เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 313 นามกระบี่ปลอดสำเนียง

ตอนที่ 313 นามกระบี่ปลอดสำเนียง

ตอนที่ 313 นามกระบี่ปลอดสำเนียง


เมื่อเห็นกระบี่ในมือของถังเทียนค่อยๆส่าย เหมิงเว่ยรู้สึกขนในตัวลุกชัน ความรู้สึกถึงอันตรายทำให้นางต้องการหันหลังวิ่งหนี

แต่...

แต่นางจับกระบี่แน่นพยายามควบคุมลมหายใจของนางและเรียกความปรารถนาต่อสู้ของนาง นางมักคิดเสมอว่าจิตตานุภาพของนางมั่นคงราวกับเหล็กกล้า  แต่ในเวลานั้นมันกลับสั่นคลอนช้าๆ

แข็งแกร่งมาก!  ถังเทียนแข็งแกร่งมากจนถึงขนาดที่นางไม่มีความคิดจะต่อต้านเขา

นางมีประสบการณ์ต่อสู้มากมายและรู้ว่านางเองไม่มีโอกาสชนะแม้แต่น้อย

ข้าอาจจะตายได้

ปากของเหมิงเว่ยมีรอยยิ้ม  นางกลับรู้สึกโล่งใจแทน  ถ้านางตาย อย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องสู้อีกต่อไป

ฉากภาพนับไม่ถ้วนผ่านเข้ามาในสายตานาง  วัยเด็กของนาง เมื่อนางเป็นเด็กเร่ร่อน ถูกผู้อาวุโสเก็บมาเลี้ยง การแข่งขันต่อสู้อันโหดร้ายและเด็กหญิงอ่อนแอที่ถือกระบี่เปื้อนเลือดด้วยความหวาดหวั่นขวัญผวาสะอื้นไห้เงียบๆ ในกลางดึก .... มันจะมาถึงจุดสิ้นสุดหรือไม่?

ชีวิตที่ขื่นขมมืดมนของนางจะถึงคราวสิ้นสุด

นางสามารถรู้สึกถึงความเสียใจในตัวกระบี่ได้มันไม่ใช่สมบัติดวงดาว  นอกจากหนักแล้วมันไม่มีอะไร ก็แค่กระบี่ฝึกธรรมดาเท่านั้น ไม่มีคม มีแต่ความทนทาน  นางใช้มันมาทั้งชีวิต  หลังจากมีประสบการณ์การแข่งขันที่โหดร้ายจนอยู่รอดเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุด นางไม่เคยเปลี่ยนมันเลย มันติดตามนาง มันคือต้นแหล่งความแข็งแกร่งและความสะดวกของนาง  ทุกครั้งที่นางรู้สึกกลัว แค่จับกระบี่หัวใจนางก็สงบลง

หลังจากฆ่าคนมานับไม่ถ้วนจนเลือดท่วม  กระบี่สำหรับฝึกธรรมดาก็ค่อยๆมีวิญญาณเติบโตขึ้น

โปรดอย่าเศร้าเพราะข้าเลย  นี่คือการไถ่บาปให้ข้าเอง

ในสายตาของเหมิงเว่ยมีแววอ่อนโยน กระบี่ธรรมดามีจิตวิญญาณ ชีวิตของเจ้าเพิ่งเริ่มต้นแท้ๆ ต่อไปเจ้าจะต้องมีชื่อเสียงและสั่นสะเทือนโลก

ตัวกระบี่เริ่มมีรอยบิ่นเต็มไปด้วยรอยแตก  แม้ว่านางจะรักมันแต่มันก็เป็นอาวุธระดับธรรมดา

เมื่อข้าตายเจ้าจะต้องถูกมองข้ามแน่นอน มีคนน้อยมากที่ชอบกระบี่ฝึกหัด แต่เจ้าแข็งแกร่งมาก เจ้าคงไม่พอใจอย่างแน่นอน

ขอบคุณที่เจ้าต่อสู้เคียงข้างกับข้ามาตลอดโปรดรับการขอบคุณเป็นครั้งสุดท้ายจากข้า

เหมิงเว่ยจับกระบี่สองมือชูข้างหน้านางและหลับตา

เผียะ...เกิดเสียงระเบิดในร่างกายนาง และนางสั่นสะท้าน

ปัง ปัง ปัง!

