เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 กระบี่ปลิดชีพ! ซูจิ่วเกอมาเยือน!

บทที่ 7 กระบี่ปลิดชีพ! ซูจิ่วเกอมาเยือน!

บทที่ 7 กระบี่ปลิดชีพ! ซูจิ่วเกอมาเยือน!


"มันทำลายโซ่พันธนาการมังกรของข้าได้งั้นรึ!?"

คราแรกท่านเสวียนอวี้รู้สึกตกตะลึงเมื่อเห็นซูอวี่ระเบิดพลังออกมา แต่ทันใดนั้นแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง!

"ใช่แล้ว! เด็กคนนี้ต้องครอบครองกายาศักดิ์สิทธิ์แน่ๆ!" น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น

ในดินแดนชางชิง ระดับของกายาถูกแบ่งออกเป็น กายามนุษย์, กายาวิญญาณ, กายาราชันย์, กายาจักรพรรดิ และระดับสูงสุดคือ กายาศักดิ์สิทธิ์!

ผู้ที่ครอบครองกายาศักดิ์สิทธิ์จะมาพร้อมกับอิทธิฤทธิ์ที่ลึกล้ำสุดหยั่งคาด

เมื่อกายาศักดิ์สิทธิ์บรรลุถึงขั้นความสำเร็จใหญ่ จะสามารถย้ายภูเขาถมทะเล เด็ดดาราคว้าเดือนได้อย่างง่ายดาย!

ตัวตนเช่นนี้หายากราวมหามังกรหรือขนหงส์ แม้แต่ในดินแดนชางชิงทั้งหมด การปรากฏตัวแต่ละครั้งย่อมสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วหล้า

กล่าวได้ว่า ผู้ครอบครองกายาศักดิ์สิทธิ์ทุกคนถูกลิขิตให้กลายเป็นยอดคนผู้ยิ่งใหญ่ แม้จะได้ขึ้นไปสู่แดนบน ก็ไม่มีทางเป็นคนธรรมดาสามัญ

ทว่า กายาชนิดนี้หาได้ยากยิ่ง มีอยู่เพียงในตำนานเท่านั้น

แต่วันนี้ ท่านเสวียนอวี้ได้ประจักษ์แก่สายตาตัวเองแล้วว่า กายาศักดิ์สิทธิ์ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!

ล้อเล่นกันหรือไร? ด้วยระดับพลังเพียงขอบเขตสร้างแก่นปราณ กลับสามารถทำลายโซ่พันธนาการมังกรที่เขาสร้างขึ้นจากอิทธิฤทธิ์ได้อย่างง่ายดาย ต่อให้เป็นกายาจักรพรรดิระดับสูงสุดก็ไม่มีทางทำได้!

หากไอ้เด็กนี่ไม่ใช่กายาศักดิ์สิทธิ์ เขาจะยอมบิดหัวตัวเองออกมาเตะเล่นเหมือนลูกบอลเลยเอ้า!

"ฮ่าฮ่าฮ่า... สวรรค์เข้าข้างข้า! ร่างกายที่มีกายาศักดิ์สิทธิ์นี้คือวาสนาที่สวรรค์ประทานมาให้แท้ๆ ข้ามีความหวังที่จะทะลวงด่านแล้ว มีความหวังแล้ว!"

ท่านเสวียนอวี้ตื่นเต้นจนแทบคลั่ง

เขาติดอยู่ที่ขอบเขตอิทธิฤทธิ์มาหลายร้อยปี เหตุผลที่เขาไม่เลือกขึ้นไปสู่แดนบน ก็เพราะรู้ขีดจำกัดของตัวเองดี

ด้วยพรสวรรค์ของเขา หากขึ้นไปแดนบนก็เป็นได้แค่คนดาดๆ สู้เป็นฮ่องเต้องค์น้อยอยู่ที่ดินแดนชางชิงยังดีเสียกว่าโดนกดขี่

แต่ตอนนี้ หากเขาช่วงชิงรากฐานของกายาศักดิ์สิทธิ์มาได้ เขาก็จะสามารถทำลายพันธนาการและหลุดพ้นจากโซ่ตรวนของดินแดนชางชิงได้อย่างสมบูรณ์!

เมื่อจินตนาการถึงภาพอันสวยหรูนั้น หัวใจของท่านเสวียนอวี้ก็รุ่มร้อนดั่งไฟเผา

"อะแฮ่ม..."

ท่านเสวียนอวี้ยังไม่ถูกกิเลสบังตาจนมืดบอด เขาคว้าตัวเสวียนปู้ป้ายที่อยู่ตรงหน้าอย่างระมัดระวังแล้วถามว่า "ปู้ป้าย เด็กคนนี้เป็นคนพื้นเมืองของดินแดนรกร้างบูรพาจริงๆ หรือ?"

เสวียนปู้ป้ายที่เกือบจะหมดสติเพราะหมัดของซูอวี่ กำลังจะโวยวาย แต่เมื่อเห็นสีหน้าดุร้ายของบิดา เขาก็ตัวสั่นงันงกแล้วรีบตอบทันที

"เรียนท่านพ่อ ข้าขอสาบานด้วยชีวิต เด็กคนนี้เป็นแค่คนตระกูลซู ไม่มีเบื้องหลังอื่นแน่นอนขอรับ!"

เมื่อได้รับคำยืนยันจากเสวียนปู้ป้าย ท่านเสวียนอวี้ก็หมดห่วง

"ลูกรัก เจ้าช่วยพ่อได้มากจริงๆ!"

"ข้าติดอยู่ที่ขอบเขตอิทธิฤทธิ์ขั้นเก้ามากว่าแปดร้อยปี ในที่สุดก็ได้เวลาทะลวงด่านเสียที"

"หลังจากพ่อกลั่นโลหิตกายาศักดิ์สิทธิ์เสร็จแล้ว เจ้าค่อยดูดซับรากฐานกายาศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือต่อ ถึงตอนนั้น กายาของเจ้าอย่างน้อยก็จะถูกยกระดับขึ้นเป็นกายาราชันย์"

เมื่อได้ยินดังนั้น เสวียนปู้ป้ายก็ดีใจจนเนื้อเต้นและกล่าวขอบคุณรัวๆ

เบื้องล่าง แววตาของซูอวี่เย็นชาเมื่อได้ยินบทสนทนาของสองพ่อลูก เขาอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงหัวเราะ

"พวกเจ้าคิดว่าต้อนข้าจนมุมแล้วจริงๆ งั้นรึ?"

เขาเอ่ยขึ้นเรียบๆ สายตาเต็มไปด้วยความดูแคลน

ท่านเสวียนอวี้เลิกคิ้ว มองซูอวี่อย่างเย้ยหยัน มุมปากยกยิ้มอย่างลำพอง "ทำไม? เจ้าคิดว่าผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างแก่นปราณอย่างเจ้า จะต่อกรกับอิทธิฤทธิ์ของข้าได้งั้นรึ?"

"ไม่เคยได้ยินหรือว่า อิทธิฤทธิ์มิอาจฝืนลิขิตสวรรค์?"

ซูอวี่ไม่สนใจคำเยาะเย้ยของท่านเสวียนอวี้ เขาค่อยๆ ยื่นมือขวาที่เรียวยาวและทรงพลังออกมา งอนิ้วเล็กน้อยกลางอากาศ ทำท่าเหมือนกำลังคว้าจับบางสิ่ง

วิ้ง!

เมื่อการเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้น ห้วงมิติรอบด้านก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ทันใดนั้น พลังที่มองไม่เห็นก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็วในฝ่ามือของซูอวี่

และเส้นผมของเขาก็กำลังเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนให้เห็นกับตา!

ผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างแก่นปราณทั่วไปจะมีอายุขัยประมาณสามร้อยปี

แต่ซูอวี่ผู้ครอบครองกายากระบี่มหาสุญญตา ได้ควบแน่นแก่นกระบี่ด้วยพลังแห่งกายา ทำให้เขามีอายุขัยถึงสามพันปี

ทว่าบัดนี้ เขาได้เผาผลาญอายุขัยถึงสองพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าปีทิ้งในลมหายใจเดียว!

ไม่ทันชั่วอึดใจ ผมสีดำขลับของเขาก็กลายเป็นสีขาวโพลนทั้งศีรษะ!

แต่พลังที่แลกมาด้วยการเสียสละมหาศาลเช่นนี้ ก็น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุดเช่นกัน

กระบี่ยาวสีแดงเลือดค่อยๆ ปรากฏขึ้นในมือของซูอวี่

ตัวกระบี่ใสกระจ่างแวววาว แผ่รังสีอำมหิต ราวกับถูกหลอมขึ้นจากโลหิตสดๆ!

ที่ด้ามกระบี่มีอักษรสีดำสนิทคำว่า 'เจวี๋ย' (สิ้นสูญ) ส่องสว่าง ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างออกมาอย่างต่อเนื่อง!

พริบตานั้น อุณหภูมิรอบด้านลดฮวบลงจนหนาวเหน็บเข้ากระดูก

เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนี้ รูม่านตาของเสวียนปู้ป้ายหดเกร็งทันที ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว

เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างแก่นปราณจะสามารถปลดปล่อยการโจมตีที่น่ากลัวขนาดนี้ออกมาได้!

ความรู้สึกแบบนี้ เขาเคยสัมผัสได้จากท่านพ่อและยอดฝีมือขอบเขตอิทธิฤทธิ์คนอื่นๆ เท่านั้น!

"อวี่เอ๋อ..."

ซูหานซานมองแผ่นหลังของซูอวี่ สายตาจับจ้องไปที่เส้นผมสีขาวโพลน หัวใจของคนเป็นพ่อเจ็บปวดรวดร้าว

แม้จะไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ แต่เลี้ยงดูมาหลายปี เขาเห็นซูอวี่เป็นลูกชายแท้ๆ มานานแล้ว

คนเป็นพ่อที่ไหนจะทนเห็นลูกชายยืนเอาชีวิตเข้าแลกต่อหน้าต่อตาได้?

เล็บของเขาจิกเข้าไปในฝ่ามือจนเลือดซิบ

เขาเกลียด! เกลียดความอ่อนแอของตัวเองนัก!

"ฮ่าฮ่าฮ่า..."

ในขณะนั้น ท่านเสวียนอวี้ราวกับเห็นเรื่องตลกขบขัน เขาหัวเราะลั่นอย่างไม่เกรงใจ "แค่กบในกะลา! ต่อให้เจ้าเผาผลาญอายุขัยใช้วิชาต้องห้ามแล้วจะทำไม?"

"เจ้ามันก็แค่ขอบเขตสร้างแก่นปราณ ต่อให้มีพลังวิญญาณเทียบเท่าขอบเขตอิทธิฤทธิ์ชั่วคราวแล้วมันจะทำไม?"

"อิทธิฤทธิ์มิอาจฝืนลิขิตสวรรค์งั้นรึ? มดปลวกอย่างเจ้าจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับความลึกล้ำของอิทธิฤทธิ์?"

"ในสายตาข้า เจ้าก็เป็นแค่เด็กสามขวบถือมีดดาบ!"

"ข้าจะยืนอยู่ตรงนี้ให้เจ้าฟันเลย!"

"ถ้าข้าขยับ ข้าแพ้!"

พลังวิญญาณอันทรงพลังของท่านเสวียนอวี้ปะทุขึ้น ราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่โหมกระหน่ำ!

เขากางมือออกเล็กน้อย ดูเหมือนตั้งใจจะใช้พลังกดดันซูอวี่ซึ่งหน้า ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหนีรอดไปได้

"หึหึ"

เผชิญหน้ากับการดูแคลนของท่านเสวียนอวี้ ซูอวี่เพียงแค่แสยะยิ้ม

"ลองทายสิว่ากระบี่ของข้าเล่มนี้ชื่ออะไร?"

ท่านเสวียนอวี้ขมวดคิ้ว "ชื่ออะไร?"

ริมฝีปากของซูอวี่ยกขึ้น "กระบี่ฆ่าหมา เอาไว้ฆ่าหมาแก่ๆ อย่างเจ้าโดยเฉพาะ!"

[ใช้วาจาดูหมิ่นบิดาของบุตรแห่งโชคชะตา แต้มตัวร้าย +2,000]

ท่านเสวียนอวี้โกรธจัด "เจ้ามันดีแต่ปาก! รอข้าจับตัวเจ้าได้เมื่อไหร่ ข้าจะค่อยๆ ทรมานเจ้าให้สาสม!"

เขากระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรง ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้อง ร่างทั้งร่างพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ด้านหลังของเขา ปรากฏเงาร่างขนาดมหึมา—มังกรทอง!

มังกรยาวนับพันจั้ง เกล็ดสีทองส่องประกายแสงแหลมคม ดูองอาจน่าเกรงขาม

มังกรทะยานออกจากสมุทร แหวกคลื่นทลายภูผา!

สีหน้าของซูอวี่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขาก้าวเท้าผ่านห้วงมิติ เดินเข้าหาท่านเสวียนอวี้อย่างใจเย็น

ฝีเท้าของเขาเบาสบาย ไร้ซึ่งฝุ่นผง ราวกับกำลังเดินเล่นชมสวน

ทว่ายิ่งระยะห่างสั้นลง กลิ่นอายบนร่างกายของเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จนน่าอึดอัดแทบขาดใจ!

ตูม!

ทุกย่างก้าวที่ซูอวี่เหยียบย่าง ราวกับมีเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องแก้วหู

ในขณะนี้ ชายเสื้อของซูอวี่ปลิวไสว เขาดูราวกับเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่และทรงพลังเหนือคณา

"ตาแก่, ชุ่ยเหอ, แล้วก็ท่านพ่อ ท่านอา..."

ซูอวี่ค่อยๆ ยกกระบี่ 'เจวี๋ย' ขึ้นขวางตรงหน้า ชำเลืองตามองแล้วยิ้ม "ดูให้ดี กระบี่นี้มีชื่อว่า... สิ้นชีวี!"

ฉับ!

สิ้นเสียงคำพูด เขาก็ตวาดกระบี่ฟันออกไปอย่างรุนแรง!

ในชั่วพริบตา ฟ้าดินราวกับถูกฉีกกระชาก สรรพเสียงเงียบกริบ!

ไม่มีใครมองทันว่ากระบี่นี้ฟันออกไปอย่างไร

เห็นเพียงแค่...

ในชั่วพริบตานั้น มังกรด้านหลังท่านเสวียนอวี้ก็พลันสลายหายไปราวกับฟองสบู่

ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความหวาดผวา

นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!

อานุภาพของกระบี่เดียว แม้แต่อิทธิฤทธิ์โดยกำเนิดของผู้ฝึกตนขอบเขตอิทธิฤทธิ์ก็ยังต้านทานไม่อยู่!

บางคนอดสงสัยไม่ได้ว่า ซูอวี่อยู่แค่ขอบเขตสร้างแก่นปราณจริงหรือ เป็นแค่กายาศักดิ์สิทธิ์แน่หรือ?

"อั่ก—"

สีหน้าของท่านเสวียนอวี้เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาใช้พลังทั้งหมดที่มี แม้กระทั่งเผาผลาญอิทธิฤทธิ์โดยกำเนิด เพื่อเบี่ยงตัวหลบเพียงหนึ่งนิ้ว ทำให้รอดพ้นจุดตายมาได้อย่างหวุดหวิด

แต่ถึงกระนั้น เขาก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม ไหล่ครึ่งหนึ่งของเขาถูกฟันขาดกระเด็น!

เลือดสาดกระเซ็นออกมาดั่งสายน้ำ

"เป็นไปได้อย่างไร?!"

ท่านเสวียนอวี้ไม่อยากจะเชื่อ เขาเป็นถึงผู้ฝึกตนขอบเขตอิทธิฤทธิ์ขั้นสูงสุด!

แถมยังใช้อิทธิฤทธิ์โดยกำเนิดแล้วด้วย!

ทำไมถึงพ่ายแพ้อย่างหมดรูปเช่นนี้!

นี่มันขัดแย้งกับสามัญสำนึกอย่างสิ้นเชิง!

ทว่า หลังจากตกตะลึงไปชั่วขณะ ท่านเสวียนอวี้ก็ระเบิดเสียงหัวเราะบ้าคลั่งออกมา

"ดี ดี ดี!!!"

"ไอ้หนู ยิ่งเจ้าเก่งกาจ ข้าก็ยิ่งชอบใจ!"

"เพราะทุกอย่างของเจ้าจะต้องเป็นของข้าในที่สุด!"

ในเมื่อกระบี่ของซูอวี่ฆ่าเขาไม่ตาย เช่นนั้นคนต่อไปที่จะต้องตายก็คือซูอวี่แน่นอน!

สีหน้าของซูอวี่ยังคงสงบนิ่ง ราวกับยอมรับชะตากรรมแล้ว

แต่ทว่า ในจังหวะที่ท่านเสวียนอวี้กำลังย่างสามขุมเข้ามาพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย หวังจะถลกหนังเลาะกระดูกซูอวี่...

ตูม! ตูม! ตูม!!!

ห้วงมิติสั่นสะเทือนเลือนลั่น ความโกลาหลครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่ากระบี่ของซูอวี่เมื่อครู่เสียอีก ราวกับอัสนีบาตจากสวรรค์ชั้นเก้า เขย่าขวัญสั่นประสาทไปทั่วฟ้าดิน

ในเวลานี้ หัวใจของทุกคนสั่นสะท้าน ต่างแหงนมองท้องฟ้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ท่ามกลางสายตาของทุกคน ห้วงมิติพลันแตกกระจายออก

เงาร่างดั่งปีศาจค่อยๆ เดินออกมาจากเศษซากของห้วงมิติ

คนผู้นั้นยิ้มอย่างเย้ายวน แต่กลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกสันหลังอย่างน่าประหลาด

"ผู้ใดกล้าแตะต้องนายน้อยแม้แต่ปลายก้อย ข้าจะล้างบางพวกมันให้สิ้นซาก"

"มดปลวกแห่งดินแดนชางชิง เข้าใจหรือไม่?"

จบบทที่ บทที่ 7 กระบี่ปลิดชีพ! ซูจิ่วเกอมาเยือน!

คัดลอกลิงก์แล้ว