เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 268 เป็นฟืนเป็นไฟ

ตอนที่ 268 เป็นฟืนเป็นไฟ

ตอนที่ 268 เป็นฟืนเป็นไฟ


เซรีนหัวใจเต้นรัว เห็นได้ชัดเจนว่าเขาไม่ได้มาที่นี่อย่างมีเจตนาดีแน่นอน

ถึงตอนนี้มีเสียงดังมาจากด้านหลัง “ไง, ทุกคน มีเรื่องอะไรกัน?”

อาวุธจักรกลสีฟ้างดงามปรากฏเงียบๆด้านหลังของทุกคน เสียงอู้อี้ของเขาดังออกมาจากภายใน

การมาถึงของพยัคฆ์ฟ้าดึงดูดสายตาของทุกคน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เฒ่าหลี่จับตาดูอยู่ข้างๆตัวคุณชายเกอเงียบๆ ตาของเขาเป็นประกายขณะที่ตั้งใจมองพยัคฆ์ฟ้า

โครงสร้างของพยัคฆ์ฟ้าไม่เหมือนอาวุธจักรกลธรรมดาที่ดูแข็งทื่อและช้า  พยัคฆ์ฟ้ามีรูปร่างที่บางและสัดส่วนกระชับพอดีด้วยโลหะสีฟ้าและปีกที่อยู่ด้านหลังของมัน เห็นได้ชัดว่าพยัคฆ์ฟ้าเต็มไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย

มันเงียบสงบเหมือนยืนอยู่ในท้องฟ้าและร่างของมันโน้มมาข้างหน้าสายตาเหมือนนักล่า รังสีฆ่าฟันครอบคลุมพื้นที่ทันที

คนกลุ่มนั้นกระสับกระส่ายทันที  นักสู้ที่ล้อมรอบคุณชายเกอสีหน้าเปลี่ยนไปทุกคน ยอดฝีมือสองสามคนที่โดดเด่นเดินออกมาจากกลุ่มคนโดยมิอาจอดกลั้นได้

เสียงเครื่องสายที่โหยหวนเศร้าสร้อยดังออกมาจากที่ไกล

เสียงเครื่องสายนั้นมีผลต่อหัวใจผู้คนทำให้สีหน้าของคุณชายเกอแสดงอาการงุนงง เขามีพลังที่ธรรมดามากจะต่อต้านบทเพลงนี้ได้อย่างไร  ใจของเขาถูกดูดซึมซับเข้าไปในเพลงสิ้นเชิง

นักสู้ที่อยู่ข้างคุณชายเกอทุกคนหน้าไร้สีกันหมด

ผู้เฒ่าหลี่ขมวดคิ้ว เขาเดินมาที่คุณชายเกอและวางมือบนไหล่ของเขา  คลื่นพลังปราณแท้ถ่ายเข้าไปในร่างของเขาทำให้เขารู้สึกตัว  หน้าของเขาแสดงความประหลาดใจทันที

สายตาผู้เฒ่าหลี่มองไปที่ระเบียงอาบแดด  ชายชราตาบอดผู้หนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นกำลังขึงซอเอ้อหูของเขา ด้านหลังเป็นบุรุษร่างกายล่ำสันกำลังมองผู้เฒ่าหลี่อย่างเย็นชา

ผู้เฒ่าหลี่หัวใจเต้นแรงมีชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในใจเขาทันที

เขาสูดลมหายใจลึกเร่งเร้าปราณแท้ในร่างของเขา และถามขึ้นด้วยเสียงดัง “ข้าขอถาม  ท่านคือเฒ่าบอดซอกำศรวลใช่หรือไม่?”

ชายชราหยุดทันทีเสียงแหบแห้งดังขึ้น “เป็นข้าเอง”

หัวใจของผู้เฒ่าหลี่เต้นถี่แรง เขาคาดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะได้พบกับนักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถีในเมืองสามวิญญาณและยิ่งกว่านั้นเขายังเป็นตาแก่ตาบอดที่อารมณ์แปลกประหลาด  ผู้เฒ่าหลี่รู้สึกตัวรีบกล่าวทันที“เราไม่รู้ว่าเป็นธุรกิจของผู้อาวุโส ขอโทษด้วยที่รบกวน”