คลื่นเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากในร่างของนางจนสะดุ้ง ใบหน้าของนางที่มักเย็นชาและไร้ความรู้สึกเสมอ  ขมวดคิ้วทันทีเหมือนกับว่านางกำลังทรมานจากความเจ็บปวด

เปิดพลังอัญเชิญสายเลือดดวงดาวครั้งที่สอง!

สายเลือดวาฬขาวในตัวเหมิงเว่ยมีความพิเศษมาก เลือดวาฬขาวเป็นแค่สายเลือดสาขาของสายเลือดกลุ่มดาววาฬ  แต่สายเลือดในตัวนางมีความบริสุทธิ์ถึง 90เปอร์เซนต์

นั่นอาจเป็นเหตุผลทำให้นางสามารถใช้พลังอัญเชิญสายเลือดดวงดาวได้อีกครั้ง

ตลอดทั้งตัวของนางสว่างด้วยรัศมีสีขาว กลุ่มดาววาฬที่หายไปจากท้องฟ้าปรากฏให้เห็นอีกครั้งและปล่อยลำแสงสีขาวเข้ามาในกระบี่ในมือนางอย่างต่อเนื่อง

“กระบี่เหล็กธรรมดาไร้ชื่อ ก่อเกิดวิญญาณหลังจากผ่านการรบร้อยศึกด้วยพลังสายเลือดวาฬขาว ขอมอบชีวิตให้เจ้า”

รัศมีขาวอาบไปตามตัวกระบี่และจู่ๆ ก็เริ่มไหลเร็วมากขึ้นจนเป็นช่องสว่าง

เสียงจริงใจของสตรีคนหนึ่งดังลอยล่องในสายลม

“ไม่มีใครสามารถทำลายเจ้าได้”

“ไม่มีอะไรคมกล้าเท่ากับเจ้า”

“เจ้าจะไม่ถูกโลหิตย้อม!”

….

เมื่อได้ยินเสียงกระซิบของสตรีนางนั้นสีหน้าเย็นชาของถังเทียนไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อยแต่หัวใจของเขาหวั่นไหวเล็กน้อยด้วยเหตุผลบางอย่าง

“น่าขัน”

เสียงเย็นชาของถังเทียนดังขึ้น กระบี่กักสมุทรซึ่งอยู่ในมือเขาชี้ตรงมาที่เหมิงเว่ย

ปัง

คลื่นเปลวเพลิงดำทะลักออกจากตัวกระบี่และกระแสเพลิงสีดำพุ่งตรงไปที่เหมิงเว่ย

ทัศนวิสัยการมองของเหมิงเว่ยปกคลุมไปด้วยเพลิงดำซึ่งคลุมเต็มถึงท้องฟ้า  นางไม่มีที่ให้ซ่อนทันใดนั้นตัวกระบี่เปล่งแสงสีขาวคลุมตัวเหมิงเว่ย ขณะที่แสงขาวกับเพลิงดำสัมผัสกันก่อให้เกิดสภาพที่ไม่เสถียร

เพลิงดำดุร้ายรุนแรงคุกคามทำให้แสงสีขาวตกอยู่ในอันตรายทันที

หน้าของสตรีผู้นี้ซีดขาวและเสียงของนางสั่น นางยังคงพูดอย่างมั่นคง

“เจ้าจะมีชีวิตที่ปลอดภัยและมีชื่อ”

รังสีขาวรอบๆกระบี่ระเบิดออก ในพริบตารังสีขาวก็หายไปทั้งหมดทั้งหมดถูกดูดซับเข้าไปในตัวกระบี่

ตัวกระบี่ดำปกคลุมไปด้วยลายเส้นเงินเล็กละเอียดทำให้ตัวกระบี่ดูงดงามไม่มีร่องรอยของความชั่วร้าย  แต่ตัวกระบี่ยังมีรอยบิ่นรอยแตกและรูทำให้ดูเหมือนมันได้รับความเสียหาย ภาพกลุ่มดาววาฬในท้องฟ้าฉายรังสีขาวทันที ในพริบตาท้องฟ้ากลายเป็นมืดดำ ขณะที่เมฆสีเทาปกคลุมไปทั่วทุกแห่ง

ดาวของกลุ่มดาววาฬเริ่มส่องแสงกันทั้งหมดดวงแล้วดวงเล่า

ถังเทียนรั้งกระบี่กักสมุทรกลับมาเพลิงดำในท้องฟ้าหายไปทันที เขามองดูเหมิงเว่ย

เท้าของเหมิงเว่ยเริ่มหายไป  ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนทำให้นางตกใจหนัก

กลุ่มดาววาฬต้องการทำลายกระบี่

ไม่!

