เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 310 ทุกคน, ข้าอยู่นี่

ตอนที่ 310 ทุกคน, ข้าอยู่นี่

ตอนที่ 310 ทุกคน, ข้าอยู่นี่


ข้อกำหนดสำหรับระดับจ่าสิบเอกในกองทัพดาวกางเขนใต้ คือสามารถสั่งการทหารได้ห้าสิบคน พลังของทหารทุกคนต้องโดดเด่น ต้องมีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในกลยุทธ์พื้นฐาน  สามารถเข้าใจและปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาได้อย่างดีเยี่ยม  สามารถตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผลในสมรภูมิ

ถังอี้คือจ่าสิบตรีระดับทองและเขาสามารถตอบสนองข้อกำหนดทั้งหมดเหล่านี้ได้อย่างงดงาม  แต่ใครจะคิดกันว่าในยุคของกองทัพดาวกางเขนใต้มีจ่าตรีระดับทองอยู่ในกองทัพนับไม่ถ้วน

รังสีดาบที่สมบูรณ์แบบพุ่งออกมาทันที

ติดตามมาด้วยรังสีดาบอีกห้าสิบสายซึ่งปล่อยออกมาพร้อมกัน  เหมือนกับแถวฝูงปลาพุ่งไปยังคนทั้งสาม

หมั่นจู้คำรามลั่นจับโล่ขนาดใหญ่สามเมตรเกร็งกล้ามเนื้อทั่วร่างเหมือนกับโคถึก เขาถือโล่พุ่งสวนเข้าไป จื่อจิงและผู้เฒ่าฟงติดตามด้านหลังเขาอย่างกระชั้น  ทั้งสองมีสีหน้ากังวล  พวกเขาไม่เคยพบกับภาพเช่นนี้มาก่อน

รังสีดาบของถังอี้ปะทะใส่โล่ยักษ์ก่อน  หมั่นจู้ที่กำลังเดินหน้าหยุดชะงักทันทีหลังจากนั้นก็มีเสียงดัง ป้าบๆๆ รังสีดาบที่ตามมาระดมปะทะใส่โล่ราวกับห่าฝน

เขารู้สึกสะดุ้งราวกับถูกฟ้าผ่า ร่างของหมั่นจู้สั่นและถอยกลับไปสองสามก้าว

จื่อจิงและผู้เฒ่าฟงสีหน้าเปลี่ยน  พลังของหมั่นจู้แทบจะไม่ด้อยกว่าเหมิงเว่ยมีเพียงความเร็วและความคล่องแคล่วของเขาเท่านั้นที่ด้อยกว่าช่วงหนึ่ง  แต่ถ้าแข่งในการวิ่งตะลุยใส่ เขาไม่เคยแพ้มาก่อน

ทั้งสามคนประสานงานกันเป็นอย่างดี  ขณะที่จื่อจิงและผู้เฒ่าฟงเคลื่อนไหวพร้อมกัน

แส้ยาวในมือของจื่อจิงสั่น ตัวแส้สีม่วงเหมือนกับงูสีม่วงพุ่งเข้าหาถังอี้  มือของผู้เฒ่าฟงมีธนูสั้นมือขวามีธนูขนนกสั้นอยู่สี่ดอก เขายิงออกไปโดยไม่คิด ในทันใดธนูทั้งสี่ดอกแยกกันกลางอากาศพุ่งเข้าหากลุ่มคน

หมั่นจู้คำรามทันที ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาวิ่งปรี่ไปข้างหน้า

มันใช้ตรึงเขาอย่างเห็นได้ชัดแต่ไม่เพียงแต่ถังอี้จะยืดระยะระหว่างเขาและศัตรูได้เท่านั้นแต่เขายังฉวยโอกาสก้าวไปข้างหน้าเพิ่มอีกสองก้าวเมื่อหมั่นจู้ถอย  ถังอี้นำกองกำลังของเขา นอกจากนักสู้เผ่าหมาป่าอื่น  เขาวิ่งตรงไปข้างหน้าพร้อมกับกองทัพของเขา

