เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 270 กระพรวนลมเขาแกะ

ตอนที่ 270 กระพรวนลมเขาแกะ

ตอนที่ 270 กระพรวนลมเขาแกะ


ปราณยะเยือกของนกยูงแผ่ออกมาจากทั้งร่างของเขา  หัวใจของถังเทียนเป็นเหมือนน้ำแข็งและหิมะ

อากาศโดยรอบถูกกักไว้เกือบทั้งหมดคลื่นปราณแท้ลูกแล้วลูกเล่าระเบิดใส่ในขอบเขต 3 เมตร  ระลอกพลังโปร่งใสทะลักออกเป็นชั้นๆ เสียงต่ำของสายฟ้าก้องผ่านระลอกปราณ

ปราณแท้ที่แข็งแกร่งจริงๆ

แต่หน้าของถังเทียนไม่มีวี่แววกลัวสักนิด

มือขวาที่แนบอยู่ข้างตัวเขาจู่ๆมีประกายไฟแปลบปลาบอยู่รอบๆปลายนิ้วของเขา  เขาเหยียดข้อศอกออกทันทีกรงเล็บทั้งห้าที่งอเป็นตะขอยื่นออกมา

ปราณแท้ที่แหลมคมและเย็นยะเยือกยิงออกมาจากปลายนิ้วของเขาปะทะใส่ฝ่ามือสายฟ้ากำศรวลของหวีซุ่น

ซี่.....

พลังของกรงเล็บเพลิงภูตพรายเป็นเหมือนทวนแหลมคมห้าเล่มทะลวงใส่ฝ่ามือของคู่ต่อสู้

แต่ฝ่ามือของหวีซุ่นครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่  แม้ว่าจะถูกทะลวงเข้ามาได้ แต่ยังเหลือพลังพุ่งเข้าหาถังเทียนในช่วงเวลานั้นประทับฝ่ามือพุ่งมาถึงตัวเขา ตาของถังเทียนสว่างเป็นประกายน้ำเงินทันทีเตรียมใช้โล่ตะลุยเลือดมาขวางไว้ที่หน้าอกเขาทันที

ปัง!

ร่างของถังเทียนจมไปในทรายเล็กน้อยทรายใต้เท้าเขาระเบิดกระจายฟุ้งไปทุกที่

ถังเทียนจมลึกลงไปครึ่งเมตรเส้นผ่าศูนย์กลางสองเมตร

หวีซุ่นเข้ามาใกล้เพราะแรงเหวี่ยงพลิกตัวในกลางอากาศทันทีเหมือนกับถูกงูกัดเขาถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนจะหยุดได้ หน้าของหวีซุ่นเขียวคล้ำ พลังฝ่ามือของเขาถูกถังเทียนทำลายสิ้นเชิงและพลังแปลกประหลาดจากนิ้วยังชอนไชเข้าไปในเส้นชีพจรของเขาทำให้เขาต้องใช้พลังปราณขับพลังนั้นออกจากตัว

มีพลังกรงเล็บอย่างนั้นที่สามารถทะลวงผ่านฝ่ามือสายฟ้ากำศรวลได้หรือนี่?

ใจของเขาหนาวเหน็บ วิทยายุทธของเขาเป็นวิชาระดับเจ็ดและเป็นวิชาระดับสูงแน่นอน เขาฝึกวิชาฝ่ามือที่ทรงพลังนี้จนถึงระดับสมบูรณ์แบบ นักสู้ระดับสวรรค์วิถีที่เผชิญกับฝ่ามือนี้จะถูกสังหารด้วยฝ่ามือเดียว

นักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถี!

หวีซุ่นหรี่ตาปราณแท้ของเขาแผ่ออกเป็นระลอกมีรังสีเหมือนไฟฟ้าปรากฏอยู่บนมือของเขาทันที

นึกไม่ถึงว่าคู่ต่อสู้ของเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันที

หัวใจของหวีซุ่นแทบกระดอน เขาเร่งเร้าพลังป้องกันสูงสุดเตรียมพร้อมรับการโจมตีของคู่ต่อสู้ ห้าหกวินาทีต่อมาไม่มีความเคลื่อนไหวแม้แต่อย่างเดียว แย่แล้ว หลงกลแล้ว

หวีซุ่นบังเอิญเห็นร่างหนึ่งปรากฏอยู่ข้างกลุ่มพวกเขาเอาชีวิตคนของเขาอย่างเยือกเย็น

โธ่เว้ย!

