะผู้อาวุโสขอบฟ้าเหนือไม่มั่นคง

ผู้อาวุโสขององค์การวิญญาณมืดมีการจัดอันดับที่เข้มงวด  การจัดอันดับของพวกเขา คล้ายๆการจัดชั้นของกลุ่มดาว มีขอบฟ้าใต้, ขอบฟ้าเหนือ, ขั้วขอบฟ้า, ตำหนักระนาบกลาง,ตำหนักระนาบสุริยุปราคา  ทั้งห้าระดับชั้นแต่ละชั้นจะมีการจำกัดเจาะจงจำนวนผู้อาวุโสซึ่งต้องทำตามกฎ  และได้เลื่อนระดับยากมาก  นอกจากสร้างผลงานที่พิเศษต่อองค์การผู้อาวุโสที่ต้องการจะเลื่อนอันดับ จำเป็นต้องมีตำแหน่งว่างที่สูงกว่า

ผู้อาวุโสขอบฟ้าใต้หลายคนอิจฉาตำแหน่งของเขา  และไม่สามารถรอให้ตำแหน่งของเขาตกต่ำได้

ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าแทนที่ข้า!

ถูหรูไห่ยืนขึ้น เขาต้องหาความช่วยเหลือ ช่วยให้เขาชนะการต่อสู้ ถ้าไม่อย่างนั้นผู้อาวุโสฝ่ายขอบฟ้าใต้จะเป็นเหมือนมังกรร้ายที่ไล่กวดหลังเขาต้องการจะหั่นเขาให้เป็นชิ้นๆ

ไม่มีการอนุญาตให้ชิงดีชิงเด่นในองค์การวิญญาณมืดนั่นเป็นคำพูดลมๆ แล้งๆ พวกเขาจะไม่ทำกันต่อหน้า แต่จะใช้วิธีการที่เจ้าเล่ห์แทน

ด้วยความรู้สึกที่เร่งด่วน  เขารู้ว่าเขาจำเป็นต้องดำเนินการ

เขาเดินไปที่ประตู แต่สีหน้าของเขาเปลี่ยนทันที และต้องถอยกลับมาครึ่งก้าว

ประตูข้างหน้าเขาเปิดเองอัตโนมัติ และร่างหนึ่งพร้อมกับเคียวยมทูตขนาดใหญ่อยู่ที่หลังปรากฏตัวต่อหน้าเขา

“เคียวยมทูตดำ”

หน้าของถูหรูไห่บิดเบี้ยวทันที  แต่ก็ยังเปล่งเสียงสั่น“ใคร..ใครจ้างเจ้ามา? ข้าจะจ่ายให้เป็นสองเท่า ไม่สิสามเท่า”

อีกฝ่ายหนึ่งไม่สนใจเคียวยมทูตหายวับเข้ามาอยู่ในมือเขาทันทีและประกายสีดำวาบผ่าน....

*******************************

เจ้าเมืองอ้วนหลี่เปิดขวดเหล้าหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และรินใส่แก้วให้ม่อเว่ยเทียน “น้องม่อท่านต้องส่งอาวุธจักรกลวิญญาณเหล่านั้นทั้งหมดมาเร็วๆ ข้ายังต้องการสร้างกองทัพ”

ม่อเว่ยเทียนดูเหมือนมีความในใจ  แต่รู้สึกตัวโดยเร็ว  “ท่านเจ้าเมืองหาผู้นำทหารได้แล้วหรือ?”

“ไม่ผู้นำทหารใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ” เจ้าเมืองอ้วนหลี่หัวเราะ “แต่ข้ามีเงินมาก”

ม่อเว่ยเทียนผงะ “ท่านเจ้าเมืองร่ำรวยมาอีกแล้วหรือ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”  เจ้าเมืองหลี่ยิ้มอย่างมีความสุข  “ห้าเมืองหลุดจากอำนาจของถูหรูไห่แล้ว  สองเมืองกลับคืนมาอยู่ในเงื้อมมือข้า  นอกจากนี้ ข้ายังส่งคำพูดออกไปว่าข้าไม่ต้องการสามเมืองที่เหลือหึ หึ แมลงเล็กแมลงน้อยจะโผเข้าตะครุบแน่ ถูหรูไห่จบสิ้นแล้ว”

“ไวขนาดนั้นเชียวหรือ?”  ม่อเว่ยเทียนประหลาดใจ

“ถูหรูไห่ทำงานอย่างราบรื่นมามากในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา  เขาทำข้อผิดพลาดเคลื่อนไหวอย่างประมาทพลาดท่าพ่ายทั้งกระดาน เขาคงถูกลืมเลือนไปนาน”  เจ้าเมืองหลี่จิบไวน์ในมือและกล่าวต่อ  “ถ้าเขามีเวลาได้อีกสิบวัน  เขาอาจจะมีโอกาสฟื้นคืนอีกครั้ง  น่าเสียดาย ข้ารอวันนี้มานานแล้ว”

เขาทำท่าเชือดคอ

ม่อเว่ยเทียนตาเบิกกว้าง เขาไม่อยากเชื่อ “อย่าบอกนะว่า....”

เจ้าเมืองหลี่หัวเราะและรินเหล้าใส่แก้วอีกครั้งและกล่าวอย่างมีความสุข  “บอกข้าที  ข้าควรจะฉลองหรือเปล่า?”

ม่อเว่ยเทียนตะลึง

*********************

ฐานที่มั่นตระกูลซือหม่า

ชิวจื่อจวินพูดอย่างใจเย็น  “ข้อมูลที่เรารวบรวมมาได้เกี่ยวกับอูหวังไห่มีน้อยนิด  แต่เราพบว่าเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว  น่าสงสัยว่าขุนพลวิญญาณของอูหวังไห่ปรากฏตัวใกล้ๆกับกลุ่มดาวกางเขนใต้”

“กลุ่มดาวกางเขนใต้?”  ซือหม่าเซี่ยวหยิบอาหารรสโอชะใส่ปากและพูดทั้งที่อาหารเต็มปาก “คนของเราเข้าถึงข้อมูลได้ลึกซึ้งดี มีเบาะแสอื่นอีกไหม?”

“ไม่มี”ชิวจื่อจวินส่ายหัว

“ดูเหมือนเราทำได้แต่เพียงใช้ชีวิตอยู่กับมัน”  ซือหม่าเซี่ยวมีสีหน้าจนใจ

“แผนการที่เจ้าพูดไว้เรื่องจะชิงตำแหน่งประธานสมาคมจบสิ้นแล้วนะ”  ชิวจื่อจวินกล่าว  “ข้าได้รับข่าวว่า เหล่าผู้อาวุโสคิดว่าสาขาตระกูลที่หนึ่งเสียสละมากเกินไป  จึงตัดสินใจส่งเสริมสาขาที่หนึ่งดังนั้นพวกเขาจะยังยึดตำแหน่งนั้นต่อไป”

“ไม่มีทางเลือก,พื้นฐานของเรายังอ่อนเกินไป” ซือหม่าเซี่ยวโบกมือ และพูดอู้อี้ “แต่ไม่ว่ายังไง ข้าก็หาผู้นำทหารดีๆได้แล้ว  ตราบใดที่เราสร้างกองทัพของเราได้  จะได้ตำแหน่งประมุขหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ”

“ใครกัน?”  ชิวจื่อจวินถาม

“กลุ่มดาวฟีนิกซ์เต๋อหรงผู้ได้รับฉายาว่าถุงมือเหล็ก”

ชิวจื่อจวินประหลาดใจ “เจ้ามั่นใจเขาหรือ?”

“ไม่กี่ปีมานี้ข้าได้ยินว่าธิดาของเขาป่วยด้วยโรคประหลาด  และตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ข้ามองหาวิธีรักษาให้เขา โชคดีที่ข้าหาวิธีนั้นพบเมื่อเร็วๆ นี้” ซือหม่าเซี่ยวหัวเราะ “กลุ่มดาวฟีนิกซ์ไม่มีกองทัพ และเต๋อหรงไม่ได้เป็นทายาทโดยตรง เขาใช้เวลาในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ฆ่าเวลา  และไม่มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่อะไร  สามารถหากองทัพได้ที่นี่  เขาจะไม่มีความสุขได้ยังไง?”

ชิวจื่อจวินผงกหัว “มาตรฐานของเขาดี  ความสำเร็จของเขาในกองทัพครั้งก่อนที่เราจะจ้างไว้ โดดเด่นจากอดีต  แม้ตั้งแต่เขาออกมา กองทหารก็อยู่ได้ไม่นาน  แต่ข้าได้ยินว่าเขาดื้อรั้นหัวแข็งมาก ดังนั้นเขาจึงไม่ยอมรับคำสั่งจากเบื้องบนในกลุ่มดาวฟีนิกซ์”

“คนมีพรสวรรค์คนไหนไม่ดื้อบ้าง?”  ซือหม่าเซี่ยวหัวเราะ  “ถ้าข้าไม่ใจกว้างเท่านี้ข้าจะมีความสำเร็จได้ยังไง?  กองทัพที่มอบให้เขาเขาจะทำอะไรก็สุดแท้แต่  ข้าไม่ถามไถ่”

จากนั้นชิวจื่อจวินถามต่อ “อย่างนั้นเรื่องหยางอู่เล่า?”

หยางอู่คือคนที่ซือหม่าเซี่ยวเลือกไว้ก่อนนั้นและตอนนี้เขามีเต๋อหรง หยางอู่จึงไม่มีประโยชน์

ซือหม่าเซี่ยวหัวเราะ “ให้เขาแข่งกัน ผู้แพ้กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา นั่นยุติธรรมมากกว่า และไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วย

“นั่นเป็นความคิดที่ดี”  ชิวจื่อจวินตัดสินและถามขึ้นทันที  “ทำไมเจ้าถึงมองเรื่องนี้ในแง่ร้ายนัก?  หรือข้าควรบอกว่า ทำไมเจ้าถึงรู้สึกว่าถังเทียนจะมีผลต่อแผนการของเราจริง?”

ใบหน้าซือหม่าเซี่ยวมีรอยยิ้ม  “ข้าไม่รู้ แต่เตรียมตัวไว้จะดีกว่าจะได้ไม่เกิดเรื่องแย่”

เขายิ้มทันทีอีก“และท่านไม่คิดหรือว่าสองสามวันมานี้เงียบเกินไป?”

ถังเทียนเพิ่งเข้ามาในประตูแสง  เมื่อร่างสีดำวิ่งเข้ามาอยู่ต่อหน้าเขาและหยุดทันทีด้วยความกลัวเขา

เป็นหยาหยา

นั่นมัน..

“เฮ้, หยาหยาเจ้าเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?” ถังเทียนมองดูหยาหยาที่รอบๆ ตัวมีแต่ควันและตะลึง

ตลอดทั้งตัวของหยาหยาดำเหมือนกับว่าโผล่ออกมาจากปล่องไฟและเต็มไปด้วยเขม่า มีแต่เพียงตาของมันที่ขาว

หยาหยาชูมือทั้งสอง และเริ่มสารภาพผิด มันทำเสียงดูดที่ปาก

ถังเทียนสับสน และหลังจากนั้นชั่วขณะ เขาถาม“เจ้า..กำลังบอกว่า เจ้า..กลืนควันเข้าไปในตัวเจ้าหรือ?”

หยาหยาชี้ที่พุงของมันอย่างมีความสุข และเสนอหน้าว่าท่านยกย่องข้าจะดีกว่า

ถังเทียนบีบจมูกของมันและมืออีกข้างตีก้นมันและจับมันมาวางข้างหน้า

“สกปรกชะมัดข้าบอกเจ้าไว้เลยนะ อย่ามาปีนป่ายข้าอีกต่อไป หึ หึ อย่างกะเครื่องขุด ดีนะว่าเจ้าดูดไอ้ควันโง่ๆ นั่น มันเสียงดังมาก” ถังเทียนกล่าวทันที “แต่ข้าขอบอกเจ้า  เจ้าตัวเล็ก การสูบไม่ดีต่อร่างกายเจ้า”

หยาหยาดิ้นหลุดจากถังเทียนที่จับจมูกกับก้นของมัน

มันร้องอย่างไม่พอใจ หมัดของมันทุบที่หน้าอกแสดงว่ามันทนและแข็งแกร่ง

“หวา..แกเจ้าตัวเล็ก  อย่านึกว่าย้อมดำแล้วเจ้าจะมีอะไรอย่างอื่น” ถังเทียนหัวเราะ  สีหน้าของเขาแสดงอาการขำขัน

หยาหยาโกรธ และทำท่างอแขนเบ่งกล้ามแสดงพลังของมัน

ถังเทียนมองดูธงที่บั้นท้ายหยาหยาสั่นพร้อมหยาหยาซึ่งดูขำขันมาก  เขาถึงกับงอตัวหัวเราะขำขันและใช้นิ้วโบกธงน้อยๆ

หยาหยาล้มลงกับพื้นเพราะถังเทียนควบคุมมันได้

หยาหยายิ่งโกรธ ปัง ปัง ปัง  มันเดินและกระโดดสองครั้ง  ในที่สุดถังเทียนก็ไล่ตามมันทันอีกครั้งจับธงที่อยู่ตรงบั้นท้ายหยาหยาอีกครั้ง

หยาหยายึดธงไว้ทันทีและรีบวิ่งหนีไปห่างๆ ก่อนจะหยุด

ครั้งนี้ถังเทียนเล่นจนพอแล้ว เขาแค่ยืนหัวเราะ  “ฮ่าฮ่า ก็ได้ วันนี้เลิกเล่นแค่นี้ก่อน ข้ามีเรื่องต้องทำ...”

หยาหยาตะโกนคำหนึ่งออกมาอย่างกระตือรือร้น

“ฮั่วอี”

หมัดสีดำและคมกริบถูกปล่อยออกมาทันที

ถังเทียนตัวแข็งทื่อ และม่านตาของเขาหดลีบทันที

จบบทที่ ตอนที่ 315 หลังเสร็จศึก

คัดลอกลิงก์แล้ว