“ข้าเป็นแค่ลูกจ้าง เฝ้าสถานที่นี้ให้นายจ้าง”ผู้เฒ่านักเล่นซอตอบอย่างเฉื่อยชา

ถึงตอนนี้หน้าของผู้เฒ่าหลี่บิดเบี้ยวน่าเกลียดทันที  นักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถีเป็นคนหยิ่งภาคภูมิใจกันทั้งนั้น   พวกเขาเป็นกลุ่มบุคคลผู้แข็งแกร่งของโลกและยืนอยู่ในจุดสูงของมนุษยชาติ  นักสู้ผู้แข็งแกร่งเหล่านี้ดึงดูดลูกค้าได้เสมอ

สามารถมีพลังของนักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถีได้นี่ไม่ใช่กลุ่มอิทธิพลเล็กน้อยแล้ว

“ข้าสงสัยว่าเป็นเจ้านายชั้นสูงคนใดกันแน่....”ผู้เฒ่าหลี่ต้องการสืบสาวต่อ

“นายท่านไม่อยากดังและเกี่ยวกับเรื่องอื่นทั้งหมด ตาเฒ่าคนนี้ก็แค่คนเฝ้าประตู งานเร่งด่วนก็คือ ข้าขอให้เจ้าออกไป”

ผู้เฒ่าหลี่ตอบทันที  “เป็นเราที่รบกวนเอง!  เราจะพาคนของเราไปเดี๋ยวนี้! เราจะออกไปเดี๋ยวนี้!”

เขาฉุดคุณชายเกอออกมาอย่างหงุดหงิด

เซรีนถอนหายใจโล่งอกสายตาที่เร่าร้อนของคุณชายเกอทำให้นางผมตั้งชัน

“พวกเขาจะมาอีกไหม?”  เซรีนถามอย่างกังวลใจ

“หา, พวกมันอย่าได้มาจะดีกว่า หึ หึ!”  รังสีอำมหิตของปิงกระจายทันที  เขาพิ่งจะแยกมาจากถังเทียน และอารมณ์ไม่ดีอย่างมากนึกไม่ถึงเลยว่าจะได้พบกับคนเหล่านี้ และเขาแทบรอสู้กับคนพวกนี้ไม่ไหว

ต่อไปถ้าข้าจะขอเงินจากเสี่ยวถังคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปแล้ว...

ข้าต้องใช้ยุทธวิธีและแผนการที่ฉลาดจะได้ก่อให้เกิดข้อผิดพลาดต่ำที่สุด ตามคาด การต้องติดอยู่เด็กหนุ่มงี่เง่าพลอยดึงสติปัญญาเราให้ตกต่ำไปด้วย...

ปิงมองขึ้นไปในท้องฟ้าน้ำตาคลอเบ้าความเสียใจในใจเขาผุดขึ้นมา

คุณชายเกอถูกฉุดลากมาตลอดถามด้วยความสงสัย  “ผู้เฒ่าหลี่, ตาแก่ตาบอดนั่นเป็นใคร?”

“เขาคือนักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถี”  หน้าของผู้เฒ่าหลี่เคร่งเครียด  “คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเขา!  ดูเหมือนว่าเราต้องตรวจดูอย่างระมัดระวังว่าใครที่อยู่เบื้องหลังเขา! ส่งคนมาจับตาอย่างระมัดระวัง อย่าเพิ่งทำอะไร แต่ให้คอยสอดแนมพวกเขาไว้ก่อน  อาวุธจักรกลนั่นไม่ธรรมดาแน่นอน”

“นักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถี....”  สีหน้าของคุณชายเกอเปลี่ยน  “เขาเป็นนักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถี!”

แววตาไม่พอใจฉายวาบอยู่ในตาของผู้เฒ่าหลี่  นักสู้ผู้แข็งแกร่งต้องการการให้เกียรติพอๆกับนักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถี แต่ท่าทีของคุณชายผู้นี้ทำให้เขาโกรธ แต่เขาไม่พูดอะไรมาก  “คุณชาย,โปรดอย่าประมาท อีกฝ่ายหนึ่งมีเบื้องหลังที่หยั่งไม่ถึงและยังตรวจดูไม่ชัดเจน เราอย่าบาดหมางกันดีกว่า”

คุณชายเกอไม่คำรามอย่างไม่พอใจ  “แล้วยังไงเล่า  ถ้าพวกเขามีนักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถี  เราก็มีเหมือนกัน!”