เขาบินออกไปโดยไม่ลังเลใจ

คู่ต่อสู้ของหย่งชิวคือถังอี้ ขุนพลวิญญาณของเขาเป็นนักดาบระดับแปดเรียกว่าฟงโฉ่ว  ฟงโฉ่วหน้าตาน่าเกลียดมากแต่เป็นนักดาบจากเมื่อหกสิบปีที่แล้ว ฟงโฉ่วเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดของหย่งชิวด้วยพลังระดับแปดยังคงเป็นขีดจำกัดของหย่งชิวด้วย วิชาดาบของฟงโฉ่วมีความสำเร็จอยู่ในระดับสูงบรรดาคนระดับเดียวกัน มีไม่กี่คนที่สู้กับเขาได้

แต่เมื่อเผชิญกับขุนพลวิญญาณผู้ใช้ดาบ  ฟงโฉวถูกข่มอย่างแท้จริง

นี่เป็นครั้งแรกที่หย่งชิวเห็นฟงโฉ่วถูกข่ม  ช่างเป็นขุนพลวิญญาณที่แข็งแกร่งยิ่งนัก  ประกายแสงวาบผ่านดวงตาเขา  ถ้าแค่ได้ขุนพลวิญญาณนั้นที่แข็งแกร่งมาใช้งานเพื่อตัวเขาเอง...

เขาไม่พูดอะไรเขาบังคับมีดบินห้าเล่มรอบมือของเขาให้บินออกไป เกิดเสียงหึ่งๆและมีรัศมีโค้งขณะที่มีดพุ่งเข้าหาถังอี้

ถังอี้ไม่ได้มองดูแค่เหวี่ยงดาบฟันขาม้าตามปกติเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  มีดบินทั้งห้าเล่มเหมือนกับปะทะกำแพงไร้สภาพเผียะ เผียะ เผียะ มีดบินเหล่านั้นแฉลบออกไปทั้งหมด

ความสนใจของหย่งชิวกลายเป็นคร่ำเคร่งมากขึ้นนิ้วทั้งสิบของเขาปล่อยอาวุธลับที่แฝงด้วยปราณธาตุไม้ออกไปนับไม่ถ้วน ทั้งหมดนั้นมองดูเหมือนพิรุณสีเขียวปกคลุมเต็มท้องฟ้าขณะร่วงลงใส่ถังอี้

ถังอี้ไม่สนใจกับการโจมตีที่มาถึง พลังดาบของเขากวาดออกรังสีดาบเป็นเหมือนแผงใหญ่เกินกว่าจะครอบงำได้อาวุธลับกระแทกเข้ากับแผงดาบเหมือนฝนตกลงใส่ร่ม

อาวุธลับของหย่งชิวดูเหมือนจะมีได้ไม่สิ้นสุด  เนื่องจากยิงออกมาจากนิ้วของเขา

แม้ด้วยการร่วมมือกันระหว่างหย่งชิวและฟงโฉ่ว  พวกเขาก็ยังมีปัญหากับการขัดขวางถังอี้

แต่นักสู้คนอื่นไม่สามารถช่วยได้  ด้วยจำนวนอาวุธลับมากมายที่กระทบดาบที่เกิดปราณปั่นป่วนไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้

การต่อสู้กับอาเฮ่อและสุ่ยเฉิงเป็นภาพแตกต่างกันสิ้นเชิง

ทั้งสองคนเป็นมือกระบี่ ใช้ความเร็วสู้ความเร็ว  ทั้งสองสัมผัสแล้วก็แยกออกจากกันไวเหมือนสายฟ้า

สุ่ยเฉิงใช้กระบี่ยาวได้ดีร่างของเขาเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว วิชากระบี่ของเขาแปรเปลี่ยนยากทำนายได้  ขณะที่อาเฮ่อก็รวดเร็วพอกัน  แต่เหมือนกับกระเรียนดำร่ายรำในท้องฟ้า  เขาสู้ด้วยความรู้สึกที่ปลอดโปร่ง วิชากระบี่ของเขาไม่มีลักษณะเจ้าเล่ห์แม้แต่น้อย  เขาแสดงถึงพลังที่แข็งแกร่งเป็นแบบแผน