เงาแส้และธนูพุ่งเข้ามาในกองกำลังของเขา และมีเสียงครางดังขึ้นจากคนสามคน  ทหารได้รับบาดเจ็บสามคนแต่ที่เหลือปลอดภัย  หนึ่งในนั้นถูกแส้และทั้งร่างถูกเหวี่ยงกระเด็น อีกสองคนถูกกระแทกเกิดบาดแผลสองรูบนร่างพวกเขา  แต่โชคดีที่อาการไม่สาหัส  ธนูอีกสองดอกตกลงในพื้นที่ว่างระหว่างกองกำลัง

น่าเสียดาย...

ถ้าพวกเขาฝึกฝนเพียงพอ พวกเขาจะสามารถหลบการโจมตีของศัตรูได้อย่างง่ายดาย  ความตายและการบาดเจ็บไม่ทำให้ใจของถังอี้หวั่นไหว  เนื่องจากเขายังฟันดาบฟันขาม้าต่อเนื่อง

โล่ยักษ์บดบังทัศนวิสัยของหมั่นจู้และอีกสองคน  ขณะที่รังสีดาบห้าสิบเล่มพุ่งเข้ามาเหมือนกับฝูงนกและผสานเข้ากับรังสีดาบของถังอี้

รังสีดาบเพิ่มพลังขึ้นและฟันใส่โล่ยักษ์อย่างดุเดือด

ปัง!

พลังที่น่าทึ่งทำให้หมั่นจู้รู้สึกเหมือนว่าเขากำลังถูกตอกด้วยตะปูที่ทรงพลัง  โล่ยักษ์ในมือของเขาแตกหักเป็นสองท่อน  มือของเขาเป็นสีแดงด้วยเลือดของเขาเอง

หน้าของจื่อจิงและผู้เฒ่าฟงเปลี่ยนพวกเขามั่นใจมากในพลังโจมตีซึ่งหน้าของหมั่นจู้ การจู่โจมของหมั่นจู้มักจะเป็นอาวุธหลักในการโจมตีของกลุ่มเพื่อให้บรรลุผลการต่อสู้ที่รวดเร็วและเด็ดขาด พวกเขาใช้แผนการทำลายล้างที่เรียบง่ายนี้มาแล้วหลายครั้ง

แต่พวกเขาไม่คาดว่าพวกเขาจะไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้เลย

“แยกย้าย”

ผู้เฒ่าฟงตะโกนและร่างทั้งสามแยกออกจากกันทันที่  เมื่อเห็นว่าการจู่โจมซึ่งหน้าใช้ไม่ได้ผล  พวกเขาจึงได้แต่แยกกัน และทำให้คู่ต่อสู้ไม่อาจรับมือพวกเขาได้ในคราวเดียว  ผู้เฒ่าในตอนนี้รู้สึกเสียใจ  การจู่โจมของพวกเขามีข้อผิดพลาดทำให้สถานการณ์ปัจจุบันของพวกเขาไม่เป็นไปตามต้องการ

แต่เมื่อทั้งสามแยกกันและเตรียมปลดปล่อยคลื่นการโจมตีระลอกต่อไป ทหารของถังอี้ก็หันขวับทันทีและลนลานออกจากสนามต่อสู้

การเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ทำให้ทั้งสามคนตะลึง  แต่พวกเขาก็ลอบยินดีเพราะนั่นหมายความว่ากองกำลังของศัตรูเปิดช่องว่างต่อหน้าพวกเขา

แต่เมื่อพวกเขามองดูหน่วยกล้าตายให้ดี  พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาก็คือขุนพลวิญญาณผู้กำลังยืนอยู่หน้ากองทัพ

เดี๋ยวก่อน เขามาปรากฏอยู่ด้านหลังได้อย่างไร?