ผู้เฒ่าหลี่อธิบายอย่างอดทน  “จากที่เห็นเจ้าบอกได้เลยว่าเฒ่าบอดไม่ใช่ผู้สั่งการ  สามารถทำให้นักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถียินดีเฝ้าสถานที่ให้กลุ่มอิทธิพลธรรมดาจะทำได้อย่างไร? สงครามจะจบลงก็ขึ้นอยู่กับความอดทน คุณชาย..ท่านต้องไม่ประมาท”

“งั้นเราจะหมดหวังในลักษณะนี้หรือ?”  คุณชายเกอไม่สบายใจ

ผู้เฒ่าหลี่มีแววตาเจ้าเล่ห์  “คุณชายไม่ต้องห่วงเรายังไม่สมควรเคลื่อนไหว แต่เราสามารถหาคนมาทำงานได้”

“ท่านกำลังบอกว่า....” คุณชายเกอตาเป็นประกาย

“ถูกแล้ว ถ้าพวกเขากำลังหลอกลวง พวกเขาจะเผยตัวจริงทันที” ผู้เฒ่าหลี่พูด “ใช่ว่านักสู้สวรรค์วิถีทุกคนจะเห็นเงินเป็นของสกปรก  คุณชายสายตาดีจริงๆอาวุธจักรกลนั่นไม่ธรรมดาแน่นอน มันเข้ามาใกล้เราโดยไม่มีเสียงได้ อาวุธจักรกลแข็งแกร่งอย่างนั้น ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”

ผู้เฒ่าหลี่นัยน์ตาแวววาว  ทันทีที่เขาเห็นพยัคฆ์ฟ้า  เขาแทบไม่สามารถละสายตาได้เลย

เขาคลุกคลีกับวิชาจักรกลมาเกินกว่าสิบปี  สายตาเขาแหลมคมแหลมคมมากกว่าที่คุณชายเกอรู้เสียอีก

แม้ว่าคุณชายเกอจะชอบวางก้ามเขื่องโขแต่สายตาและปัญญาของเขานับว่าไม่ด้อยเลย

“ถ้าเราสามารถได้มันมามันจะสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับคุณชายได้อย่างมากมาย” ผู้เฒ่าหลี่เกรงว่าคุณชายจะก่อเรื่องวุ่นวาย  ดังนั้นเขาเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง

คุณชายเกอยังคงเงียบ

ตระกูลของพวกเขาเท่ากับเป็นรุ่นที่สอง  พวกเขาถูกส่งไปในที่ต่างๆ มากมายพวกเขาทุกคนจะหาธุรกิจทำเป็นของตนเอง และจะได้รับการประเมินประจำปี  ผลของการประเมินจะเป็นตัวชี้วัดความสามารถของพวกเขา

เขาไม่เพียงแต่ต้องแข่งขันกับพี่น้องของเขาเท่านั้น  แต่เขาต้องแข่งขันกับทายาทสายอื่นๆ อีกด้วย

เมื่อคิดถึงเรื่องบิดาของเขาซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในฐานะว่าหนักแน่นใจแข็ง  เขารู้สึกมึนงงยิ่งนัก การแข่งขันชิงไหวพริบนั่นคือกฎเหล็ก  บิดาของเขามีผู้สนับสนุนที่ภักดี   เขาเพิ่มคนเกินกว่าสองร้อยคนในปีนั้นและแน่นอนการได้รับตำแหน่งจึงทำให้เขามีวันนี้

ทุกๆปีเขาเพียงแต่ได้รับคะแนนทั่วไป และยังไม่นับว่าโดดเด่น

เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าหลี่  เขาสงบใจได้

“ข้าจะเชื่อท่าน”  คุณชายเกอพูดต่อ  “ข้ามีความอดทนอยู่แล้ว!”