ถังเทียนเป็นเหมือนปลา เดี๋ยวปรากฏตรงนี้บ้างตรงโน้นบ้างในท่ามกลางหมู่ผู้คนที่ยุ่งเหยิง

แต่คนเหล่านี้ทุกคนเทียบกับบริวารของซินลี่แล้วจัดการได้ยากกว่ามาก  หลังจากตื่นเต้นในตอนแรก  หลายคนสงบจิตใจได้ นักสู้ระดับสวรรค์วิถีไม่มีทีท่าคุกคามถังเทียน แต่ถ้าเขาไม่สามารถฆ่าพวกเขาด้วยไม้ตายอย่างหรือสองอย่าง  นักสู้คนอื่นจะเข้ามาสนับสนุน

ถังเทียนฆ่าไปหกคนติดต่อกันจากนั้นถูกนักสู้สามคนตรึงไว้ มีเสียงตะโกนจากด้านหลังเขา หวีซุ่นกำลังเข้ามา

ฝ่ามือของเขาแผ่พลังออกและระเบิดจากด้านหลังของเขา

ทันใดนั้นถังเทียนปล่อยเสียงหวีดหวิวบ้าง  ฝ่ามือขวาของเขาใช้กรงเล็บเพลิงภูตพรายมือซ้ายกวัดแกว่งโล่ตะลุยเลือด รังสีโล่ในอากาศระเบิดพลังโจมตีนั่นพลังโล่อากาศโจมตี

เมื่อได้ยินเสียงหวีดหวิวของถังเทียนหลิงซิ่วผู้ซุ่มซ่อนอยู่รอลอบโจมตี เลือดใจร้อนของเขาพุ่งขึ้นหน้าทัน

นั่นคือแผนส่งสัญญาณลับ

วิชาตัวเบาของหลิงซิ่วธรรมดา  ขณะที่คู่ต่อสู้เป็นยอดฝีมือ  ถ้าเขาเข้าไปใกล้  เขาจะเปิดเผยตัวตนแน่นอนเขามักรอโอกาสลอบจู่โจมจากการต่อสู้ รอให้ส่งสัญญาณโจมตี

ตอนนี้แหละ!

ฟลามิงโกร้องและวิ่งออกไปทันที

ลมแรงด้านหน้าของเขาและความสับสนในสายตาของเขาทำให้พลังต่อสู้ในตัวหลิงซิ่วระเบิดออกมา  อุณหภูมิในเลือดของเขาร้อนขึ้น

ฟลามิงโกได้รับการปรับปรุงโดยเซรีนและแข็งแกร่งขึ้นมากในทุกด้าน สิ่งที่ทำให้เซรีนประหลาดใจก็คือความจริงฟลามิงโกมีจิตวิญญาณพลังยุทธ  แม้ว่าจะอ่อนแอมาก  แต่นั่นหมายความว่าฟลามิงโกนี้ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว ฟลามิงโกจึงกลายเป็นอาวุธจักรกลวิญญาณอีกชนิดหนึ่ง

ความเร็วของฟลามิงโกเพิ่มกว่าเดิมถึงสามเท่า

ด้วยความเร็วเป็นพายุของมัน แม้แต่หลิงซิ่วผู้คลั่งไคล้ก็ยังต้องใช้เวลาปรับตัวกับมัน

แต่เมื่อเขาคุ้นเคยกับมันแล้ว หลิงซิ่วก็หลงรักความรู้สึกที่ไวเหมือนสายฟ้านี้

เร็วขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้น

ฟลามิงโกยังคงรู้สึกถึงเจตนาต่อสู้ของหลิงซิ่วและมันเร่งความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ  ความเร็วของมันทะลุขีดจำกัดปกติของมัน ปังปรากฏบอลเพลิงแดงที่เท้าของมันขณะที่มันกำลังควบเร่งความเร็ว

มีทั้งเปลวเพลิงและสายลมในพริบตาไฟก็ครอบคลุมเต็มไปทั้งตัวฟลามิงโก

หลิงซิ่วประหลาดใจแต่ก็ตระหนักได้ทันทีว่าไฟไม่ได้ทำร้ายเขาแต่อย่างใด แต่ทำให้ปราณแท้ในร่างของเขามีชีวิตชีวามากขึ้น  นอกจากนี้ไฟยังครอบคลุมตัวหลิงซิ่ว

ทันใดนั้นหลิงซิ่วรู้สึกว่าเขาและฟลามิงโกกลายเป็นหนึ่งเดียวกันมีความเชื่อมโยงที่ไม่อาจอธิบายได้

เสียงวิ่งของฟลามิงโกดังลั่นมันใช้พลังงานทั้งหมดในการวิ่ง สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนในสนามต่อสู้

แต่...มันไวมาก

ทุกคนเพียงแต่เห็นร่างที่อยู่ในไฟเหมือนธนูพุ่งออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ในพริบตาไฟก็ปรากฏอยู่ต่อหน้าพวกเขา

อะไรนั่น?

ทันใดนั้นใบหน้ระห่ำหน้าหนึ่งปรากฏอยู่ภายในเปลวเพลิงสร้างความประหลาดใจให้นักสู้ทุกคน  ทุกคนชักอาวุธป้องกันข้างหน้าตนเอง ขณะที่ประกายแสงเย็นนับไม่ถ้วนระเบิดออกมาจากเพลิงครอบคลุมพวกเขาในพริบตา  พวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัวได้แต่ป้องกันท่วงท่าที่รุนแรงและสง่างามเท่านั้น

รังสีแสงเยือกเย็นโจมตีอาวุธของพวกเขาในขณะเดียวกัน

พลังมหาศาลราวกับว่าสามารถถล่มภูเขาทลายทะเลปะทะใส่พวกเขาปัง ปัง ปัง นักสู้สามคนกระเด็นไปสองสามร้อยเมตรเหมือนกับกระสอบทราย เลือดไหลออกจากทวารในร่างกายพวกเขาและพวกเขาไม่หายใจแล้ว

หลิงซิ่วฆ่าเหมือนเป็นปกติ ฟลามิงโกไม่สูญเสียความเร็ววิ่งอย่างฮึกเหิมนและทะยานขึ้นไปในอากาศ

ผมเงินของหลิงซิ่วก็มีเพลิงหุ้มไว้ชั้นหนึ่งเช่นกัน  ผมสีเงินพัดพลิ้วอยู่ในท้องฟ้ามองดูเหมือนม่านไฟริกรี้อยู่ในสายลม

ฟลามิงโกกระโจนได้ไกลถึงห้าเมตรอย่างคาดไม่ถึงทำให้นักสู้ทุกคนที่มองอยู่กลัวและแตกตื่น  หน้าของหลิงซิ่วก็แปลกใจมากเช่นกันมันดูไม่เหมือนกับเขาตามปกติ เหมือนกับว่าเขาจะกลายเป็นทหารม้าเพลิงโบราณ  รังสีฆ่าฟันหลั่งไหลไปทุกที่

หอกเงินของเขาส่งเสียงร้องออกมาอย่างร่าเริง เหมือนกับว่าครั้งหนึ่งเหมือนได้ลิ้มรสชาติบางอย่างที่มันไม่ได้ชิมมานานแล้ว

ในท่ามกลางสถานการณ์ทั้งหมดนี้ หลิงซิ่วตระหนักได้ทันทีหอกทะเลจุดเป็นวิชาหอกโบราณพื้นฐานเท่านั้น

เขาสะดุ้งเหมือนกับถูกฟ้าผ่า  ท่วงท่าหอกทะเลจุดทั้งหมดเคล็ดการปลดปล่อยพลังเฉพาะที่พิเศษเริ่มผุดขึ้นมาในใจของเขาชั่วแว่บเดียวเขาก็เข้าใจได้ทันที

จากครั้งล่าสุดเขามักรู้สึกว่าหอกทะเลจุดเป็นวิชาที่มีประโยชน์ในสนามรบ  แต่เขาคิดว่าวิชาหอกโบราณก็มีลักณณะนี้  แต่ตอนนี้เขาพยายามรบในขณะขับขี่ฟลามิงโก  แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าหอกทะเลจุดโดยพื้นฐานเป็นวิชาหอกในสนามรบที่ใช้ในสนามรบโบราณ!