เหมิงเว่ยแตกตื่น  กระบี่คือห่วงกังวลประการเดียวในโลกและเป็นคู่หูของนาง นางต้องการให้มันอยู่ต่อไป แต่นางไม่เคยคิดว่านางต้องเผชิญหน้ากับความกราดเกรี้ยวของกลุ่มดาววาฬ

กลุ่มดาววาฬต้องการกินมันซึ่งจะทำให้มันเหลืออยู่แต่เพียงผงธุลี

เหมิงเว่ยใจสลายและเศร้าโศก  ทันใดนั้นนางมองถังเทียนนางเหมือนคนกำลังจะจมน้ำที่พยายามคว้าเศษฟางเพื่อช่วยชีวิตในท่ามกลางความตื่นกลัวนางวิงวอน “จอมยุทธ, โปรดช่วยมันด้วย”

“ได้โปรด  ข้าขอร้อง โปรดช่วยมัน”

ร่างที่แม้แต่กลุ่มดาววาฬก็ยังเกรงกลัวจะช่วยเหลือกระบี่ได้แน่นอน!

เหมิงเว่ยขอร้องอย่างน่าสงสารน้ำตานองหน้า

ถังเทียนที่ยังมีสีหน้าเย็นชาเอ่ยปากทันที“ชื่อของกระบี่”

ชื่อกระบี่?  ชื่อกระบี่!

เหมิงเว่ยพึมพำ  “ชื่อกระบี่....  ชื่อกระบี่...”

นางเงยหน้า“มันเรียกว่ากระบี่ปลอดสำเนียง”

ข้าขอให้เจ้าปลอดภัยและมีชื่อ

กระบี่ร้องออกมามีแสงล้อมรอบมันตลอดเวลา มีแสงยิงออกไปยังกลุ่มดาววาฬในท้องฟ้า  ขณะเดียวกัน กลุ่มดาววาฬก็เปล่งแสงแพรวพราว และยิงรังสีออกมาเช่นกันรังสีทั้งสองปะทะกัน

ปัง,ท้องฟ้าสั่นสะเทือน

เมฆมืดครึ้มหนาขึ้นทุกที ทั้งฟ้าแล่บฟ้าร้องเริ่มปรากฏราวกับว่าจะเป็นอวสานของโลก

นั่นคือ...การกลืนกลุ่มดาว

สมบัติดวงดาวทุกอย่างถือกำเนิดจากกลุ่มดาวและสมบัติดวงดาวของกลุ่มดาวทั้งหมดจะมีระบบที่เข้มงวดกวดขันมาก  สำหรับคนที่สร้างสมบัติดวงดาวจะได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากกลุ่มดาว และนั่นก็คือการกลืนกินของกลุ่มดาว

ตราบใดที่มันสามารถต่อต้านการกลืนกินของกลุ่มดาววาฬได้  มันจะสามารถกลายเป็นสมบัติดวงดาวชิ้นใหม่ได้

สมบัติดวงดาวแบบนี้ไม่สามารถใช้พลังของกลุ่มดาวได้  แต่มีความพิเศษอย่างอื่น นั่นก็คือไม่ถูกพลังกลุ่มดาวควบคุมและแน่นอนมันถูกถือว่าเป็นสมบัติกลุ่มดาวมืด

แต่พลังของการกลืนกินของกลุ่มดาวนั้นมีอำนาจทำลายล้างมาก ดังนั้นจึงมีสมบัติกลุ่มดาวมืดอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นในประวัติศาสตร์

อาเฮ่องงงวยสำหรับตำนานที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าต่อตาเขาทำให้เขาตะลึง  และเมื่อเขาเห็นว่าถังเทียนถูกเพลิงดำห่อหุ้มไม่มีความตั้งใจจะถอยหรือหลบสีหน้าของเขาเปลี่ยนทันที

เจ้าบ้านั่นอย่าบอกนะว่าต้องการจะช่วยกระบี่?