แต่เมื่อพวกเขามองดูอีกครั้ง พวกเขาก็ตระหนักได้ว่ากำลังคนทั้งร้อยห้าสิบคนยังคงตั้งรูปขบวนประหลาด  แต่หน้าของพวกเขาแสดงอาการเหลือเชื่อ

ในช่วงเวลาสั้นขนาดนั้นขบวนของศัตรูปรับเปลี่ยนได้เสร็จสิ้นจริงๆ

นั่นเป็นไปได้ยังไง?

ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้น  ผู้นำนับไม่ถ้วนและหัวหน้าทหารก็มองผ่านจอเหมือนกัน  พวกเขามองเห็นฉากที่แปลกประหลาด  เมื่อการป้องกันของทั้งสามรั้งกลับไปรูปขบวนวงกลมก็มีการเปลี่ยนแปร

เริ่มต้นจากศูนย์กลางแล้วคลี่ออกเหมือนพัดจีบ ปิงอยู่ตรงศูนย์กลางของพัดหันหน้าเดินเข้าหาถังอี้ขณะเดียวกันทั้งสองก็แยกกองกำลังออกและตรงไปยังตำแหน่งตรงกันข้าม  เมื่อปิงยืนในตำแหน่งใหม่กองทัพก็ปรับขบวนเป็นรูปพัดอีกครั้ง

ตลอดทั้งกระบวนการไม่มีสะดุดติดขัดแม้แต่น้อยและราบรื่นเหมือนสายน้ำไหล

“ช่างเป็นขุนพลวิญญาณทหารที่ทรงพลังจริงๆ”  สายตาของเจ้าเมืองหลี่เบิกกว้าง  ริมปากมีน้ำลายไหล  “พระเจ้า! โลกนี้มีขุนพลวิญญาณที่นำทัพได้ทรงพลังขนาดนั้นจริงๆ นี่ราคาเท่าไหร่?”

เขาไม่ใช่เป็นเพียงคนเดียวที่ตกตะลึงทุกคนที่จดจ่อมองดูหน่วยทะลวงฟันของกองทัพก็ประหลาดใจ

เหมือนกับว่าทั้งสามคนกำลังเผชิญกับกองทัพที่มีกระบวนการเคลื่อนไหวไม่ตกลยสักนิด  แต่พวกเขารู้อย่างแน่นอนว่าองครักษ์ตระกูลถูไม่สามารถประสานกันสู้กับกองทหารได้  นั่นมีความเป็นไปได้ประการเดียวรูปแบบการโจมตีของทั้งสามจะถูกคู่ต่อสู้กำหนดและตัดสิน

การตัดสินแบบนี้ ทำให้คนดูนับไม่ถ้วนสูดหายใจหนาวเหน็บ

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นั่นน่ากลัวเกินไปแล้ว

นั่นต้องใช้ปัญญามากมายเพียงไหน?

สถานการณ์ต่อสู้เปลี่ยนแปลงไปเร็ว

เมื่อผู้เฒ่าฟงและอีกสองคนเห็นปิงปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาอีกครั้ง  พวกเขาก็เข้าใจ  พวกเขาอยู่ในสภาพเสียเปรียบแล้ว  พวกเขาทั้งสามคนลงมือโดยไม่ลังเลใจพร้อมกัน

หมั่นจู้ตวาดก้อง ขนสีดำนับไม่ถ้วนปรากฏบนร่างกายเขา  ความสูงของเขาแต่เดิมก็เพิ่มออกไปอีก  ปราณที่ดุดันและอำมหิตพุ่งขึ้นไปในอากาศ  อกของเขามีแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวสีขาวพลังสายเลือดเงินของกลุ่มดาวขั้วขอบฟ้า สายเลือดหมีม่วงอำมหิตจากกลุ่มดาวหมีใหญ่

สีหน้าของผู้เฒ่าฟงกลายเป็นเย็นชา  ผิวบนร่างกายเขาเปลี่ยนเป็นดำสนิท  รอบแขนและตัวของเขามีไอหมอกปรากฏคล้ายพังผืด  ตาเป็นประกายเจิดจ้า  สายเลือดเผ่าค้างคาวโบราณธนูสั้นในมือของเขาเป็นประกายเงิน สมบัติเงินระดับดินแดนขั้วขอบฟ้า ธนูสั้นมังกรแห่งกลุ่มดาวมังกร

ผลึกสีม่วงบนหน้าผากของจื่อจิงพลันระเบิดออกและผิวของนางกลายเป็นโปร่งใสทันที  ขณะที่ตลอดทั้งร่างของนางเหมือนทำจากพลอยม่วง  พลังสายเลือดของนางยิ่งแปลกประหลาดพลังสายเลือดเผ่ามนุษย์ผลึกที่สาบสูญไปแล้ว มันคือเผ่าพันธุ์ที่ไม่ถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์นักรบ ความคงอยู่ของพวกเขาต้องสาวกันไปถึงยุคก่อนโบราณเสียอีก แส้ยาวในมือของนางก็คือสมบัติชั้นคุณภาพระดับตำหนักระนาบกลาง  แส้งูแห่งกลุ่มดาวงู

หมั่นจู้ตบอกตัวเองอย่างดุร้าย และคำรามกึกก้องท้องฟ้า  จากนั้นเริ่มวิ่งตรงเข้าหาปิง  ด้วยขนาดที่เหมือนกับภูเขาเล็ก  ทุกย่างก้าวที่เท้ากระทบพื้นสามารถสั่นสะเทือนพสุธาและบรรพตได้  ปราณของเขาประหลาด  พลังป้องกันของเขาในตอนนี้เพิ่มขึ้นถึงห้าเท่าดาบและกระบี่ยากจะทำร้ายเขาได้

สีหน้าของผู้เฒ่าฟงเคร่งขรึม  ธนูสั้นมังกรในมือของเขาเปล่งสีเงิน  หมอกดำในมือของเขาเปลี่ยนลูกศรดอกหนึ่งเขาเล็งปิงและเหนี่ยวธนูและยิงทันที หมอกดำหายไปนั่นคือสุดยอดวิชาของเขาธนูมังกรค้างคาวดำ

ร่างผลึกจื่อจิงเปล่งประกายแสงโปร่งใส  แส้งูในมือนางถูกสะบัดออกไป แส้งูในมือซ้ายนางและรังสีโปร่งแสงกลายเป็นงูใหญ่ยาวเกินกว่าสิบเมตรอ้าปากใหญ่ของมันพุ่งเข้าหาปิง

ทั้งสามคนปลดปล่อยพลังของตน  ภายใต้แสงสว่างและปราณที่น่ากลัวผู้ชมต่างมองดูด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว

สีหน้าปิงยังคงสงบเขานั่งอยู่บนหลังม้าโดยไม่ขยับสักนิ้วเพียงแต่ขยับแขนขวาเล็กน้อย เหมือนกำลังโบกมือทักทายคนทั่วไป

พวกนักสู้ที่อยู่ด้านหลังของเขาซึ่งตั้งขบวนรูปพัดถูกดึงดูดเหมือนกับว่าพวกเขาถูกควบคุมด้วยมือที่มองไม่เห็น   พวกเขาทุกคนตะโกนลั่น  “ฆ่า”

ขบวนทั้งหมดปลดปล่อยพลังดาบ

ความเคลื่อนไหวของพวกเขาแม่นยำราวกับใช้ไม้บรรทัดวัด  นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของปิงในการใช้ยาปลุกพลังสายเลือด กระตุ้นสายเลือดหมาป่าโบราณของพวกเขาเพื่อให้พวกเขามีการสนองตอบร่วมกัน แต่การสนองตอบไม่เป็นระเบียบและได้ผลดีไม่เกินสามคน  ดังนั้นปิงเลือกใช้กระบวนพยุหะร่ม  นักสู้ทุกคน โดยมีนักสู้แต่ละคนอยู่หน้าและมีคนอยู่ด้านหลัง พวกเขาก็มีการตอบสนองร่วมกันเหมือนกัน การตอบสนองเช่นนี้ช่วยเพิ่มความสามัคคีพวกเขาให้ดีขึ้น

เพียงเท่านี้พวกเขาก็สามารถปลดปล่อยรังสีดาบได้พร้อมกัน

กลยุทธพยุหะร่มต้องใช้ความเปลี่ยนแปลงประสานกันระหว่างทหาร  แต่ข้อเสียก็คือผู้นำทหารต้องเปลืองความพยายามมาก  ตำแหน่งส่วนใหญ่มุ่งไปข้างหน้า  การโจมตีทั้งหมดจะแปรสภาพเข้าหาเขา นอกจากนี้รังสีดาบชั้นแล้วชั้นเล่าจะทวีความรุนแรง เมื่อพลังนั้นพุ่งมาถึงผู้นำทหาร จะมีความแข็งแกร่งมาก ดังนั้นปิงจึงต้องควบคุมรังสีดาบทั้งหมดให้ได้ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก

ความคิดของปิงล่องลอยทันที

ในที่สุดเขาก็ได้นำทัพ และเข้าสู่สมรภูมิ ครั้งสุดท้ายที่เขาได้นำทัพนั้น ยาวนานเท่าใดกันแน่?  ความทรงจำของเขาเลือนราง  เขาหัวเราะให้ตนเองและเขาคิดว่าเขาพูดกับตนเองเสมอ สมรภูมิคือบ้านที่แท้จริงของเขา

แต่ ความรู้สึกที่ได้ต่อสู้อีก ความจริงมันดีมาก...

ใบหน้าไพ่ของปิงมีรอยยิ้มเศร้า

เขายกมือขวาและผลักไปข้างหน้าทันที

รังสีดาบกล้าแข็งสว่างเจิดจ้า แปรสภาพผ่านฝ่ามือเขากลายเป็นบอลแสงแพรวพราวขนาดมหึมา

ปัง

ปราณไร้ลักษณ์ที่แปลกประหลาดก่อตัวอยู่ในแกนกลางบอลแสงและระเบิดออก

ไม่ว่าจะเป็นธนูหมอกดำ งูยักษ์ยาวสิบเมตรหรือร่างใหญ่มหึมาของหมั่นจู้ล้วนหยุดชะงักเหมือนปะทะกำแพงไร้สภาพไม่อาจเดินหน้าได้สักนิ้ว

เหมือนกับว่าเวลาหยุดกระทันหัน

ตาของปิงมีประกายแรงกล้าขึ้นทุกทีเหมือนดาวส่องแสง อารมณ์ความรู้สึกห้าวหาญพลุ่งขึ้นมาเต็มอกเขา คงมีสักวันที่ข้าจะสามารถนำกองทัพดาวกางเขนใต้ใหม่ตบเท้าเข้าต่อกรกับขุนศึกที่มีชื่อเสียงของคนรุ่นนี้

“เฮ้, ทุกคน,ข้าอยู่นี่แล้ว

เสียงอ่อนโยนดังและหายไปกับสายลมอย่างรวดเร็ว

บอลแสงในฝ่ามือของเขาขยายออกไป

ปัง

เสียงระเบิดดังเข้าหูของคนทั้งสามซึ่งดังไม่น้อยกว่าสายฟ้ากรอกหูเสียอีก

รังสีสายหนึ่งที่บรรจุรังสีดาบทั้งร้อยห้าสิบเล่มถูกปิงบีบอัดไว้สั่นสะเทือนตลอดเวลาจนกลายเป็นรังสีดาบขนาดเล็กนับไม่ถ้วนแต่แรงกดดันสูง  ทันทีที่บอลแสงระเบิดออกก็ไม่สามารถทำความเข้าใจได้อีก

เม็ดแสงแพรวพราวพุ่งออกจากมือของปิง

ทั้งสามคนไม่มีเวลาได้สนองตอบ จึงถูกคลื่นแสงกลืนหายเข้าไปทันที

จบบทที่ ตอนที่ 310 ทุกคน, ข้าอยู่นี่

คัดลอกลิงก์แล้ว