ผู้เฒ่าหลี่หัวเราะอย่างพอใจ

ถังเทียนพบหนังสือพิมพ์ล่าสุดจากข่าวสถาบันวิทยายุทธอมตะ

พาดหัวข่าวแนะนำเรื่องของเขาเรื่องการต่อสู้กับห้ามือสังหาร และรายละเอียดที่ถูกต้องอย่างคาดไม่ถึง  แต่ขณะเดียวกัน พวกเขามีข้อสันนิษฐานสองสามข้อแต่เพราะถูกปล่อยออกมาจากการต่อสู้ จึงไม่ดึงดูดความสนใจมาก  ข่าวล่าสุดก็คือการต่อสู้ระหว่างสำนักหลิวกับเซียนกระบี่คนหนึ่ง

หลังจากหาดูทุกมุมข่าว  เขาไม่พบข่าวใดๆ ที่เกี่ยวกับเชียนฮุ่ย

ถังเทียนผิดหวังแต่รีบเงยหน้าโดยเร็ว ความมุ่งมั่นในสายตาของเขาฉายประกายอีกครั้ง

ถังเทียนหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝน  ไม่ว่าแผนใดก็ตาม เขายกให้อาเฮ่อทั้งหมด  เขารู้สติปัญญาและความคิดของตัวเองดี    เรื่องซับซ้อนทั้งหมดมักทำให้เขาปวดหัว

ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วข้าขอใช้เวลาฝึกฝนดีกว่า

ไม่ว่าพวกเขาจะคิดกลยุทธไหนขึ้นมาในที่สุดก็ต้องสรุปลงที่ว่ากำปั้นสามารถนำชัยชนะมาให้ได้

ขอให้กำปั้นข้าแข็งแกร่งที่สุดก็พอ

ปิงไม่มีเวลาถามเกี่ยวกับเรื่องการฝึกฝนของเขา  ดังนั้นเขาจึงวางกลยุทธเอง

เป้าหมายล่าสุดก็คือโล่อากาศโจมตีเขายังไม่สามารถฝึกท่าหลุมถล่มศิลาได้สำเร็จ แต่นั่นไม่ทำให้เขายอมแพ้  เขาเพิ่งเริ่มฝึกกวัดแกว่งโล่ ท่าเคลื่อนไหวพื้นฐานของโล่เกี่ยวข้องกับวิทยายุทธ

ทุกๆ รอบการฝึกเขาจะกวัดแกว่งโล่ถึงสองหมื่นครั้ง

เหงื่อของเขาพร่างพรูเหมือนฝนตก

หลิงซิ่วและอาเฮ่อรู้สึกแตกต่าง ถังเทียนไม่เคยมีความรู้สึกว่าพรสวรรค์ในการฝึกฝนของเขาโดดเด่น  ตั้งแต่เล็กไม่มีใครเคยเรียกเขาว่าอัจฉริยะ  ตรงกันข้ามทุกคนจะล้อเลียนหัวเราะเยาะเขาเมื่อเขาเติบโตเขาข่มใจฝึกฝนจนชาชินและบังคับตนเองให้มุ่งมั่นและอดทนยิ่งขึ้น

ฝนทั่งจะแสนครั้งหรือล้านครั้งมันก็คงจะคมจนได้

บางทีอาจมีทางลัด  คนฉลาดมักหาทางลัดเสมอ  ขณะที่เขาฝึกฝนอย่างเคร่งครัดซื่อตรง  ฝึกจนกระทั่งเพียงพอ

หยาดเหงื่อและการฝึกหนักโกหกกันไม่ได้

จากอดีตจนถึงตอนนี้เขามักเชื่อเช่นนั้นเสมอมา หลักการทฤษฎีในโลกมีมากเกินไป ตราบที่เขาเข้าใจเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

ทุกครั้งที่เขาฝึกจบรอบหนึ่งเขาจะนั่งโคจรพลังฟื้นฟูปราณแท้ของเขา ขณะเดียวกันก็ใช้เพลิงจิตวิญญาณยุทธของเขาถ่ายเทไปที่กรงเล็บแมวโลหิต ครั้งสุดท้ายที่เขาลองดูด้วยพลังของกระเรียน  มีอุปสรรคบางอย่างขวางอยู่  เขารู้สึกว่าพลังยังไม่เพียงพอถ่ายเทไปที่กรงเล็บแมวโลหิต ดังนั้นเขาจึงเริ่มถ่ายพลังไปที่มันอย่างต่อเนื่อง

“ใช้ไม่ได้,ไม่ว่าเจ้าจะฝึกมากแค่ไหนก็ยังใช้ไม่ได้”

เสียงตะโกนโกรธเกรี้ยวดังมาจากในค่ายทหารใหม่

“อยู่ต่อหน้าตระกูลชนชั้นสูงความเพียรของเจ้าทั้งหมดไม่มีความหมาย!  เมื่อเริ่มตอนแรกก็แพ้เสียแล้ว! ไม่ว่าเจ้าจะวิ่งเร็วแค่ไหน พยายามหนักแค่ไหน ก็ไม่มีความหมาย!”