อาเฮ่อสบถอยู่ในใจร่างของเขาเหมือนกับสายฟ้าขณะบินเข้าหาถังเทียน

หลิงซิ่วก็คิดเหมือนกับเขา  แม้ว่าหลิงซิ่วจะไม่รู้ว่าสมบัติกลุ่มดาวมืดคืออะไร แต่เขาอาศัยแต่เพียงสัญชาตญาณก็รู้ว่าถังเทียนตกอยู่ในอันตราย

ตาของถังเทียนเหลือบเห็นร่างทั้งสองกำลังตรงมาทางเขาและระลอกเสียงดังก้องในหัวใจเขา เขาพูดออกมาทันที “เจ้าโง่”

กระบี่กักสมุทรในมือของเขาปลดปล่อยรังสีกระบี่สีดำสองสายทันที

อาเฮ่อกับหลิงซิ่วตระหนักได้ทันทีว่ารังสีกระบี่เพลิงดำกำลังพุ่งตรงมาทางพวกเขา  พวกเขาสั่นทันที

อาเฮ่อสะบัดกระบี่กระเรียนในมือสร้างคลื่นพลังประหลาดและปล่อยออกมาจากตัวกระบี่เป็นเหตุให้เขาลอยไปข้างหน้า  ปฏิกิริยาของเขารวดเร็ว  เขาสามารถรู้สึกได้ว่าแม้พลังจะน่ากลัว  แต่มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเจ็บปวดใดๆกับเขา  ดังนั้นเขาจึงปล่อยไหลไปตามพลัง

หลิงซิ่วไม่ฉลาดเท่าอาเฮ่อ  ทั้งร่างคนร่างนกปลิวออกไปเหมือนกระสุนไกลกว่าสองสามร้อยเมตร หลิงซิ่วที่อยู่ในกลางอากาศสบถด่าด้วยความโกรธขณะปลิวห่างออกไป

“เจ้าบัดซบเอ๊ย! เจ้าตายแน่...”

ถังเทียนพูดเบาๆ  “งี่เง่า”

เหมิงเว่ยที่อยู่ต่อหน้าถังเทียนร่างของนางกลายสภาพเป็นรูปโปร่งใสอย่างรวดเร็ว มองดูถังเทียนด้วยความซาบซึ้ง  “ขอบคุณ!”

ถังเทียนมีสีหน้าเฉยเมย กระบี่ลอยเข้ามาอยู่ในมือของเขาพร้อมกับคลื่นพลัง มีคำอยู่บนตัวกระบี่“ปลอดสำเนียง”

เหมิงเว่ยหายไปในอากาศโดยไม่เหลือร่องรอย

กระบี่ปลอดสำเนียงในมือถังเทียนเปล่งเสียงร้อง

เมฆมืดครึ้มในท้องฟ้าสีดำทะมึน  มีแต่กลุ่มดาววาฬที่สว่างเจิดจ้า

ถังเทียนเงยหน้าขึ้นมองฟ้า  เพลิงดำลุกท่วมทำให้เขาทั้งดูสง่าและดุร้ายทั้งสงบอย่างไม่มีอะไรต้องกลัว

“เขาทำสำเร็จไหม?”  ซือหม่าเซี่ยวพูดหลังจากเงียบไปชั่วขณะ

ร่างเพลิงดำในท้องฟ้าเพราะเหตุผลบางอย่างมันเต็มไปด้วยอำนาจคุกคาม ด้วยพลังของเขากลับกล้าเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของสวรรค์  เขาไม่มีทีท่าจะเปลี่ยนใจ

“ข้าไม่รู้” ชิวจื่อจวินส่ายศีรษะ  ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความนับถือ

ใครก็ตามที่เผชิญหน้ากับอันตรายเช่นนั้นคงจะวิ่งหนีฝุ่นตลบไปแล้ว  แต่ถังเทียน...

ไม่มีใครสามารถคิดได้ว่าการต่อสู้จะจบลงโดยขยายวงมาถึงขนาดนี้ แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าทุกคนสร้างความตื่นตะลึงยิ่งกว่าคนสองคนต่อสู้กันเสียอีก  นี่คือการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับสวรรค์

ทุกคนที่อยู่หน้าจอพูดไม่ออก

ปราณยะเยือกรุนแรงไหลออกมาตามกระบี่กักสมุทรเข้ามาในตัวถังเทียน หัวใจที่เมินเฉยของเขาเหมือนกับกระจกเงาไม่มีความกลัว ขณะที่วิชากระบี่นับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามาในสมองของเขา  ทั้งคุ้นเคยแต่ก็มีความรู้สึกแปลก

มือซ้ายของเขาถือกระบี่ปลอดสำเนียง  มือขวาถือกระบี่กักสมุทรร่างของเขาย่อตัวลงเล็กน้อย

พลังในท้องฟ้าหนาแน่นขึ้นทุกทีเมฆสีดำหนาแน่นเข้มข้นขึ้น

วืดดดด

ลำแสงสายหนึ่งยิงลงมาพร้อมกับส่งเสียงดัง  มันแตกต่างจากลำแสงครั้งก่อนสิ้นเชิงรุนแรงและอันตรายยิ่งกว่า

เฟี้ยววว

สายฟ้าแล่บแปลบปลาบเป็นข่ายสายมาบรรจบกันเป็นลำแสง

ถังเทียนยังคงไร้ความรู้สึกกระบี่กักสมุทรสว่างวาบและปลดปล่อยพลัง

รังสีกระบี่เปลวเพลิงดำดูเหมือนกับลำแสงดำพุ่งตรงขึ้นไปบนฟ้าปะทะกับลำแสงที่ยิงมาโดยกลุ่มดาววาฬ  “ปัง!”

แสงขาวและแสงดำแตกกระจายรังสีสายฟ้าแตกเป็นเสี่ยง ปราณประหลาดกวาดกระจายไปทั่วทุกตำแหน่ง

ท้องฟ้าสั่นรุนแรง

จอภาพที่ใช้ดูพลอยสั่นสะเทือนและพร่าเลือน  คลื่นพลังงานเข้มข้นมีผลต่อสมบัติดวงดาวทั้งหมด

ถังเทียนเซ  แต่ปากของเขามีรอยยิ้มเย้ยเย็นชา  วิชากระบี่ที่หลั่งไหลเข้ามาในสมองของเขาและประสบการณ์ชีวิตทั้งหมดของอูหวังไห่ที่ถูกไล่ล่าตามฆ่าถึงยี่สิบปี เขาถูกกดขี่ข่มเหงจากอำนาจระดับสูงทุกระดับจึงเต็มไปด้วยความรังเกียจและเกลียดชัง  ความรู้สึกรังเกียจและเกลียดชังฝังลึกเข้ากระดูก

แต่เขาสามารถใช้ความรู้สึกนี้  เขาสามารถใช้อารมณ์เช่นนี้เพื่อนำพลังกระบี่กักสมุทรมาใช้ และตัวกระบี่กักสมุทรที่แท้จริงนั้นอยู่ในมิติว่างเปล่า เนื่องจากความเกลียดชังของมันจึงเพิ่มพลังให้กับตัวกระบี่ภาพจำลองในมือถังเทียน

สายตาของถังเทียนเหี้ยมโหดดุร้ายทันที  เหมือนกับว่าเขาคือสัตว์ป่าที่โกรธแค้น

เพลิงดำปะทุออกมาทำให้ปราณของเขาเพิ่มความเข้มข้นขึ้น

ในมิติมืดมนไร้ขอบเขตร่างหนึ่งยืนอยู่ตามลำพัง  เขาหัวเราะเสียงแหบแห้ง“เป็นลูกชายของเขาตามที่คาดจริงๆ สามารถใช้ความเกลียดชังของข้าได้ ดีมาก”

“หึหึ ข้ารู้ชัดแล้ว  ถึงถูกนำมาใช้ ข้าก็ยังเกลียดมัน”

เสียงแหบแห้งของอูหวังไห่ดังเหมือนสัตว์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บ

ถังเทียนเงยหน้ามองไปทางกลุ่มดาววาฬในท้องฟ้า  สายตาเขาเต็มไปด้วยความเกลียด

เขาสะบัดกระบี่กักสมุทรเพลิงดำ

จบบทที่ ตอนที่ 313 นามกระบี่ปลอดสำเนียง

คัดลอกลิงก์แล้ว