อาจารย์ไม่เคยบอกเขาว่าหอกทะเลจุดต้องใช้พาหนะ!

ใช่แล้ว หอกทะเลจุดต้องใช้พาหนะตราบใดที่ผู้ใช้หอกขับขี่พาหนะ เขาจะสามารถใช้หอกทะเลจุดที่แท้จริงได้

ความรู้แจ้งฉายผ่านสมองของเขาเมื่อเขาคืนความรู้สึกกลับมา เขาก็วิ่งเข้าหาแถวศัตรูแล้ว โดยไม่คิดอะไร หอกเงินในมือของเขาเริ่มแทงไปข้างหน้า

การแทงครั้งนี้ใช้สัมผัสที่เบามาก  นิ้วของเขาใช้สัมผัสหมุนหอกที่เบามาก

แต่หอกเงินกลับเชื่องเชื่อมากเหมือนกับว่ามันเล็ดรอดอยู่ตามนิ้วของเขาและพุ่งออกไปและเกิดการหมุนวนเล็กน้อย

กระพรวนลมเขาแกะที่ผูกไว้ที่หอกสะบัดทันที  หลังจากได้รับกระพรวนนี่มาจากเซียนกระบี่ลับมาแล้วเมื่อหลิงซิ่วผูกเข้ากับหอก มันไม่เคยดังเลย

ติง!

เสียงกระพรวนที่ดังสบายๆออกมาจากชั้นและซอกหลืบประวัติศาสตร์ผ่านมาจนถึงปัจจุบันสะท้านหัวใจผู้คน

ร่างของหลิงซิ่วสะท้าน เขาลืมตากว้างด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

ปุ

นักสู้ที่อยู่ต่อหน้าของเขารู้สึกเหมือนสูญเสียวิญญาณไม่ขยับเลยสักนิ้วพริบตาเดียวปลายหอกก็ทะลวงอกเขา ปัง นักสู้ผู้นั้นล้มลง แต่ใบหน้าเขาไม่มีวี่แววเจ็บปวด

เมื่อสีหน้าของนักสู้ขณะที่ล้มลง  หลิงซิ่วสั่นสะท้านอีกครั้ง

ฟลามิงโกไม่หยุด เหมือนกับระบำเพลิงมันวิ่งขวางเข้าหานักสู้อีกสองสามคน

หลิงซิ่วปล่อยพลังหอกต่อเนื่อง ปุ ปุ ปุหอกเขาไวเหมือนแสงที่ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าเห็นได้หอกกระพริบประกายคราใดก็มีคนล้มลงตา ทุกคนที่ล้มลงไม่มีสีหน้าว่าเจ็บปวด

เมื่อหลิงซิ่วเรียกความรู้สึกกลับมาได้  เขาก็วิ่งผ่านไปทั่วทั้งค่ายนักสู้แล้ว  เขาวิ่งเป็นเส้นตรงและตามแนวเส้นตรงมีศพนับไม่ถ้วน เขารู้สึกว่าปราณแท้ในร่างเขายังไม่หมดเลยแม้แต่น้อยและรู้สึกเหมือนกับว่าเดินเล่นมาไม่กี่เมตร

หลิงซิ่วจ้องกระพรวนที่ผูกไว้กับหอกเขาอย่างเหลือเชื่อ

ตัวหอกสั่นอย่างต่อเนื่อง เสียงกระพรวนดังออกมาอีกครั้งเป็นเสียงมีทำนองไพเราะชัดเจนเข้าไปในใจสอดคล้องเข้ากับปราณแท้ในร่างเขา

ทันใดนั้นเมื่อได้ยินสียงหวีดหวิวของถังเทียนเขากลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง เขาไม่ลังเลใจกระตุ้นฟลามิงโกปล่อยสนามรบไว้

จบบทที่ ตอนที่ 270 กระพรวนลมเขาแกะ

คัดลอกลิงก์แล้ว