“พวกเขาทุกคนมีอาจารย์   วัสดุสมบัตินับไม่ถ้วน ตั้งแต่เล็กๆพวกเขาก็เปิดพลังชีพจร วิทยายุทธโดดเด่นไม่ซ้ำใครพวกเขาก็ฝึกกันตั้งแต่เล็ก  แล้วเจ้าจะรับมือพวกเขาได้อย่างไร? หยาดเหงื่อของเจ้าน่ะหรือ?  ฮ่าฮ่า เลิกล้อเล่นได้แล้ว”

เสียงโกรธดังออกมาจากควันที่ลอยอ้อยอิ่ง

“สังคมไม่มีความยุติธรรม!  คนอ่อนแอ ก็เป็นคนอ่อนแออยู่ร่ำไป”

“ลืมตาเจ้าได้แล้ว ดูซะ, หยุดฝันได้แล้ว!”

ตั้งแต่สองสามวันก่อนดวงตาที่โกรธในหมอกควันมักจะมีความเคลื่อนไหวบางอย่าง  จากนั้น...ก็กลายเป็นอย่างนั้น!

ถังเทียนคร้านเกินกว่าจะให้ความสนใจมัน แต่ดูเหมือนมันไม่มีความตั้งใจจะหยุดยังคงตะโกนต่อไปทั้งวันและเสียงของมันก็ดังมาก

ถังเทียนกำลังนั่งขัดสมาธิลุกขึ้นยืนทันทีเดินเข้าไปในม่านควันและกล่าว “เฮ้, เจ้ารู้จักเงียบบ้างไหม?”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!งั้นข้าคงพูดกระทบใจเจ้าใช่ไหม? เจ้ามดน้อย ความจริงเจ้ารู้แล้ว แต่เจ้ากำลังโกหกตัวเอง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”  ม่านควันนั้นหัวเราะ

“ก็ได้ ก็ได้” ถังเทียนผงกศีรษะ “ข้ารู้แล้วรู้ว่าเจ้าเป็นสุนัขตัวร้าย”

“เจ้า!” ม่านควันนั้นโกรธ

“ล้มเหลวตามคาด”  ถังเทียนส่ายศีรษะ  “เอาความล้มเหลวมาเป็นข้อแก้ตัวไม่ใช่หรือ?หมัดเหล็กกลืนแสงอะไรกัน ท่านเป็นแค่คนปากคอเราะร้ายและจิตใจอ่อนแอและยังได้รับหมัดเหล็กนั่นมาได้หรือ? ตอนนี้ข้าไม่มีความสนใจท่านเลย ขอบอกเรื่องนี้ท่านก็ได้ ถ้าท่านยังไม่หุบปากนะ ข้าจะลบท่านทิ้งซะ”

“เจ้ากล้า!”

“ผู้ใดว่าข้าไม่กล้า?”  ถังเทียนแค่นเสียง  “ท่านลืมไปแล้วหรือว่านี่คือถิ่นใคร  ถังอี้, เรามีวิธีไหนที่จะลบเจ้าเด็กนี่ทิ้งได้บ้าง?”

ถังอี้ตอบ  “เราก็แค่โยนมันเข้าไปผนังวิชายุทธเพื่อให้กลืนกินการ์ดวิญญาณ และสร้างขุนพลวิญญาณขึ้นใหม่”

ถังเทียนส่ายศีรษะ“เจ้าเด็กใจอ่อนแอนี่จะสร้างขุนพลวิญญาณดีๆ ได้ยังไง?  มีถังขยะหรืออะไรอื่นแถวๆ นี้บ้างไหม?”

ม่านควันนั้นแตกตื่น  “เจ้าไม่ต้องการหมัดเหล็กกลืนแสงแล้วใช่ไหม?นี่คือวิทยายุทธโดดเด่นไม่ซ้ำใครเชียวนะ!”

จบบทที่ ตอนที่ 268 เป็นฟืนเป็นไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว